บทที่ 9 โม่ถังแตก
บทที่ 9 โม่ถังแตก
บทที่ 9 โม่ถังแตก
โม่เหลียงขยับจิต สำรวจข้าวของในถุงเอกภพที่ซ่อนอยู่ในดวงตา มียาคืนจิตห้าเม็ด ตั๋วเงินปึกหนึ่ง แล้วก็ของดีที่เอามาจากบ้านอย่างกำยานไม้ลืมโลก นี่คือสมบัติทั้งหมดที่เขามี
ตลอดหนึ่งปีมานี้ เพื่อจะเติมพลังงานให้ดวงตาเต็ม โม่เหลียงทุ่มหมดหน้าตักจนเกลี้ยงกระเป๋า เรียกได้ว่าจนกรอบจนแทบจะต้องกินแกลบ นอกจากยาคืนจิตห้าเม็ดที่เพิ่งไปต้มตุ๋นผู้อาวุโสเหามาได้เมื่อวาน ทรัพยากรในมือเขายังน้อยกว่าศิษย์รับใช้ที่กวาดลานวัดเสียอีก
ส่วนตั๋วเงินน่ะเหรอ ในสำนักและรัศมีหลายสิบลี้รอบๆ นี้ มันก็มีค่าเท่ากับกระดาษเช็ดก้นดีๆ นี่เอง ผลึกปราณต่างหากคือของจริง มันคือสกุลเงินหลักที่ใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยนและใช้ฝึกวิชาได้ทั่วทั้งทวีปเมฆาคล้อย
"จนฉิบหาย!"
โม่เหลียงถอนหายใจยาวเหยียด เมื่อก่อนตอนที่ยังฝึกยุทธ์ไม่ได้ เขาก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรมาก แต่พอเริ่มฝึกได้จริงๆ จังๆ ถึงได้รู้ซึ้งว่า ตัวเองจนตรอกขนาดไหน
"ต้องหาทางหาทรัพยากรมาเพิ่มซะแล้ว"
ในบรรดาทรัพยากรทั้งหมด ผลึกปราณหาง่ายที่สุด ต้นเดือนสำนักจะแจกให้ส่วนหนึ่ง นอกนั้นก็ต้องไปทำภารกิจแลก หรือเอาของวิเศษไปแลก แต่กว่าจะถึงวันแจกของก็อีกตั้งหกเจ็ดวัน...
โม่เหลียงส่ายหัว หรี่ตาลงครุ่นคิดหาวิธีรวยทางลัด
จะให้ไปต้มตุ๋นผู้อาวุโสเก๋อกับตาเฒ่าเหาเหมือนเมื่อวานอีกรอบเหรอ? คงยาก สองคนนั้นเพิ่งโดนเชือดไปหมาดๆ ป่านนี้ข่าวคงแพร่ไปถึงหูผู้อาวุโสคนอื่นหมดแล้ว ตาแก่พวกนั้นคงระวังตัวแจ ยิ่งกว่าระวังโจรปล้นบ้าน โม่เหลียงเชื่อเลยว่าช่วงนี้ต่อให้เขาแค่หายใจ ตาแก่พวกนั้นก็คงระแวงว่าเขากำลังวางแผนชั่ว คงลงมือไม่ได้แล้ว ต้องรอสักสิบวันครึ่งเดือน ให้พวกแกเผลอๆ ก่อน ค่อยหาจังหวะไปจับเสือมือเปล่าใหม่...
"ดูท่า คงต้องไปเยือนหอภารกิจสักหน่อย ไปรับงานหาผลึกปราณมาประทังชีวิต" คิดได้ดังนั้น โม่เหลียงก็ตบก้นลุกจากก้อนหิน เดินดุ่มๆ ทะลุป่าไผ่ม่วงมุ่งหน้าไปยังหอภารกิจ
ลำพังทรัพยากรที่สำนักแจกให้รายเดือน มันไม่พอยาไส้เหล่าศิษย์หรอก ยิ่งตบะสูงขึ้น ความต้องการก็ยิ่งมากเป็นเงาตามตัว หอภารกิจจึงเป็นแหล่งขุดทองชั้นดีให้ศิษย์ในสำนักมาหาลำไพ่พิเศษ
หอภารกิจจะมีภารกิจและคำไหว้วานออกมาใหม่ๆ เพียบทุกเดือน ใครรับไปทำสำเร็จก็ได้รางวัลไป ความแตกต่างของ "ภารกิจ" กับ "คำไหว้วาน" อธิบายง่ายๆ คือ ภารกิจเป็นงานที่สำนักออกเอง เปลี่ยนใหม่ทุกเดือน ศิษย์ทุกคนรับได้ ถ้าทำเสร็จในเวลาที่กำหนดก็ได้รางวัลเหมือนกัน บางภารกิจรับทำซ้ำได้เรื่อยๆ ด้วย
ส่วน "คำไหว้วาน" คือจ็อบพิเศษจากคนนอกหรือคนในสำนักจ้างวานส่วนตัว เนื้อหางานมีร้อยแปดพันเก้า รางวัลมีแค่ชุดเดียว ใครทำเสร็จก่อนก็ได้ไป จบแล้วจบเลย
ระดับความยากแบ่งเป็น 4 ระดับ คือ ติง (D), ปิ่ง (C), อี้ (B), เจี่ย (A) ไล่จากต่ำไปสูง ยิ่งยากรางวัลยิ่งงาม นอกจากผลึกปราณ บางทีก็ได้ยา หรือของวิเศษเป็นของแถม
เรียกได้ว่าหอภารกิจเป็นสถานที่ที่คึกคักที่สุดในบรรดาสี่หอ พอโม่เหลียงไปถึง ก็เจอฝูงชนยุ่บยั่บเดินกันให้ขวักไขว่ในห้องโถงใหญ่
โม่เหลียงทำตัวลีบๆ แทรกตัวเข้าไปในฝูงชน กวาดตามองบอร์ดประกาศคำไหว้วานรอบหนึ่ง ด้วยความจำระดับเทพ เขาจำรายละเอียดได้หมดในพริบตา แต่งานหมูๆ ที่ได้กำไรเน้นๆ ส่วนใหญ่โดนพวกศิษย์ตาไวที่มานั่งเฝ้าบอร์ดฉกไปกินหมดแล้ว
ที่เหลืออยู่ตอนนี้ ถ้าไม่ใช่งานกร่อยๆ ไม่คุ้มค่าเหนื่อย ก็เป็นงานหินที่ระบุตบะขั้นต่ำ อย่างน้อยต้องขั้นปรับกายาระดับห้าขึ้นไปถึงจะรับได้ โม่เหลียงได้แต่มองตาปริบๆ
ถึงจะมีงานบางอย่างที่ไม่จำกัดตบะ เช่น ตามหาสมุนไพรหายาก แต่ของพวกนั้นในแถบนี้มันหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร ถ้าไม่ฟลุ๊คจริงๆ ก็อย่าหวังว่าจะเจอ
สุดท้าย โม่เหลียงก็ต้องซมซานมาที่เคาน์เตอร์ภารกิจระดับติง งานพวกนี้พื้นๆ เหมาะสำหรับศิษย์ขั้นปรับกายาต่ำกว่าระดับห้า
โม่เหลียงไล่สายตาดูภารกิจประจำเดือนนี้ รางวัลส่วนใหญ่เป็นผลึกปราณระดับต่ำ ตั้งแต่สิบถึงสามสิบก้อน
หลังจากชั่งใจอยู่พักหนึ่ง โม่เหลียงก็ตัดสินใจรับภารกิจล่าสัตว์สองงาน งานแรกคือไปเขาหม่างล่าหมาป่าปีศาจสีเทา เอาเขี้ยวมาสิบซี่ อีกงานคือไปเขาหม่างเหมือนกัน ล่างูลายดอก เอาดีงูมาสิบลูก
ทั้งสองงานให้ค่าตอบแทนงานละยี่สิบผลึกปราณระดับต่ำ กำหนดส่งในห้าวัน แถมเป็นทางเดียวกันด้วย เผลอๆ ระหว่างทางอาจจะฟลุ๊คเจอสมุนไพรหรือของดีติดไม้ติดมือกลับมา สรุปแล้วเที่ยวนี้ต้องได้ไม่ต่ำกว่าสี่สิบก้อนแน่ๆ ถือเป็นเงินก้อนโตทีเดียว ถูกใจโม่เหลียงนักแล
แต่ทว่า พอโม่เหลียงยื่นเรื่องขอรับภารกิจกับผู้ดูแลภารกิจระดับติง เจ้าหมอนั่นที่ชื่อเฟิงเอ๋อร์ถึงกับอึ้งกิมกี่ไปเลย
ชัดเจนว่าเฟิงเอ๋อร์รู้จักโม่เหลียง และเพราะรู้จักนี่แหละ ถึงได้ตะลึงงันกับสิ่งที่โม่เหลียงทำ
รับงานล่าสัตว์ระดับติงสองงานพร้อมกัน? สำหรับขยะเปียกที่ติดแหง็กอยู่ขั้นปรับกายาระดับสองมาหลายปี ร่างกายอ่อนแอขี้โรคอย่างโม่เหลียง นี่มันเรื่องเพ้อเจ้อชัดๆ
"ศิษย์น้องโม่เหลียง เจ้าแน่ใจนะว่าจะรับภารกิจระดับติงสองงานพร้อมกัน?" เฟิงเอ๋อร์มองหน้าโม่เหลียงอย่างประหลาดใจ
"ไม่ได้เหรอ ศิษย์พี่?" โม่เหลียงยิ้มตอบเฟิงเอ๋อร์ที่ยังทำหน้าเอ๋ออยู่
ถึงท่าทางโม่เหลียงจะดูไม่ได้ล้อเล่น แต่เฟิงเอ๋อร์ก็ยังลังเล ชื่อเสียงของโม่เหลียงในสำนักดังกระฉ่อนไม่แพ้ศิษย์หลักเลยทีเดียว เพียงแต่ศิษย์หลักเขาดังในทางดี แต่โม่เหลียงดังในทางเสื่อม
ตามกฎสำนัก ศิษย์สายนอกต้องทำภารกิจหรือคำไหว้วานระดับติงอย่างน้อยเดือนละหนึ่งงาน ใครทำไม่ได้ติดต่อกันสามเดือน เชิญเก็บกระเป๋ากลับบ้านเก่าไปได้เลย แต่โม่เหลียงเป็นศิษย์สายนอกคนแรกในประวัติศาสตร์สำนักกระบี่หิมะที่แหกกฎข้อนี้ได้หน้าตาเฉย
เพราะเมื่อก่อนโม่เหลียงเคยรับงานไปทำ แต่ทำล่มไม่เป็นท่าทุกงาน งานบางอย่างทำเจ๊งจนลูกค้าด่าเปิง สำนักต้องตามชดใช้ค่าเสียหายบานตะไท ครั้นจะไปทวงค่าเสียหายกับโม่เหลียง มันก็ไม่มีเงินให้ มีแต่ชีวิตเน่าๆ หนึ่งชีวิต แถมมีซีซีคอยคุ้มกะลาหัว สำนักเลยทำอะไรไอ้จอมหน้าด้านคนนี้ไม่ได้ สุดท้ายตัดรำคาญ ยกเว้นกฎข้อนี้ให้โม่เหลียงเป็นกรณีพิเศษ ตั้งแต่นั้นมาโม่เหลียงก็สงบเสงี่ยมเจียมตัว ไม่โผล่หัวมาป่วนที่หอภารกิจอีกเลย
แม้ในนามจะเป็นศิษย์สายนอก แต่คนในสำนักกระบี่หิมะ ตั้งแต่ศิษย์รับใช้ยันผู้อาวุโส ส่วนใหญ่ไม่มีใครนับญาติโม่เหลียงเป็นศิษย์ร่วมสำนักหรอก
พวกเขามองว่ามันก็แค่ขยะที่เกาะชายกระโปรงซีซีกิน รอวันตายไปวันๆ ยิ่งกว่าปลาเค็มตากแห้งเสียอีก
(จบตอน)