เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 เสียงกระดิ่งปริศนา กับบทละครที่เปลี่ยนไป

บทที่ 26 เสียงกระดิ่งปริศนา กับบทละครที่เปลี่ยนไป

บทที่ 26 เสียงกระดิ่งปริศนา กับบทละครที่เปลี่ยนไป


บทที่ 26 เสียงกระดิ่งปริศนา กับบทละครที่เปลี่ยนไป

"พวกเราควรจะจุดไฟเผาสักที่เพื่อดึงดูดความสนใจของทุกคน แล้วอาศัยจังหวะชุลมุนหนีออกจากโรงทานดีไหมครับ?"

"หรือจะซ่อนตัวอยู่หลังประตู พอผู้คุมมาตรวจก็จัดการตีเขาให้สลบ ขโมยกุญแจแล้วแอบหนีออกไป?"

"หรือเราจะหาที่ซ่อนตัวให้คนในโรงทานหาไม่เจอ แล้วรอจังหวะที่ไม่มีคนค่อยหาทางออกไปดีครับ?"

นี่คือข้อเสนอของอาจารย์ฟอลเลน เห็นได้ชัดว่าเขาคงจะอ่านนิยายสืบสวนสอบสวนแนวผจญภัยมาไม่น้อย

ศาสตราจารย์เวย์นไม่ได้เสนอความคิดเห็นใดๆ แต่ปล่อยให้ฮัสเทอร์ขบคิดแก้ปัญหานี้เพียงลำพัง

เขาเชื่อว่าในเมื่อฮัสเทอร์เป็นคนเสนอความคิดนี้ขึ้นมา ฮัสเทอร์ย่อมต้องมีวิธีรับมือ

"ถ้าที่นี่มีเครื่องสำอาง วิกผม และชุดผู้หญิงสักชุดก็คงจะดี"

อาจารย์ฟอลเลนนึกถึงวิธีที่เป็นไปได้มากวิธีหนึ่ง แต่เงื่อนไขในสถานที่แห่งนี้ไม่อำนวยให้ทำเช่นนั้นได้อย่างแน่นอน

"จริงๆ แล้วการแอบหนีออกไปมันไม่ได้ยากขนาดนั้นหรอกครับ" ฮัสเทอร์รีบตัดบทจินตนาการอันบรรเจิดของอาจารย์ฟอลเลนทันที

เขาไม่มีวันยอมแต่งหญิงเด็ดขาด!

"คุณมีความคิดดีๆ ไหมครับ?" อาจารย์ฟอลเลนมองฮัสเทอร์ด้วยสีหน้าเปี่ยมหวัง

"เราไม่จำเป็นต้องหนีออกจากโรงทานกลางดึกก็ได้นี่ครับ พรุ่งนี้ช่วงที่ออกไปข้างนอกตอนกลางวัน ผมค่อยหาจังหวะปลีกตัวออกไป ทีนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับการแสดงของคุณกับศาสตราจารย์เวย์นแล้วล่ะ"

"จริงด้วย! เราไม่จำเป็นต้องหนีคืนนี้เลยนี่นา! ทำไมผมถึงคิดไม่ได้นะ!" อาจารย์ฟอลเลนทำหน้าเจ็บใจ

"..."

ฮัสเทอร์ไม่ได้ต่อความยาวสาวความยืดกับอาจารย์ฟอลเลน แต่หันไปหารือเรื่องแผนการของวันพรุ่งนี้กับศาสตราจารย์เวย์นแทน

กริ๊ง!

กริ๊ง!

กริ๊ง!

ในขณะที่ทั้งสามคนกำลังหารือกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างในวันพรุ่งนี้ เสียงกระดิ่งใสๆ สามครั้งก็ดังมาจากนอกบ้าน

พวกเขาเคยได้ยินเสียงนี้ตอนมื้อเที่ยง เมื่อผู้ดูแลโรงทานสั่นกระดิ่งสองสามครั้งเพื่อประกาศกฎระเบียบในการรับประทานอาหาร

เสียงกระดิ่งมาเร็วและไปเร็ว ดังขึ้นเพียงสามครั้งแล้วความเงียบสงัดก็กลับเข้ามาปกคลุมด้านนอกอีกครั้ง

ภายในห้อง ทั้งสามคนมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ

ทำไมถึงมีเสียงกระดิ่งดังขึ้นกลางดึกแบบนี้?

มันให้ความรู้สึกที่ลึกลับพิศวงอย่างบอกไม่ถูก!

"หรือจะเป็นเด็กที่นอนไม่หลับ แกล้งเล่นพิเรนทร์หรือเปล่าครับ?"

"บางทีเสียงกระดิ่งพวกนี้อาจเป็นสัญญาณบางอย่าง พวกเขากำลังวางแผนดำเนินการอะไรสักอย่างผ่านเสียงกระดิ่ง?"

"หรือเป็นไปได้ว่าเราหูฝาด ลมอาจจะพัดกระดิ่งที่แขวนอยู่หน้าประตูจนเกิดเสียงก็ได้นะครับ?"

อาจารย์ฟอลเลนคาดเดาไปต่างๆ นานา

ศาสตราจารย์เวย์นไม่ได้พูดอะไร เขาลุกขึ้นเดินไปที่ประตู แนบหูฟังอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเดินกลับไปกลับมาสองสามก้าว

ในที่สุดเขาก็เอ่ยขึ้นว่า "เราออกไปดูกันเถอะ บางทีอาจจะได้ข้อมูลอะไรดีๆ ที่คาดไม่ถึง"

ฮัสเทอร์คัดค้านข้อเสนอของศาสตราจารย์เวย์นอย่างหนักแน่น

เสียงกระดิ่งเมื่อครู่นี้ไม่ธรรมดาแน่ๆ!

มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางด้าน ‘ผู้วิเศษ’!

นี่เป็นลางสังหรณ์ที่อธิบายไม่ได้จากก้นบึ้งของหัวใจ ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาเชื่อสัญชาตญาณของตัวเองอย่างที่สุด

"แค่ออกไปดูข้างนอกหน่อยเดียวคงไม่เป็นไรมั้งครับ?" อาจารย์ฟอลเลนเองก็เริ่มคล้อยตาม เพราะฟังจากระดับเสียงแล้ว ต้นตอของเสียงยังอยู่ห่างออกไปพอสมควร

"อืม ถือเป็นโอกาสดีที่จะแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อนที่ห้องด้วย" ศาสตราจารย์เวย์นเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้

"เดี๋ยวก่อนครับ"

ฮัสเทอร์หยุดพวกเขาไว้ สีหน้าเคร่งเครียดขณะกล่าวว่า "ผมคิดว่าเรื่องนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิด ทางที่ดีอย่าเสี่ยงทำอะไรเกินตัวจะดีกว่า"

อาจารย์ฟอลเลนยิ้มและกล่าวว่า "ไม่เป็นไรครับ เราแค่แอบดูอยู่ห่างๆ"

"จักรพรรดิโรซายล์เคยตรัสประโยคหนึ่งไว้ว่า: ‘ความอยากรู้อยากเห็นฆ่าแมวได้’ หมายความว่าการอยากรู้อยากเห็นในเรื่องต่างๆ มากเกินไป มักจะนำพาตัวเองไปสู่จุดที่อันตราย"

ฮัสเทอร์ยกคำคมของจักรพรรดิโรซายล์ขึ้นมาอ้าง หวังจะดับฝันการผจญภัยของพวกเขา

"เป็นคำพูดที่ปรัชญามาก สมกับเป็นจักรพรรดิโรซายล์จริงๆ"

อาจารย์ฟอลเลนเห็นด้วยอย่างยิ่งกับคำกล่าวนี้ พร้อมกันนั้นเขาก็ยิ้มและรับปากฮัสเทอร์ว่าเขาจะไม่มีวันวิ่งออกไปเสี่ยงตายกลางดึกเด็ดขาด

เมื่อพูดมาถึงขนาดนี้ ฮัสเทอร์ก็ไม่มีเหตุผลจะห้ามพวกเขาอีก และเตียงของเขาก็นอนเบียดกันสามคนไม่ไหวจริงๆ

ประตูเปิดออก ฮัสเทอร์โผล่หัวออกไปมองลาดเลาอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อมั่นใจว่าไม่มีเวรยามเดินผ่านมา จึงกวักมือเรียกศาสตราจารย์เวย์นและอาจารย์ฟอลเลนให้ออกไป

จากนั้นเขาก็มองส่งทั้งสองคนที่ถือตะเกียงน้ำมันเดินจากไป พวกเขาไม่ได้ทำอะไรนอกเหนือคำสั่งจริงๆ เพียงแค่มองไปยังทิศทางของเสียงกระดิ่งจากระยะไกลครู่หนึ่ง แล้วต่างคนต่างก็แยกย้ายกลับห้องของตัวเอง

ฮัสเทอร์ถอนหายใจด้วยความโล่งอก สายตาจับจ้องไปยังทิศทางของเสียงกระดิ่ง เขามองอยู่สองสามวินาที สายลมยามค่ำคืนพัดผ่านร่าง ทำให้เขาตัวสั่นโดยไม่รู้ตัว

เขาละสายตากลับมา ปิดประตูและลงกลอน หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาเลื่อนโต๊ะไปขวางไว้หลังประตู จากนั้นย้ายตะเกียงน้ำมันจากบนโต๊ะลงมาวางที่พื้นใกล้หัวเตียง

หลังจากทำทุกอย่างเสร็จสิ้น เขาเช็คเวลา ตอนนี้ตีสองกว่าแล้ว

เขามุดตัวลงนอนบนเตียง กอดไม้เท้าแนบหน้าอก แล้วหาวออกมา

เขาง่วงจริงๆ นั่นแหละ

ในภวังค์กึ่งหลับกึ่งตื่น เขาฝันว่าได้เข้าไปในห้องโถงแห่งดวงดาวและเฆี่ยนตีเทพเจ้าตะเกียงอีกครั้ง

...

เช้าตรู่ ฮัสเทอร์สะดุ้งตื่นเพราะเสียงเคาะประตูที่รุนแรง

เขาลืมตาที่ยังงัวเงีย มองดูไม้เท้าที่กอดแน่นอยู่กับอก แล้วถอนหายใจด้วยความโล่งอก

โชคดีที่เมื่อคืนไม่มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น

ว่าแต่ หลังจากหลับไปเมื่อคืน เขาได้เข้าไปในห้องโถงแห่งดวงดาวเพื่อเฆี่ยนเทพเจ้าตะเกียงหรือเปล่านะ?

ฮัสเทอร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย ช่วงนี้เขาเข้าไปเช็คชื่อกับเทพเจ้าตะเกียงตลอด ถ้าพลาดไปสักคืน สถิติการเช็คชื่อต่อเนื่องคงขาดตอน

ปัง! ปัง!

เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงร้อนรนของอาจารย์ฟอลเลน

เกิดเรื่องขึ้นจริงหรือนี่?

ฮัสเทอร์ไม่รอช้า รีบลุกขึ้นไปที่ประตู เลื่อนโต๊ะออก จัดให้เข้าที่ แล้วเปิดประตู

"อาจารย์... อาจารย์หายตัวไปแล้วครับ!" ใบหน้าของอาจารย์ฟอลเลนเต็มไปด้วยความวิตกกังวล น้ำเสียงเร่งรีบ และลมหายใจติดขัด

มีผู้ดูแลโรงทานสองคนยืนอยู่กับอาจารย์ฟอลเลนด้วย

"ใจเย็นๆ ก่อนครับ ศาสตราจารย์เวย์นจะหายตัวไปเฉยๆ ได้ยังไง?" ฮัสเทอร์พยายามปลอบประโลมความตื่นตระหนกของอาจารย์ฟอลเลน

"เมื่อเช้าตอนตื่นมา ผมอยากจะไปดูว่าอาจารย์หลับสบายไหม พอไปถึงหน้าห้องแล้วเคาะประตูสองครั้ง ประตูก็เปิดออกเอง แต่ในห้องไม่มีอาจารย์อยู่แล้ว"

"ตอนแรกผมก็ไม่ได้สนใจมาก คิดว่าอาจารย์คงตื่นเช้ากว่าผมแล้วออกไปเดินเล่น"

"แต่พอผมลองถามคนแถวนั้นดู กลับพบว่าไม่มีใครเห็นร่องรอยของอาจารย์เลย ผมเริ่มใจคอไม่ดี เลยรีบขอให้คนในโรงทานช่วยกันตามหา แต่หามานานกว่าชั่วโมงแล้วก็ยังไม่เจอ และไม่มีใครบนถนนเห็นอาจารย์เลยด้วยครับ"

อาจารย์ฟอลเลนพูดเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผาก

หายตัวไปจริงๆ เหรอ?

หรือว่าแค่กำลังแสดงละคร?

หลังจากฟังเรื่องเล่าของอาจารย์ฟอลเลน หัวใจของฮัสเทอร์ก็ดิ่งลงเล็กน้อย เขาเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

เมื่อคืนนี้ ทั้งสามคนเพิ่งจะหารือกันเรื่องการแกล้งหายตัวไป เพื่อสร้างเหตุผลให้กรมตำรวจเข้ามาตรวจสอบโรงทาน

แล้วเช้านี้พอตื่นมา ศาสตราจารย์เวย์นก็หายตัวไปจริงๆ

ศาสตราจารย์เวย์นเป็นศาสตราจารย์ด้านกฎหมายแห่งมหาวิทยาลัยแบ็คลันด์และเป็นอาจารย์ของเขา การหายตัวไปของเขาย่อมมีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้กรมตำรวจเข้ามาตรวจสอบ

บางทีศาสตราจารย์เวย์นอาจไม่อยากให้เขาเดือดร้อน จึงเลือกที่จะเป็นคนแกล้งหายตัวไปเอง

แต่พอนึกถึงเสียงกระดิ่งที่ ‘น่าพิศวง’ เมื่อคืนนี้ ฮัสเทอร์ก็เริ่มรู้สึกหวั่นใจ และสีหน้าของอาจารย์ฟอลเลนก็ดูไม่เหมือนคนกำลังแสดงละครเลย

"คุณอย่าเพิ่งกังวลไปครับ ศาสตราจารย์เวย์นจะต้องปลอดภัย" ฮัสเทอร์ปลอบอาจารย์ฟอลเลนพลางถามว่า "ส่งคนออกไปค้นหาในเขตท่าเรือหรือยังครับ?"

เจ้าหน้าที่โรงทานคนหนึ่งตอบว่า "พวกเราส่งคนออกไปหาแล้วครับ แต่ยังไม่มีข่าวคราวอะไรเลย"

"ค้นทุกซอกทุกมุมในโรงทานแล้วใช่ไหม?"

"เราค้นหามากกว่าหนึ่งรอบแล้วครับ แต่ไม่พบร่องรอยของศาสตราจารย์เวย์นเลย เช้านี้ก็ไม่มีใครเห็นเขาเหมือนกัน"

"ผมต้องการพบผู้อำนวยการดันน์"

"ได้ครับ ผมจะพาไป"

ภายใต้การนำทางของเจ้าหน้าที่โรงทาน ฮัสเทอร์และอาจารย์ฟอลเลนก็ได้พบกับผู้อำนวยการดันน์อย่างรวดเร็ว

ดูเหมือนเขาเองก็กำลังร้อนใจมาก และอารมณ์ดูย่ำแย่สุดๆ

เมื่อเห็นฮัสเทอร์และพวกมาถึง เขาเก็บสีหน้าโกรธเคืองและถอนหายใจ "โปรดวางใจเถอะครับ เราจะตามหาศาสตราจารย์เวย์นให้เจอและรับรองว่าจะไม่มีอันตรายใดๆ เกิดขึ้นกับเขาแน่นอน"

ฮัสเทอร์ทำหน้าเคร่งขรึมและกล่าวเสียงเข้ม "ไม่เกินเที่ยงวัน หากเรายังไม่พบอาจารย์ที่ผมเคารพรักที่สุด เราจะเลือกแจ้งตำรวจและอาศัยอำนาจของกรมตำรวจในการคลี่คลายเรื่องนี้"

ไม่ว่าศาสตราจารย์เวย์นจะหายตัวไปจริงหรือไม่ การฉวยโอกาสนี้ดึงกรมตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้องคือทางเลือกที่ดีที่สุด

"นี่มัน... จะไม่ดีกว่าเหรอครับถ้าไม่ไปรบกวนกรมตำรวจ?" สีหน้าของผู้อำนวยการดันน์ดูแย่ลงไปอีก

"งั้นคุณรับประกันได้ไหมว่าจะหาเขาเจอก่อนเที่ยง?"

ฮัสเทอร์เน้นเสียง ไม้เท้าของเขากระแทกพื้นหนักๆ สองครั้ง แสดงออกชัดเจนว่ากำลังข่มความโกรธขณะกล่าวว่า "อาจารย์ของผมเป็นศาสตราจารย์ด้านกฎหมายที่ได้รับความเคารพนับถืออย่างสูง ท่านได้ปั้นเนติบัณฑิตยอดเยี่ยมมาแล้วมากมาย รวมถึงลูกศิษย์ที่ได้เป็นผู้พิพากษาด้วย!"

"ผมเข้าใจแล้วครับ เราจะจัดการเรื่องนี้ให้ดีที่สุดแน่นอน!"

สีหน้าของผู้อำนวยการดันน์เปลี่ยนไป เห็นได้ชัดว่าเขาตื่นตระหนกกับความสำคัญของศาสตราจารย์เวย์น

ไม่นาน ผู้อำนวยการดันน์ก็สั่งการให้เจ้าหน้าที่โรงทานออกค้นหาเบาะแสของศาสตราจารย์เวย์นในทิศทางต่างๆ

ฮัสเทอร์และอาจารย์ฟอลเลนไม่ได้นั่งรอฟังข่าวในห้องเฉยๆ แต่พาเจ้าหน้าที่โรงทานหลายคนออกไปค้นหาที่เขตท่าเรือด้วย

หลักๆ คือฮัสเทอร์กังวลว่า หากการหายตัวไปของศาสตราจารย์เวย์นเกี่ยวข้องกับโรงทานจริงๆ การอยู่ที่โรงทานย่อมเป็นอันตรายต่อพวกเขามาก

โดยเฉพาะเมื่อใกล้ถึงเวลาเที่ยงวัน หากทางโรงทานยังหาศาสตราจารย์เวย์นไม่เจอ พวกเขาอาจจะทำให้ทั้งสองคนหายตัวไปด้วยเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตำรวจตรวจสอบ

ไม่ใช่ว่าเขาอยากจะมองโลกในแง่ร้าย แตในโลกที่เต็มไปด้วยความลึกลับพิศวงแห่งนี้ การระมัดระวังตัวเป็นพิเศษย่อมเป็นสิ่งที่ถูกต้องเสมอ

ต่อให้คุณไม่ทำผิดพลาด คุณก็อาจเจอกับอันตรายที่ไม่คาดคิดได้ นับประสาอะไรถ้าคุณทำตัวโง่เขลาเสียเอง

ราวๆ สิบเอ็ดโมง ทั่วทั้งเขตท่าเรือแทบจะถูกพลิกแผ่นดินหาโดยเจ้าหน้าที่โรงทาน แม้แต่ชาวบ้านในเขตท่าเรือจำนวนมากก็มาร่วมค้นหาศาสตราจารย์เวย์นด้วย แต่ก็ไม่พบร่องรอยใดๆ

สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ ท่ามกลางสายตามากมายในเขตท่าเรือ กลับไม่มีใครเห็นศาสตราจารย์เวย์นเลยแม้แต่คู่เดียว

ฮัสเทอร์ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน มองไปทางโรงทานรุ่งอรุณด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

หากศาสตราจารย์เวย์นถูกบังคับให้หายตัวไป เขาก็น่าจะถูกขังอยู่ภายในโรงทาน และหากเขาเป็นฝ่ายแกล้งหายตัวไปเอง เขาก็น่าจะซ่อนตัวอยู่ในโรงทานเช่นกัน

ท้ายที่สุด จำนวนประชากรที่อาศัยอยู่ในเขตท่าเรือนั้นหนาแน่นมาก และผู้คนจำนวนมากต้องตื่นไปทำงานตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง การจะพยายามแอบหนีออกจากเขตท่าเรือภายใต้สายตาจับจ้องมากมายขนาดนั้นเป็นเรื่องยากเกินไป

ในทางกลับกัน การซ่อนตัวอยู่ในโรงทาน เพียงแค่หลบเลี่ยงการค้นหาในช่วงแรกๆ ให้ได้ ก็จะสร้างภาพลวงตาแบบ ‘ใต้ตะเกียงย่อมมืดมิด’ ได้อย่างง่ายดาย

อาจารย์ฟอลเลนที่ยืนอยู่ข้างๆ มองฮัสเทอร์ด้วยสายตาซับซ้อน หลายครั้งที่เขาอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ยั้งปากไว้

เขาอยากจะถามเหลือเกินว่า ทั้งหมดนี้เป็นการเตี๊ยมกันไว้ล่วงหน้าระหว่างอาจารย์ของเขากับมิสเตอร์ฮัสเทอร์ใช่ไหม?

เพราะบทละครที่พวกเขาหารือกันเมื่อคืน... มันไม่ได้เล่นออกมาแบบนี้แน่ๆ!

จบบทที่ บทที่ 26 เสียงกระดิ่งปริศนา กับบทละครที่เปลี่ยนไป

คัดลอกลิงก์แล้ว