เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 639 ความยึดติดในใจของกู้เจินเจิน (ฟรี)

บทที่ 639 ความยึดติดในใจของกู้เจินเจิน (ฟรี)

บทที่ 639 ความยึดติดในใจของกู้เจินเจิน (ฟรี)


เวลาสามวันของการรอคอย จะว่านานก็ไม่นาน จะว่าสั้นก็ไม่สั้น

แต่สำหรับจ้าวรุ่ยหลิน มันยาวนานเหมือนสามปี

ทั่วทั้งสถานสงเคราะห์มีแต่คนพูดถึง 'ผู้อำนวยการ' ทุกคนที่เอ่ยถึงล้วนเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง ชื่นชม เชื่อใจ เคารพและพึ่งพา

ส่วนเรื่องที่จ้าวรุ่ยหลินตะคอกใส่แม่วันนั้น ไม่รู้ใครเอาไปพูดต่อ

เด็กๆ ที่เคยเกรงใจและเป็นมิตรกับเขา ต่างพากันเย็นชาใส่

หลายคนเข้ามาเตือนสติ บอกให้เขาเป็นลูกกตัญญู ให้พูดดีๆ กับผู้อำนวยการ อย่าทำให้ผู้อำนวยการไม่สบายใจ...

คนสองคนมาพูด เขายังพอเงียบใส่ได้ ไม่สนใจเด็กเมื่อวานซืนพวกนี้

แต่พอคนเยอะเข้า เขาก็เริ่มรำคาญ

สุดท้ายทนไม่ไหว ตะคอกกลับไปว่า “ผู้อำนวยการคือแม่ฉัน เรื่องของแม่ลูกเกี่ยวอะไรกับพวกแก ฉันอยากพูดยังไงก็เรื่องของฉัน พวกแกอย่ามาสาระแน!”

หลังจากนั้นคนมาพูดก็น้อยลง แต่คนเมินใส่กลับเยอะขึ้น

เด็กหลายคนเห็นเขาก็ชี้ชวนกันดู เขาไม่สนหรอก เขาเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่มาใส่ใจความคิดเด็กๆ หรือการแบนแบบเด็กๆ พวกนี้หรอก

วันที่ไปรับผลตรวจ แม่เขาไม่มา คนขับรถพาเขาไป

ตอนได้ผลตรวจ มือที่เปิดซองเอกสารของจ้าวรุ่ยหลินสั่นเทา

ตั้งแต่เกิดใหม่ ทุกอย่างไม่เหมือนในความทรงจำ แม่เขาถึงขั้นยอมตรวจ DNA เพื่อปฏิเสธเขา

วินาทีที่เห็นผลตรวจ หัวใจที่เต้นรัวเหมือนจะหลุดออกมา ก็เหมือนติดค้างอยู่ที่คอหอย ทำเอาเขาหายใจไม่ออก

《ค่าดัชนีความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมระหว่างผู้ถูกตรวจสอบ【กู้เจินเจิน】และผู้ถูกตรวจสอบ【จ้าวรุ่ยหลิน】ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานในการยืนยันความสัมพันธ์ทางชีวภาพ จึงสรุปได้ว่าไม่มีความสัมพันธ์แม่ลูกทางชีวภาพระหว่างทั้งสอง》

เริ่นหยวนเห็นจ้าวรุ่ยหลินยืนนิ่งเป็นไก่ตาแตก นึกว่าเด็กอ่านไม่ออก เลยดึงผลตรวจมาช่วยดู

พอเห็นผล ก็อึ้งไปเหมือนกัน

ไม่ใช่แม่ลูกกันจริงด้วย!

งั้นไอ้เด็กนี่ไม่ใช่ลูกเจ๊ แล้วเจ๊ยังเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดี แต่มันดันบอกว่าเกลียดเจ๊ ชอบเมียน้อยพ่อมัน หรือว่า เมียน้อยนั่นจะเป็นแม่แท้ๆ ของเด็กคนนี้?

แต่ถ้าเป็นงั้น ทำไมเจ๊ต้องเลี้ยงไว้ด้วย?

เริ่นหยวนคิดยังไงก็คิดไม่ออก สุดท้ายสรุปได้แค่ว่า —— เจ๊เป็นคนใจบุญ

เริ่นหยวนคิดไม่ออก จ้าวรุ่ยหลินยิ่งคิดไม่ออก

เขาไม่เข้าใจว่าทำไม!

พ่อที่อยากแก้แค้นก็ตายไปแล้ว แม่ที่อยากใกล้ชิดก็ไม่ใช่แม่ แล้วเขาเกิดใหม่มาเพื่ออะไร?

จนกระทั่งพยาบาลเดินมาบอกอย่าขวางทาง เขาถึงได้สติ ยื่นมือไปตรงหน้าเริ่นหยวน “เอาคืนมา”

เริ่นหยวนเก็บผลตรวจ “อันนี้ฉันต้องเอาไปให้ผู้อำนวยการ”

“ฉันบอกให้เอามา!”

จ้าวรุ่ยหลินเพิ่งตะโกนจบ คอเสื้อก็ถูกหิ้วลอยขึ้น แรงมหาศาลจนเขาดิ้นไม่หลุด

“ปล่อยกู! กูบอกให้ปล่อย! ได้ยินไหม! ปล่อยกู! มึงจำไว้เลยนะ! กูไม่ปล่อยมึงไว้แน่!”

เขาขู่ฟอดๆ ตลอดทางที่ถูกลากออกจากโรงพยาบาล จนกระทั่งถูกยัดเข้ารถ ถึงได้หุบปาก

รถแล่นเข้าสถานสงเคราะห์ เริ่นหยวนลากจ้าวรุ่ยหลินลงจากรถ แล้วพูดประโยคแรกกับเขา “ฉันกลัวนายหนีไประหว่างทาง ตามจับมันยุ่งยาก ตอนนี้ถึงที่แล้ว ฉันจะรอ”

พูดจบก็ไม่สนใจเขาอีก หันหลังเดินจากไป

เริ่นหยวนเดินตรงไปที่ห้องทำงานผู้อำนวยการ ต่อหน้าพนักงานอีกสามคนในห้อง เขาหยิบผลตรวจออกมาวาง แล้วพูดว่า “เจ๊ ผลตรวจออกมาแล้ว ไอ้เด็กนั่นไม่ใช่ลูกเจ๊จริงๆ”

“อื้ม รู้แล้ว” ไน่เหอโยนผลตรวจไปข้างๆ อย่างไม่ใส่ใจ พูดกับเริ่นหยวนว่า

“ลำบากหน่อยนะ”

“ไม่ลำบากครับเจ๊ งั้นผมไปก่อนนะ”

“อื้ม”

เนื่องจากตอนนี้ไน่เหออยู่แต่ในสถานสงเคราะห์ แทบไม่ได้ออกไปไหน งานของเริ่นหยวนเลยเปลี่ยนจากคนขับรถเป็นคนจัดซื้อด้วย

แม้จะยุ่งกว่าเดิม แต่เจ๊ให้เงินเดือนสูง แถมยังจ่ายประกันสังคมให้ เขาเลยยิ่งต้องขยันขันแข็ง

...

เรื่องที่จ้าวรุ่ยหลินไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของผู้อำนวยการ แม้แต่แมวจรจัดในสถานสงเคราะห์ยังรู้

ก่อนหน้านี้ที่เขาบอกว่า ผู้อำนวยการคือแม่เขา เขาจะพูดยังไงกับแม่ก็ได้ คนอื่นอย่ามายุ่ง

ตอนนี้เขาก็คือเขา แต่แม่ไม่ใช่แม่เขาแล้ว

คำพูดของเขาในวันนั้น ถูกคนเอามาล้อเลียน เยาะเย้ย

เขาอยากจะบอกว่า นั่นคือแม่ของเขา แม่ที่ยอมออกไปแต่ตัวเพื่อเขา

แม่ที่ยอมทำงานสองกะเพื่อเขา ไม่เคยยอมให้เขาลำบากแม้แต่นิดเดียว

เขาอยากจะบอกว่า แม่เขาหน้าหนาวไม่ยอมซื้อถุงมือหนาๆ ใส่ แต่ยอมซื้อเค้กครีมที่เขาอยากกินให้

เขาอยากจะบอกว่า แม่เขารักเขายิ่งกว่ารักตัวเอง

เขาอยากพูดตั้งมากมาย แต่พูดไม่ออกสักคำ เพียงเพราะ แม่ไม่ใช่แม่เขาแล้ว

ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิง ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียใจ ภาพอดีตที่เคยเลือนลาง กลับชัดเจนขึ้นมาในหัวเหมือนฉายหนัง

ชัดเจนจนเจ็บปวด

เขาผลักคนที่เยาะเย้ยเขาออก วิ่งออกจากโรงอาหาร พอถึงหน้าประตู ก็เห็นร่างที่คุ้นเคย

เขาพุ่งเข้าไปหา แต่ยังไม่ทันถึงตัวแม่ ก็มีคนมาขวางไว้

เขาผลักคนที่ขวางสุดแรง ตะโกนเสียงแหลม “หลบไป! ไปให้พ้น!”

เขามองแม่ตาละห้อย สบตากับแววตาที่ว่างเปล่าของแม่ หัวใจเหมือนถูกโยนลงบ่อหนาวเหน็บ เย็นยะเยือกไปทั้งขั้วหัวใจ

เหมือนมีอะไรจุกอยู่ที่คอ ผ่านไปเนิ่นนานกว่าจะเค้นเสียงออกมาได้ “แม่ แม่ไม่เอาผมแล้วจริงๆ เหรอ?”

“จะเป็นไปได้ยังไง? เด็กทุกคนในสถานสงเคราะห์ ฉันรับไว้หมดแหละ!”

“แม่ก็รู้ว่าผมไม่ได้ถามเรื่องนี้! พวกมันเป็นเด็กไม่มีแม่ แต่ผมไม่เหมือนกัน ผมมีแม่!” จ้าวรุ่ยหลินตะโกนลั่น เหมือนคนบ้า แต่แล้วเสียงก็เบาลง มองไน่เหอด้วยสายตาน่าสงสาร

“แม่ ผลตรวจนั่นของปลอมใช่ไหม แม่แค่ขู่ผม ทำโทษผม ใช่ไหม!”

ไน่เหอมองสภาพจ้าวรุ่ยหลินตอนนี้ มุมปากกระตุก

เธอไม่รู้ว่าชาติที่แล้วไอ้เด็กนี่อายุเท่าไหร่ตาย แต่มีสิ่งหนึ่งที่เธอมั่นใจ คือต่อให้เกิดใหม่ ก็ยังไม่มีสมองเหมือนเดิม

เป็นผู้ใหญ่แต่ไม่รู้จักดูตาม้าตาเรือ ไม่รู้ว่าเวลาไหนควรพูดอะไร ทั้งมุทะลุและโง่เง่า

“เธอคิดว่าโรงพยาบาลทหาร ฉันจะไปสั่งการได้ตามใจชอบเหรอ?” ไน่เหอพูดจบก็ไม่สนใจจ้าวรุ่ยหลินอีก หันไปพูดกับเด็กๆ ที่หยุดกินข้าว

“ตราบใดที่พวกเธอเรียกฉันว่าแม่ผู้อำนวยการ พวกเธอก็คือลูกของฉัน ฉันจะให้พวกเธอกินอิ่ม นอนหลับ ตั้งใจเรียน เติบโตอย่างแข็งแรง ไม่ขอให้โตไปเป็นคนใหญ่คนโตมีชื่อเสียงโด่งดัง แต่อย่างน้อยก็ขอให้เป็นคนที่มีประโยชน์ต่อสังคม”

จบบทที่ บทที่ 639 ความยึดติดในใจของกู้เจินเจิน (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว