เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 638 ความยึดติดในใจของกู้เจินเจิน (ฟรี)

บทที่ 638 ความยึดติดในใจของกู้เจินเจิน (ฟรี)

บทที่ 638 ความยึดติดในใจของกู้เจินเจิน (ฟรี)


ทันทีที่ได้ยินคำว่า 'แม่' ไน่เหอก็รู้ทันทีว่าจ้าวรุ่ยหลินผิดปกติ

เพราะเมื่อวานเขายังเรียกว่า 'แม่ครับ' อยู่เลย

แม้จะต่างกันแค่คำเดียว แต่ความหมายแฝงนั้นต่างกันราวฟ้ากับเหว

ไน่เหอพิจารณาจ้าวรุ่ยหลินตรงหน้าอย่างละเอียด

คนยังเป็นคนเดิม แต่แววตาเปลี่ยนจากใสซื่อไร้เดียงสา เป็นเหม่อลอยเหมือนคนหลงทาง โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่แผ่ออกมาจากตัวเขา ทั้งดีใจระคนรู้สึกผิด เธอก็เดาได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา

...

“แม่ ผมคิดถึงแม่จัง”

พอพูดจบ น้ำตาก็ไหลพรากออกมา ชาติที่แล้วจนถึงวาระสุดท้าย เขาก็ยังเสียใจกับการตัดสินใจกลับไปอยู่กับผู้ชายคนนั้น

เขาตระหนักได้อย่างชัดเจนว่า ในโลกนี้มีแค่แม่เท่านั้น ที่รักเขาอย่างไม่มีเงื่อนไขและจริงใจที่สุด

ชาตินี้ เขาต้องกลับไปก่อนที่เมียน้อยจะคลอดลูก เขาจะไม่ยอมให้ตัวต้นเหตุที่ทำให้เขาต้องนอนเป็นอัมพาตได้ลืมตาดูโลก

เขาจะให้คนที่ให้ท้ายฆาตกร ให้คนที่ทำผิดต่อเขา ได้รับผลกรรมอย่างสาสม

ความแค้นในใจเจือจางความซาบซึ้งที่ได้พบกันใหม่ เขาเช็ดน้ำตา มองผู้หญิงตรงหน้า

“แม่ ปีนี้ปีอะไรครับ?”

ได้ยินคำถามนี้ ไน่เหอกลั้นขำไม่อยู่ หัวเราะพรืดออกมา

“แม่ขำอะไร?”

“เปล่าหรอก แค่เธอควรเรียกฉันว่า แม่ผู้อำนวยการ”

“ฮะ? อะไรนะ?” จ้าวรุ่ยหลินอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามอย่างงุนงง

“แม่ แม่พูดเรื่องอะไร?”

“ทำไม? เมื่อวานตกบันได สมองกระทบกระเทือนเหรอ?” ไน่เหอยกมุมปากยิ้ม แต่น้ำเสียงกลับหยอกเย้าแกมประชด

“ฉันเป็นผู้อำนวยการสถานสงเคราะห์ เด็กทุกคนที่นี่เรียกฉันว่าแม่ผู้อำนวยการ เธอก็เหมือนกัน”

จ้าวรุ่ยหลินชะงักไปชั่วขณะ เริ่มไม่แน่ใจว่าตัวเองย้อนกลับมาตอนเด็ก หรือวิญญาณมาเข้าร่างคนอื่น

ถ้าเป็นตอนเด็ก แม่ไม่มีทางมองเขาด้วยสายตาแบบนี้ ไม่มีทางใช้น้ำเสียงแบบนี้พูดกับเขา

ถ้าเข้าร่างคนอื่น ก็เป็นไปไม่ได้ที่ในกระจกจะเป็นหน้าเขาตอนเด็ก และหน้าแม่ก็เหมือนในความทรงจำตอนสาวๆ เปี๊ยบ

เขาเงียบไปนาน ก่อนจะถามเสียงเบา “ผมชื่ออะไร?”

“จ้าวรุ่ยหลิน จำชื่อตัวเองไม่ได้แล้วเหรอ สงสัยจะสมองกระทบกระเทือนจริงๆ” ไน่เหอมองท่าทางตกใจของเขา

“เดิมทีก็ไม่ค่อยฉลาดอยู่แล้ว ยิ่งโง่เข้าไปใหญ่”

“แม่ไม่ใช่แม่ผมเหรอ?”

“ฉันเป็นแม่ของเด็กทุกคนในสถานสงเคราะห์นี้”

จ้าวรุ่ยหลินเอานิ้วกดขมับ นวดคลึงแรงๆ บอกตัวเองให้ใจเย็น แล้วฝืนยิ้มให้ไน่เหอ “แม่ผู้อำนวยการ ผมยังปวดหัวอยู่ ขอนอนต่ออีกหน่อยนะครับ”

“ได้ กลับไปนอนที่ห้องตัวเองสิ”

จ้าวรุ่ยหลินเดินตามไน่เหอไปอย่างงงๆ จนถึงห้องพักเล็กๆ ที่มีเตียงสองชั้น

“เตียงนี้ของเธอ มีอะไรก็เรียกพนักงานนะ” ไน่เหอพูดจบก็เดินจากไปอย่างไม่ไยดี

จ้าวรุ่ยหลินมองห้องพักสภาพเหมือนโรงแรมราคาถูก รู้สึกเหมือนจะเป็นบ้า

เขาไม่รู้สถานการณ์ตอนนี้ และไม่กล้าถามมากกลัวคนสงสัย ได้แต่นอนบนเตียง คิดทบทวนซ้ำไปซ้ำมา

จนกระทั่งหญิงวัยกลางคนเปิดประตูเข้ามา เห็นเขาแล้วก็ถามไถ่อาการด้วยความเป็นห่วง บอกว่าเมื่อวานตอนเขาตัวร้อนเธอกังวลแค่ไหน ดีที่แม่เขาอุ้มไปดูแลเอง

“แม่ผม?” จ้าวรุ่ยหลินหันขวับ

“น้าหมายถึงผู้อำนวยการเหรอ?”

“อ้าว ใช่สิ เป็นอะไรไป?”

จ้าวรุ่ยหลินไม่พูดอะไร วิ่งพรวดพราดออกไป วิ่งไปที่ห้องเดิมที่เคยอยู่ พบว่าล็อกกุญแจ ถามทางคนไปทั่ว กว่าจะเจอไน่เหอ

ทันทีที่เห็นไน่เหอ เขาก็ขมวดคิ้ว ตะโกนใส่ “แม่หลอกผมทำไม!”

พนักงานที่กำลังรายงานงานอยู่ ไม่รู้เรื่องราว ต่างพากันเงียบกริบ

ไน่เหอเลิกคิ้วมองเขา “เธอพูดเรื่องอะไร?”

“แม่ไม่ให้ผมเรียกแม่ว่าแม่ แม่หลอกผมว่าแม่ไม่ใช่แม่!” จ้าวรุ่ยหลินนึกถึงความหวาดระแวงเมื่อครู่ ก็โกรธจนตัวสั่น

“แม่ทำแบบนี้ได้ยังไง! หลอกผมสนุกนักเหรอ!”

สีหน้าไน่เหอไม่เปลี่ยน แต่น้ำเสียงเย็นเฉียบเหมือนน้ำแข็ง “ต้องให้ฉันพาไปตรวจดีเอ็นเอที่โรงพยาบาลไหม ถึงจะเชื่อว่าฉันไม่ใช่แม่เธอ?”

คำพูดของไน่เหอทำเอาพนักงานข้างๆ อึ้งไปตามๆ กัน ไม่มีใครคิดว่าเด็กที่ผู้อำนวยการพามาด้วยจะไม่ใช่ลูกแท้ๆ

ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน จ้าวรุ่ยหลินตะโกนลั่น “แม่ก็คือแม่ผมนั่นแหละ ผมเป็นลูกแท้ๆ ของแม่! พ่อมีเมียน้อย ตอนแม่หย่ากับพ่อ เพื่อแย่งสิทธิ์เลี้ยงดูผม แม่ยอมออกจากบ้านตัวเปล่า ผมพูดถูกไหม!”

“จ้าวรุ่ยหลิน เธอประสาทหลอนหรือเปล่า?” ไน่เหอหัวเราะหึๆ

“ฉันหย่าจริง แต่คนที่ออกไปตัวเปล่าไม่ใช่ฉัน เพราะฉันไม่ใช่ฝ่ายผิด จะออกตัวเปล่าได้ยังไง

อีกอย่าง ที่เธอมาอยู่ที่นี่ เพราะพ่อเธอตายแล้ว ไม่มีใครเอาเธอต่างหาก เข้าใจไหม?”

จ้าวรุ่ยหลินมองไน่เหอตาค้าง คำพูดเมื่อกี้ เขาฟังออกทุกคำ แต่พอรวมกันแล้ว เขากลับไม่เข้าใจความหมาย

“เป็นไปไม่ได้! แม่โกหก! ผมไม่เชื่อ!” จ้าวรุ่ยหลินตะโกนสุดเสียง

“แม่คือแม่ผม ผมเป็นลูกชายแท้ๆ ของแม่ ผมไม่อยู่ที่นี่ ผมไม่เอาเด็กกำพร้าพวกนั้น แม่พาผมไป พาผมไปเดี๋ยวนี้!”

“จ้าวรุ่ยหลิน ฉันไม่ใช่แม่เธอ”

“ผมไม่เชื่อ! กู้เจินเจิน แม่คิดจะทำอะไรกันแน่! ผมเป็นลูกแม่ แม่เลี้ยงผมเป็นหน้าที่ แม่มีสิทธิ์อะไรเอาผมมาทิ้งไว้สถานสงเคราะห์!” รูม่านตาของจ้าวรุ่ยหลินหดเกร็ง จ้องไน่เหอเขม็ง พยายามหาพิรุธบนใบหน้าเธอ

แต่ไม่มี เขาดูไม่ออกเลย!

“ผมไม่เชื่อ ผมจะตรวจดีเอ็นเอ!”

ไน่เหอลุกขึ้นอย่างไม่ยี่หระ บอกพนักงานคนอื่นว่า “มีอะไรไว้คุยกันทีหลัง ฉันพาเขาไปตรวจดีเอ็นเอก่อน”

“ผู้อำนวยการ...”

“ไม่เป็นไร ฉันไม่รังเกียจที่จะเลี้ยงเด็กเพิ่มอีกคน แต่ฉันยอมให้เขาคิดว่าฉันเลี้ยงเขาเพราะเป็นหน้าที่ไม่ได้”

ไน่เหอพาเขาไปโรงพยาบาลทหาร 103 กลางเมือง ลงทะเบียน จ่ายเงิน เจาะเลือด แล้วก็...

หนูค้นสมบัติที่ล่องหนอยู่ทำตามคำสั่งไน่เหอ แอบเข้าไปในห้องปฏิบัติการ อาศัยจังหวะเจ้าหน้าที่เผลอ สลับเลือดในหลอดที่มีชื่อไน่เหอ เป็นเลือดที่ไน่เหอเตรียมไว้ให้

แม้จะจ่ายเงินค่าด่วน ผลตรวจก็ต้องรอสามวัน

ระหว่างทางกลับจากโรงพยาบาล จ้าวรุ่ยหลินยิ่งสับสนงุนงง เขาเริ่มลังเลในชาติกำเนิดตัวเอง ถึงขั้นคิดว่าตัวเองข้ามมาโลกคู่ขนานหรือเปล่า

ไม่งั้นแม่จะพาเขาไปตรวจดีเอ็นเอทำไม

...

จบบทที่ บทที่ 638 ความยึดติดในใจของกู้เจินเจิน (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว