เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 637 ความยึดติดในใจของกู้เจินเจิน (ฟรี)

บทที่ 637 ความยึดติดในใจของกู้เจินเจิน (ฟรี)

บทที่ 637 ความยึดติดในใจของกู้เจินเจิน (ฟรี)


เด็กๆ ในสถานสงเคราะห์ค่อยๆ ปรับตัวเข้ากับชีวิตความเป็นอยู่ในปัจจุบัน

ตอนนี้จูอีฝานและเถียนเค่อซิน นักเรียนมัธยมปลาย สามารถทุ่มเทให้กับการเรียนได้อย่างเต็มที่ หลังเลิกเรียนไม่ต้องไปทำงานพาร์ทไทม์ กลับมาที่สถานสงเคราะห์ก็ได้นอนห้องเดี่ยว ไม่ต้องคอยระวังว่าจะรบกวนคนอื่นเวลานอน และไม่ต้องใช้ไฟฉายส่องทำการบ้านเพราะไฟดับตอนกลางคืนอีกต่อไป

หร่วนฉิง นักเรียนมัธยมต้น ไม่ต้องโดนรังแกที่โรงเรียนตอนกลางวัน และไม่ต้องกลับมาช่วยคนอื่นล้างจาน ทำการบ้านตอนกลางคืน

โดยเฉพาะหลังจากได้เป็นติวเตอร์ให้หลี่อิงและหวงหงเฟย ความมั่นใจของเธอก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ผลการเรียนของหลี่อิงและหวงหงเฟยก็พัฒนาขึ้นอย่างมากเช่นกัน

ส่วนเด็กเล็กคนอื่นๆ สิ่งที่มีความสุขที่สุดในแต่ละวัน คือการไปกินข้าวที่โรงอาหาร

อาหารการกินดีขึ้น เด็กๆ ในสถานสงเคราะห์ก็เริ่มมีเนื้อมีหนัง ดูอ้วนท้วนสมบูรณ์ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

รวมถึงคังเจี้ยนที่มีปัญหาเรื่องขาด้วย

พอไน่เหอเห็นว่าร่างกายเขาแข็งแรงขึ้น ก็จัดการติดต่อโรงพยาบาลกระดูกและข้อที่มีชื่อเสียง ส่งตัวเขาไปตรวจร่างกายและประเมินอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการรักษาที่ดีที่สุด

เนื่องจากกระดูกขาของเขาหักและเชื่อมต่อผิดรูป จึงต้องผ่าตัดแก้ไข

หมอดูผลตรวจแล้วบอกเขาว่า ด้วยความรุนแรงของความผิดรูป การสึกหรอของข้อต่อ และความเสียหายของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ การฟื้นตัวอาจจะยากและอาจหลงเหลือความพิการอยู่บ้าง

สำหรับผลลัพธ์นี้ คังเจี้ยนผิดหวังและเริ่มทำใจยอมรับชะตากรรม

พอไน่เหอได้ยินพนักงานบอกว่าคังเจี้ยนตัดสินใจจะไม่ผ่าตัด เธอจึงไปหาเขาที่ห้อง

เจ้าตัวเล็กแก้มเริ่มป่อง ตัวดูหนาขึ้นกว่าเดิม

“หมอบอกว่าอาจรักษาไม่หาย”

“หมอที่โรงพยาบาลก็ชอบพูดแบบนี้แหละ ไม่กล้ารับประกันร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก เธอไปผ่าตัดก่อนเถอะ ไม่ว่าผลจะเป็นยังไง อย่างน้อยก็ช่วยลดความเจ็บปวด และชะลอความเสื่อมของข้อต่อได้”

“แต่ว่า ต้องใช้เงินเยอะ แล้วก็ยังไม่หายขาด...”

“ตัวแค่นี้ คิดเยอะจังนะ” ไน่เหอหัวเราะเบาๆ ยีหัวเขา

“เชื่อฉันสิ เงินค่ารักษามีพอ ขาเธอก็ต้องหาย”

คังเจี้ยนจะพูดอะไรต่อ แต่ไน่เหอตัดบท “สถานสงเคราะห์นี้ฉันใหญ่สุด เอาล่ะ เลิกคิดมาก รอทางโรงพยาบาลแจ้งมา ก็ไปนอนโรงพยาบาลเตรียมผ่าตัดได้เลย”

“ขอบคุณครับแม่ผู้อำนวยการ”

ไน่เหอยีหัวเขาอีกที “ไม่ต้องเกรงใจ ได้ยินครูบอกว่าเธอตั้งใจเรียนมาก พยายามเข้านะ!”

คังเจี้ยนยิ้มกว้าง พยักหน้าแรงๆ พูดจากใจจริง “ผมจะพยายามครับ”

“ดี เก่งมาก!”

ไน่เหอเดินออกจากห้องคังเจี้ยน ก็เจอกับสายตาตัดพ้อของจ้าวรุ่ยหลิน

“มีอะไรเหรอ?”

จ้าวรุ่ยหลินตัวแข็งทื่อ มือขยำชายเสื้อแน่น ดวงตามีน้ำตาคลอ เหมือนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ

“ทำไมแม่ไม่สนใจผม! พวกมันไม่ใช่ลูกแม่ ผมต่างหากที่เป็นลูกแม่!”

พอนึกถึงภาพแม่ลูบหัวเด็กคนอื่นเมื่อกี้ เขาก็ทั้งโกรธทั้งเสียใจ “แม่ไม่ลูบหัวผม แม่ไม่สนใจผม!”

ไน่เหอเดินไปตบหัวเขาเบาๆ ถามส่งๆ “พอใจยัง?”

“ไม่ใช่แบบนี้ แม่ทำกับมันไม่ใช่แบบนี้!” จ้าวรุ่ยหลินนึกถึงรอยยิ้มอ่อนโยนที่แม่มอบให้คนอื่น เทียบกับท่าทีรำคาญที่ทำกับเขา น้ำตาที่กลั้นไว้ก็ไหลพราก

“ผมเกลียดแม่!”

พูดจบก็วิ่งหนี แต่เพราะน้ำตาบังตา บวกกับวิ่งเร็วเกินไป เลยสะดุดตกบันได

ไน่เหอเดินลงไปดูอาการ เห็นแค่ถลอกนิดหน่อย ไม่มีแผลใหญ่โต จึงอุ้มเขากลับห้อง

ฝากให้พนักงานดูแล แล้วก็ไม่สนใจอีก

...

คืนนั้นพนักงานคนนั้นมาหาไน่เหอด้วยสีหน้ากังวล “ผู้อำนวยการคะ รุ่ยหลินตัวร้อนจี๋ กินยาเช็ดตัวแล้วไข้ก็ไม่ลด พาไปโรงพยาบาลเถอะค่ะ”

เมื่อก่อนเด็กในสถานสงเคราะห์ป่วย ก็แค่กินยานอนพัก ไม่มีการพาไปโรงพยาบาลหรอก

แต่ผู้อำนวยการคนใหม่ใส่ใจเด็กๆ มาก แถมจ้าวรุ่ยหลินยังเป็นลูกแท้ๆ ยิ่งต้องดูแลให้ดี

“เดี๋ยวฉันไปดูเอง”

ตอนไน่เหอไปถึง จ้าวรุ่ยหลินหลับตาแน่น หน้าแดงก่ำ หายใจหอบถี่ หน้าอกกระเพื่อมแรง มือสองข้างกำผ้าปูที่นอนแน่น หางตามีน้ำตาซึมออกมาหยดหนึ่ง

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันพาไปนอนห้องฉันเอง”

ไน่เหออุ้มจ้าวรุ่ยหลินไป หนึ่งเพราะในห้องยังมีเด็กอีกคน กลัวจะติดไข้ สองเพราะจ้าวรุ่ยหลินดูท่าทางจะไม่ใช่แค่เป็นไข้ธรรมดา

อุ้มกลับมาถึงห้อง ถอดเสื้อผ้าที่ชุ่มเหงื่อออก แล้วใช้เข็มทองฝังเข็มกระตุ้นจุดชีพจร เพื่อทะลวงเส้นลมปราณ ปรับสมดุลเลือดลม ขับไล่สิ่งชั่วร้าย

จ้าวรุ่ยหลินสงบลงอย่างรวดเร็ว และหลับสนิท

วันรุ่งขึ้น จ้าวรุ่ยหลินตื่นขึ้นมา มือควานหาของข้างหมอนตามสัญชาตญาณ ครู่ต่อมาก็ลืมตาขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความสับสนงุนงง

เขาค่อยๆ หันมองไปรอบห้องที่แปลกตา คิ้วขมวดแน่น เหมือนกำลังพยายามทำความเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

จนกระทั่งลุกขึ้นนั่ง เห็นมือเล็กๆ ของตัวเอง ก็ตกตะลึงเหมือนโดนฟ้าผ่า

เขาก้มลงมองสำรวจร่างกายตัวเองอย่างช้าๆ พอเห็นตัวเล็กๆ ของตัวเอง ลมหายใจก็ถี่กระชั้นขึ้น

เขากลิ้งลงจากเตียง วิ่งไปที่กระจก ตาเบิกโพลง ริมฝีปากสั่นระริก แล้วก็ระเบิดเสียงหัวเราะสั้นๆ ต่ำๆ ออกมา

เขาย้อนกลับมาตอนเด็ก เขาเกิดใหม่แล้ว!

นึกถึงชาติที่แล้ว ที่เขาถูกลูกติดแม่เลี้ยงทำร้ายจนขาพิการ พ่อกลับเซ็นยอมความให้คนผิด แล้วทิ้งเขาไว้ในบ้านเล็กๆ ให้ตายไปเอง

เขาก็แค้นจนแทบกระอัก!

คิดไม่ถึงว่าตายไปพร้อมความแค้น ไม่ได้กลายเป็นผีอาฆาต แต่ได้ย้อนกลับมาตอนเด็ก

ที่นี่ไม่ใช่บ้านตอนเด็ก แสดงว่าพ่อกับแม่หย่ากันแล้ว แม่พาเขาออกมาเช่าบ้านอยู่

แต่ห้องนี้ก็ไม่เหมือนห้องเช่าในความทรงจำ

แต่เรื่องพวกนั้นไม่สำคัญ แค่คิดว่าแม่ที่รักเขาหมดหัวใจ ยอมทำทุกอย่างเพื่อเขายังมีชีวิตอยู่

เขาก็หัวเราะ หึๆๆ ออกมาอีกครั้ง

...

ตอนที่ไน่เหอเดินเข้ามา ก็เห็นภาพประหลาดนี้พอดี

จ้าวรุ่ยหลินได้ยินเสียงหันมามอง พอเห็นไน่เหอ ก็ตะโกนเรียกด้วยความดีใจสุดขีด “แม่!”

จบบทที่ บทที่ 637 ความยึดติดในใจของกู้เจินเจิน (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว