เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 636 ความยึดติดในใจของกู้เจินเจิน (ฟรี)

บทที่ 636 ความยึดติดในใจของกู้เจินเจิน (ฟรี)

บทที่ 636 ความยึดติดในใจของกู้เจินเจิน (ฟรี)


ในขณะที่เรื่องราวที่เกิดขึ้นในโรงเรียนแพร่สะพัดไปทั่ว หวงหงเฟยหงุดหงิดจนต้องเอาหนังสือภาษาอังกฤษตีหัวคนข้างหน้าให้กลับไปนั่งดีๆ

เขาเบื่อจะฟังคำเยินยอผู้หญิงคนนั้นเต็มทน

มีคนบอกว่า ผู้อำนวยการของพวกเขาทั้งสวย ทั้งปกป้องเด็กในปกครอง ดีกว่าแม่แท้ๆ ของตัวเองซะอีก

เขาไม่มีแม่มาตั้งแต่เด็ก เลยไม่รู้ว่าการมีแม่เป็นยังไง น่าจะเหมือนกับวันนี้มั้ง ที่ยืนบังหน้าลูก ปกป้องไม่ยอมถอย ต่อสู้ด้วยเหตุผล

แต่พอนึกถึงความรุนแรงของผู้หญิงคนนี้เมื่อคืน เขาก็รู้สึกว่าเธอกำลังเสแสร้ง

คิดว่าคนที่ชมเธอ คงเพราะไม่เห็นตอนเธอลงมือทำร้ายคนเมื่อคืน

แต่ตอนเลิกเรียน พอได้ยินหลี่อิงพูดว่า 'ฉันรู้สึกว่าผู้อำนวยการก็ไม่เลวเหมือนกันนะ' เขาก็สวนกลับทันที “ไม่เลวกับผีสิ! เมื่อวานหล่อนตีฉัน ไม่ได้ตีเธอไง?”

พูดไม่ทันขาดคำ ก็เห็นคนสี่คนเดินตรงเข้ามาหา

เขาสบถคำหยาบ ถ่มน้ำลายลงพื้น ล้วงกระบองสองท่อนที่ขึ้นสนิมและบิดเบี้ยวออกมาจากกระเป๋า พูดโดยไม่หันกลับไปมองว่า “พวกเธอสองคนกลับไปก่อน”

“ฉันช่วยนาย” หลี่อิงหยิบมีดพกออกมาจากช่องข้างกระเป๋า แล้วตะโกนบอกหร่วนฉิง

“เธอรีบหนีไป”

หร่วนฉิงตัวสั่น พูดอย่างดื้อรั้น “ไม่ไป ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนพวกเธอ”

“อยู่แล้วทำอะไรได้? เป็นตัวประกันให้พวกมันเหรอ?” หลี่อิงพูดจบก็สบถ

“แม่งเอ้ย หนีไม่ทันแล้ว”

ตอนนี้หวงหงเฟยถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่า พวกเขาถูกล้อมหน้าล้อมหลัง ข้างหน้าสี่ ข้างหลังสาม

หัวโจกเป็นไอ้หัวเหลือง สักลายพร้อยเต็มแขน

หวงหงเฟยถ่มน้ำลายอีกครั้ง พูดข่มขวัญไอ้หัวเหลือง “มึงนี่มันกระจอกจริงๆ คราวที่แล้วโดนกูซ้อมจนกลัวหัวหด คราวนี้ถึงต้องขนพวกมาเยอะขนาดนี้”

“กูเนี่ยนะกลัวมึง? วันนี้ถ้ากูไม่ทำให้มึงกราบตีนเรียกพ่อ กูยอมเดินกลับหัวกินเยี่ยวเลย”

สิ้นเสียงเขา เสียงหัวเราะเบาๆ ของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้น

“เดินกลับหัวกินเยี่ยว รสนิยมแปลกดีนะ”

ทุกคนหันขวับไปมองต้นเสียง

วินาทีที่เห็นไน่เหอปรากฏตัว หร่วนฉิงปล่อยโฮออกมาทันที หลี่อิงที่เกร็งตัวเตรียมสู้ก็ผ่อนคลายลง

หวงหงเฟยมองผู้อำนวยการที่โผล่มาอย่างกะทันหัน ยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูก

...

ไน่เหอมองกระบองสองท่อนในมือหวงหงเฟยที่สภาพเหมือนเก็บมาจากถังขยะ ด้วยสายตารังเกียจ เธอหยิบอันใหม่เอี่ยมออกมาจากมิติ โยนให้หวงหงเฟย

แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนปลอบเด็ก “เอาล่ะ พวกเธอไปเล่นตรงนู้นไป”

หวงหงเฟยถอยไปข้างๆ อย่างว่าง่าย ถอยออกมาแล้วถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าทำไมตัวเองถึงเชื่อฟังขนาดนี้ เขามองกระบองสองท่อนในมือ ชั่งน้ำหนักดู ก็รู้ว่าเป็นของดี

ในขณะที่กำลังพิจารณากระบองสองท่อน ก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวนดังระงม เงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นคนพวกนั้นล้มระเนระนาด ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด

เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมหลี่อิงถึงบอกว่าผู้อำนวยการก็ไม่เลว ที่แท้การมองดูคนอื่นโดนอัด กับการโดนอัดเอง ความรู้สึกมันต่างกันอย่างนี้นี่เอง

เมื่อวานเขาเจ็บแค่ไหน ตอนนี้ก็สะใจแค่นั้น

หลังจากจัดการทั้งเจ็ดคนจนหมอบกระแต ไน่เหอเหยียบลงบนจุดชีพจรของไอ้หัวเหลือง ขยี้ปลายเท้าอย่างแรง ไอ้หัวเหลืองรู้สึกเหมือนเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายกำลังสั่นสะท้านและกระตุกเกร็ง

ตอนแรกยังพอร้องออกมาได้ หลังๆ เจ็บจนหายใจไม่ออก ราวกับอากาศหนักอึ้งจนสูดดมไม่เข้า ตาถลนออกมาด้วยความเจ็บปวดและหวาดกลัว ปากอ้าพะงาบๆ แต่ไม่มีเสียงร้อง มีแต่เสียงหอบหายใจถี่ๆ สภาพเหมือนปลาขาดน้ำใกล้ตาย

ไน่เหอชักเท้ากลับ แล้วเตะจุดชีพจรอีกจุดบนตัวเขา รอจนเขากลับมาเป็นปกติ แววตาหายเลื่อนลอย ถึงพูดเสียงเบา “ครั้งนี้แค่เตือน ถ้าวันหลังมายุ่งกับหวงหงเฟยอีก แกจะเจ็บกว่านี้”

พูดจบก็หันไปมองเด็กสามคนที่ยืนอึ้ง “กลับ”

หวงหงเฟยยืนตะลึง มองดูไอ้หัวเหลืองที่เคยถือไม้เบสบอลเหล็กไล่ฟาดชาวบ้าน ตอนนี้มีสภาพดูไม่ได้ นึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานผู้อำนวยการออมมือให้เขาจริงๆ

จนกระทั่งหลี่อิงดึงแขน เขาถึงได้สติ รีบปีนขึ้นไปนั่งเบาะหลังรถ

รถแล่นกลับเข้าสถานสงเคราะห์ แค่ผ่านประตูรั้ว ก็ได้กลิ่นหอมของเนื้อลอยมาแตะจมูก

“ไปล้างมือแล้วไปกินข้าวซะ”

ทั้งสามคนไม่มีใครขยับ รอจนไน่เหอเดินไปไกลแล้ว หวงหงเฟยถึงพึมพำ “หล่อนก็ไม่เลวเหมือนกัน”

“เมื่อกี้ยังบอกว่าไม่เลวกับผีอยู่เลยไม่ใช่เหรอ?”

“ฉันพูดตอนไหน”

“รู้สึกแล้วใช่ไหมว่าผู้อำนวยการออมมือให้นาย?” หลี่อิงหัวเราะหึๆ

“เมื่อวานตอนหล่อนผลักฉัน ฉันก็โกรธนะ แต่พอเห็นหล่อนซ่อมนายซะน่วม ความโกรธฉันหายวับไปเลย”

หลี่อิงเดินไปสองก้าว หันกลับมาตะโกน “หร่วนฉิง มองอะไรอยู่ ไปสิ ยืนบื้อเป็นไก่ตาแตกอยู่ได้”

วันนี้โรงอาหารทำซุปซี่โครงหมูสาหร่าย ในชามทุกคนมีซี่โครงหมูอย่างน้อยสามชิ้น พร้อมกับข้าวผัดหนึ่งอย่างและยำผักอีกหนึ่งอย่าง

ตอนตักอาหาร ลุงพ่อครัวกำชับเป็นพิเศษว่า ไม่อิ่มมาเติมได้ ห้ามแย่งคนอื่น

หวงหงเฟยกับหลี่อิงหน้าแดงก่ำ

พอนั่งลงกินข้าว ซุปซี่โครงหมูอุ่นๆ ไหลลงท้อง อุ่นทั้งกาย อุ่นทั้งใจ

“ร้องไห้อีกแล้ว น่ารำคาญจริง!”

หลี่อิงมองหร่วนฉิงด้วยความรำคาญ ถ้าไม่กลัวผู้อำนวยการเห็น คงตบไปแล้ว

“ฉันแค่รู้สึกว่า... มีความสุขจัง” หร่วนฉิงประคองชามซุป น้ำตาไหลพราก

“ฉันไม่มีพ่อแม่มาตั้งแต่เด็ก เวลาเขียนเรียงความ ฉันกลัวหัวข้อเกี่ยวกับบ้าน เกี่ยวกับแม่ที่สุด ฉันไม่รู้ว่าความรู้สึกที่มีแม่มันเป็นยังไง แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้ว มีแม่คือเวลาโดนรังแกจะมีคนช่วยพูดให้ กลับบ้านมาก็มีซุปอร่อยๆ ให้กิน”

หลี่อิงที่หงุดหงิดอยู่ เงียบลงทันทีที่ได้ยิน

แม้จะไม่ได้พูดอะไร แต่ลึกๆ ในใจก็อดหวั่นไหวไม่ได้

กินเสร็จ หร่วนฉิงจะไปเก็บจานชามของหวงหงเฟยกับหลี่อิง เพราะตลอดหลายปีมานี้ เธอเป็นคนล้างจานให้พวกเขาตลอด แต่มือที่ยื่นออกไปกลับคว้าได้แต่อากาศ

หวงหงเฟยลุกขึ้นถือจานชามไปที่อ่างล้างจานก่อน หลี่อิงก็เหมือนกัน

เมื่อวานเพิ่งโดนผู้อำนวยการอบรมมาหมาดๆ พวกเขาจะกล้าใช้หร่วนฉิงอีกได้ยังไง

ระหว่างเดินกลับห้องพัก หร่วนฉิงถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ “การบ้านพวกเธอ ถ้าข้อไหนทำไม่ได้ ถามฉันได้นะ เดี๋ยวฉันสอนให้”

หวงหงเฟยชะงักฝีเท้า แต่ไม่นานก็กลับมาเดินตามปกติ

หลี่อิงลังเล เมื่อก่อนเธอไม่อยากเรียน เพราะรู้ว่าผู้อำนวยการคนก่อนไม่ให้เรียนต่อม.ปลาย เธอรู้สึกว่าตัวเองไม่มีความมุ่งมั่นเหมือนเถียนเค่อซิน ก็เลยปล่อยตัวเหลวไหล

พอนึกถึงผู้อำนวยการคนปัจจุบัน จู่ๆ เธอก็อยากลองพยายามดูสักครั้ง

จบบทที่ บทที่ 636 ความยึดติดในใจของกู้เจินเจิน (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว