- หน้าแรก
- นรกส่งฉันมาทวงแค้น
- บทที่ 640 ความยึดติดในใจของกู้เจินเจิน (ฟรี)
บทที่ 640 ความยึดติดในใจของกู้เจินเจิน (ฟรี)
บทที่ 640 ความยึดติดในใจของกู้เจินเจิน (ฟรี)
พนักงานสถานสงเคราะห์คนหนึ่งลุกขึ้นปรบมือ คนอื่นๆ ก็ลุกตาม
เด็กชายตัวน้อยที่ชอบคุยกับไน่เหอเป็นคนแรก ลุกขึ้นยืนก่อนใคร รับปากกับไน่เหอเสียงดังฟังชัด “แม่ผู้อำนวยการครับ ผมจะตั้งใจกินข้าว จะรีบโต ต่อไปจะเป็นพ่อครัว ทำกับข้าวอร่อยๆ ให้แม่กินทุกวันเลยครับ”
ไน่เหอกลั้นขำไม่อยู่ หัวเราะเบาๆ “ได้สิ”
รอยยิ้มนั้นบาดลึกในใจจ้าวรุ่ยหลิน ความรู้สึกซับซ้อนท่วมท้นจนบรรยายไม่ถูก
เขาเรียกแม่ อีกครั้ง
แต่เสียงของเขาถูกกลบด้วยเสียงของเด็กคนอื่นในโรงอาหาร
“แม่ผู้อำนวยการครับ ผมจะตั้งใจเรียน โตขึ้นจะเป็นตำรวจ จับคนร้าย!”
“แม่ผู้อำนวยการคะ หนูจะเป็นครู”
“ผมจะเป็นนักวิทยาศาสตร์!”
“ผมจะขับรถแม็คโคร!”
“หนูจะเป็นผู้อำนวยการสถานสงเคราะห์!”
“...”
ไน่เหอเมินจ้าวรุ่ยหลินที่ยืนคอตก มองดูเด็กๆ ที่น่ารัก และเซียวตั๋วที่ดูอึมครึม
เธอตักข้าว แล้วยกถาดไปนั่งตรงข้ามเซียวตั๋ว
“เธออยากเป็นอะไร?” ไน่เหอมองหน้าเซียวตั๋ว ถามเสียงเบา
“คนอื่นบอกหมดแล้ว เธอยังไม่ได้บอก โตขึ้นอยากทำอะไร?”
เซียวตั๋วเงียบ ไม่ตอบ เพราะสิ่งที่เขาคิดในใจ ถ้าพูดออกไป ผลลัพธ์มีแค่สองอย่าง: อีกฝ่ายไม่เชื่อ ด่าเขาว่าบ้า หรือ อีกฝ่ายเชื่อ แล้วส่งเขาเข้าโรงพยาบาลบ้า
“บอกไม่ได้เหรอ?” ไน่เหอพิจารณาเขา พูดเสียงเบา
“จริงๆ ฉันว่าเธอเหมาะจะเป็นนักเขียนนะ”
“นักเขียน?”
“อื้ม เธอเป็นคนละเอียดรอบคอบ หัวไว ช่างคิด และมีมุมมองต่อโลกที่ไม่เหมือนใคร” ไน่เหอสบตาเขา ยิ้มอย่างจริงใจ
“การเขียนนิยายต้องการความเข้าใจในธรรมชาติของมนุษย์ที่ลึกซึ้ง และการรับรู้ถึงสิ่งที่ยังไม่รู้ที่เฉียบคม ด้วยความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการของเธอ ถ้าเขียนนิยายสืบสวนสอบสวน ต้องสร้างโครงเรื่องที่ซับซ้อนและบรรยากาศลึกลับได้แน่ๆ มันจะเป็นโลกใหม่ที่ท้าทายและน่าตื่นเต้น”
แววตาเซียวตั๋วฉายแววประหลาดใจ ก่อนจะเงียบไป คิ้วขมวดเล็กน้อยเหมือนกำลังครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้ ไม่นาน แววตาตื่นเต้นที่ยากจะสังเกตเห็นก็แวบผ่านตาไป แต่เพียงชั่วพริบตาก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม
ไน่เหอกินข้าวเสร็จ ยิ้มให้เซียวตั๋ว “ตั้งใจเรียนนะ ฉันรอวันที่ได้เห็นตัวละครที่มีชีวิตชีวา และโลกที่ลึกลับที่เธอสร้างขึ้น”
จนกระทั่งไน่เหอจากไป เซียวตั๋วก็ยังนั่งเหม่ออยู่...
มื้อเย็นวันนั้น เกือบทุกคนในสถานสงเคราะห์รู้เรื่องที่ผู้อำนวยการพูด
นักเรียนที่กลับมาจากโรงเรียน ก็พากันมารุมล้อมไน่เหอ แย่งกันบอกความฝันเหมือนส่งการบ้าน
เฉิงน่ามองไน่เหอด้วยความเขินอาย แต่ก็พูดออกมา “แม่ผู้อำนวยการคะ หนูไม่รู้ว่าโตขึ้นอยากทำอาชีพอะไร แต่หนูรู้ว่าหนูอยากเป็นแม่ที่ดี แม่ที่ไม่มีวันทอดทิ้งลูก แม่ที่ให้ความสำคัญกับลูกเป็นอันดับแรก”
แม้ตอนกลางวันจะได้ยินความฝันแปลกประหลาดแค่ไหน ไน่เหอก็ยิ้มรับ แต่พอเห็นเฉิงน่า เธอกลับขมวดคิ้ว
การตั้งเป้าหมายจะเป็นแม่ที่ดีตั้งแต่เด็ก แม้จะไม่ใช่เรื่องไม่ดี แต่แม่ที่ดีมักถูกคาดหวังให้เสียสละและทุ่มเทอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ให้ความสำคัญกับคนอื่นจนละเลยความต้องการของตัวเอง
ไน่เหอคิดว่า เธอควรบอกเด็กน้อยที่มีชีวิตรันทดคนนี้ว่า ทุกคนเป็นปัจเจกบุคคลที่มีคุณค่าและมีเอกลักษณ์ ไม่ใช่ว่าจะมีค่าก็ต่อเมื่อทำเพื่อคนอื่นเท่านั้น
แต่คำพูดพวกนี้ พูดไปตอนนี้ก็ไร้ประโยชน์ เพราะเด็กน้อยยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจ
เธอจึงเปลี่ยนวิธีพูด
“ตอนนี้หนูยังเด็ก อาจจะยังไม่เข้าใจที่ฉันพูด แต่ฉันอยากบอกหนูว่า ไม่ว่าหนูจะเป็นใคร ฉันอยากให้หนูรักตัวเองเป็นอันดับแรก อย่าเอาตัวเองไปไว้ข้างหลังคนอื่น ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่ได้!”
พูดจบก็สบตาเฉิงน่า พูดเน้นทีละคำ “ต่อไปนี้ให้ถามตัวเองทุกวัน คำถามแรกคือ วันนี้รักตัวเองหรือยัง?”
เห็นเฉิงน่าไม่เข้าใจ ไน่เหอก็ลูบหัวเธอ “เขียนแปะไว้ที่หัวเตียง อ่านทุกวันนะ”
“ค่ะ”
แม้เฉิงน่าจะไม่เข้าใจ แต่กลับไปถึงห้อง เธอก็เขียนข้อความ [วันนี้รักตัวเองหรือยัง?] ใส่กระดาษ แล้วแปะไว้ที่หัวเตียงอย่างว่าง่าย
...
วันเกิดอู๋หมิง ไน่เหอให้ของขวัญวันเกิดเป็นแล็ปท็อปที่ประกอบให้เขาที่ร้านคอมฯ แม้สเปกจะเทียบกับของเธอไม่ได้ แต่สำหรับมือใหม่อย่างเขา ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว
ตอนอู๋หมิงได้รับของขวัญ เขาดีใจจนกอดคอมพิวเตอร์กลิ้งไปมาบนเตียง พอได้สติ ก็หน้าแดงทันที เพราะเขาเป็นหนุ่มอายุยี่สิบกว่า ไม่ใช่เด็กอนุบาล
“ขอบคุณครับแม่... ผู้อำนวยการ...”
ตอนเรียกพร้อมเด็กคนอื่นก็ไม่รู้สึกอะไร แต่พอเรียกคนเดียวกลับรู้สึกกระดากปาก แต่จะเรียกแค่ผู้อำนวยการก็ดูห่างเหินไป
แต่ไน่เหอกลับไม่ถือสา พูดเสียงอ่อนโยน “ไม่ต้องขอบคุณ นี่หนังสือคอมพิวเตอร์เบื้องต้น ลองอ่านดูก่อน ตรงไหนไม่เข้าใจมาถามฉันได้ ว่างๆ ฉันจะมาสอน”
ไน่เหอทำตามสัญญา มีเวลาว่างก็ไปสอนเขา พออู๋หมิงมีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์มากขึ้น เขาก็ยิ่งนับถือผู้อำนวยการมากขึ้นไปอีก
...
การผ่าตัดของคังเจี้ยนผ่านไปได้ด้วยดี หลังจากการฟื้นฟูสมรรถภาพ ตอนนี้เขาสามารถเดินโดยใช้ไม้ค้ำได้หลายก้าวแล้ว
ดวงตาของไป๋อวี่ถงกลับมามองเห็นปกติ
ภาพวาดของอวี๋หนานได้รับรางวัลเหรียญทองจากการประกวดวาดภาพเยาวชน
การผ่าตัดของหวังเยี่ยนก็ประสบความสำเร็จ ภายใต้ความช่วยเหลือลับๆ ของไน่เหอ ตอนนี้เธอใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติ
...
สำหรับเด็กๆ ในสถานสงเคราะห์ ที่ไม่เคยสัมผัสความรักมาก่อน เพราะมีความรักของผู้อำนวยการคนใหม่ พวกเขาเหมือนต้นกล้าที่ได้รับน้ำฝนหลังความแห้งแล้ง เติบโตอย่างแข็งแรงในครอบครัวใหญ่แห่งนี้ และค่อยๆ เปล่งประกายในแบบของตัวเอง
ทว่า สำหรับจ้าวรุ่ยหลิน สถานการณ์กลับตรงกันข้าม
ความรักของแม่ที่เคยเป็นของเขาคนเดียว ตอนนี้ถูกแบ่งเป็นหลายสิบส่วน ส่วนที่เขาได้รับกลับน้อยนิด
ความแตกต่างมหาศาลนี้ทำให้เขารู้สึกเหมือนร่วงจากฟ้าลงเหว
จิตใจเขาเต็มไปด้วยความสูญเสียและความเจ็บปวด สภาพจิตใจแย่ลงเรื่อยๆ
เรื่องราวในอดีตเหมือนโซ่ตรวนที่หนักอึ้ง กดทับจนเขาหายใจไม่ออก เขาจมอยู่กับความสับสนและงุนงง ใช้ชีวิตไปวันๆ
กว่าจะตั้งสติได้ คิดจะอาศัยความได้เปรียบของการเกิดใหม่ มาเอาดีด้านการเรียน ก็พบว่าเขาแข่งกับใครไม่ได้เลย
คะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยออกมา ชาติที่แล้วเขาสอบติดมหาวิทยาลัยชั้นนำ แต่ชาตินี้คะแนนเขาพอแค่เข้าวิทยาลัยอาชีวะ
เขาเพิ่งจะรู้ตัวว่า ชาตินี้เขาเดินหมากผิดกระดานอีกแล้ว!
...
ไน่เหอเลือกที่จะออกจากโลกนี้ ในคืนก่อนที่อายุขัยจะหมดลง
ที่เลือกตายกลางดึก เพราะไม่อยากให้คนในสถานสงเคราะห์ต้องวุ่นวายพาเธอไปกู้ชีพที่โรงพยาบาล