- หน้าแรก
- นรกส่งฉันมาทวงแค้น
- บทที่ 612 ความยึดติดในใจของกู้เจินเจิน (ฟรี)
บทที่ 612 ความยึดติดในใจของกู้เจินเจิน (ฟรี)
บทที่ 612 ความยึดติดในใจของกู้เจินเจิน (ฟรี)
ไน่เหอเดินออกจากห้องนอน เตะรองเท้าหน้าประตูไปให้พ้นทาง เปิดประตูรับถุงเดลิเวอรี่
จากนั้นก็วางถุงบนโต๊ะอาหาร หยิบกล่องอาหารออกมาทีละกล่อง ทิ้งถุงใส่ขยะ แล้วเดินไปล้างมือในห้องน้ำ ก่อนจะมานั่งกินข้าว
จ้าวรุ่ยหลินเดินมาที่โต๊ะ “ทำไมแม่กินคนเดียว ผมยังไม่ได้กินข้าวเย็นเลยนะ”
พอไม่ได้รับคำตอบ เขาก็ตะโกนอีกครั้ง “แม่ ผมหิวแล้ว!”
ไน่เหอเลิกคิ้วมองเขา “เอารองเท้าแกไปเก็บเข้าตู้ แล้วไปล้างมือ ค่อยมากินข้าว”
“ผมจะกินข้าว”
“เก็บรองเท้าก่อน”
จ้าวรุ่ยหลินยืนกรานด้วยความดื้อรั้น หน้าอกกระเพื่อมด้วยความโกรธ ผ่านไปครู่หนึ่งก็ตะโกนใส่หน้าไน่เหอ “ไม่กินก็ได้ แม่ใจร้าย”
ตะโกนจบก็วิ่งหนีเข้าห้องตัวเองไป
...
ไน่เหอละสายตา ก้มหน้ากินข้าวต่อ แม้เธอจะไม่ได้อยากทารุณกรรมเด็ก แต่เด็กดื้อแบบนี้ เธอขี้เกียจจะโอ๋
อีกอย่าง อดสักมื้อสองมื้อ ไม่ถึงตายหรอก
ข้าวยังไม่ทันหมด มือถือข้างตัวก็ดังขึ้น หน้าจอโชว์ชื่อ ‘สามี’ เธอปิดเสียงแล้วคว่ำหน้าจอลงทันที
พอกินอิ่ม เธอก็เทเศษอาหารทิ้งลงถังขยะ กลับเข้าห้องไปเล่นมือถือ ปล่อยให้มือถือของกู้เจินเจินสั่นอยู่บนโต๊ะอาหารไม่หยุด
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เสียงสแกนนิ้วปลดล็อกประตูดังขึ้น วินาทีถัดมา ประตูก็ถูกผลักเปิดออกดัง "ปัง"
จ้าวเจิ่งซั่วพกพาความโกรธมาเต็มพิกัด เดินดุ่มๆ เข้ามาโดยไม่เปลี่ยนรองเท้า แต่ดันไปเหยียบรองเท้าของจ้าวรุ่ยหลินที่กองอยู่หน้าประตูเข้า
ข้อเท้าพลิก จนต้องรีบคว้าตู้รองเท้าเพื่อทรงตัว
จากที่โกรธอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งเดือดดาล เตะรองเท้าต้นเหตุจนกระเด็น
แล้วตวาดลั่น “รองเท้าไม่เก็บให้เรียบร้อย กองไว้หน้าประตูทำไม! จะเปิดแผงขายหรือไง?”
เขาเดินทั้งรองเท้าเข้าไปในบ้าน ถีบประตูห้องนอนเปิดออก เห็นผู้หญิงนอนมาสก์หน้าอยู่ข้างใน ก็ยิ่งโมโห
“กู้เจินเจิน เธอทำบ้าอะไรอยู่! ลูกโทรมาฟ้องร้องไห้โฮ บอกว่าเธอไม่ให้กินข้าว! รู้ไหมฉันโทรหาเธอกี่สาย ทำไมไม่รับ!”
ตะคอกจบแต่ไม่มีเสียงตอบรับ จ้าวเจิ่งซั่วยิ่งของขึ้น “กู้เจินเจิน ฉันคุยกับเธออยู่นะ หูหนวกหรือไง?”
เขาปากระเป๋าถือใส่ผู้หญิงบนเตียงเต็มแรง ราวกับจะระบายความโกรธทั้งหมดที่มี
แต่ผู้หญิงที่นอนหลับตามาสก์หน้าราวกับมีตาหลัง ไม่แม้แต่จะลืมตา ก็ปัดกระเป๋าใบนั้นสวนกลับมาได้
จ้าวเจิ่งซั่วหลบไม่ทัน โดนกระเป๋ากระแทกเข้าดั้งจมูกเต็มๆ
ในขณะที่เขากุมจมูกที่ปวดร้าว น้ำตาเล็ด ร่างเล็กๆ ก็พุ่งออกมาจากห้องตัวเอง กอดขาเขาแน่น
“พ่อ... ฮือๆๆ... แม่ใจร้าย... แม่ไม่ให้ผมกินข้าว... ผมหิว...”
ปากเล็กๆ เบะออก ร้องไห้สะอึกสะอื้น ดวงตาฉ่ำน้ำมองพ่อด้วยความน้อยใจและขอความช่วยเหลือ
จ้าวเจิ่งซั่วเห็นสภาพลูกชาย ไฟโทสะในใจก็ลุกโชนยิ่งกว่าเดิม
เขาปลอบเด็กไม่เป็น ได้แต่ข่มอารมณ์ พูดเสียงต่ำ “อย่าร้อง หน้าประตูมีแฮมเบอร์เกอร์ ไปกินรองท้องก่อน”
พอจ้าวรุ่ยหลินไปหยิบแฮมเบอร์เกอร์ เขาก็หันขวับกลับมา จ้องไน่เหอตาขวาง “ฉันคุยกับเธออยู่ ไม่ได้ยินหรือไง?”
“เห่าเสียงดังขนาดนี้ คงได้ยินกันทั้งตึกแล้วมั้ง” ไน่เหอพูดพลางดึงมาสก์หน้าออกโยนลงบนโต๊ะหัวเตียง พิจารณาโหงวเฮ้งชายตรงหน้า ครู่หนึ่งก็แค่นหัวเราะ
“แถมยังเป็นหมาติดสัดซะด้วย”
“เธอพูดว่าอะไรนะ?”
“พอเถอะ เลิกพูดจาไร้สาระได้แล้ว มาคุยเรื่องหย่ากันดีกว่า”
“เธอจะหย่า?” จ้าวเจิ่งซั่วนึกไม่ถึงว่าจะได้ยินคำว่าหย่าจากปากของกู้เจินเจิน
ความโกรธเกรี้ยวก่อนหน้านี้กลายเป็นความสงสัยทันที
เขากำลังคิดว่า หรือกู้เจินเจินรู้อะไรเข้า? ถึงได้อยากหย่า
แต่พอคิดอีกทีก็รู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้ อย่างแรกคือกู้เจินเจินไม่ใช่คนฉลาด ไม่มีทางรู้เรื่องของเขาข้างนอกแน่
เพราะเมื่อก่อนต่อให้เขาไม่กลับบ้านทั้งคืน กู้เจินเจินก็แค่ทำหน้าเป็นห่วง บอกเขาว่าเงินพอใช้แล้ว อย่าทำงานหนักเกินไป
และเขาคิดว่า ต่อให้กู้เจินเจินรู้เรื่องจริงๆ ก็คงไม่ขอหย่า ถ้าจะหย่าก็คงแค่ขู่เพื่อให้เขาเลิกเจ้าชู้แล้วกลับบ้าน
เพราะผู้หญิงที่ไม่มีบ้านเดิมให้กลับ ไม่มีงานทำ แถมหลังแต่งงานมีลูกก็ไม่มีเพื่อนฝูง จะยอมทิ้งชีวิตสุขสบายแบบนี้ไปหย่ากับเขาได้ยังไง
เว้นเสียแต่ว่า...
พอนึกถึงความเป็นไปได้ข้อนั้น แววตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นอำมหิต ราวกับจะสับผู้หญิงตรงหน้าเป็นหมื่นชิ้น
“เธอมีชู้ใช่ไหม?”
ไน่เหอเกือบจะหลุดขำกับพฤติกรรมโยนความผิดให้คนอื่นของเขา
คนเราทำไมถึงหน้าด้านทำเรื่องชั่วๆ เอง แต่กลับมาชี้หน้าด่าคนอื่นอย่างชอบธรรมได้ขนาดนี้
“ขำอะไร!” จ้าวเจิ่งซั่วหน้าตึง ตวาดถาม
“พูดมาสิ เธอหาที่เกาะใหม่ได้แล้วใช่ไหม!”
เขาพูดพลางเดินตรงดิ่งเข้าหาไน่เหอ ง้างมือจะกระชากตัวเธอ แต่กลับโดนถีบเข้าที่ท้องเต็มแรง
แรงถีบนั้นมหาศาล ส่งให้เขาเซถอยหลังไปหลายก้าว ก่อนจะล้มกลิ้งออกไปนอกห้อง ไปกองอยู่กลางห้องรับแขก
จ้าวเจิ่งซั่วนอนตัวงอด้วยความเจ็บปวด ความจุกเสียดที่หน้าท้องทำให้หน้าซีดเผือด ส่งเสียงครางด้วยความทรมาน
จ้าวรุ่ยหลินที่กำลังกินแฮมเบอร์เกอร์ตกใจจนตาค้าง ดวงตากลมโตที่เพิ่งผ่านการร้องไห้มา มองพ่อที่นอนกองกับพื้น สลับกับแม่ที่เดินออกมาจากห้องด้วยความหวาดกลัว
...
ไน่เหอนั่งลงบนโซฟา มองจ้าวเจิ่งซั่วที่พื้นด้วยสายตาเย็นชา “อย่าเอาความสกปรกของตัวเอง มายัดเยียดให้คนอื่น”
จ้าวเจิ่งซั่วกุมท้อง จ้องไน่เหอเขม็ง “เธอเป็นบ้าอะไร! ที่ฉันไปกินเหล้าสังสรรค์ข้างนอกเพื่ออะไร ก็ไม่ใช่เพื่อบ้านนี้ เพื่อให้เธอกับลูกได้อยู่อย่างสุขสบายหรอกเหรอ!”
“จ้าวเจิ่งซั่ว หน้าตาคุณตอนนี้น่าสะอิดสะเอียนชะมัด พอเถอะ เลิกหาข้ออ้างสวยหรูมาบังหน้าความหน้าด้านของคุณได้แล้ว มาคุยเรื่องหย่ากันดีกว่า”
จ้าวเจิ่งซั่วพยุงตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบาก สีหน้าทะมึนทึน เค้นเสียงลอดไรฟันออกมา
“เธอจะหย่ากับฉัน? กู้เจินเจิน เธอดูสภาพตัวเองตอนนี้หน่อยไหม หน้าตาก็ธรรมดา ความสามารถก็ไม่มี งานการก็ไม่ทำ ไม่มีรายได้ ถ้าทิ้งฉันไป คิดว่าจะใช้ชีวิตแบบนี้ได้อีกเหรอ?
กู้เจินเจิน ฉันเลี้ยงดูปูเสื่อเธออย่างดี เธอยังกล้ามาขอหย่ากับฉัน! ฉันบอกไว้เลย หย่าได้ แต่ลูกอย่าหวังจะได้ไป เขาเป็นลูกชายตระกูลจ้าวของฉัน เงินเธอก็อย่าหวังจะได้สักแดงเดียว ฉันอยากจะรู้เหมือนกัน ว่าผู้ชายหน้าไหนจะเอาผู้หญิงมือสองอย่างเธอ!”
แววตาของเขาเต็มไปด้วยความดูถูกและสะใจ ราวกับเห็นภาพผู้หญิงตรงหน้าต้องระหกระเหินข้างถนนอย่างน่าสมเพชรออยู่แล้ว