- หน้าแรก
- ก้าวแรกสู่เส้นทางบรรณาธิการการ์ตูน
- บทที่ 19 บิ๊กคอมิคฉบับใหม่
บทที่ 19 บิ๊กคอมิคฉบับใหม่
บทที่ 19 บิ๊กคอมิคฉบับใหม่
บทที่ 19 บิ๊กคอมิคฉบับใหม่
แม้ถังเหยาจะโดนเหน็บแนมเข้าให้ชุดใหญ่
แต่เธอก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจนัก
เพราะเธอรู้ดีว่าเจ้านายของเธอให้ความสำคัญกับสิ่งที่เรียกว่า 'อำนาจความเป็นผู้นำ' มาก เหมือนที่เขาเข้าใจว่าหน้าที่หลักของบรรณาธิการคือการทำยอดขาย สิ่งที่เขาต้องการจากลูกน้องก็เรียบง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ นั่นคือ... ความเชื่อฟัง ความภักดี และความเคารพยำเกรง
ความสามารถในการทำงานเป็นเรื่องรองลงมา
ฟังดูน่าขัน แต่นี่คือสถานการณ์ที่พบเห็นได้ทั่วไป ถังเหยาเองก็เคยเจอคนประเภทนี้มาแล้วในชาติก่อน
สาเหตุหลักก็เพราะความสามารถของหัวหน้าไม่ถึงขั้น บวกกับใจคอคับแคบและขี้อิจฉา ความหยิ่งยโสที่เปราะบางและไร้ความสามารถของเขาจึงเกลียดลูกน้องที่เก่งกว่าและชอบเถียงเป็นพิเศษ เขาจะหาทางกดหัวคุณ ใช้วิธีแยบยลสารพัดเพื่อบอกว่าคุณไม่ได้วิเศษวิโสอะไร
ถ้าคุณทำพลาด เขาจะเหยียบย่ำคุณให้จมดินโดยไม่เลือกวิธีการ
อันที่จริง นิสัยแบบนี้ถ้าเป็นเจ้าของบริษัทก็พอเข้าใจได้ แต่มาเป็นหัวหน้ากองบรรณาธิการนี่น่าเบื่อสุดๆ
ถังเหยารู้ดีว่าตราบใดที่เธอไม่ยอมก้มหัวให้ ต่อให้เธอทำงานดีแค่ไหน สถานการณ์ก็คงไม่ดีขึ้น
แต่ความคิดที่จะประนีประนอมไม่เคยอยู่ในหัวเธอเลย
เพราะมันไม่จำเป็น
เธอตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะลาออก
ไม่ว่าจะได้เงินลงทุนหรือไม่ก็ตาม
ต่อให้ไม่ได้เงินลงทุนและต้องไปวาดการ์ตูน เธอก็จะลาออกอยู่ดี ดังนั้นไม่จำเป็นต้องแคร์อะไรอีกแล้ว
เหตุผลเดียวที่เธอยังอยู่ที่นี่ตอนนี้ก็เพื่อที่จะได้พบคุณหลี่เสวี่ย และเพื่อยืนยันเส้นทางในอนาคตของตัวเองให้ชัดเจน
ตอนนี้เธอปลดล็อกปมในใจจากชาติก่อนและกลับมาจับพู่กันได้แล้ว โบนัสปลายปีอะไรนั่นเธอไม่สนด้วยซ้ำ...
ในแง่หนึ่ง เธอก็ถือว่าไม่ค่อยมีความภักดีเท่าไหร่จริงๆ
"คุณโอเคไหมครับ?"
เมื่อกลับมาที่โต๊ะ
คังหมิงที่เพิ่งนั่งลงก็มองถังเหยาด้วยความเป็นห่วง
ถังเหยาตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจ "สบายมากค่ะ เขาว่าไงนะ เงินเดือนที่ได้ไม่ใช่ค่าแรง แต่เป็นค่าชดเชยสุขภาพจิต ก็มีส่วนจริงอยู่นะคะ"
"แล้วเรื่องรางวัลการ์ตูน..."
แม้คังหมิงจะเพิ่งมาทำงานได้ไม่ถึงสองวันดี
แต่ฟังจากคำพูดของบรรณาธิการติง เขาก็พอเดาต้นสายปลายเหตุได้
ถังเหยาส่ายหน้า "ไม่มีปัญหาค่ะ แม้ว่าจะเป็นความจริงอย่างที่หัวหน้ากองฯ ว่า ฉันเป็นแค่บรรณาธิการชั้นผู้น้อย และคนวาดก็เป็นแค่นักเขียนเกรดสาม แต่โดยส่วนตัวฉันค่อนข้างมั่นใจนะคะ"
"ผมไม่คิดแบบนั้นนะครับ"
คังหมิงมองเสี้ยวหน้าของถังเหยา แม้จะรู้จักกันไม่นาน แต่สัญชาตญาณบอกเขาว่า แม้เด็กสาวตรงหน้าจะดูไร้ค่าในสายตาของหัวหน้ากองฯ... แต่ความจริงต้องไม่ใช่แบบนั้นแน่
"งั้นก็รอติดตามชมนะคะ ถึงเวลาเดี๋ยวก็คงเห็นในเว็บเอง"
ถังเหยายิ้มรับคำพูดนั้น ก่อนจะพูดต่ออย่างสบายๆ "สุดท้ายแล้ว จะเกรดต่ำหรือไม่ คนอ่านจะเป็นคนตัดสินเองค่ะ ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ แต่... จริงๆ แล้วฉันวางแผนจะลาออกอยู่แล้ว เลยไม่ได้เก็บคำพูดของบรรณาธิการติงมาใส่ใจเท่าไหร่"
"ห๊ะ!?"
คังหมิงสะดุ้งโหยง ความอยากรู้อยากเห็นบนใบหน้าถูกแทนที่ด้วยความตกใจทันที
เขาไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลย
"เพราะฉันอยากไปทำอย่างอื่นน่ะค่ะ"
ถังเหยาเห็นสีหน้าตกตะลึงของคังหมิง หลังจากลังเลครู่หนึ่งและคิดว่าถ้าบอกหลังจากได้เงินลงทุนแล้ว เขาอาจจะทำใจลำบาก เธอเลยตัดสินใจปูพื้นฐานทางจิตใจให้เขาก่อน "ถึงจะยังไม่กำหนดวัน แต่ฉันไปแน่นอนค่ะ"
"..."
คังหมิงเพิ่งจะหายตกใจ แม้จะรู้สึกกะทันหันไปหน่อย แต่เขาก็ยังถามต่อ "แล้วคุณวางแผนจะ..."
ถังเหยาหันมาหัวเราะเบาๆ "ทำเกมค่ะ เริ่มแรกฉันอยากทำเกมมือถือ คุณเชื่อไหมล่ะ?"
"..."
คังหมิงมองต้นฉบับในมือถังเหยา สลับกับรอยยิ้มพราวเสน่ห์บนใบหน้าเธอ แล้วยิ่งงงหนักเข้าไปอีก
เดี๋ยวนะ
มันเกี่ยวกันตรงไหน?
ไม่เห็นจะเกี่ยวกันเลยสักนิดไม่ใช่เหรอ?
ล้อเล่นหรือเปล่าเนี่ย?
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะหายงง ถังเหยาก็ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อแล้ว
คังหมิงเลยรู้สึกเกรงใจที่จะถามต่อ
อีกด้านหนึ่ง ถังเหยามองสตอรี่บอร์ดไกด์ที่เธอทำเสร็จเมื่อวาน สลับกับผลงานชิ้นเอกล่าสุดของอาจารย์โอว... เธอส่ายหน้าเบาๆ
บิ๊กคอมิคฉบับล่าสุดกำลังจะวางแผงสินะ?
สุดท้ายโอวฉงเฉวียนก็ยังดื้อดึงทำตามใจตัวเอง พอนึกถึงคนอ่านที่ตั้งตารอคอย รีบวิ่งไปซื้อนิตยสาร
แล้วมาเจอพล็อตเรื่องแบบนี้... น่าสงสารจริงๆ
...
แม้รางวัลการ์ตูนจะสำคัญมาก
แต่การวางแผงนิตยสารก็จะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ
เมื่อเวลาล่วงเลยไป หลังจากการพิสูจน์อักษรครั้งสุดท้ายเสร็จสิ้นและตรวจสอบความถูกต้องของนิตยสารเรียบร้อยแล้ว ต้นฉบับก็ถูกส่งเข้าโรงพิมพ์ทันที เตรียมพร้อมสำหรับการพิมพ์
ไม่นาน เสียงเครื่องจักรในโรงพิมพ์ก็ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ
และเมื่อถึงวันพฤหัสบดี
บิ๊กคอมิคฉบับใหม่ก็กระจายออกสู่ตลาด วางแผงตามร้านหนังสือและร้านค้าปลีกต่างๆ ตรงเวลา
ระหว่างทางมาทำงาน ถังเหยาก็แวะซื้อนิตยสารเล่มหนึ่งจากแผงหนังสือ
แม้เธอจะรู้อยู่แล้วว่าสัปดาห์นี้จะมีเรื่องอะไรลงบ้าง และเธอก็ไม่ได้สนใจเรื่อง "สาวน้อย เด็กหนุ่ม และดาบ" ที่เป็นเสาหลักของเล่ม ความสนใจในเรื่องอื่นๆ จึงพลอยน้อยตามไปด้วย
แต่เธอก็ยังซื้อมัน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความทรงจำในวัยเด็กจากชาติที่แล้ว ที่ยังพอเห็นแผงขายหนังสือได้บ้างตามทางออกสถานีรถไฟ
แต่เมื่อเวลาผ่านไป แผงหนังสือเหล่านี้ก็ค่อยๆ หายไปทีละน้อย
ไม่ต้องพูดถึงร้านหนังสือแบบดั้งเดิมที่กำลังล้มหายตายจากไปอย่างรวดเร็ว
และคนรุ่นเธอไม่ทันยุคตื่นตัวทางวัฒนธรรมในยุค 80 ตอนเธอเกิด ร้านหนังสือออนไลน์และ E-book ซึ่งเป็นนักฆ่าร้านหนังสือรุ่นแรกๆ ก็เกิดขึ้นแล้ว
แต่ที่นี่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคโมบายอินเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว การที่ร้านหนังสือแบบดั้งเดิมยังไม่ล้มตายกันเป็นเบือนี่สิคือเรื่องเหลือเชื่อที่สุด
พูดได้คำเดียวว่าเป็นเพราะโลกคู่ขนานสินะ
ด้วยความรู้สึกโหยหาอดีต เธอจึงไปซื้อบิ๊กคอมิคฉบับล่าสุดมาเล่มหนึ่ง
ปรากฏว่ามีคนซื้อเยอะกว่าที่คิด แม้ส่วนใหญ่จะซื้อนิตยสารการ์ตูนขายดีอันดับต้นๆ แต่พอมองดูกองหนังสือบนแผง บิ๊กคอมิคที่อยู่อันดับสี่มาตลอด กลับขายออกไปถึงสองในสามตั้งแต่เช้าตรู่
"ฉบับนี้มี 'สาวน้อย เด็กหนุ่ม และดาบ' ใช่ไหม?"
"มีแน่นอน! กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเลย! บอสใหญ่เป็นโลลิ! กำลังจะเปิดศึกกับพระเอกแล้ว! ฉันรอฉากนี้มาครึ่งปี! ในที่สุดพล็อตเรื่องก็ถึงจุดพีคสักที"
"ใช่ๆ อยากรู้จังว่าอาจารย์เฉวียนลี่อี่ฟู่จะวาดฉากออกมาเป็นยังไงในฉบับนี้!"
"ตื่นเต้นชะมัด!"
"..."
ขณะที่ถังเหยากำลังซื้อนิตยสาร
ผู้อ่านหลายคนที่ดูอายุน้อยกำลังจับกลุ่มคุยกันพลางหยิบบิ๊กคอมิคฉบับล่าสุดขึ้นมาดู
น่าจะเป็นนักเรียนหรือเปล่านะ?
ถังเหยาดูไม่ออก แต่ได้ยินบทสนทนาของพวกเขาชัดเจน
เธอส่ายหน้าเบาๆ ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันหลังเดินไปบริษัท
สิบนาทีต่อมา
ถังเหยามาถึงโต๊ะทำงาน วางนิตยสารที่เพิ่งซื้อมาบนโต๊ะ นั่งลงแล้วเปิดดูผ่านๆ
หลังจากพลิกดูคร่าวๆ รอบหนึ่ง
เธอก็โยนนิตยสารไปด้านข้าง นวดขมับเบาๆ ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกหงุดหงิดในใจ
โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงคำพูดที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของผู้อ่านเมื่อครู่นี้
เธอยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่
ถังเหยาคิดครู่หนึ่ง ปลุกคอมพิวเตอร์ให้ตื่น เปิดเว็บ 'รางวัลการ์ตูนหอเหวินซิน' ขึ้นมา กะว่าจะหาอะไรทำแก้เซ็ง
แน่นอนว่าชื่อเว็บไม่ใช่ 'รางวัลการ์ตูนหอเหวินซิน' แต่เป็น — เหวินซินออนไลน์
แม้รางวัลการ์ตูนจะยังไม่เริ่ม แต่เว็บไซต์สร้างเสร็จแล้ว สาวน้อยมาสคอตและอื่นๆ ก็วาดเสร็จแล้ว สิ่งที่โพสต์อยู่หน้าแรกตอนนี้คือข้อมูลเกี่ยวกับ 'รางวัลการ์ตูนเหวินซิน' ครั้งที่ 1
ตามขั้นตอนแล้ว
หลังจากเปิดตัวรางวัลการ์ตูน ผลงานทั้งหมดจะถูกนำมาแสดงบนเว็บไซต์
จากนั้นหลังจบการประกวด เว็บไซต์จะเปิดรับผลงานทั่วไปอย่างเป็นทางการ และผลงานที่ส่งเข้าประกวดก็จะกลายเป็นผลงานชุดแรกบนเว็บไซต์ เปรียบเสมือนเมล็ดพันธุ์ชุดแรก
และเหตุผลที่ถังเหยาเปิดเว็บนี้ขึ้นมา ก็เพื่อตรวจสอบขั้นตอนการส่งผลงานเข้าประกวด
เพราะเธอไม่ได้ส่งผ่านช่องทางนักเขียนรับเชิญ...
โดยรวมแล้ว ขั้นตอนการส่งผลงานเข้าประกวดไม่ยุ่งยาก ทางบริษัทดูจะให้ความสำคัญกับเว็บไซต์นี้พอสมควร นอกจากรับผลงานจากนักเขียนรับเชิญแล้ว ยังรับผลงานที่บรรณาธิการแนะนำด้วย
แบบนี้ก็ง่ายเลย
ถังเหยาปิดหน้าเว็บลง จากนั้นค้นหาไฟล์เรื่องสั้น "ลูกโป่งหัวมนุษย์" แล้วเริ่มสร้างฉบับอิเล็กทรอนิกส์
แต่ก่อนหน้านั้น เธอต้องยืนยันเรื่องหนึ่งก่อน นั่นคือ — ชื่อผู้แต่งควรใช้ชื่อจริงไหม?
ไม่
ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมา ถังเหยาก็ส่ายหน้าปฏิเสธ
เพราะมันไม่ใช่ของเธอ และรู้สึกว่าจะมีปัญหาตามมาอีกเยอะ
จะใช้ชื่อ 'อิโต้ จุนจิ' ก็คงไม่เหมาะ
เพราะผลงานเรื่องต่อๆ ไปก็ต้องใช้ชื่อนามปากกาเดียวกันเพื่อความต่อเนื่อง
อืม... งั้นตั้งชื่อส่งๆ ไปละกัน ยังไงก็แค่นามปากกา
เอาชื่อ — นักเขียนเกรดสาม ก็แล้วกัน
ถังเหยาคิดครู่หนึ่งแล้วยืนยันชื่อนี้อย่างง่ายๆ
เพราะในโลกนี้ คนที่วาดการ์ตูนเรื่องนี้ ซึ่งก็คือเธอ — เป็นแค่มือสมัครเล่นเกรดต่ำจริงๆ
เมื่อได้ชื่อแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการพิสูจน์อักษรให้เสร็จ แล้วแปลงเป็นไฟล์อิเล็กทรอนิกส์
ส่วนหน้าปกก็วาดเสร็จตั้งแต่เมื่อวานแล้ว
ถังเหยาเริ่มยุ่งอีกครั้ง
และประมาณยี่สิบนาทีต่อมา
ขณะที่ถังเหยากำลังเครื่องติด คังหมิงที่นั่งโต๊ะข้างๆ ก็มาถึงพอดี
ถังเหยาได้ยินเสียงฝีเท้า หันไปมองแวบหนึ่ง พบว่าน้องใหม่คนนี้ก็ถือบิ๊กคอมิคฉบับล่าสุดมาด้วย... แต่ไม่รู้ทำไม เขาดูอิดโรยมาก ราวกับเพิ่งไปขุดสุสานมาตอนกลางคืน แล้วเจอแก๊งโจรขุดสุสานอีกกลุ่ม ต้องต่อสู้เอาชีวิตรอด แล้วลากสังขารมาทำงานให้ทันเวลา
เขาไปทำอะไรมาเนี่ย?