- หน้าแรก
- บลีช : ยมทูตที่แข็งแกร่งที่สุด
- EP.16 ดวงตาเดียวที่เฝ้าดูทุกสิ่งจากในความมืด
EP.16 ดวงตาเดียวที่เฝ้าดูทุกสิ่งจากในความมืด
EP.16 ดวงตาเดียวที่เฝ้าดูทุกสิ่งจากในความมืด
EP.16 ดวงตาเดียวที่เฝ้าดูทุกสิ่งจากในความมืด
ทั้ง 2 ได้พูดคุยกันอย่างยาวนานจนกระทั่งดึกดื่น
พวกเขายังคงไม่สามารถระบุได้อย่างแน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นกับอากิระ อย่างไรก็ตาม มีสิ่งนึงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ นั่นคือเขาแข็งแกร่งขึ้นหลายสิบเท่านับตั้งแต่สำเร็จสมาธิดาบเป็นเอกลักษณ์
เพียงแค่การเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันของ แรงดันวิญญาณ ก็ทำให้เขามีสิทธิ์สำเร็จการศึกษาได้ในทันทีและอาจได้รับตำแหน่งใน 13 หน่วยพิทักย์ อีกด้วย นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงภายในร่างวิญญาณของเขา -โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของ พลังวิญญาณ- มันก็ทำให้เขาสามารถใช้พลังการต่อสู้ที่เกินระดับของแรงดันวิญญาณปัจจุบันของเขาไปได้มากแล้ว
{หมายเหตุ : คำอธิบายโดยย่อ : พลังวิญญาณรั้รคือปริมาณพลังงาน ในขณะที่แรงดันวิญญณนั้นคือพลังงานที่ใช้จนก่อให้เกิดแรงกดดัน และแสดงถึงคุณภาพของพลังวิญญาณ ดังนั้นอากิระจึงมีพลังวิญญาณอยู่มากมาย แต่ต้องใช้เวลาสักพักกว่าคุณภาพจะเทียบเท่ากับปริมาณ}
ตัวของอากิระนั้นไม่สามารถเข้าใจทุกอย่างได้ในคราวเดียวจึงละทิ้งความพยายามที่ต้องใช้สมองในนี้ไป และเริ่มประเมินความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ของเขาแทน
เขานอนแผ่หลาบนเตียง สายตาจ้องมองไปที่เพดานผ้าสีสันสดใส และด้วยความคิดเพียงเล็กน้อย แผงสถานะส่วนตัวของเขาก็ปรากฏขึ้น
<ชื่อ: อากิระ คิซารางิ>
<ตัวตน : หัวหน้านักบวชศาลเจ้าซากาโฮเนะ , ชาวบ้านในเมืองลูคอน , นักเรียนชั้นปีที่ 1 ของสถาบันชินโอ>
<แรงดันวิญญาณ : เลเวล 46 | คลาสวิญญาณระดับ 12>
<วิชาดาบ : เลเวล 32>
<ฮาคุดะ: ระดับ 21>
<โฮโฮ : เลเวล20>
<คิโด : เลเวล 23>
<คุณสมบัติพิเศษ : ความสัมพันธ์กับอณุวิญญาณ | สัญชาตญาณอันตราย | หัวใจของเทพ | การรักษาอันน่าอัศจรรย์ | เบาเหมือนขนนก>
เมื่อเทียบกับความเรียบง่ายของตอนที่เขาเข้าสถาบันครั้งแรก แผงสถานะส่วนตัวของเขาตอนนี้ดูน่าประทับใจกว่ามาก ไม่เพียงแต่แรงดันวิญญาณของเขาจะพุ่งสูงขึ้นเท่านั้น แต่ทักษะการต่อสู้พื้นฐานของเขาอย่างวิชาดาบ , ฮาคุดะ , โฮโฮ , และคิโดก็พัฒนาขึ้นอย่างมากเช่นกัน
แม้ว่าจะมีรางวัลเช็คอินรายวันและรายเดือนที่โชคดีเป็นครั้งคราว แต่ความก้าวหน้าส่วนใหญ่ของเขามาจากความขยันหมั่นเพียรและการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอของตัวเขาเอง
พรสวรรค์ของอากิระก็ไม่เลวทีเดียวตั้งแต่แรก ความสามารถพิเศษของเขา [หัวใจแห่งเทพ] ช่วยเพิ่มพูนความสามารถของเขาให้ถึงขีดสุด ขณะที่ [ความสัมพันธ์กับแรงดันวิญญาณ] ก็ช่วยยกระดับการฝึกฝนพลังวิญญาณและแรงวิญญาณของเขา หากเขาอดทนต่อไป เขาจะกลายเป็นกำลังสำคัญระดับหัวหน้าหน่วยในอนาคตอย่างแน่นอน
แน่นอนว่าเขาจะไม่หยุดแค่นั้น แม้จะไม่แน่ใจเกี่ยวกับพัฒนาการในอนาคตของโลก บลีช แต่เขาก็รู้ว่าแม้แต่ผู้ทรงพลังระดับหัวหน้าหน่วยก็เป็นเพียงปืนใหญ่ในช่วงแรกๆ-อย่างดีที่สุดก็แค่ปืนใหญ่ที่แข็งแกร่งกว่าเล็กน้อย
'ดูเหมือนข้าจะไม่มีจุดอ่อนอะไรสำคัญๆเลย' อากิระครุ่นคิดพลางลูบคาง 'ข้าสงสัยจังว่าจะเทียบกับคนอย่างไอเซ็นได้ยังไง จากที่เห็น เขาดูธรรมดามากไม่ว่าจะ วิชาดาบ , ฮาคุดะ , โฮโฮ และคิโดของเขาอยู่ในระดับกลางๆของคลาส ส่วนแรงดันวิญาณก็ไม่ได้พิเศษอะไร ความแข็งแกร่งระดับนี้ยังไม่สมกับสถานะความโหดในอนาคตของเขาเลย'
ในขณะที่อากิระวิเคราะห์ความคืบหน้าของเขา ไอเซ็นก็นอนอยู่บนเตียงตรงข้าม มือไขว้กัน และจ้องมองไปที่เพดาน
ความคิดนับไม่ถ้วนแล่นผ่านจิตใจของเขา ขณะที่เขาเปรียบเทียบ คาดเดา และรวบรวมหลักฐาน อ้างอิงความเป็นไปได้ต่างๆอย่างต่อเนื่อง ความอยากรู้อยากเห็นผลักดันให้เขาแสวงหาคำตอบที่แท้จริงของคำถามนี้
อย่างไรก็ตาม ขณะที่จิตใจของเขากำลังทำงานอย่างเต็มที่ ก็มีเสียงดังกึกก้องขึ้นมาทำลายความเงียบของหอพัก
ก๊อกแก๊ก ก๊อกแก๊ก ก๊อกแก๊ก-
เสียงบางอย่างได้ดังตามมาอย่างรวดเร็ว
"ฮิฮิ ไอเซ็น เจ้าคิดว่าไงล่ะ ? ถึงเวลานี้... เชฟที่โรงอาหารของสถาบันน่าจะหลับไปแล้วสินะ ?"
...
วันรุ่งขึ้น ณ โรงอาหารของสถาบัน
อากิระเล่นข้าวปั้นตรงหน้าอย่างไม่ใส่ใจ สายตาของเขาจับจ้องแตงกวาดองที่อยู่ข้างๆอย่างเศร้าสร้อย ณ ขณะนั้น เขารู้สึกว่าชีวิตนั้นไร้ความหมาย และความตายคือจุดหมายปลายทางสูงสุดของสรรพชีวิต
ไอเซ็นถือถาดมานั่งตรงข้าม กลิ่นหอมหวานของซุปบ๊วยและกลิ่นเนื้อทอดที่เข้มข้นดึงดูดสายตาของใครบางคนทันที
"ถึงเจ้าจะติดหนี้สถาบันตั้ง 390,000 คัน แต่เรื่องนี้ก็ไม่น่าจะถึงขั้นนั้นนี่นา ใช่มั้ย ?" เขาเหลือบมองหัวหน้านักบวชตรงหน้าที่เกือบจะตายไปแล้วพลางถอนหายใจเบาๆอีกครั้งหลังที่ตระหนักได้ว่าเขาคงไม่สามารถคิดอะไรให้สอดคล้องกับคนๆนี้ได้เลย "อีกอย่าง ต่อให้เจ้าพยายามประหยัดเงินด้วยวิธีนี้ มันก็คงไม่ต่างกันมากนักหรอก"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ อากิระก็ยกศีรษะขึ้นจากซุปพลัมและเนื้อสับด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก
"เจ้าพูดถูก ถึงแม้ว่าข้าจะยังเป็นแค่นักเรียนปี 1 ของสถาันชิโอ แต่ทรัพย์สินที่มีอยู่ตอนนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ข้ามีกินมีใช้ไปตลอดชีวิต เหลือเชื่อจริงๆนะว่าไหม ? ในวัยนี้ ข้ามาถึงจุดที่กินอะไรก็ได้ ซื้ออะไรก็ได้ ถ้าพรุ่งนี้ข้าต้องตาย..."
ไอเซ็นส่ายหัวและถอนหายใจ ก่อนจะเริ่มมื้ออาหารอย่างสง่างามโดยไม่สนใจสายตาเศร้าโศกของเพื่อนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะ เขานั้นรู้ดีว่าอากิระแค่แสร้งทำเป็นน่าสงสารก็เท่านั้น
เมื่อคืนหลังจากการสนทนาจบลง ชายคนนี้ได้ลากเขาเข้าไปแอบในโรงอาหารของสถาบัน หลังจากสั่งให้เขาเฝ้าระวัง เขาก็เข้าสู่ภาวะตะกละ วิธีการกินของเขานั้นมันน่าสยดสยองเกินกว่าจะดูได้
เหตุผลที่ชายคนนี้หยิบข้าวปั้นมาเพียง 2 ลูกและแตงกวาดองจานเล็กๆจากนึง ไม่ใช่เพื่อประหยัดเงิน แต่เพียงเพราะว่าเขาอิ่มเกินกว่าจะกินต่อได้อีกแล้วต่างหาก
ไอเซ็นผู้เป็นยมทูตที่มีแรงดันวิญญาณสูงนั้นยังอยู่ในช่วงเจริญเติบโต เขานั้นไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยการบริโภคน้ำเพียงเล็กน้อยเช่นเดียวกับชาวเมืองลูคอนทั่วไป ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยพลังวิญญาณที่สูง เขาจึงมักต้องกินอาหารมากกว่ายมทูตทั่วไป
อากิระเองก็เหมือนกัน เขานั้นพยายามระงับอาการคลื่นไส้และยึดมั่นในหลักการไม่กินอาหารทิ้งขว้าง เขาจึงกินข้าวปั้นกับแตงกวาดองจนหมด
จากนั้นทั้ง 2 ก็มุ่งหน้าไปเรียนชั้นเรียนของวันนี้ด้วยกัน
...
เมืองลูคอนตะวันออก เขต 64 ซาบิซึระ
แรงดันวิญญาณที่ดุเดือดและโกลาหลกำลังปะทะกันอย่างรุนแรง บรรยากาศอันเข้มข้นแผ่ซ่านไปทั่วอากาศ เสียงร้องรบอันดังสนั่นทำลายความเงียบสงัดยาวนานนับศตวรรษของที่ราบแห่งนี้
ยมทูตกว่าร้อยคนกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด ดวงตาของพวกเขานั้นแดงก่ำและเต็มไปด้วยเส้นเลือดแดงนับไม่ถ้วน ราวกับว่าพวกเขานั้นกำลังคลุ้มคลั่ง
แม้ว่าความแข็งแกร่งของแต่ละคนจะไม่เกินกว่าสมาชิกของ 13 หน่วยพิทักย์ทั่วไป แต่ขอบเขตการต่อสู้ของพวกเขาก็แซงหน้าเจ้าหน้าที่ระดับต่ำกว่าบางคนไปแล้วเช่นกัน
ระเบิดของวิถีมารได้ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เปลวเพลิงอันร้อนแรงได้ลุกไหม้ขึ้นท่ามกลางฝุ่นที่ฟุ้งกระจาย และเสียงร้องโหยหวนด้วยความทุกข์ทรมานดูไม่มีนัยสำคัญอย่างยิ่งบนสนามรบแห่งนี้
ท่ามกลางกลุ่มที่กำลังต่อสู้กัน มีร่างๆนึงที่เตี้ยกว่าร่างอื่นเล็กน้อยสะดุดตา ใบหน้าที่ควรจะอ่อนโยนกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ผมสีดำเรียบลื่นยาวปานกลางเปื้อนเลือดสีแดงเข้ม
เมื่อเทียบกับสมัยที่เรียนอยู่ที่สถาบันชินโอ พฤติกรรมของคุจิกิ โซจุนตอนนี้ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ตอนนี้เขาถือดาบไว้ในมือขวา แสงของวิถีมารสว่างอยู่ในมือซ้าย ขณะที่เขาเฝ้าสังเกตทุกการเคลื่อนไหวในสนามรบอย่างระแวดระวัง
อย่างไรก็ตามถึงกระนั้นก็มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น
“ท่านโซจุน...” เสียงร้องด้วยความตกใจดังมาจากด้านหลัง
โซจุนหมุนตัวและแกว่งซันปาคุโตะไปด้านหลังโดยสัญชาตญาณ แต่ซันปาคุโตะของเขากลับเฉือนผ่านอากาศว่างเปล่าไปซะงั้น
ใบหน้าที่ดุร้ายปรากฏขึ้นในแนวสายตาของเขา
ฉึก-
เมื่อมีเสียงเนื้อถูกฉีกออก ความเจ็บปวดก็แล่นออกมาจากหน้าอกของเขา
โซจุนมองลงไปด้วยความตกใจ เพียงเพื่อพบว่ามีใบดาบหลบการโจมตีของเขาและแทงตรงเข้าไปที่หัวใจของเขา
ฉึก!
ในขณะนั้น พลังแรงดันวิญญาณก็ได้ระเบิดออกมาจนเป็นเสาแสงขนาดใหญ่ที่ส่องประกายพุ่งตรงขึ้นไปบนท้องฟ้าที่ส่องสว่างไปทั่ว
สนามรบทั้งหมดดูเหมือนจะหยุดชะงัก สายตาจำนวนนับไม่ถ้วนหันไปทางเสาแสง
ภายใต้แสงสว่างอันเข้มข้นนั้น ความมืดมิดอันลึกล้ำราวกับโลหิตเหนียวข้นค่อยๆไหลทะลักออกมา ความมืดมิดค่อยๆรวมตัวกันกลายเป็นแขนขวาที่บิดเบี้ยวและเลือนรางยืนตระหง่านอยู่บนสนามรบ
ความหนักอึ้ง ความกลัว ความเจ็บปวด สีดำเหมือนหมึกถูกวาดและวาดลงบนท้องฟ้าจนกระทั่งความมืดมิดปกคลุมทุกสิ่ง
ความเงียบกลายเป็นเสียงหลักของสนามรบ
ในช่วงเวลาต่อมา ดวงตาข้างนึงที่เฉยเมยก็เปิดขึ้นช้าๆบนหลังมือ!

โปรดติดตามตอนต่อไป.
_______________