- หน้าแรก
- ปรมาจารย์ศาสตร์ลึกลับหวนคืนเมืองหลวงหนึ่งคำทำนาย ขุนนางสะท้าน
- บทที่ 26 ต่อไปนี้น้องสาวเจ้าคือน้องสาวข้า
บทที่ 26 ต่อไปนี้น้องสาวเจ้าคือน้องสาวข้า
บทที่ 26 ต่อไปนี้น้องสาวเจ้าคือน้องสาวข้า
บทที่ 26 ต่อไปนี้น้องสาวเจ้าคือน้องสาวข้า
ผู้พิพากษาจงที่ยังคงสวมชุดจอหงวน หันหลังกลับมาพร้อมพู่กันในมือ แล้วส่งยิ้มแหยๆ ให้เซียวอันเล่อ
"อาจารย์อา ท่านมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงขอรับ?"
เซียวอันเล่อหรี่ตามอง
"จำข้าได้จริงๆ สินะ
ข้ายังไม่ได้ถามเจ้าเลย ว่าทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ แถมยังไปทำงานเป็นผู้พิพากษาปรโลกได้อีก?
อ้อ ข้าจำได้ว่าเจ้าดับสูญไปตั้งแต่ห้าร้อยปีก่อนแล้วนี่ ตกลงได้ไปเกิดใหม่หรือเปล่าเนี่ย?"
ผู้พิพากษาจงลูบจมูก
"ศิษย์พี่หญิงอาจจะไม่เชื่อ แต่ตระกูลข้ามีบรรพบุรุษเก่าแก่ท่านหนึ่งแซ่จงเหมือนกัน ท่านมีชื่อเสียงโด่งดังมาก ตอนนี้ได้เป็นเซียนไปแล้ว
พอข้าลงไป ท่านเห็นว่าข้าเป็นลูกหลาน แถมยังมีตบะแก่กล้า เลยฝากฝังงานผู้พิพากษาให้ข้าทำ ทำมาห้าร้อยปีแล้วขอรับ
ไม่นึกเลยว่าจะได้เจออาจารย์อาอีก อาจารย์อามาพิจารณาคดีหรือขอรับ?"
มุมปากของเซียวอันเล่อกระตุกเล็กน้อย หลังจากชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง นางก็ตัดสินใจพูดความจริง
"ตอนนี้ข้าอาศัยร่างนี้อยู่ ไม่รู้ว่าวิญญาณเจ้าของร่างเดิมหายไปไหน?
เจ้าเป็นผู้พิพากษา ช่วยข้าสืบหน่อยได้ไหม?"
ผู้พิพากษาจงทำหน้าปูเลี่ยน เขาจะไปสืบเรื่องคนมั่วซั่วได้ที่ไหน
"อาจารย์อา เรื่องนี้... ข้าสืบไม่ได้หรอกขอรับ!"
เซียวอันเล่อ: "ไร้ประโยชน์ชะมัด งั้นเจ้าโผล่ขึ้นมาทำไม?"
ผู้พิพากษาจง: "ข้าแค่เห็นมีคนเปิดประตูนรก เลยขึ้นมาดูหน่อย ที่แท้ก็เป็นอาจารย์อานี่เอง งั้นก็ไม่มีปัญหาแล้วขอรับ
อาจารย์อา จำไว้แค่ว่าอย่าเปิดประตูนรกค้างไว้นานเกินครึ่งก้านธูป แล้วก็อย่าให้ผีตัวเล็กตัวน้อยหลุดออกมาได้ก็พอ"
เซียวอันเล่อเองก็ไม่อยากให้การเปิดประตูนรกแต่ละครั้งเป็นเรื่องยุ่งยากเหมือนกัน
"เดี๋ยวข้าจะเปิดร้านชื่อ 'ร้านวั่งเซิง' (ร้านสู่ภพใหม่) แล้วข้ากะว่าจะตั้งค่ายกลประตูเกิดใหม่ไว้ที่นั่น
เวลาข้าส่งวิญญาณไปเกิด ให้พวกเขาเดินผ่านประตูนั้นไปเลยได้ไหม?"
ผู้พิพากษาจงรีบพยักหน้าทันทีที่ได้ยิน
"ได้ขอรับ งั้นเดี๋ยวข้าส่งยมทูตน้อยไปเฝ้าประตูเกิดใหม่ให้ วิญญาณที่อาจารย์อาส่งมา จะได้มีคนนำทางไปยมโลกได้โดยตรง"
เซียวอันเล่อพยักหน้า ยังไม่ยอมแพ้ ถามต่ออีกข้อ
"เจ้าหาไม่ได้จริงๆ หรือว่าใครยืมชีวิตเจ้าของร่างนี้?
เจ้ามีสมุดบัญชีเกิดตายไม่ใช่หรือไง?
แค่เปิดดูก็รู้แล้วนี่"
ผู้พิพากษาจง: "อาจารย์อา สมุดบัญชีเกิดตายอยู่กับท่านพยายม ข้าเปิดดูตามอำเภอใจไม่ได้หรอกขอรับ
อีกอย่าง ร่างกายของท่าน ในสายตาข้า มันก็คือร่างของท่านเองนะขอรับ
อาจารย์อา เมื่อก่อนท่านเคยสร้างร่างอวตารส่งไปตามภพภูมิต่างๆ ไม่ใช่หรือ ร่างนี้อาจจะเป็นร่างอวตารของท่านก็ได้นี่ขอรับ?"
ขณะที่ผู้พิพากษาจงพูด เขาก็นึกในใจ หรือว่าอาจารย์อาจะบำเพ็ญเพียรนานเกินไปจนความจำเลอะเลือน?
เซียวอันเล่อมองแวบเดียวก็รู้ทันความคิดเขา
"เจ้าคิดว่าข้าแก่จนเลอะเลือนแล้วหรือไง?
ต่อให้ร่างนี้เป็นร่างอวตารของข้า มันก็ต้องมีความทรงจำเดิมอยู่สิ?
วิญญาณหาย ความทรงจำก็ไม่มี แสดงว่าต้องมีคนเล่นตุกติกแน่ ช่างเถอะ ถามเจ้าไปก็เปล่าประโยชน์ เจ้าไปได้แล้ว เดี๋ยวข้าหาคำตอบเอง"
ผู้พิพากษาจงถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วรีบเผ่นแน่บพร้อมปิดประตูนรกตามหลัง
ทันทีที่เขาจากไป เวลาที่หยุดนิ่งก็กลับมาเดินต่อ จวนซื่อจื่อ (ท่านชายทายาท) ล้มตัวลงนอนทับร่างของตัวเอง วินาทีถัดมา วิญญาณและร่างกายก็กลับมาผสานกัน
เปลือกตาของเขากระพริบถี่ๆ
เซียวอันเล่อเก็บหลี่หลานฮวาและลูกชายของนางใส่ในหุ่นกระดาษเรียบร้อยแล้ว
ทันทีที่จวนซื่อจื่อลืมตา เขาก็ทำท่าจะกระโดดลงจากเตียง
"โอ๊ย ขาข้า ชา ชา ชาไปหมดแล้ว"
องค์หญิงใหญ่เห็นลูกชายลุกขึ้นก็รีบเข้าไปประคอง
"เพิ่งฟื้นแท้ๆ จะลุกจากเตียงทำไม? นอนพักอีกหน่อยไม่สบายตัวหรือไง?"
จวนซื่อจื่อได้ยินดังนั้นก็ตื่นตัวขึ้นมาทันที
"ท่านแม่ ข้าจะบอกให้นะ เมื่อกี้ข้าฝันเหมือนจริงมาก ข้าฝันว่าวิญญาณข้าโดนผีเกี่ยวไป
แล้วก็มีผีสาวสวยคนหนึ่งมาช่วยข้าไว้ เสียดายที่ผีตนนั้นมีลูกแล้ว ไม่งั้นบุญคุณที่ช่วยชีวิตครั้งนี้ ข้าคงต้องยอมพลีกายตอบแทนคุณนางซะแล้ว!"
องค์หญิงใหญ่ตบหัวลูกชายไปหนึ่งที
"พูดเพ้อเจ้ออะไรของเจ้า?
ถ้าจะขอบคุณ ก็ต้องขอบคุณแม่นางเซียว นางต่างหากที่ส่งผีไปช่วยเจ้า"
พอพูดถึงเซียวอันเล่อ ดวงตาของจวนซื่อจื่อก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
เขากะพริบตาปริบๆ มองเซียวอันเล่อที่ยืนอยู่ข้างๆ พลางถอนหายใจด้วยความชื่นชม
"แม่นางเซียว ท่านสุดยอดไปเลย!"
จากนั้นเขาก็หันไปมองเซียวเฉิงหลิงที่ยืนอยู่ข้างเซียวอันเล่อ
"เซียวรอง ไม่นึกเลยว่าเจ้าจะมีน้องสาวเก่งกาจขนาดนี้ ต่อไปนี้น้องสาวเจ้าก็คือน้องสาวข้าด้วย"
เซียวเฉิงหลิงพูดไม่ออก นี่คิดจะมาแย่งน้องสาวข้าดื้อๆ เลยเรอะ?
องค์หญิงใหญ่ฉางอันมองเซียวอันเล่อแล้วถามว่า:
"ลูกชายข้าปลอดภัยแล้วใช่ไหม?
แล้วหาตัวคนร้ายที่คิดปองร้ายเขาเจอหรือเปล่า?"
เซียวอันเล่อพยักหน้า
"เขาปลอดภัยแล้วเพคะ เดี๋ยวหม่อมฉันจะสอบสวนผีตนนั้นดูว่าใครเป็นคนบงการ
พอกลับไป หม่อมฉันจะทำเครื่องรางหยกคุ้มกันภัยให้ท่านซื่อจื่อพกติดตัวไว้ น่าจะไม่มีปัญหาอะไรแล้วเพคะ
แต่ว่า อีกฝ่ายคงไม่เล่นงานท่านซื่อจื่อโดยไม่มีสาเหตุ คนที่กล้าลงมือกับท่านซื่อจื่อ ต้องมีผลประโยชน์เกี่ยวพันกันแน่
เรื่องนี้องค์หญิงคงต้องตรวจสอบให้ละเอียดด้วยตัวเองแล้วล่ะเพคะ"
พอพูดถึงเรื่องนี้ จวนซื่อจื่อก็กระตือรือร้นขึ้นมาทันที
"ท่านแม่ มีคนจะทำร้ายข้าจริงๆ นะ วันนี้ที่หอหงซุ่ย มีคนจงใจพุ่งเข้ามาในอ้อมกอดข้า แล้วก็มีมีดแทงเข้ามาตรงนี้ ตรงหัวใจข้าเลย
ท่านแม่ดูสิ ขาดตรงนี้เลย"
องค์หญิงใหญ่มองตาม ก็เห็นรอยขาดบนเสื้อผ้าลูกชายจริงๆ หัวใจนางกระตุกวูบ
"แล้วเจ้าเป็นอะไรไหม?"
จวนซื่อจื่อส่ายหน้า
"ข้าไม่เป็นไรท่านแม่ โชคดีที่ได้เครื่องรางหยกที่น้องสาวเซียวให้มา ข้าพกติดตัวไว้ มันช่วยรับมีดแทนข้า
ทีหลังมีคนจะฆ่าข้าอีก เครื่องรางหยกก็ช่วยกันไว้อีกรอบ มันเลยแตก ไม่งั้นมีดเล่มนั้นคงแทงทะลุหัวใจข้าไปอีกรอบแล้ว"
เซียวอันเล่อเลิกคิ้วเล็กน้อย
"หม่อมฉันว่าคราวหน้าท่านซื่อจื่อใส่เกราะกันกระแทกที่หน้าอกไว้จะปลอดภัยกว่านะเพคะ"
พอนางพูดแบบนี้ จวนซื่อจื่อก็พยักหน้าเห็นด้วยรัวๆ
"ใช่ๆๆ ท่านแม่ เดี๋ยวท่านต้องหามาให้ข้าสักอันนะ
แต่น้องสาว ยังไงเจ้าก็ต้องทำเครื่องรางหยกให้ข้าด้วย ไม่สิ เอามาสามอันเลย
ข้าจะแปะไว้ที่หัวใจอันนึง ห้อยเอวอันนึง แล้วก็ฝังไว้ในมงกุฎหยกบนหัวอีกอันนึง ดูซิว่าภูตผีตนไหนจะกล้าเข้ามาใกล้ข้าอีก?"
คุณพระคุณเจ้า ทำไมไม่เอาไปเลี่ยมฟันด้วยซะเลยล่ะ?
"เอาที่ท่านสบายใจแล้วกัน
คุณภาพหยกของหม่อมฉันอาจจะไม่ค่อยดี ถ้าองค์หญิงมีแผ่นหยกคุณภาพดี หม่อมฉันสลักยันต์ให้เดี๋ยวนั้นได้เลย ราคาก็คิดเท่าเดิมเพคะ!"
องค์หญิงใหญ่: "เท่าไหร่หรือ?"
จวนซื่อจื่อ: "ข้ารู้ สองร้อยตำลึง ตอนนั้นข้ายังคิดว่าแพง แต่ที่ไหนได้มันช่วยชีวิตข้าไว้!
ท่านแม่ ซื้อสักห้าอันเลย ข้าเอาสาม ท่านกับท่านพ่อคนละอัน"
องค์หญิงใหญ่ชะงัก รอยยิ้มยังคงเปี่ยมเมตตา
"พ่อเจ้าไม่ต้องหรอก แม่เอาอันนึง ส่วนเจ้าเอาไปสาม"
องค์หญิงใหญ่พูดพลางมองไปที่แม่นมข้างกาย แม่นมก็รีบออกไปเตรียมการทันที
จังหวะนั้น คนที่องค์หญิงใหญ่สั่งงานไว้ก่อนหน้านี้ก็กลับมารายงาน
"ทูลองค์หญิงใหญ่ คนของโรงผลิตเหล้าสกุลซุนถูกคุมขังไว้หมดแล้ว รอรับพระบัญชาจากองค์หญิงใหญ่พ่ะย่ะค่ะ"
หุ่นกระดาษตัวน้อยในแขนเสื้อของเซียวอันเล่อพุ่งออกมาทันที
"ให้พวกมันตาย! ข้าอยากให้คนสกุลซุนตายกันให้หมด!"
เซียวอันเล่อยื่นมือไปคว้าหุ่นกระดาษที่ลอยอยู่กลางอากาศกลับมาไว้ในมือ
"ข้าบอกแล้วไง ใครก่อกรรมคนนั้นรับกรรม เถ้าแก่ซุนฆ่าเจ้า ให้เขาตายคนเดียวก็พอแล้ว"
"ไม่ ไม่พอ!
คุณชายใหญ่ซุนรู้อยู่เต็มอกว่านายท่านข่มเหงข้า แต่เขาก็แกล้งทำเป็นหูหนวกตาบอด
นายท่านสั่งให้ข้าไปหาเขา เขาก็รู้ทั้งรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าอยากอยู่ที่เดิม แต่เขาไม่ยอม เขาบังคับให้ข้าไป
แม้แต่คุณชายรองก็เคยดักรังแกข้าที่เขามอจำลอง ส่วนฮูหยินซุนก็สั่งคนมาจับกรอกยาขับเลือดให้ข้า พอพวกมันไป ข้าก็ล้วงคออาเจียนออกมาหมด
มารู้ทีหลังว่าเป็นยาขับเลือด ตอนแรกนึกว่าเป็นยาพิษ ถ้ารู้ว่าเป็นยาขับเลือด ข้าคงไม่อาเจียนออกมา ลูกข้าจะได้ไม่ต้องมาทนทุกข์กับข้าแบบนี้
คนสกุลซุนไม่มีใครเป็นคนดีสักคน สมควรตายกันให้หมด!"
เซียวอันเล่อขมวดคิ้ว ร่างกายของหลี่หลานฮวาแผ่จิตสังหารรุนแรง และยิ่งรุนแรงกว่าในตัวทารกผีของนางเสียอีก