- หน้าแรก
- ปรมาจารย์ศาสตร์ลึกลับหวนคืนเมืองหลวงหนึ่งคำทำนาย ขุนนางสะท้าน
- บทที่ 27 ปราณมังกรคุ้มกาย
บทที่ 27 ปราณมังกรคุ้มกาย
บทที่ 27 ปราณมังกรคุ้มกาย
บทที่ 27 ปราณมังกรคุ้มกาย
ในขณะนั้นเอง ซื่อจื่อโจวก็หันไปพูดกับคนของทางการว่า
"เหล้าของโรงเหล้าสกุลซุนเกือบทำข้าตาย ข้อหาพยายามลอบสังหารซื่อจื่อ โทษถึงประหารล้างตระกูล"
เซียวอันเล่อมองเขาด้วยความแปลกใจ
"ท่านได้ยินเสียงของหลี่หลานฮวาด้วยหรือ?"
ซื่อจื่อโจวยิ้มและพยักหน้าให้เซียวอันเล่อ
"ใช่ ข้าได้ยิน!"
องค์หญิงใหญ่ฉางอันและเซียวเฉิงหลิงมองหน้ากันอย่างงุนงง ไม่รู้ว่าพวกเขากำลังคุยเรื่องอะไรกัน
"ได้ยินอะไรหรือ?"
ซื่อจื่อโจวร้อง "อ๋อ" แล้วตอบว่า
"พี่สาวที่ช่วยชีวิตข้าเมื่อกี้ นางพูดอยู่ แล้วข้าก็ได้ยินเสียงนาง!
ข้าว่าคนตระกูลซุนชั่วช้าเกินไปแล้วจริงๆ พวกมันคือสัตว์นรกในคราบมนุษย์ สมควรตายกันให้หมด"
เซียวอันเล่อจึงเล่าเรื่องราวของหลี่หลานฮวาให้ฟังโดยสังเขป
และเหตุผลที่นางถูกฆ่า ก็เพียงเพื่อนำศพไปทิ้งในบ่อน้ำของตระกูลคู่แข่ง เพื่อทำลายธุรกิจของฝ่ายตรงข้าม
องค์หญิงใหญ่ได้ฟังก็โกรธจัดเช่นกัน
"คนตายเพราะทรัพย์ นกตายเพราะเหยื่อ พวกมันทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์โดยไม่เลือกวิธีการ สมควรตายจริงๆ!
เจ้ายังใจอ่อนเกินไป ถ้าเป็นข้า คงสั่งประหารเก้าชั่วโคตรไปแล้ว!"
มุมปากของเซียวอันเล่อกระตุก นี่แหละหนากฎปลาใหญ่กินปลาเล็ก
ซื่อจื่อโจวรีบช่วยปลอบมารดา
"ท่านแม่ ใจเย็นก่อนขอรับ ประหารเก้าชั่วโคตรมันออกจะเกินไปหน่อย"
ระหว่างที่พูดคุยกัน แม่นมคนหนึ่งก็นำแผ่นหยกเนื้อดีใสกระจ่างสี่แผ่นเข้ามา
"ขอบคุณแม่นางเซียวเจ้าค่ะ"
เซียวอันเล่อพยักหน้า เมื่อได้ยินซื่อจื่อโจวสั่งประหารคนตระกูลซุน วิญญาณอาฆาตสองแม่ลูกในแขนเสื้อของนางก็สงบลงทันที
วันหน้าเมื่อมีการประหารคนตระกูลซุน นางจะพาพวกนางไปดูด้วยตาตัวเอง พลังอาฆาตในตัวพวกนางน่าจะสลายไปได้มากโข
การปลดปล่อยวิญญาณอาฆาตสองแม่ลูกคู่นี้ ก็ถือเป็นการสร้างกุศลอีกทางหนึ่ง
นางรับแผ่นหยกทั้งสี่มา แล้วเดินเลี่ยงไปด้านข้าง เพียงชั่วอึดใจ นางก็สลัก 'ยันต์ขจัดมาร' ไว้ด้านหนึ่ง และ 'ยันต์พิทักษ์' ไว้อีกด้านหนึ่งของแผ่นหยกทั้งสี่แผ่น
เสร็จสิ้นในพริบตา
"คราวนี้ท่านไม่ต้องพกหยกหลายอันแล้ว ที่จริงท่านไม่จำเป็นต้องพกเยอะขนาดนั้นหรอก"
เซียวเฉิงหลิงพยายามอย่างที่สุดที่จะไม่แสดงสีหน้าตกตะลึงจนเกินงาม เพียงแต่น้องสาวของเขาแกะสลักยันต์พิทักษ์ได้รวดเร็วเหลือเชื่อ
มีดแกะสลักในมือนางพลิ้วไหวราวกับพู่กันเขียนหนังสือ การหาเงินแบบนี้มันง่ายเกินไปแล้วมั้ง?
โฮๆๆ เขาเองก็อยากหาเงินแบบนี้ได้บ้าง แต่น่าเสียดายที่ไร้ความสามารถ
ซื่อจื่อโจวรับแผ่นหยกมา มอบให้องค์หญิงใหญ่ฉางอันหนึ่งอัน เก็บไว้เองหนึ่งอัน แล้วเหลือบมองเซียวเฉิงหลิงแวบหนึ่ง ก่อนจะสะบัดหน้าหนี
ส่วนอีกสองอันที่เหลือ เขามอบให้องค์หญิงใหญ่ฉางอันอีกอัน และเก็บไว้เองอีกอัน
เขาไม่ได้พกติดตัวทีเดียวสามอันอย่างที่เคยพูดไว้
องค์หญิงใหญ่ผู้เป็นห่วงบุตรชาย มอบแผ่นหยกส่วนของนางให้เขา
"เจ้าเก็บไว้เถิด เอาไปฝังไว้ในรัดเกล้าหยก จะได้ไม่มีสิ่งชั่วร้ายใดกล้าเข้าใกล้เจ้าอีก"
พูดจบ นางก็ปรายตามองแม่นมข้างกาย แม่นมเข้าใจความหมายทันที รีบยื่นซองแดงให้เซียวอันเล่อ
เซียวอันเล่อรับซองแดงยัดใส่แขนเสื้อด้วยความเบิกบานใจ
ว่างๆ ไม่มีอะไรทำ นางก็เลยจัดการลงอาคม 'ยันต์มิติเมล็ดผักกาด' ไว้ในแขนเสื้อเสียเลย
ทำให้พื้นที่ภายในแขนเสื้อกว้างขึ้นประมาณสองตารางเมตร ซึ่งพวกนักพรตมักเรียกวิชานี้ว่า "จักรวาลในแขนเสื้อ"
แน่นอนว่ายิ่งมีตบะแก่กล้า พื้นที่ก็ยิ่งกว้างขวางขึ้น
"ขอบพระทัยองค์หญิงใหญ่เพคะ เดี๋ยวหม่อมฉันจะไปสอบปากคำผีที่บงการเรื่องนี้ ได้ความอย่างไรจะรีบมารายงานทันทีเพคะ"
องค์หญิงใหญ่ฉางอันพยักหน้ารัวๆ แววตาคมกริบฉายวาบ
"ดี ถ้าได้เรื่องยังไงต้องบอกข้านะ ข้าไม่มีวันปล่อยคนที่กล้าทำร้ายลูกชายข้าไว้แน่
พวกเจ้าหนุ่มสาวคุยกันไปก่อนนะ ข้าจะไปสั่งให้ห้องครัวเตรียมมื้อเย็น สองพี่น้องอยู่ทานข้าวเย็นที่นี่ด้วยกันนะ
มีอาหารที่ทานไม่ได้บ้างหรือไม่?"
เซียวอันเล่อส่ายหน้า นางทานได้ทุกอย่างจริงๆ
"ไม่มีเพคะ หม่อมฉันทานได้ทุกอย่าง"
เซียวเฉิงหลิงก็รีบตอบเช่นกัน
"กระหม่อมก็เหมือนกัน ทานได้ทุกอย่างพะยะค่ะ"
องค์หญิงใหญ่ฉางอันเดินจากไปพร้อมรอยยิ้มเปี่ยมเมตตา แต่เมื่อพ้นประตู รอยยิ้มนั้นก็เลือนหายไปทันที นางรีบสั่งการให้คนไปสืบหาตัวผู้ที่ปองร้ายบุตรชาย
การที่องค์หญิงใหญ่ฉางอันรั้งตัวเซียวอันเล่อไว้ทานมื้อเย็น เซียวอันเล่อเข้าใจดีว่าองค์หญิงใหญ่ต้องการให้นางรีบลงมือ
"ซื่อจื่อโจว รบกวนช่วยเตรียมห้องว่างให้ข้าสักห้องด้วย ท่านคุยกับพี่รองไปก่อน ข้าจะไปสอบสวนผีตนนั้นดูว่าใครเป็นคนบงการ"
เมื่อได้ยินเซียวอันเล่อพูดเช่นนั้น ซื่อจื่อโจวก็รีบสั่งให้คนพาเซียวอันเล่อไปที่ห้องหนังสือทันที
"ห้องหนังสือของข้าแทบไม่ได้ใช้งานเลย เจ้าไปใช้ที่นั่นเถอะ เงียบสงบที่สุดแล้ว"
ห้องหนังสือที่แทบไม่ได้ใช้งาน... มิน่าล่ะซื่อจื่อผู้นี้ถึงเข้ากับพี่รองของนางได้เป็นปี่เป็นขลุ่ย พวกเดียวกันชัดๆ
เซียวอันเล่อเข้าไปในห้องหนังสือ หยิบหุ่นกระดาษตัวเล็กที่ขังวิญญาณผีร้ายออกมา
เมื่อผีร้ายเห็นเซียวอันเล่อปล่อยตนออกมา ก็ทำท่าจะวิ่งหนี แต่พอไปถึงประตูก็ถูกผีสาวใต้ร่มกระดาษน้ำมันสีแดงขวางทางไว้
ฉินซูหราน: "จะหนีไปไหน? รีบไปเกิดใหม่นักหรือไง?"
เซียวอันเล่อแปะ 'ยันต์สัจจะ' ใส่หน้ามันทันที
"จะรีบหนีไปไหน? บอกมา ใครใช้ให้เจ้ามาทำร้ายซื่อจื่อ"
ผีร้ายไม่อยากพูด แต่เมื่อโดนยันต์สัจจะ ปากก็ขยับพูดเองอย่างควบคุมไม่ได้
"เป็นอนุภรรยาของโหวอู่หยาง นางรู้วิชาอาคมเหมือนเจ้า แต่ฝีมือเทียบเจ้าไม่ได้เลย
นางสัญญาว่าจะเผากระดาษเงินกระดาษทองให้ข้าเยอะๆ และจะช่วยติดสินบนยมทูต ให้ชาติหน้าข้าได้ไปเกิดในตระกูลร่ำรวย ข้าถึงยอมช่วยนาง
ก่อนหน้านี้ซื่อจื่อมียันต์พิทักษ์คุ้มครอง แต่ตอนหลังยันต์นั้นถูกพวกนักฆ่าทำลายไป ข้าเลยสบโอกาส"
เซียวอันเล่อ: "...พวกเจ้าไม่ใช่พวกเดียวกันเหรอ?
หมายความว่า นอกจากเจ้าแล้ว ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่ง"
ผีร้ายรีบแก้ตัว
"คนพวกนั้นไม่เกี่ยวกับข้า ข้าไม่รับเคราะห์แทนพวกมันหรอกนะ"
"ตกลง บอกที่อยู่ของอนุภรรยาโหวอู่หยางคนนั้นมา
แล้วเจ้ารู้ไหมว่านางจะติดสินบนยมทูตตนไหน? เจ้าเคยเจอหน้ายมทูตตนนั้นหรือเปล่า?"
"เคยเจอๆ ยมทูตตนนั้นรับปากกับข้าด้วยตัวเอง ไม่อย่างนั้นข้าคงไม่กล้าลองดีเล่นงานซื่อจื่อหรอก เขามี 'ปราณมังกร' คุ้มครองอยู่นะ"
เซียวอันเล่อ: ปราณมังกร... วงการเชื้อพระวงศ์นี่น้ำลึกจริงๆ!
"เอาล่ะ ข้าเข้าใจแล้ว ถ้าเจ้าแค่อยากไปเกิดในตระกูลที่ดีในชาติหน้า ข้ามีวิธีดีๆ จะบอก: ไถ่บาปซะ"
ผีร้ายไม่เข้าใจความหมายของเซียวอันเล่อ วินาทีถัดมา มันก็เห็นเซียวอันเล่อเปิด 'ประตูนรก'
แล้วถีบส่งมันเข้าไป
"ลงไปหา 'ท่านตุลาการจง' บอกสิ่งที่เจ้ารู้ให้ท่านฟัง ท่านย่อมเลือกตระกูลดีๆ ให้เจ้าไปเกิดเองแหละ
อ้อ จริงสิ บอกที่อยู่นั่นมาด้วย"
ผีร้ายตาเบิกโพลง ง่ายขนาดนี้เลยเหรอ?
ก่อนจากไป มันบอกที่อยู่ให้อันเล่อรู้
เมื่อเซียวอันเล่อออกมาจากห้องหนังสือ องค์หญิงใหญ่ก็สั่งให้ตั้งโต๊ะอาหารเย็นเรียบร้อยแล้ว เมื่อเห็นนางออกมา ก็กวักมือเรียกอย่างเป็นกันเอง
"ข้ากำลังจะบอกพอดี ข้ามีเครื่องประดับอีกชุดจะมอบให้เจ้า มาเถอะ ไปเลือกที่เรือนของข้ากัน"
เซียวอันเล่อ: มาแล้วๆ สมกับเป็นเชื้อพระวงศ์จริงๆ
นางเดินตามองค์หญิงใหญ่ฉางอันไปที่เรือนพัก และนางก็ใจป้ำจริงๆ ยกเครื่องประดับขนนกกระเต็นทั้งชุดให้นาง
มองดูชุดเครื่องประดับที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนย่อยๆ ห้าหกสิบชิ้น เซียวอันเล่อถึงกับพูดไม่ออก นี่นับเป็นหนึ่งชุดสินะ
นางเคยเข้าใจว่าหนึ่งชุดประกอบด้วย ปิ่นปักผม ตุ้มหู สร้อยคอ และกำไลข้อมือ แค่สี่อย่างนี้ วันนี้ได้เปิดหูเปิดตาแล้วจริงๆ
"องค์หญิงใหญ่เพคะ หม่อมฉันรับไว้ไม่ได้หรอกเพคะ!
ของพวกนี้ล้ำค่าเกินไป"
องค์หญิงใหญ่ยังคงมองนางด้วยรอยยิ้มเปี่ยมเมตตา
"รับไว้เถอะ สำหรับเจ้าอาจเป็นของนอกกาย สำหรับข้าก็เป็นของนอกกายเช่นกัน มันเทียบไม่ได้กับความปลอดภัยของซื่อจื่อหรอก"
เซียวอันเล่อเข้าใจสิ่งที่นางต้องการรู้
นางถ่ายทอดคำพูดของผีร้ายให้ฟัง บรรยากาศในห้องพลันอึมครึมลงทันตา
รอยยิ้มเมตตาบนใบหน้าองค์หญิงใหญ่ไม่อาจรักษาไว้ได้อีกต่อไป กลายเป็นเพียงรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา
"แล้วเจ้ารู้ที่อยู่ของนังอนุคนนั้นหรือไม่?"
เซียวอันเล่อหยิบกระดาษที่อยู่ซึ่งนางจดไว้ตั้งแต่ในห้องหนังสือ ยื่นให้แม่นมข้างกาย