- หน้าแรก
- ปรมาจารย์ศาสตร์ลึกลับหวนคืนเมืองหลวงหนึ่งคำทำนาย ขุนนางสะท้าน
- บทที่ 10 ไปกันเถอะ
บทที่ 10 ไปกันเถอะ
บทที่ 10 ไปกันเถอะ
บทที่ 10 ไปกันเถอะ
"คืนนี้เจ้าเข้าไปเข้าฝันพี่ชายรองของเจ้า บอกกล่าวเรื่องราวให้ชัดเจน จะได้ง่ายต่อการที่ข้าจะลงมือ"
ฉินชูหรานมีท่าทีห่อเหี่ยว "อ้อ!"
ในที่สุดนางก็ต้องเผชิญหน้ากับความจริง
ทิงเสวี่ยและแม่นมหลี่ที่อยู่ในลานเรือนได้รับคำเตือนจากนายท่านผู้เฒ่าเซียวว่าห้ามเข้ามายุ่งวุ่นวายเรื่องของเจ้านาย
แต่ทว่า พฤติกรรมของเจ้านายพวกนางช่างประหลาดเหลือเกิน ไม่รู้ว่ากำลังพูดคุยกับใคร พวกนางมองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาคน หรือว่าจะเป็น...?
ทิงเสวี่ยและแม่นมหลี่กอดกันกลม ตัวสั่นงันงก ทันใดนั้นก็มีมือข้างหนึ่งตบลงบนไหล่ของพวกนางทั้งสองพร้อมกัน!
"กรี๊ดดด—!"
ด้วยความตกใจ ทิงเสวี่ยและแม่นมหลี่กรีดร้องออกมาพร้อมกัน พวกนางหันขวับไปมอง ก็พบว่าเป็นตงเถาที่กำลังยืนเท้าสะเอวอยู่ ทั้งสองคนจึงถลึงตาใส่
ตงเถาเองก็ตกใจเพราะเสียงกรีดร้องของพวกนางเช่นกัน
"แม่นมหลี่ ทิงเสวี่ย พวกเจ้าทำอะไรกันน่ะ?"
ขณะพูด นางก็อดไม่ได้ที่จะกรอกตามองบนใส่เซียวอันเล่อ บ่นอุบอิบโดยไม่จำบทเรียน
"ซวยชะมัด ทำตัวลับๆ ล่อๆ แถมยังมาเผากระดาษเงินกระดาษทองให้คนตายในเรือนอีก มิน่าล่ะฮูหยินถึงไม่ชอบหน้า แย่ยิ่งกว่าคุณหนูคนก่อนเสียอีก"
แม่นมหลี่และทิงเสวี่ยสบตากันแล้วส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย
"ตงเถา จำใส่สมองของเจ้าไว้ให้ดี ถ้าเจ้ากล้าว่าร้ายเจ้านายอีก ข้าจะไปฟ้องนายท่านผู้เฒ่า
เจ้าไม่ได้ตาบอดนี่ ก็เห็นอยู่ว่านายท่านผู้เฒ่าและคุณชายทั้งหลายรักใคร่เอ็นดูคุณหนูขนาดไหน ถ้าพวกท่านรู้ว่าเจ้าลบหลู่คุณหนู ลองคิดดูสิว่าเจ้าจะโดนลงโทษยังไง"
ตงเถาเบะปาก แน่นอนว่าวันนี้นางเห็นกับตา แต่ฮูหยินไม่ชอบคุณหนูใหญ่ที่เพิ่งกลับมาคนนี้นี่นา!
"รู้แล้วน่า รู้แล้วน่า ยังไงคุณหนูก็ไม่ชอบข้าอยู่ดี คืนนี้ข้าจะกลับไปพัก พวกเจ้าสองคนผลัดเวรกันเฝ้ายามเอาเองนะ!"
นางพูดทิ้งท้ายแล้วเดินจากไปอย่างวางมาด ทิงเสวี่ยและแม่นมหลี่มองหน้ากันแล้วส่ายหัว
เซียวอันเล่อให้อาหารผีทั้งสองตนเสร็จแล้ว แม่นมหลี่จึงเข้ามาเก็บกวาดขี้เถ้าที่นางเผา ทิงเสวี่ยทำท่าจะเข้ามาปรนนิบัติ แต่นางปฏิเสธอย่างสุภาพ
นางกลับเข้าห้อง นั่งขัดสมาธิบนเตียง และเริ่มบำเพ็ญเพียร
ครู่ต่อมา นางลืมตาขึ้น พลังปราณที่นี่แทบจะไม่มีเลย การนั่งสมาธิแบบนี้ไม่ได้ผลเอาเสียเลย
เมื่อเห็นแสงทองแห่งบุญกุศลในร่างกายค่อยๆ ลดน้อยลง เซียวอันเล่อก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป ลุกจากเตียงเริ่มทำงาน!
นางดึงผีทั้งสองตนออกมา แล้วบอกให้พวกนางกลับไปเข้าฝันญาติพี่น้องของตน
ฉินชูหรานที่มีสีหน้าห่อเหี่ยว ถูกส่งไปเข้าฝันพี่ชายรอง
คืนนี้ คุณชายรองแห่งบ้านสายหลักสกุลฉินเข้านอนเร็วกว่าปกติ เพราะตอนกลางวันเขาให้คนไปตรวจสอบม้าตัวนั้นดูแล้ว และพบว่ามันถูกวางยาจริงๆ
หากเขาขี่มันออกไป ไม่นานม้าคงคลุ้มคลั่ง และเขาที่นั่งอยู่บนหลังม้าคงต้องได้รับบาดเจ็บสาหัสแน่
นอกจากนี้ เขาได้เปลี่ยนตัวบ่าวรับใช้ชายและตรวจสอบบ่าวคนสนิทที่ติดตามเขามาก่อนหน้านี้อย่างละเอียด และพบความจริงว่าบ่าวคนนี้รับเงินสินบนจากผู้อื่นมาจริงๆ
เรื่องทั้งสองที่เซียวอันเล่อทัก ล้วนเป็นจริงทุกประการ หลังจากมอบยันต์ที่เซียวอันเล่อให้มาแก่บิดามารดาและพี่ชายใหญ่แล้ว เขาก็รีบเข้านอนแต่หัวค่ำ รอคอยให้น้องสาวมาเข้าฝัน
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด เขาเห็นฉินชูหรานเข้ามาในความฝัน ด้วยความตื่นเต้น เขาจึงรีบก้าวเข้าไปหา
ฉินชูหรานร้องไห้โฮทันทีที่เห็นฉินเซียว
"น้องหญิง น้องหญิง อย่าร้องเลย วันนี้แม่นางเซียวบอกพี่ว่า เป็นไอ้แซ่เฟิงนั่นที่ฆ่าเจ้าใช่หรือไม่?"
ฉินชูหรานพยักหน้า นางเต็มไปด้วยความเสียใจและความแค้น
"พี่รอง ข้าขอโทษ ข้าไม่ควรหนีตามเขาไปโดยไม่ฟังคำทัดทานของครอบครัว ข้าไม่คิดเลยว่าไอ้แซ่เฟิงนั่นจะเป็นสัตว์เดรัจฉานในคราบมนุษย์
วันที่ข้าหนีตามเขาออกจากเมืองหลวง เขาหลอกให้ข้าสวมชุดเจ้าสาว
จากนั้น นอกจากเขาจะย่ำยีข้าแล้ว เขายังหาคนอื่นอีกสองคนมารุมข่มเหงข้า แล้วค่อยๆ ทรมานข้าจนตาย เพื่อต้องการให้ข้าตายด้วยแรงอาฆาตแค้น
ตอนนั้นเขายังบอกอีกว่า เขาได้วางยาพิษในบ่อน้ำของพวกท่านไว้แล้ว พวกท่านทุกคนจะต้องถูกพิษตาย เขาบอกว่าจะไม่ปล่อยคนสกุลฉินรอดไปแม้แต่คนเดียว
ข้ากลัวมาก ข้าแค้นเหลือเกิน ข้าเกลียดตัวเองที่ตาบอด พี่รอง ข้าขอโทษ
ข้าขอโทษทุกคน ขอโทษท่านพ่อท่านแม่"
หัวใจของฉินเซียวลุกโชนไปด้วยความโกรธแค้นเมื่อได้ยินถึงความอยุติธรรมที่น้องสาวได้รับ เขาอยากจะไปลากคอไอ้แซ่เฟิงนั่นมาเดี๋ยวนี้เลย
"น้องหญิง ไม่ต้องห่วง พี่จะตามหาไอ้เดรัจฉานแซ่เฟิงนั่นให้เจอ แล้วจะสับมันเป็นหมื่นชิ้นเพื่อเซ่นไหว้ดวงวิญญาณของเจ้า"
คำว่า "สับเป็นหมื่นชิ้น" กระตุ้นความทรงจำอันเลวร้ายของฉินชูหรานขึ้นมาทันที ทำให้ร่างวิญญาณของนางกะพริบวูบวาบสลับระหว่างทึบและโปร่งใส
นางกลัวว่าจะควบคุมไอปีศาจของตัวเองไม่อยู่แล้วเผลอทำร้ายพี่รอง จึงรีบกำชับให้เขาเชื่อฟังคำพูดของเซียวอันเล่อ เพราะเซียวอันเล่อจะช่วยพวกเขาได้อย่างแน่นอน
จากนั้น นางก็หายวับไป
เซียวอันเล่อแปลกใจไม่น้อยที่นางกลับมาเร็วขนาดนี้
"ไปเร็วมาเร็วจังนะ ไม่คุยรำลึกความหลังกันต่ออีกหน่อยหรือ?"
ฉินชูหรานทำหน้าเศร้า
"ข้าละอายใจเจ้าค่ะ!
ตอนนี้แค่รู้ว่าครอบครัวปลอดภัยก็พอแล้ว นายหญิง ท่านเก่งกาจขนาดนี้ ทำไมถึงถูกจับตัวไปทิ้งที่ป่าช้าล่ะเจ้าคะ?"
เซียวอันเล่อส่ายหน้าให้กับคำถามนี้
"ข้าไม่รู้ ข้าไม่มีความทรงจำส่วนนั้น"
ฉินชูหราน: "ตอนนั้นข้านึกว่าท่านตายแล้ว แต่ข้าหาดวงวิญญาณของท่านไม่เจอ เดิมที... เดิมทีข้าคิดจะเข้าสิงร่างท่านเล่นสนุกสักหน่อย"
ขณะพูด นางก็เอานิ้วจิ้มกันไปมา
"เพียงแต่ร่างของท่านประหลาดนัก ข้าเข้าไม่ได้"
เซียวอันเล่อปรายตามองนางอย่างเย็นชา
ก็นางทะลุมิติมาเข้าร่างนี้ แน่นอนว่าผีตนอื่นจะไม่มีโอกาส
ในขณะที่หนึ่งคนหนึ่งผีพูดคุยกัน เจียวเหนียงที่ไปเข้าฝันก็กลับมาเช่นกัน
สวี่เจียวเหนียงถอนหายใจเฮือกใหญ่
"นายหญิง เป็นอย่างที่ท่านพูดจริงๆ คุณชายจ้าวไม่อยากให้ข้าไปเข้าฝัน เขาถึงกับหวาดกลัวและรังเกียข้า
ช่างเถอะ หากชาติหน้ามีวาสนา ข้าค่อยทดแทนบุญคุณเขา!
เพียงแต่ข้ายังไม่เห็นจุดจบของจางหลาง ข้ายังคับแค้นใจอยู่บ้าง"
เซียวอันเล่อนับนิ้วคำนวณ จากนั้นกางร่มกระดูกขาวออกแล้วให้นางเข้าไป
จากนั้นนางก็พาสวี่เจียวเหนียงออกไป
ยามค่ำคืนในเมืองหลวงมีการประกาศเคอร์ฟิว ห้ามมิให้ผู้คนออกมาเดินเพ่นพ่าน ดังนั้นบนท้องถนนจึงร้างผู้คน มีเพียงนางที่เดินกางร่มอยู่
เมื่อมาถึงหน้าบ้านสกุลจาง นางเห็นเจ้าหน้าที่กำลังยึดทรัพย์สิน ผู้ชายทุกคนในบ้านสกุลจางถูกจับขังคุกหลวง
เจ้าหน้าที่ศาลต้าหลี่กำลังคุมตัวคนสกุลจางออกมา และจางหลางก็อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย
"เกิดอะไรขึ้นกับสกุลจาง?"
เซียวอันเล่อเดินเข้าไปใกล้ นางร่ายคาถาพรางตาตนเอง แล้วปลดปล่อยสวี่เจียวเหนียงออกจากร่ม
ทันทีที่สวี่เจียวเหนียงปรากฏตัว คุณชายจางแห่งสกุลจางก็มองเห็นนาง เขากรีดร้องด้วยความหวาดกลัวว่าผีหลอก แล้วพยายามจะวิ่งหนี
"อย่าให้มันหนีไปได้! จับมันไว้!"
ทันใดนั้น มีคนตะครุบตัวจางหลางกดลงกับพื้นอย่างรุนแรง
"คุณชายจาง ยังคิดจะหนีอีกรึ? เรื่องการฉ้อราษฎร์บังหลวงและรับสินบนของสกุลจาง ท่านอ๋องเย่ตรวจสอบจนกระจ่างหมดแล้ว
ผู้ชายสกุลจางของเจ้าไม่มีใครรอดไปได้สักคน ไปกันได้แล้ว!"
เซียวอันเล่อนึกประหลาดใจ ท่านอ๋องเย่ผู้นั้นช่างร้ายกาจนัก
นางบอกให้สวี่เจียวเหนียงเข้าไปทุบตีคุณชายจาง เอาแค่ทุบตีนะห้ามฆ่า หลังจากระบายอารมณ์อยู่พักหนึ่ง สวี่เจียวเหนียงก็รู้สึกโล่งใจแล้วจึงกลับมา
เวลาช่างประจวบเหมาะ
"ตอนนี้ข้าจะเปิดประตูนรก ส่งเจ้าไปเกิดใหม่"
สวี่เจียวเหนียงโค้งคำนับเซียวอันเล่อ ขอบคุณนางจากใจจริง
หากไม่มีเซียวอันเล่อ นักพรตเฒ่าไร้น้ำยานั่นคงไม่ใช่คู่มือของนาง นางอาจจะเผลอฆ่าคุณชายจ้าวผู้บริสุทธิ์ไปแล้วก็ได้
ตัวนางเองคงกลายเป็นวิญญาณอาฆาต ไม่ได้ไปผุดไปเกิด และต้องทนทุกข์ทรมานในนรก
ทันใดนั้นสวี่เจียวเหนียงก็นึกอะไรขึ้นได้ นางมองเซียวอันเล่ออย่างขัดเขิน
เซียวอันเล่อประสานมือทำมุทรา
"คุน ตุ้ย เฉียน ขั่น เกิ้น เจิ้น ซวิ่น หลี น้ำและฟ้าเลือกปฐพี ประตูนรกจงเปิด!"
สิ้นเสียงร่ายคาถาและทำมุทรา รอบด้านก็ถูกปกคลุมด้วยไอหยิน และวังวนสีดำก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
"สวี่เจียวเหนียง ข้าเปิดประตูนรกให้เจ้าแล้ว ไปเกิดเสียเถิด!"
สวี่เจียวเหนียงลังเลอยู่ตรงหน้าครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปาก
"นายหญิง ข้ารู้ว่าท่านมีแสงทองแห่งบุญกุศล ท่านพอจะมอบให้ผู้น้อยสักเสี้ยวหนึ่งได้หรือไม่เจ้าคะ?"
ด้วยเศษเสี้ยวของแสงทองแห่งบุญกุศลคุ้มครอง การเป็นอยู่ในปรโลกและครอบครัวที่จะไปเกิดใหม่ หากไม่ร่ำรวยก็ต้องสูงศักดิ์
เซียวอันเล่อได้ยินดังนั้น ใบหน้าก็ฉีกยิ้มเปี่ยมเมตตา นางยกเท้าขึ้นแล้วถีบคน... เอ้ย ผี ลงไปในประตูนรกทันที
"ไปซะ!"
นางสะบัดมืออีกครั้ง ประตูนรกก็ปิดลงในพริบตา
การกระทำช่างลื่นไหลไร้รอยต่อ