- หน้าแรก
- ปรมาจารย์ศาสตร์ลึกลับหวนคืนเมืองหลวงหนึ่งคำทำนาย ขุนนางสะท้าน
- บทที่ 5 อันเล่อช่วยแต่ผี
บทที่ 5 อันเล่อช่วยแต่ผี
บทที่ 5 อันเล่อช่วยแต่ผี
บทที่ 5 อันเล่อช่วยแต่ผี
เซียวอันเล่อขมวดคิ้ว ท่าทางร่ายรำที่ดูขัดหูขัดตาของตาแก่นี่มันคืออะไรกัน?
ฮูหยินจ้าวเอ่ยแนะนำนางว่า
"ท่านนี้คือ 'อู๋ปั้นเซียน' ที่จวนของเราเชิญมา เขาทำพิธีขับไล่สิ่งชั่วร้ายมาสองวันแล้ว แต่ลูกชายของข้าก็ยังไม่ฟื้นเสียที"
เมื่ออู๋ปั้นเซียนเห็นฮูหยินจ้าวพาเซียวอันเล่อเดินเข้ามา เขาก็หยุดร่ายรำ สภาพร่างกายชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ พลางยืนหอบหายใจ
เขากล่าวกับฮูหยินจ้าวด้วยความไม่พอใจว่า
"ฮูหยินจ้าว ยามที่นักพรตเฒ่ากำลังทำพิธี ห้ามมิให้ผู้ใดมารบกวน โดยเฉพาะสตรีเพศที่มีความเป็นหยิน ไม่ควรเดินเข้ามาทางนี้
ขอเชิญฮูหยินจ้าวพาแม่หนูน้อยคนนี้ออกไปก่อนเถิด"
เซียวอันเล่อปรายตามองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย ร่มกระดูกขาวกระชับอยู่ในมือ นางก้าวเท้าเดินตรงไปยังประตูห้องทันที
นักพรตเฒ่ามองตามด้วยความร้อนรน
"เฮ้! ข้าบอกว่าแม่นางน้อย เจ้าเข้าไปไม่ได้นะ!"
วินาทีที่เซียวอันเล่อเห็นหน้านักพรตเฒ่า นางก็รู้ทันทีว่าตาแก่นี่เป็นพวกสิบแปดมงกุฎประเภทมีความรู้งูๆ ปลาๆ แต่คุยโวโอ้อวดเสียงดัง
นางเมินเฉยต่อคำทัดทานแล้วผลักประตูเปิดออก ทันใดนั้นลมเย็นยะเยือกสายหนึ่งก็พัดวูบออกมาปะทะใบหน้า
เซียวอันเล่อสะบัดมือ โยนร่มกระดูกขาวออกไป
"ผีสาวตนนี้มีแรงอาฆาตมากเกินไป จวนเจียนจะกลายเป็นวิญญาณร้ายอยู่รอมร่อ เจ้าไปสั่งสอนนางให้หมอบราบคาบเสีย"
ฉินชูหรานพุ่งตัวเข้าหาวิญญาณอาฆาตอย่างตื่นเต้น แต่ไปได้เพียงครึ่งทาง นางก็ชะงักและหันกลับมามอง ราวกับนึกอะไรขึ้นได้
"ทำไมเจ้าไม่ลงมือเองล่ะ? ทำไมต้องเป็นข้าด้วย?"
เซียวอันเล่อ: "ยังอยากให้ข้าเผาธูป เทียน กระดาษเงินกระดาษทอง แล้วก็กงเต๊กชายรูปงามไปให้อีกไหม?"
เอาเถอะ... เหยื่อล่อช่างหอมหวานเกินห้ามใจ ฉินชูหรานจำต้องพุ่งเข้าไปฟัดเหวี่ยงกับผีสาวตนนั้น
ภายในห้อง กลุ่มควันดำสองกลุ่มพัวพันกันนัวเนีย เก้าอี้และม้านั่งล้มระเนระนาด ประตูหน้าต่างเปิดปิดกระแทกเองโดยไร้ลมพัด
ภาพเหตุการณ์นี้ทำเอานักพรตเฒ่าที่อยู่ด้านนอกตกใจจนแข้งขาอ่อนแรง
แม้แต่ฮูหยินจ้าวและแม่นมที่อยู่ข้างกายยังต้องกอดกันกลมด้วยตัวสั่นเทา
เพียงครู่เดียว ฉินชูหรานก็ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าเซียวอันเล่อ ในมือหิ้วร่างของผีผูกคอตายในชุดสีแดงสด
เซียวอันเล่อยืนถือร่มอยู่ที่หน้าประตู เมื่อเห็นผีสาวตนนั้น นางก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
"แรงอาฆาตของเจ้าช่างรุนแรงนัก แต่ยังนับว่าโชคดีที่เจ้าไม่เคยทำร้ายชีวิตผู้ใด บอกความคับแค้นใจของเจ้ามา ข้าสามารถช่วยชำระความแค้นและส่งเจ้าไปสู่สุขคติได้
แต่หากเจ้าเคยฆ่าคนและกลายเป็นวิญญาณร้ายที่ไม่ยอมสยบ ข้าคงทำได้เพียงทำให้วิญญาณของเจ้าแตกสลายไปเท่านั้น"
ผีสาวถูกซ้อมจนสะบักสะบอม ไอความแค้นส่วนใหญ่ถูกฉินชูหรานดูดซับไป ร่างวิญญาณของนางส่งเสียงสะอื้นไห้อย่างอ่อนแรง
"เดิมทีข้าเป็นบุตรสาวของร้านขายข้าวสกุลเสิ่นในเมืองหลวง และได้หมั้นหมายกับพี่จางไว้แล้ว
พวกเราเติบโตมาด้วยกัน เป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็กอย่างบริสุทธิ์ใจ
เป็นเขา... คุณชายจ้าว! เขาเห็นข้าตอนไปไหว้พระที่วัด แล้วก็ย่ำยีข้า จากนั้นก็พยายามบีบบังคับให้ข้าเป็นอนุภรรยา
พอข้าไม่ยอม เขาก็กลั่นแกล้งจนกิจการที่บ้านตกต่ำ ร้านแทบจะเปิดต่อไปไม่ได้
เขายังตีขาของพี่จางจนหัก ขู่ว่าถ้าข้าไม่ยอมตกลงเป็นอนุ เขาจะฆ่าพี่จางและคนในครอบครัวของข้า
เมื่อครึ่งเดือนก่อน ข้าถูกหามขึ้นเกี้ยวเล็กเข้ามาในจวน ข้าไม่เต็มใจ ข้าเจ็บแค้นใจยิ่งนัก!
แต่ข้าไม่มีทางเลือก ข้าไม่กล้าขัดขืนเพราะกลัวเขาจะทำร้ายพี่จางและครอบครัว
ข้าจึงสวมชุดแดง ใช้ผ้าแพรแดงผูกคอตายในห้องนี้ ตอนมีชีวิตข้าทำอะไรไม่ได้ แต่เมื่อเป็นผี ข้าจะไม่ยอมให้เดรัจฉานผู้นี้มีจุดจบที่ดีแน่"
ฉินชูหรานพยักหน้ารับหลังจากได้ฟังคำบอกเล่าของผีสาว
นางก้าวไปข้างหน้า มองดูชายหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียงซึ่งถูกพันธนาการด้วยไอหมอกสีดำ
หลังจากพิจารณาใบหน้าและคำนวณดูแล้ว นางก็หันกลับมามองผีสาวด้วยความเอือมระอา
"เจ้าบอกว่าเขาข่มเหงเจ้าที่วัดเมื่อเดือนก่อน แต่เขายังบริสุทธิ์ผุดผ่องอยู่เลย เขาจะไปย่ำยีเจ้าได้ยังไง?"
คำพูดนั้นทำให้ผีสาวตัวแข็งทื่อ
"เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด
วันนั้นที่วัด พอข้าตื่นขึ้นมา ก็เห็นทั้งเขาและข้าเสื้อผ้าหลุดลุ่ย ข้างกายเขาก็มีคราบเลือดอยู่บนเตียง
ถ้าไม่ใช่เขาที่เป็นคนพรากความบริสุทธิ์ของข้าไป แล้วจะเป็นผู้ใด?
เจ้าอย่ามาเข้าข้างเขาเพียงเพราะเขาเป็นลูกหลานขุนนางนะ"
เมื่อเห็นไอความแค้นเริ่มพวยพุ่งออกมาจากร่างผีสาวอีกครั้ง ฉินชูหรานก็ยกมือขึ้นตบศีรษะผีสาวดัง 'เพียะ'
"อันเล่อช่วยแต่ผี จะไปเข้าข้างคนได้ยังไง?
สิ่งที่นางพูดต้องเป็นความจริง ลองตรองดูให้ดี วันนั้นยังมีใครอื่นอยู่อีกบ้าง?"
ไอความแค้นบนร่างผีสาวจางลง นางส่ายหน้าพลางสะอื้น
"ไม่มีใครอื่นแล้ว ก็มีแค่เขา
วันนั้นข้า ท่านพ่อท่านแม่ แล้วก็พี่จาง ไปไหว้พระที่วัดด้วยกัน แล้วถึงได้เจอกับเขา"
เซียวอันเล่อหันไปกล่าวกับฮูหยินจ้าวที่อยู่ด้านนอก:
"ฮูหยินจ้าว รบกวนท่านช่วยส่งคนไปเชิญคุณชายจางมาที่นี่ที"
ฮูหยินจ้าวรีบสั่งบ่าวไพร่ให้ไปเชิญตัวมา ทว่าบ่าวยังไม่ทันก้าวพ้นเรือน พ่อบ้านจากเรือนหน้าก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา
"ฮูหยินขอรับ ท่านอ๋องเย่จับตัวคุณชายจางมัดส่งมาที่จวนเรา บอกว่าทางเราอาจจะต้องการตัวคนผู้นี้"
ฮูหยินจ้าวแปลกใจ เหตุใดท่านอ๋องเย่จึงยื่นมือเข้ามายุ่งเรื่องในจวนของนาง?
"เร็วเข้า รีบพาตัวคุณชายจางเข้ามา"
เมื่อได้เห็นหน้าคุณชายจาง เซียวอันเล่อพิจารณาโหงวเฮ้งแล้วส่ายหน้า... นี่มันใบหน้าของคนชั่วช้าทรยศชัดๆ
"ปิดคดีได้"
นางเดินเข้าไปหาคุณชายจางที่ถูกมัดมือและอุดปากไว้ ยกมือขึ้นทำมุทราแล้วแตะที่กึ่งกลางหน้าผากของเขาเพื่อเบิกเนตร จากนั้นจึงปัดไฟหยางที่หัวไหล่ของเขาให้ดับลง เพื่อให้เขามองเห็นภูตผี
จากนั้นนางจึงหันไปกล่าวกับผีสาว
"พี่จางของเจ้ามาแล้ว คนที่ย่ำยีเจ้าในวันนั้น แล้วใส่ร้ายป้ายสีคุณชายจ้าวก็คือเขานั่นแหละ เจ้าลองถามถึงแรงจูงใจจากปากเขาเองเถิด!"
เซียวอันเล่อไม่มีชาดและยันต์ นางจึงทำได้เพียงกัดนิ้วตัวเองด้วยสีหน้าเจ็บปวด วาด 'ยันต์สัจจะ' กลางอากาศ แล้วซัดใส่ร่างของคุณชายจาง
นางดึงผ้าที่อุดปากเขาออก ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวของคุณชายจาง
"เจียวเหนียง! จะ... เจ้า... เจ้าทำแบบนี้ได้ยังไง เจ้าตายไปแล้วไม่ใช่หรือ?
อ๊ากกกกก ผีหลอก!"
เจียวเหนียง หรือผีสาว ปรากฏกายเบื้องหน้าเขาในสภาพเดียวกับตอนที่นางเพิ่งผูกคอตาย
"พี่จาง วันนั้นที่ไปไหว้พระ เป็นคุณชายจ้าวที่ข่มเหงข้าจริงๆ หรือ?"
"ไม่ใช่คุณชายจ้าวหรอก ข้าเป็นคนทำเองต่างหาก เจ้านั่นมันก็แค่ไอ้หน้าโง่ เป็นแพะรับบาปที่จะช่วยเลี้ยงลูกให้ข้าในภายหลัง"
ทันทีที่คำพูดหลุดออกจากปาก เขาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามจะเอามือปิดปาก แต่ติดที่มือถูกมัดอยู่
เขาตั้งใจจะพูดว่าเป็นฝีมือคุณชายจ้าว แต่ทำไมความจริงถึงโพลงออกมาดื้อๆ แบบนี้?
"เจียวเหนียง ฟังข้าอธิบายก่อน ตระกูลของคุณชายจ้าวมีอำนาจวาสนา บิดาเขาเป็นถึงขุนนางขั้นสาม หากเจ้าอุ้มท้องลูกของข้าแต่งเข้าไป แม้จะเป็นแค่อนุภรรยา แต่ลูกของเราจะได้เติบโตในตระกูลขุนนางใหญ่ ไม่ดีหรอกรึ?
ทำไมเจ้าต้องคิดสั้นผูกคอตายด้วย?
ที่ข้าไม่บอกความจริงกับเจ้า เพราะกลัวเจ้าจะอาละวาดไม่ยอมตกลง
เจียวเหนียง ข้าไม่ได้รักเจ้าเลยสักนิด ข้ากำลังจะหมั้นหมายกับบุตรสาวของรองเจ้ากรมคลัง ฐานะอย่างเจ้า... ลูกสาวพ่อค้าไม่ได้ช่วยส่งเสริมอะไรข้าเลย แค่เล่นสนุกด้วยน่ะพอได้ แต่เจ้าไม่คู่ควรกับข้าหรอก"
เรื่องตำแหน่งขุนนางนี้อยู่นอกเหนือความรู้ของเซียวอันเล่อ นางจึงหันไปถามฉินชูหราน
"รองเจ้ากรมคลังนี่ตำแหน่งขั้นไหน?"
ฉินชูหรานรู้คำตอบดี
"ขุนนางขั้นห้า ขุนนางเล็กๆ น่ะ"
วิญญาณอาฆาตเจียวเหนียงเมื่อได้ยินคำสารภาพของชายคนรัก ความแค้นก็ระเบิดปะทุขึ้น นางกลายร่างเป็นกลุ่มหมอกสีดำพุ่งเข้าใส่คุณชายจาง แล้วบีบคอเขาไว้อย่างแน่นหนา
เซียวอันเล่อยืนมองดูคุณชายจางดิ้นพราดๆ อยู่บนพื้นด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวจากความเจ็บปวดอย่างใจเย็น
จนกระทั่งเขาใกล้จะขาดใจตาย นางถึงได้เอ่ยปาก
"อย่าให้ถึงตาย!"
ฉินชูหรานก้าวเข้าไปดึงร่างเจียวเหนียงออกมา
"ระบายอารมณ์หน่อยก็พอ นี่เจ้ากะจะบีบคอเขาให้ตายจริงๆ หรือ? แลกชีวิตกับคนสารเลวพรรค์นี้ไม่คุ้มหรอกนะ"