- หน้าแรก
- นินจาข้ามโลก: ผจญภัยไปกับหมวกฟาง
- บทที่ 19: การประกาศสงครามกับโลก
บทที่ 19: การประกาศสงครามกับโลก
บทที่ 19: การประกาศสงครามกับโลก
บทที่ 19 การประกาศสงครามกับโลก
“พวกนั้นมันไม่รู้เลยสินะ โลกมันกว้างขนาดไหน” คาคุหรี่ตา มองกลุ่มโจรสลัดหมวกฟางที่ยืนเรียงกันบนยอดตึกสูงของเอนิเอส ล็อบบี้
ถึงแม้จะเป็นศัตรู แต่คาคุก็อดรู้สึกทึ่งไม่ได้… ไม่คิดมาก่อนว่าจะเจอโจรสลัดที่กล้ามาถึงขนาดนี้
“ไม่ว่าพวกแกจะโผล่มาจากไหน วันนี้พวกแกได้ตายที่นี่แน่!” สแปนดัมประกาศเสียงแข็ง “CP9! ฉันสั่งให้พวกนายจัดการมันให้หมดที่เกาะนี้ ไม่จำเป็นต้องเก็บใครไว้ทั้งนั้น!”
แม้สถานการณ์จะพลิกผันเกินคาด แต่สำหรับสแปนดัมแล้ว ชีวิตตัวเองกับตำแหน่งสำคัญกว่าอะไรทั้งนั้น ต่อให้ต้องเอา CP9 ไปสังเวยบางคนก็ไม่แคร์!
“ฮ่าๆ ~ คำสั่งมาแล้วสินะ!” จาบราหัวเราะร่า ใบหน้าเต็มไปด้วยความกระหายเลือด “แบบนี้แหละถึงจะมันส์!”
เขาเหลือบตามองไปทางเรนจิที่ยืนข้างโรบิน ดวงตาเต็มไปด้วยเจตนาฆ่าเย็นเฉียบ—
เมื่อกี้เจ้านั่นยังมีหน้ามาเรียกเขาว่า ลูกหมาน้อย … คราวนี้เขาจะทำให้ไอนินจานั่นต้องเสียใจเอง!
“ชาบาบา~ ชักตื่นเต้นแล้วสิ”
“อย่าประมาทพวกมันดีกว่า” บลูโนเอ่ยเตือน “การที่มันมาถึงตรงนี้ได้ แปลว่ามันไม่ใช่พวกธรรมดา”
“หึ บลูโน… หรือว่านายกลายเป็นเจ้าของบาร์จนฝีมือตกไปแล้วรึไง” จาบราสวนเสียงหยัน ถึงจะยอมรับว่าพวกนั้นไม่อ่อนแอ แต่ในสายตาเขา โจรสลัดหมวกฟางมีแค่ลูฟี่กับนักล่าโจรสลัดที่มีค่าหัวจริงจัง คนอื่นๆ ไม่มีใบนำจับด้วยซ้ำ จะไปแข็งแกร่งอะไรนัก
บลูโนไม่ได้ตอบ แค่หันไปมองเรนจิที่ยังคงนิ่งสงบ
“หมอนี่… ทำไมถึงนิ่งได้ขนาดนี้กัน”
“ไม่ต้องห่วงนะ โรบิน!” นามิร้องตะโกนจากด้านล่าง “พวกเราจะไปช่วยเธอได้แน่นอน !”
สแปนดัมตั้งท่าจะเดินเข้าไปหาโรบิน แต่พอเห็นเรนจิยืนข้างๆ เขาก็หยุด แล้วหันไปยืนข้างร็อบ ลุชชีแทน ก่อนประกาศเสียงดัง
“ผู้หญิงคนนี้ไม่มีวันไปกับพวกแกหรอก! เพราะฉันมี CP9 ทั้งทีมอยู่ที่นี่!” เขาชี้ไปด้านหลังอย่างภาคภูมิ “แล้วดูสิ! ประตูแห่งความยุติธรรมอยู่ข้างหลังฉัน! ถ้าข้ามไปที่นั่นเมื่อไหร่ ต่อให้แกอยากพาใครออกไปก็ไม่มีวันทำได้ทั้งนั้นน!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า! และฉัน… จะกลายเป็นฮีโร่ของทั้งโลก!”
ทุกสายตาของโจรสลัดหมวกฟางหันไปมองประตูแห่งความยุติธรรมยักษ์เบื้องหลัง สีหน้าทุกคนเคร่งเครียบทันที เพราะรู้ดีว่า—
ถ้าโรบินถูกพาเข้าไปแล้ว พวกเขาไม่มีทางช่วยได้อีก ที่นั่นเชื่อมตรงสู่คาล์มเบลท์ พวกเขาไม่มีปัญญาข้ามไปได้เด็ดขาด!
“นายทำแบบนั้นไม่ได้หรอก” ลูฟี่พูดขึ้นเสียงหนักแน่น
“หา?” สแปนดัมที่หัวเราะสะใจถึงกับค้าง เหมือนโดนบีบคอ “แกพูดบ้าอะไร!”
“เพราะเรนจิอยู่ข้างเธอไม่ใช่หรอ” ลูฟี่หันไปมองเพื่อนใหม่ด้วยความเชื่อมั่นเต็มร้อย
“จ๊าา~ ไอ้นั่นมันจะทำอะไรได้คนเดียวกันฟะ!” สแปนดัมหัวเราะหยัน “หมวกฟาง แกไม่รู้รึไงว่าศัตรูของแกคือใคร!”
เขาชี้ไปบนท้องฟ้า “เห็นธงนั้นไหม!”
ลูฟี่เงยหน้ามอง ธงรัฐบาลโลกกำลังโบกสะบัดอยู่เหนือเอนิเอส ล็อบบี้ มันคือสัญลักษณ์แห่งอำนาจที่ครองทั้งโลก!
“การที่แกต่อต้านฉัน เท่ากับแกต่อต้านรัฐบาลโลกทั้งใบ! แกมีความกล้าพอจะทำศึกกับโลกทั้งใบงั้นเหรอ!”
ลูฟี่ไม่ตอบ แค่จ้องกลับด้วยสายตาเย็นเฉียบ
สแปนดัมยกเด็นมุชิสีทองขึ้นโชว์ “แล้วรู้มั้ยว่าทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงไม่หนีไปไหนเลย? เพราะฉันมีสิทธิ์ใช้บัสเตอร์คอล!”
“แค่กดปุ่มนี้ พลเรือโทห้าคนจะนำเรือรบสิบลำมาที่นี่ พร้อมอาวุธทำลายล้างที่จะเป่าทุกสิ่งให้หายวับ—เหมือนที่บ้านเกิดของนิโค โรบินเคยโดนมาแล้วไงละ ฮ่าฮ่าฮ่า!”
“บ้านเกิด… ของโรบิน…” ช็อปเปอร์อึ้งตาค้าง เขาเคยได้ยินโรบินบอกว่าตัวเองไร้บ้าน แต่ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องจริงที่โหดร้ายแบบนี้
“เจ้านี่มันเลวจริงๆ” ซันจิกัดฟันแน่น
“ฮึ่ม! นี่แหละพลังของฉัน!” สแปนดัมส่ายเด็นมุชิต่อหน้าทุกคน “ถ้าฉันกดแค่นิดเดียว…”
“หยุดนะ!!” โรบินตะโกนเสียงสั่น “นายรู้มั้ยว่ามันหมายถึงอะไร! ถ้านายเปิดบัสเตอร์คอลที่นี่ เอนิเอส ล็อบบี้ก็จะถูกทำลายไปด้วย!”
สแปนดัมชะงักไปอึดใจ ก่อนหัวเราะหยัน “หึ ฉันไม่ได้โง่หรอกนะ จะมากดตรงนี้ทำไมให้ตัวเองตายไปด้วย แต่ที่อื่นน่ะเหรอ… ฮ่าฮ่าฮ่า ได้แน่สิ!”
เด็นมุชิสั่นอยู่ในมือเขา โรบินเริ่มเหงื่อไหลท่วมหน้า ภาพฝันร้ายเมื่อ 20 ปีก่อนย้อนกลับมาอีกครั้ง—ครอบครัวที่ตาย เพื่อนที่หาย บ้านเกิดที่โดนเผาผลาญ ทุกอย่างตีกลับเข้ามาในหัวเธอ
“ใช่แล้วล่ะ! นี่แหละปฏิกิริยาที่ฉันอยากเห็น!” สแปนดัมหัวเราะลั่น
“โรบิน…” นามิยืนมองเพื่อนด้วยแววตาเจ็บปวด
“ยี่สิบปีก่อน… บัสเตอร์คอลทำลายทุกอย่างที่ฉันรัก” โรบินกัดริมฝีปาก น้ำเสียงสั่น “ตอนนี้มันกลับมาขู่เพื่อนที่ฉันพึ่งยอมเปิดใจด้วย… ยิ่งฉันอยากอยู่กับพวกนายมากเท่าไหร่ ชะตากรรมของฉันก็ยิ่งทำร้ายพวกนายเท่านั้น!”
“ไม่ว่าฉันจะไปที่ไหน ศัตรูก็รออยู่ทุกแห่ง เพราะศัตรูของฉันก็คือทั้งโลกนี้เอง…”
“เรื่องพลเรือเอกอาโอคิจิก็เหมือนกัน ฉันลากนายเข้ามาเกี่ยวแล้วสองครั้ง ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป สุดท้ายพวกนายก็ต้องทอดทิ้งฉันอยู่ดี!”
“ฉัน… ฉันกลัวว่าวันนั้นจะมาถึง… เพราะงั้น ปล่อยฉันตายตรงนี้เถอะ!”
โรบินถอยหลังไปสองก้าวเหมือนหมดแรง พูดจบก็หน้าซีดเผือด
“ฮ่าฮ่าฮ่า! ได้ยินแล้วใช่มั้ย!” สแปนดัมตะโกนสะใจ “ผู้หญิงคนนั้นเองก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว!”
แฟรงกี้หน้าตึง หงุดหงิดจนแทบจะเดินไปต่อยสแปนดัมให้จมดินตรงนั้น
“ในที่สุดฉันก็เข้าใจแล้วว่าจะทำยังไง” ลูฟี่หันไปตะโกน “โซเงคิง! ยิงธงนั่นซะ!”
“รับทราบ!”
“อาวุธใหม่—หนังสติ๊กยักษ์ เฮราคลีส!”
อุซปดึงหนังสติ๊กเล็งสูง ตะโกนสุดเสียง “ดาวไฟร์เบิร์ด!!”
“บูมมม!!”
ไฟรูปนกยักษ์พุ่งขึ้นไปกลางฟ้า เผาไหม้ทะลุธงรัฐบาลโลกจนเป็นรูทะลุพรุน!
CP9 ตกตะลึงตาค้าง—พวกนี้มันกล้าเหิมเกริมขนาดยิงใส่ธงรัฐบาลโลกเลยเหรอ!?
“เจ้าเด็กบ้า! แกเข้าใจมั้ยว่านี่หมายถึงอะไร!” สแปนดัมโวยลั่น “แกกำลังประกาศสงครามกับรัฐบาลโลกนะโว้ย!!”
“มันแน่อยู่แล้วว!!!” ลูฟี่คำรามกลับเต็มเสียง “โรบิน!!”
“พูดออกมาเดี๋ยวนี้! ว่าเธออยากมีชีวิตอยู่!!”