- หน้าแรก
- บันทึกอนุมานยามฝนคลุ้ง
- บทที่ 16 ความจริงที่ซ่อนอยู่
บทที่ 16 ความจริงที่ซ่อนอยู่
บทที่ 16 ความจริงที่ซ่อนอยู่
ฝนหนาวเหน็บสายนี้ตกต่อเนื่องมาหลายชั่วโมงแล้ว
สำหรับหวงซานกับเหยียนหมิง เวลานี้ความรู้สึกนอกจากความหนาวก็มีแต่ความเหลือเชื่อ
หลี่เหมิง ผู้ร่วมทางกันมาโดยตลอดแสดงออกซื่อเซ่อตรงไปตรงมา แม้แต่ชื่อยังให้ความรู้สึกทื่อๆ ทว่าในท้ายที่สุดกลับพบว่าเขาคือคนขับเมื่อสามปีก่อน นั่นก็น่าประหลาดใจมากแล้ว
แล้วเจียงเสี่ยวหลิงคือยายแก่คนนั้น?
ผลลัพธ์เช่นนี้ใช่ว่าจะยอมรับกันได้ง่ายๆ
แต่อย่างไรเสีย ตอนนั้นเจียงเสี่ยวหลิงก็มาสาย… หากเธอคือยายแก่จริง ก็อธิบายอะไรได้หลายอย่าง
นี่คือทีมที่ต่างก็เป็นนักแสดงยอดเยี่ยมกันหมดหรือไง?
คนธรรมดายังจะเอาตัวรอดกันได้อย่างไร?
หวงซานกลั้นไม่อยู่จึงเอ่ยถามว่า “ตอนเที่ยงที่พวกเราถูกขังอยู่หลังบ้าน คุณเจียงไม่ใช่ยังถูกยายแก่ขวางไว้ที่ห้อง 204 อยู่หรือ? ตอนนั้นเธออยู่ที่หน้าต่าง แต่จากลึกเข้าไปในห้องชัดเจนว่ามีเสียงกระแทกประตู เธอคงแยกร่างไม่ได้ใช่ไหม?”
“ง่ายมาก ยังจำเครื่องอัดเสียงในห้อง 101 ได้ไหม หลักการเหมือนกัน” สวี่ม่อตอบ
“ใช้มือถือก็พอ อัดเสียงกระแทกประตูไว้ล่วงหน้า แล้ววางมือถือไว้ตรงมุมหนึ่งของห้อง ตั้งเวลาเอาไว้”
“แต่… คุณสวี่ นี่มันก็เป็นแค่การคาดคะเนของคุณกับคุณเจียงไม่ใช่หรือ?” หวงซานจ้องสวี่ม่อ
“ใช่ แต่ถ้าฝ่ายนั้นมีจุดพร่องมากพอ เราก็อาศัยสิ่งนั้นทำข้อสันนิษฐานที่สมเหตุสมผลได้ และใช้ผลจากสมมุตินั้นย้อนกลับไปหาหลักฐาน แทนที่จะหาอย่างสะเปะสะปะไร้ทิศทาง”
สวี่ม่อถอดแว่น เก็บใส่กระเป๋าเสื้อ
เขาพูดต่อว่า “มีรายละเอียดหนึ่ง ผมอาศัยมันเป็นฐานคาดคะเน”
“รายละเอียดอะไร?” หวงซานถาม
“เมื่อครู่พวกเราคิดว่าพบร่างศพครบสามแล้ว ต่างก็หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูป แล้วส่งข่าวให้ศาสนจักร แต่คุณเจียงเฉิงกับคุณเจียงเสี่ยวหลิงไม่ได้ทำแบบนั้น ตอนนั้นคุณเจียงเฉิงกำลังขุดหาอาวุธสังหาร ส่วนคุณเจียงเสี่ยวหลิง… ไม่ได้ทำอะไรเลย”
สวี่ม่อมองเจียงเสี่ยวหลิง ถามช้าๆ ว่า “ผมว่าโทรศัพท์ของคุณเจียง ยังทิ้งไว้ในห้อง 204 ใช่ไหม?”
หลังจากทุกคนออกมาจากห้อง 104 แล้ว ก็ไม่ได้ตรงขึ้นดาดฟ้ามาขุดทันที หากแต่ช่วยกันค้นหาคร่าวๆ ตามห้องชั้นหนึ่งกับชั้นสอง เผื่อยายแก่ยังแอบซ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่ง
เพราะกังวลว่าถ้าใครแยกไปคนเดียวจะเกิดเรื่อง ทุกคนจึงอยู่รวมกัน
บางทีเจียงเสี่ยวหลิงอาจซ่อนมือถือไว้ในตำแหน่งลับในห้อง 204 แต่หลังจากนั้นเธอไม่มีจังหวะเหมาะจะกลับไปเอามัน
“ฉัน… ตอนนั้นคงกลัวมาก เลยทิ้งมือถือไว้ในห้อง 204 น่ะ” สีหน้าของเจียงเสี่ยวหลิงซีดลงเล็กน้อย เสียงอธิบายไม่ดังนัก
“อาจเป็นอย่างนั้น แต่คุณเจียง คุณยังมีพิรุธอย่างอื่น” สวี่ม่อว่าอย่างจริงจัง
“ต่อจากนี้ปล่อยให้คุณเจียงเฉิงเถอะ ผมคิดว่าข้อสันนิษฐานของเขาละเอียดกว่าผม”
แนวคิดเรื่อง “ไม่เคยปรากฏพร้อมกัน” นั้น เจียงเฉิงเป็นคนเสนอ
สวี่ม่อไม่คิดจะแย่งความดีนี้ ท้ายที่สุดมันเกี่ยวพันกับรางวัลของการไขความจริงที่ซ่อนอยู่
เจียงเฉิงไม่ปฏิเสธ รับช่วงคำพูดต่อ
“เรื่องค่อนข้างยุ่งเหยิง งั้นผมจะเริ่มจากต้นเลย”
เขามองเจียงเสี่ยวหลิงนิ่งๆ แล้วดันเส้นเวลาของเหตุการณ์ย้อนกลับไปสามปีก่อน
คืนนั้นที่ฟ้าร้องฝนกระหน่ำ เจียงเสี่ยวหลิงฆ่าสามีใหม่ของเธอ
รายงานบนอินเทอร์เน็ตคลุมเครือ ไม่เคยให้รายละเอียดครบถ้วน แรงจูงใจก็ไม่ถูกเปิดเผย
“พี่สาวของคุณเจียงเคยบอกว่า ผู้ชายหน้าตาดีมักใจดี… ผมว่าอาจเป็นชนวนของทุกอย่าง แน่นอนนี่เป็นเพียงการคาดเดา ภายในสถานีรักษาความสงบก็ไม่มีบันทึกรายละเอียดไว้”
บนดาดฟ้าอันเย็นเฉียบ ฝนโหมกระหน่ำดั่งเทน้ำ
คนที่เหลือเงียบกริบ ตั้งใจฟังเจียงเฉิงเล่า
“ผมเดาว่านี่คงเป็นเรื่องการล้างแค้น… เอาเป็นว่าอย่างไรก็ดี หลังลงมือฆ่าแล้ว คุณเจียงก็รีบหนี จากนั้นไม่นานก็กลับมาที่เกสต์เฮาส์นี้ ฆ่าเจ้าของเดิม คุณตาคนนั้น แล้วปลอมตัวเป็นยายแก่ ตั้งแต่นั้นก็อยู่ต่อเรื่อยมาจนเกือบสามปี”
สามปี อีกทั้งยังเป็นช่วงวัยสาวที่กำลังรุ่งที่สุด
ตกลงอะไรทำให้เธอยอมค้างอยู่ที่นี่ถึงสามปี?
“คุณเจียงมีแนวโน้มว่าจะกลับมาที่นี่เพื่อหลบเลี่ยงการสืบติดตาม ใครๆ ก็คาดไม่ถึง ฆาตกรกลับมาที่เกิดเหตุเอง แถมยังกลายเป็นเจ้าของสถานที่”
ฟังการวิเคราะห์ของเจียงเฉิง หวงซานกับเหยียนหมิงลืมตาโพลง
มันยังมีแบบนี้ด้วย?
ตามตรรกะของคนทั่วไป ฆ่าคนแล้วไม่ควรหนีให้ไกลที่สุดหรือ?
“แน่นอน ที่จริงยังมีความเป็นไปได้อีกอย่าง ซึ่งส่วนตัวผมเอนเอียงไปทางนั้น คุณเจียงทั้งเพื่อหลบการสืบ และเพื่อค้นหาบางอย่างในเกสต์เฮาส์ ผมคิดว่าสิ่งนั้นน่าจะมีค่ามาก เช่นแหวนแต่งงาน ขนาดต้องเล็กแน่”
เจียงเฉิงร่างภาพเหตุการณ์ในตอนนั้นคร่าวๆ
คืนนั้น สามีอาจหยอกเล่นกับภรรยาใหม่ บอกว่าซ่อนของชิ้นเล็กที่มูลค่าหลายหมื่นไว้ตรงไหนสักแห่งในเกสต์เฮาส์
ภรรยาเดิมทีมากับความแค้น แต่ทรัพย์สินทำให้เธอหวั่นไหว ดังนั้นหลังฆ่าแล้วจึงย้อนกลับมา
ทั้งเพื่อหลบซ่อน ทั้งเพื่อค้นหา
“คุณคิดอย่างนั้นทำไม?” เจียงเสี่ยวหลิงจ้องเจียงเฉิง สีหน้าไม่ซีดเท่าเดิม คล้ายสงบขึ้นมาก
“ง่ายมาก ตอนเช้าเราค้นหาศพในห้อง 204 คุณพูดเหมือนไม่ได้ตั้งใจว่าฆาตกรอาจก่ออิฐเอาศพฝังไว้ในกำแพง ดังนั้นผมเดาว่า… ตลอดสามปีนี้คุณน่าจะกำลังหาบางสิ่ง แต่หาจนครบทุกมุมในเกสต์เฮาส์ก็ยังไม่พบ ภารกิจครั้งนี้ทำให้คุณเกิดไอเดียว่าสามปีก่อน สามีของคุณอาจมาที่เกสต์เฮาส์ก่อน แล้วใช้ปูนซีเมนต์ปิดผนึกของชิ้นเล็กแต่ล้ำค่านั้นไว้”
ดูเหมือนจะหาศพ
แท้จริงคืออาศัยมือของทุกคน ช่วยรื้อกำแพงซีเมนต์ส่วนที่ทุบง่ายออกให้ทั่ว เพื่อค้นหาสิ่งนั้น
“คุณพูดต่อ”
เจียงเสี่ยวหลิงไม่ยืนยัน ไม่ปฏิเสธ แม้กระทั่งไม่คิดแก้ตัว
เธอเพียงจ้องเจียงเฉิงอย่างสงบ ปล่อยให้เขาพูดวิเคราะห์คาดคะเนให้จบ
เจียงเฉิงพยักหน้าเล็กน้อย แล้วกล่าวต่อว่า “ไม่นานมานี้ บางทีเพื่อหนีอดีตเหมือนกับหลี่เหมิง คุณก็ติดต่อศาสนจักรเช่นกัน ทว่าภารกิจรอบที่สองทำให้คุณเริ่มกังวล… คุณกลัวว่าศพที่ตัวเองฝังไว้หลังบ้านจะถูกขุดเจอ ตัวตนในฐานะยายแก่ก็จะคงไว้ไม่ได้ ดังนั้นคุณเลยนึกถึงวิธีหนึ่งขึ้นมา”
“หลี่เหมิงเองก็กลัวว่าศพที่เขาฝังไว้จะถูกขุด เขาเลือกจะใส่ร้ายป้ายสีหวงซาน”
“ส่วนวิธีของเจียงเสี่ยวหลิงนั้นแยบยลกว่านั้น”
“ภารกิจ ‘สามศพ’ ครั้งนี้ทำให้เธอตระหนักว่า แม้อยู่ที่นี่มาสามปี แต่ก็ยังควบคุมเกสต์เฮาส์เก่าโทรมแห่งนี้ได้ไม่หมด”
“แท้จริงแล้ว เธอคิดว่าในเกสต์เฮาส์มีศพเพียงหนึ่ง นั่นคือศพที่เธอฝังไว้หลังบ้าน”
“ทว่าภารกิจระบุว่ามีสามศพ ก็ย่อมต้องมีอีกสอง”
“ดังนั้นเจียงเสี่ยวหลิงจึงคิดวิธี…”
เจียงเฉิงวิเคราะห์ว่า “ผมเดาว่าภารกิจแรกของคุณคือการฆ่า สองวันก่อน คุณฆ่าหนุ่มที่ทำงานไนต์คลับ… หลังได้รับภารกิจที่สอง คุณก็ย้ายศพของเขาไปไว้ใต้เตียงในห้อง 201 ในมุมมองของคุณ แบบนี้ภายในเกสต์เฮาส์ก็มีสี่ศพแล้ว คุณเพียงแค่ทำให้มีคนพบศพใต้เตียงล่วงหน้า และแทรกแซงขั้นตอนภารกิจเล็กน้อย ไม่ให้คนอื่นสนใจหลังบ้านก็พอ”
นี่แหละคือวิธีของเจียงเสี่ยวหลิง
ใช้ “ศพสดใหม่” มาทดแทนศพที่ฝังไว้หลังบ้าน
“คุณไม่กล้าขุดศพหลังบ้านขึ้นมา เพราะจะทิ้งหลุมใหญ่ไว้ให้เห็น ชวนให้ผู้เข้าร่วมภารกิจสะดุดตา ยิ่งทำให้รักษาตัวตน ‘ยายแก่’ ไว้ได้ยาก”
“ใช่”
เจียงเสี่ยวหลิงเอ่ยขึ้นทันที จ้องเจียงเฉิงนิ่ง ไม่โต้เถียงใดๆ และยอมรับเสียอย่างนั้น
หวงซานกับเหยียนหมิงก็ตะลึงงัน
ทำไมเธอไม่คิดจะแก้ตัว?
ได้ยินเพียงเธอว่า “แค่ว่าฉันไม่คิดว่า…”
“ไม่คิดว่า ‘จำนวนศพ’ ก็ยังไม่พอใช่ไหม?” เจียงเฉิงถาม
“ถูกต้อง ไม่คิดเลยว่าหลังบ้านจะไม่ถูกนับเป็น ‘ภายในเกสต์เฮาส์’ และต่อให้บวกศพที่ฉันเอาไปซ่อนไว้ใต้เตียง ภายในเกสต์เฮาส์ก็ยังมีแค่สอง”
เจียงเสี่ยวหลิงอยู่ที่นี่สามปี
ดังนั้นเธอจึงรู้ดีว่า ห้องที่ยังไม่ถูกรื้อค้นหรือแม้แต่ห้องน้ำที่เหลืออยู่นั้น ล้วนว่างเปล่าโดยสิ้นเชิง
กล่าวคือ ภายในเกสต์เฮาส์เดิมทีมีเพียงศพบนดาดฟ้าศพเดียวอย่างนั้นหรือ?
แล้วเหตุใดภารกิจจึงกำหนดไว้สามศพ?
เจียงเฉิงยิ้มบางๆ “ผมคิดว่าคนที่ร่างภารกิจรอบสองคงคาดการณ์ไว้ก่อนแล้วว่าคุณจะลากเหยื่อที่ฆ่าในภารกิจหนึ่งกลับมาไว้ในเกสต์เฮาส์ เพราะฉะนั้น ‘ช่องว่างของจำนวนศพ’ ที่ต้องเติมจริงๆ มีเพียงหนึ่งศพ หมายในเราหกคนนี้ ถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะต้องตายหนึ่ง”
เจียงเสี่ยวหลิงชะงัก สีหน้าที่เรียบสนิทสั่นระริกขึ้นเล็กน้อย
ถ้าเช่นนั้น… เธอคือผู้เข้าร่วมภารกิจ แต่ขณะเดียวกันก็เผลอมีส่วน “ผลิต” บางส่วนของภารกิจขึ้นมาโดยปริยาย?
ทางศาสนจักร ผู้ประกาศภารกิจ สามารถคาดการณ์ได้ไกลถึงเพียงนั้นจริงหรือ?
เห็นเธออึ้งไป เจียงเฉิงไม่อยากเสียเวลา จึงกล่าวต่อว่า “เมื่อคืนคุณเคาะประตูห้องผม ก็เพื่อให้ผมพบศพใต้เตียง… ส่วนที่คุณบอกว่าเห็นดวงตาผ่านรอยแยกของประตู ก็เพื่อแยกตัวเองออกจากตัวตน ‘ยายแก่’ สำหรับเสียงฝีเท้าที่ไกลบ้างใกล้บ้างนั้น…”
เจียงเฉิงลูบคาง ขมวดคิ้ว “ผมว่า… คุณใช้เครื่องกำเนิดเสียงอะไรสักอย่าง ติดไว้บนเพดานทางเดินชั้นหนึ่งฝั่งใกล้ห้อง 101 ทำให้ผมซึ่งพักอยู่ห้อง 201 ได้ยิน พอค่ำลงจนผหลับ คุณจึงออกมาเก็บเครื่องนั้น”
เมื่อคืนหลับสบายเกินไป จนเจียงเฉิงเดาว่าตัวเองถูกวางยา
โดยปกติ เพียงมีอะไรไหวกระทบเล็กน้อย เขาก็ตื่นทันที
“ถูกต้อง” เจียงเสี่ยวหลิงได้สติ กลับมาตอบรับอย่างตรงไปตรงมา
“หลังเตรียมทุกอย่างเสร็จ คุณก็ยังกลัวว่าศพหลังบ้านจะถูกพบ จึงอัดเสียงกระแทกประตูไว้ในมือถือ ใช้มันเป็นฉากสุดท้ายของละครที่คุณกำกับเอง”
“ใช่ แล้วคุณเริ่มสงสัยฉันตั้งแต่เมื่อไหร่?” เจียงเสี่ยวหลิงถาม
“เมื่อคืน คุณแสดงช่องโหว่อยู่หลายจุด”
“เฮอะ… ว่าอยู่แล้ว” เจียงเสี่ยวหลิงส่ายหน้า คล้ายเห็นว่าการปลอมตัวของตนล้มเหลวอย่างน่าเสียดาย
“เช้านี้คุณอ้างไปเข้าห้องน้ำ แท้จริงคือปีนออกหน้าต่างห้องน้ำหญิงลงมาชั้นหนึ่ง แล้วปลอมเป็นยายแก่อีกครั้ง เอาอาหารเช้ามาส่งให้เรา… ตอนนั้นคุณจับได้แล้วว่าผมกำลังสงสัย จึงจงใจพูดคำนั้น”
ตอนนั้นยายแก่ที่เธอปลอมตัว ก่อนจะผละไป เอ่ยว่า “สองวันนี้มักมีเสียงประหลาดๆ อยู่เรื่อย”
นั่นก็เพื่อขืนทิศความคิดของเจียงเฉิง รบกวนกระบวนการไตร่ตรองของเขา
“คุณเจียงทำไมไม่แก้ต่าง?” หวงซานกลั้นมานาน ในที่สุดก็อดถามไม่ได้
“ง่ายมาก” สวี่ม่อตอบแทนเจียงเฉิง
“แค่ตอนนี้พวกเราไปห้อง 204 หาโทรศัพท์ของคุณเจียง แล้วเปิดไฟล์เสียงกระแทกประตูในนั้น ทุกเบาะแสก็จะร้อยต่อกันครบ นี่คือหลักฐานจับต้องได้”
“โอ้… อย่างนี้นี่เอง”
หวงซานเกาศีรษะ นึกไม่ออกแล้วว่าวันนี้หลุดปาก “อย่างนี้นี่เอง” ไปกี่ครั้ง
เหยียนหมิงโล่งใจที่ตัวเองอดทนไว้ ไม่รีบปากไวก่อน แบบนี้ก็ดูไม่โง่มากนัก
“ยังมีอีกข้อสุดท้าย” เจียงเฉิงเหลือบมองศพของหลี่เหมิง
“หลี่เหมิงคือคนแรกในพวกเราที่รู้ตัวตนที่แท้จริงของคุณ เพราะเมื่อคืนตอนมีเสียงฝีเท้าดังขึ้น เขายืนอยู่ตรงบันไดที่ไปชั้นสองต่อขึ้นดาดฟ้า กำลังลังเลกับปัญหาเสื้อกันฝนและรอยน้ำ จึงรู้ว่าคุณกำลังจัดฉาก วันนี้ที่เขาให้คุณโดดตึก ก็เพื่อทดลองคุณให้ชัดขึ้นอีก… แผนของคุณมีรูรั่วใหญ่โต”
เจียงเสี่ยวหลิงยักไหล่ เอ่ยว่า “ช่างเถอะ ไม่เป็นไร เป็นความผิดพลาดของฉันเอง ได้รับภารกิจช้าเกินไป ไม่มีเวลาทำแผนที่ไร้ที่ติ”
(จบบท)