- หน้าแรก
- รีเซ็ตชีวิต ปิดคดีเดือด
- บทที่ 39 - เดี๋ยวนี้กองเราเปลี่ยนไปขนาดนี้เลยเหรอ?
บทที่ 39 - เดี๋ยวนี้กองเราเปลี่ยนไปขนาดนี้เลยเหรอ?
บทที่ 39 - เดี๋ยวนี้กองเราเปลี่ยนไปขนาดนี้เลยเหรอ?
บทที่ 39 - เดี๋ยวนี้กองเราเปลี่ยนไปขนาดนี้เลยเหรอ?
สำนักงานขนส่ง หรือเรียกสั้นๆ ว่า ขนส่ง
หลวี่จงซินและลูกทีมอีกคนกำลังตรวจสอบข้อมูลรถอยู่ที่นี่
ทำไมไม่ไปเช็คที่จราจร?
เพราะข้อมูลที่แต่ละหน่วยงานมีไม่เหมือนกัน
จราจรมีแค่ข้อมูลพื้นฐานของรถ เช่น เจ้าของรถ ยี่ห้อ รุ่น ประเภทการใช้งาน
คนทั่วไปติดต่องานแค่จราจรก็พอแล้ว
จะไปสอบถามที่ขนส่ง ขั้นตอนและเอกสารจะยุ่งยากกว่า แต่จะได้ข้อมูลรถที่แม่นยำและครบถ้วนที่สุด
ในฐานะตำรวจสืบสวน หลวี่จงซินย่อมข้ามขั้นตอนการสอบถามที่ยุ่งยากนั้นไปได้
หน่วยงานราชการด้วยกันย่อมประสานงานกันได้
ขณะที่เขากำลังจดจ่ออยู่กับตารางข้อมูลบนหน้าจอ เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น
เขาไม่ดูแม้แต่เบอร์โทร กดรับสายทันที
"ฮัลโหล ผมหลวี่จงซิน"
"ผมหลี่จวิน คุณอยู่ไหน?"
"หัวหน้าหลี่เหรอครับ ผมเช็คข้อมูลรถอยู่ที่ขนส่ง"
"เดี๋ยวผมไปหา"
"มีธุระอะไรคุยทางโทรศัพท์ก็ได้ครับ หรือถ้าต้องคุยต่อหน้าก็ควรเป็นผมที่เข้าไปหา"
เขาก็รู้จักเกรงใจเราเหมือนกันนี่หว่า... หลี่จวินปลายสายเกือบคิดว่าโทรผิดเบอร์
ถ้าโทรคุยแล้วจบ วันนี้เขาคงไม่โดนผู้กำกับด่าหรอก
หรือว่าเขาลืมเรื่องที่หักหน้าผมคราวก่อนไปแล้ว
เป็นไปได้สูง!
"ไม่ต้องพูดจาดี รอผมอยู่ที่นั่น"
ไอ้นี่มันหัวดื้อ... เพราะหลี่จวินรู้นิสัยนี้ ถึงยืนกรานจะไปเจอหลวี่จงซิน
ต้องคุยกันให้รู้เรื่องต่อหน้าเท่านั้น ถึงจะมีโอกาสทำให้ลาหัวดื้อตัวนี้ยอมก้มหัว
สิบห้านาทีต่อมา
หลี่จวินเจอตัวหลวี่จงซินในห้องทำงานห้องหนึ่ง
"เหล่าหลวี่ วางงานในมือลงก่อน เอาสำนวนคดีแล้วตามผมมา"
เขาพยายามใช้อำนาจหัวหน้ากองสั่งการหลวี่จงซินอีกครั้ง
"ไปไหนครับ?"
หลวี่จงซินหันมามองหลี่จวิน แต่ตัวไม่ขยับ มือยังวางบนเมาส์ ดูไม่มีทีท่าจะลุกเลยสักนิด
จริงๆ คำพูดหลี่จวินมีเทคนิคแฝงอยู่
เขาไม่ได้ขอ "ดู" สำนวนคดี แค่บอกให้หลวี่จงซิน "เอาติดตัว" ไปด้วย
คราวนี้คุณไม่ต้องปฏิเสธ สำนวนอยู่ที่คุณ คุณแค่เดินตามมาก็พอ
ถึงเวลาเดี๋ยวก็มีคนมาขอคุณเอง แน่จริงก็แข็งข้อให้ตลอดรอดฝั่งสิ
ไม่มีศิลปะในการคุมคน ก็คงนั่งเก้าอี้หัวหน้ากองไม่ได้
หลี่จวินเชื่อว่าหลวี่จงซินเป็นคนรู้กาละเทศะ ที่ดื้อก็เพื่องาน แต่ถึงเวลาต้องยอมก็ต้องยอม
มีคำกล่าวที่ดีว่า... ผู้ที่รู้จักปรับตัวคือผู้ยอดเยี่ยม~
จัดชุดเล็กให้หน่อยละกัน
"ผอ.อู๋ให้ผมมาตามคุณ" หลี่จวินพูดเสียงขรึม
เบอร์หนึ่ง! หลวี่จงซินหนังหัวชา
ที่เขากล้าปฏิเสธหลี่จวินเพื่องาน เพราะอยู่กองเดียวกัน ถ้าปิดคดีได้สวย ทุกคนก็ได้หน้า
หัวหน้ากองต้องเข้าใจแน่ และหลวี่จงซินยังรู้อีกเรื่อง... หลี่จวินเป็นคนรักลูกน้อง ไม่เคยให้ร้ายใครลับหลัง
"ท่านจะดูสำนวนคดีใช่ไหมครับ?"
เขายังอยากยืนยัน
แม้คำสั่งเบอร์หนึ่งจะขัดไม่ได้ แต่ถ้าผิดหลักการ ก็ต้องว่ากันอีกเรื่อง...
หลี่จวินมองปราดเดียวก็รู้ว่าหลวี่จงซินตั้งท่าจะงัด จึงรีบพูดดักคอ
"เหล่าหลวี่ ผมว่าคุณชักจะบ้า!! ผอ.อู๋ตามตัว คุณยังจะมาตั้งคำถาม คดีเดียวทำคุณเพี้ยนไปแล้วหรือไง?!"
เห็นหัวหน้ากองของขึ้น หลวี่จงซินรีบหุบปาก เขาฟังออกว่าหลี่จวินหวังดี
ต้องบีบให้ระเบิดลง... เห็นลาหัวดื้อยอมอ่อนข้อ น้ำเสียงหลี่จวินก็ผ่อนลง
"ไปเถอะ นั่งรถผมไป"
"เดี๋ยวก่อนครับ" หลวี่จงซินหยิบมือถือ "ผมขอถามก่อน"
"ทางหัวหน้าทีมไม่ต้องถามแล้ว" หลี่จวินพูดอย่างมั่นใจ "เดี๋ยวผมคุยกับเขาเอง"
"ไม่ได้ถามเขาครับ" หลวี่จงซินไม่เงยหน้า นิ้วเลื่อนหน้าจอมือถือเร็วๆ
หลี่จวิน: ????
ไม่ได้ถามหัวหน้าทีม...
แล้วจะถามใคร?
ตกลงใครเป็นคนนำทีมสืบสวน เขายังมีหัวหน้าอีกเหรอ?
ลาหัวดื้อตัวนี้ขนาดหัวหน้ากองอย่างเขายังไม่ไว้หน้า ตอนนี้กลับต้องโทรขออนุญาตคนอื่น!
มีเสือซ่อนมังกรในกองเหรอ?
เป็นไปไม่ได้ ต่อให้เบื้องบนส่งคนลงมา เขาไม่รู้ ผู้กำกับที่เป็นเบอร์หนึ่งก็ต้องแจ้งให้ทราบสิ
ท่ามกลางสายตางุนงงของหลี่จวิน หลวี่จงซินยกโทรศัพท์แนบหู
"ต้าจาง ผู้ใหญ่จะดูสำนวนคดี นายว่าไง..."
"อื้อ รับทราบ"
"ผมเข้าใจ โอเคๆ"
วางสาย หลวี่จงซินบอกหลี่จวิน
"สำนวนคดีอยู่บนรถข้างล่าง ไปกันเถอะครับ"
หลี่จวินกระพริบตาปริบๆ
"เดี๋ยว คุณเพิ่งโทรหาใคร?"
"คนในทีมสืบสวนพิเศษครับ" หลวี่จงซินนึกไม่ถึงว่าหัวหน้ากองจะอยากรู้อยากเห็นขนาดนี้ ในเมื่อถามแล้ว เขาก็ตอบตามตรง
"ชื่อเต็มคืออวี๋ต้าจาง เด็กใหม่ที่เพิ่งมาไม่นาน ลูกศิษย์ผมเอง"
ตอนพูดคำว่า "ลูกศิษย์ผม" หลวี่จงซินยืดอกโดยไม่รู้ตัว
ท่าทางภูมิใจนั่น เหมือนลูกตัวเองสอบติดชิงหัวปักกิ่งยังไงยังงั้น
เด็กใหม่? หลี่จวินยิ่งงงหนัก
คุณเป็นตำรวจสืบสวนรุ่นเก๋า รองหัวหน้าทีมสืบสวนพิเศษ จะทำอะไรต้องรายงานเด็กใหม่?
ดูท่าทางแล้ว ถ้าเด็กใหม่ปลายสายไม่ยอม วันนี้สำนวนคดีคงไปไม่ถึงมือผู้กำกับ
มหัศจรรย์จริงๆ~
อาจารย์เชื่อฟังลูกศิษย์...
เดี๋ยวนี้กองเราเปลี่ยนไปขนาดนี้เลยเหรอ?
ลูกศิษย์เด็กใหม่ที่เพิ่งรายงานตัวพาอาจารย์ทำคดี
ผมปรับตัวไม่ทันแฮะ!
.
ยี่สิบนาทีต่อมา ห้องทำงานผู้กำกับ
"ท่านครับ นี่สำนวนคดี"
หลวี่จงซินวางแฟ้มลงบนโต๊ะตรงหน้า
"นั่งสิ นั่งทั้งคู่ ผมขอดูปรูปคดีก่อนค่อยว่ากัน"
หลี่จวินรีบดึงหลวี่จงซินที่กำลังจ้องผู้กำกับเขม็งให้นั่งลง
เขาสังเกตว่าสายตาของเหล่าหลวี่ดูแปลกๆ ทำไมเหมือนกำลังจ้องขโมย
หรือว่าจะตื่นเต้นเกินไป?
ไม่สิ เขากำลังจ้องแฟ้มคดี!
ต้องเป็นเพราะลูกศิษย์คนนั้นสั่งอะไรมาแน่ๆ ประมาณว่า... ไปด้วยกันก็ได้ แต่สำนวนห้ามคลาดสายตา
ผอ.อู๋ไม่ได้สังเกตความผิดปกติของทั้งคู่ ความสนใจของเขาทุ่มไปที่แฟ้มคดี
หน้าแรกเป็นข้อมูลพื้นฐานของคดี
บันทึกเวลาสถานที่เกิดเหตุ ข้อมูลผู้แจ้งความและผู้เสียหาย
พอเปิดหน้าสอง เขาชะงัก
เนื้อหาบนนั้นเหมือนมีมนต์สะกดตรึงสายตาเขาไว้
ผู้ต้องสงสัยรับผิดแทนคนอื่น?
จงใจวางกับดักตำรวจ ล่อให้คนสอบสวนติดกับ เพื่อบรรลุเป้าหมายการรับผิดแทน
รู้ได้ยังไง?
เปิดหน้าต่อไป...
ห้องเช่าไม่ใช่สถานที่เกิดเหตุจุดแรก!
ไม่มีรอยเท้าผู้เสียหาย ไม่มีร่องรอยการต่อสู้
ใช้ถ่านกัมมันต์ที่มีคุณสมบัติดูดซับสูงรักษาสภาพศพ และชะลอเวลาตาย
เปิดหน้าต่อไป...
ใช้เบาะแสใหม่ฉีกหน้ากากคำโกหกของผู้ต้องสงสัย พิสูจน์ว่าเขาไม่ใช่ฆาตกรตัวจริง
ไปที่สถานีตำรวจท้องที่ ตรวจสอบคดีคนหายก่อนหน้านี้ เพื่อรู้รายละเอียดวันที่ผู้เสียหายหายตัวไป
และอนุมานสถานที่เกิดเหตุจุดแรกที่แท้จริงจากกล้องวงจรปิด
เปิดอีกหน้า...
ยืนยันห้องนอนผู้เสียหายเป็นสถานที่ลงมือ แผนกพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบ เปรียบเทียบ จำลองเหตุการณ์
อ่านถึงตรงนี้ ผอ.อู๋รู้สึกสมอง "วิ้งๆ"
ความรู้สึกหายใจไม่ออกทำให้เขาอึดอัด หัวใจเต้นรัวเร็ว
ที่เขาไม่ค่อยสนใจคดีนี้ เพราะใครๆ ก็รู้ว่าเป็นคดีฆาตกรรมที่ตรรกะง่ายๆ
เขารู้ด้วยว่าบางแผนกยัดคนที่มีเกณฑ์ได้เลื่อนขั้นเข้ามาในทีมสืบสวนพิเศษ
ชุบตัวน่ะ เข้าใจได้
แต่สถานการณ์ตอนนี้...
นี่มันไม่ใช่ชุบตัวแล้ว นี่มันผ่านด่านเคราะห์ชัดๆ!
ในทีมสืบสวนพิเศษมีคนเก่งขนาดนี้เลยเหรอ?
สามารถสืบคดีที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนขนาดนี้ได้ถึงขั้นนี้ในเวลาสั้นๆ
ไม่สิ ต้องบอกว่า ทั้งกองมีคนแบบนี้ด้วยเหรอ?
ต่อให้ผู้เชี่ยวชาญจากกรมลงมาเอง ก็ไม่แน่ว่าจะทำคดีได้ถึงระดับนี้ในเวลาแค่นี้
ใครกัน?!!
(จบแล้ว)