- หน้าแรก
- ซุปตาร์พันหน้า ตำนานตัวประกอบสะท้านวงการ
- บทที่ 6: นี่มันไม่ใช่แค่การแสดงแล้ว!
บทที่ 6: นี่มันไม่ใช่แค่การแสดงแล้ว!
บทที่ 6: นี่มันไม่ใช่แค่การแสดงแล้ว!
บทที่ 6: นี่มันไม่ใช่แค่การแสดงแล้ว!
เมื่อซ่งถิงเย่ปรากฏตัวในฉลองพระองค์ลายมังกรดำ ช่างแต่งหน้าถึงกับตาค้างและเกือบจะหลุดปากออกมาว่า "ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท!"
"จ้องอะไรอยู่ได้? รีบแต่งหน้าให้เขาสิ!" จางจื้อลี่เร่งอยู่ข้างๆ
ช่างแต่งหน้าเพิ่งรู้สึกตัว เธอรีบลงมืออย่างลนลาน นับเป็นการแต่งหน้าที่กดดันที่สุดในชีวิตการทำงานของเธอ ทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างระมัดระวัง เพราะเกรงว่าหากทำพลาดแม้เพียงนิด ไม่เพียงแต่เธอจะถูกประหาร แต่ความผิดอาจลามไปถึงขั้นประหารเจ็ดชั่วโคตรเอาได้
"นายเคยรับบทที่มีบทพูดบ้างไหม?" จางจื้อลี่เอ่ยถาม
"ในกระเป๋าผมมีบัตรนักแสดงพิเศษครับ เคยรับบทที่มีบทพูดมาบ้าง" ซ่งถิงเย่ชายตามองไปทางกระเป๋าเป้ของเขา
แม้บัตรนักแสดงพิเศษจะดูเหนือกว่าบัตรตัวประกอบทั่วไป แต่ในปัจจุบันมันกลับพบเห็นได้เกลื่อนกลาด ซ่งถิงเย่ได้รับบัตรนี้หลังจากมาอยู่ที่นี่ได้เพียงเดือนเดียว ซึ่งในตอนนั้นเขายังพอหางานที่มีบทพูดจากสมาคมนักแสดงได้บ้าง ทว่าในช่วงปีสองปีมานี้ ด้วยสภาวะคนล้นงาน สมาคมจึงไม่ค่อยมีบทดีๆ มานำเสนอให้เท่าไหร่นัก ดังนั้นถึงจะมีบัตรนักแสดงพิเศษ แต่เขาก็ยังคงต้องไปยืนรอความหวังที่ลานกว้างทุกวันเหมือนคนอื่นๆ
จางจื้อลี่ถามไปตามมารยาทเท่านั้น ไม่ว่าซ่งถิงเย่จะมีประสบการณ์หรือไม่ก็ไม่สำคัญแล้ว เพราะเขาได้ตัดสินใจเลือกเด็กหนุ่มคนนี้ไว้แล้ว ต่อให้ตอนนี้ซ่งถิงเย่จะบอกว่าไม่อยากแสดง เขาก็คงไม่ยอมปล่อยไปเด็ดขาด
แม้จะเป็นเพียงตัวแสดงแทนชั่วคราว แต่การเซ็นสัญญาก็ยังเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ หลังจากซ่งถิงเย่เซ็นชื่อเรียบร้อย จางจื้อลี่ก็รีบอธิบายบทให้เขาฟังทันที
"ฉากของนายคือ หลังจากเสียงบรรยายจบลง นายจะต้องเค้นถามจิงเคอว่าเหตุใดเขาถึงคิดลอบสังหารนาย..."
เวลา 11:00 น. ตรง การตรวจตั๋วหน้าโรงละครตงเตี้ยนเริ่มต้นขึ้น
อวี่เหอเว่ยและผู้กำกับจางหย่งซิง พร้อมด้วยผู้ช่วยอีกสองคน เดินปะปนไปกับผู้ชมหลายร้อยคนเข้าไปด้านใน เมื่อเข้าไปแล้ว ทั้งสี่ก็รีบหาที่นั่งและเริ่มสนทนากัน
"ผู้กำกับครับ นักแสดงในกองถ่ายตอนนี้น่าจะวางตัวครบเกือบหมดแล้วใช่ไหมครับ?"
กองถ่ายที่เขาพูดถึงคือละครเรื่อง 《The Advisors Alliance》 ที่กำลังจะเริ่มถ่ายทำในเร็วๆ นี้ กำกับโดยผู้กำกับชื่อดังอย่างจางหย่งซิง ผู้เคยคว้าเกียรติยศรางวัลเฟยเทียนมาครองถึงสองปีซ้อน โดยมีนักแสดงนำระดับแถวหน้าอย่าง อู๋ซิ่วโป, หลี่เฉิน, ถังอี้ซิน, หลิวเทา และตัวอวี่เหอเว่ยเอง
"เกือบครบแล้วล่ะ เหลือแค่บท 'กุยแก' ที่ยังหาคนลงตัวไม่ได้" จางหย่งซิงพยักหน้า น้ำเสียงแฝงไปด้วยความกังวล
แม้บทกุยแกจะมีฉากไม่มากนัก แต่กลับมีความสำคัญต่อเนื้อเรื่องอย่างยิ่ง เพราะตามบทที่วางไว้ การจากไปก่อนวัยอันควรของเขาคือโอกาสสำคัญที่ทำให้สุมาอี้ได้เรืองอำนาจ
ทั้งสองคุยกันต่ออีกพักหนึ่ง จางหย่งซิงเริ่มรู้สึกง่วงจึงหลับตาลงพักผ่อน อวี่เหอเว่ยไม่ได้รบกวน เพราะความจริงแล้วพวกเขาไม่ได้ตั้งใจมาดูการแสดงตั้งแต่แรก เพียงแค่เพิ่งสำรวจสถานที่ถ่ายทำเสร็จและรู้สึกล้าจากการเดิน จึงซื้อตั๋วเข้ามาหาที่นั่งพักเพียงเท่านั้น
เมื่อแสงไฟในโรงละครมืดลง เสียงพูดคุยจอแจของผู้ชมก็ค่อยๆ เงียบสงัด นักแสดงที่แต่งกายเป็นขุนนางฉิน ถือม้วนไม้ไผ่ก้าวออกมาภายใต้แสงไฟสปอตไลท์ พร้อมเริ่มร่ายคำบรรยายเปิดเรื่อง
"ปีที่ 227 ก่อนคริสตกาล จิงเคอลอบสังหารฉินอ๋องไม่สำเร็จ ฉินอ๋องอิ๋งเจิ้งตกอยู่ในความโทสะ..."
เมื่อเสียงบรรยายจบลงและนักแสดงก้าวออกไป แสงไฟบนเวทีก็ค่อยๆ สว่างขึ้น
อวี่เหอเว่ยเงยหน้าขึ้นมองแล้วพลันหลุดปากอุทานด้วยความแปลกใจ ในขณะเดียวกันเสียงกระซิบกระซาบก็ดังขึ้นทั่วทั้งแถวที่นั่งผู้ชม
"ทำไมคนเล่นเป็นจิ๋นซีฮ่องเต้ดูเด็กจัง? จะเอาอยู่เหรอเนี่ย?"
"จะเอาอยู่หรือเปล่าไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ เขาใส่ชุดมังกรนั่นแล้วดูเป็นฮ่องเต้มากกว่านายเยอะเลย"
"หล่อมาก! ถ้าจิ๋นซีฮ่องเต้หล่อขนาดนี้ ฉันยอมพาทั้งตระกูลไปช่วยสร้างกำแพงเมืองจีนเลย!"
"รปภ. อยู่ไหน? ช่วยมาลากตัวยัยพวกเพ้อเจ้อนี่ออกไปที"
หลังเวที จางจื้อลี่ อู๋เฉียง และกลุ่มนักแสดงยืนอยู่ท่ามกลางความมืด ทุกคนตื่นเต้นจนฝ่ามือชุ่มไปด้วยเหงื่อ แม้พวกเขาจะมีความมั่นใจหลังจากได้เห็นการแสดงของซ่งถิงเย่มาบ้างแล้ว แต่ก็ไม่มีใครรับประกันได้ว่าผู้ชมจะยอมรับหรือไม่
"ขอให้สำเร็จทีเถอะ!" จางจื้อลี่ภาวนาในใจ
บนเวที เสียงซุบซิบของผู้ชมลอยมาเข้าหูซ่งถิงเย่ ทว่าเขากลับทำราวกับไม่ได้ยิน หากเป็นบทอื่นเขาอาจจะกังวลอยู่บ้าง แต่สำหรับการสวมบทบาทจักรพรรดิ สำหรับเขานั้นมันง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ
ฉลองพระองค์ลายมังกรดำแผ่สยายอยู่บนเก้าอี้ ซ่งถิงเย่เท้าคางด้วยมือเพียงข้างเดียว มุมปากประดับรอยยิ้มจางๆ ทว่าแววตากลับเย็นเยียบดุจน้ำแข็งที่ไม่เคยละลายมานับพันปี
"จิงเคอ... เหตุใดเจ้าจึงลอบสังหารข้า? ข้ากับเจ้ามีหนี้แค้นอันใดต่อกันรึ?"
ทันทีที่เขาเอ่ยปาก เสียงกระซิบกระซาบในโรงละครก็เงียบกริบลงทันควัน!
อวี่เหอเว่ยเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจและเริ่มให้ความสนใจอย่างจริงจัง น้ำเสียงของนักแสดงคนนี้ยอดเยี่ยมมาก! มันทั้งเฉียบคมและทรงพลังราวกับมีใบมีดเย็นเฉียบมาจ่ออยู่ที่ลำคอ ทำให้ผู้ฟังรู้สึกขนลุกซู่ด้วยความยำเกรง
มันสมจริงเสียจนดูเหมือนไม่ใช่การแสดง!
"ไม่มีหนี้แค้น ไม่มีความโกรธเคือง!" นักแสดงที่รับบทจิงเคอพยายามฝืนข่มความหวาดกลัว เขานั่งอยู่บนพื้น พยายามเชิดหน้าถ่ายทอดบทพูดของตนอย่างยากลำบาก
"ถ้าเช่นนั้น เหตุใดเจ้าถึงคิดลอบสังหารข้า!" ซ่งถิงเย่ลุกขึ้นยืน ดวงตาฉายแววกร้าวระยับ
กลิ่นอายแห่งบารมีอันทรงพลังแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา ราวกับคลื่นยักษ์ที่โถมเข้าใส่ผู้ชมหลายร้อยคนเบื้องล่าง ซึ่งในตอนแรกต่างพากันนั่งดูอย่างไม่ใส่ใจ แต่บัดนี้ทุกคนกลับมีสีหน้าตกตะลึง
"ว้าว! นักแสดงคนนี้มีของ!"
"ส่งบทได้สุดยอดมาก ฉันรู้สึกเหมือนอยากจะลงไปคุกเข่ากราบเขาสักสองสามทีเลย!"
"นี่น่ะหรือคือบารมีแห่งโอรสสวรรค์ในตำนาน!"
"เร็วเข้า รีบอัดวิดีโอลงวีแชทเร็ว!"
อวี่เหอเว่ยสะกิดจางหย่งซิงที่กำลังหลับอยู่ พลางกระซิบว่า "ผู้กำกับครับ ตื่นมาดูคนที่มีฝีมือจริงๆ หน่อยเร็ว"
"หืม?" จางหย่งซิงที่เพิ่งงีบไปได้ครู่เดียวงัวเงียลืมตาขึ้นมองอวี่เหอเว่ยด้วยความสับสน
"นักแสดงที่เล่นเป็นจิ๋นซีฮ่องเต้คนนี้มีบางอย่างที่ไม่ธรรมดา คุณต้องตั้งใจดูนะครับ" อวี่เหอเว่ยชี้ไปที่เวที น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความตื่นเต้นที่ไม่อาจเก็บงามได้
เมื่อเห็นท่าทางแปลกไปของอวี่เหอเว่ย จางหย่งซิงจึงเริ่มเกิดความอยากรู้ เขาขยี้ตาแล้วเริ่มจ้องมองการแสดงบนเวที...
จิงเคอขยับตัวนั่งตรง น้ำเสียงหนักแน่นทรงพลัง พลางชี้นิ้วไปที่อิ๋งเจิ้ง
"เจ้าก่อสงครามไม่จบไม่สิ้น รุกรานแผ่นดินผู้อื่น ขยายอำนาจแคว้นฉิน! หากแคว้นฉินจอมทรราชไม่ล่มสลาย ใต้หล้าก็หามีความสงบสุขไม่ ที่ข้าลอบสังหารเจ้า ก็เพื่อราษฎรทั้งปวง!"
ในทางกลับกัน ร่างกายส่วนล่างของซ่งถิงเย่ยังคงนิ่งสนิท ทว่าร่างกายส่วนบนกลับโน้มไปข้างหน้าดุจมังกรผู้เกรียงไกรที่กำลังกดดันเหยื่อ น้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยพลังสะท้อนความเย้ยหยันและเดือดดาลในใจ เค้นถามอย่างเฉียบคมว่า
"เจ้าคิดว่าหากสังหารข้าได้แล้ว โลกนี้จะสงบสุขงั้นรึ?"
"แคว้นใดเล่าที่มีอำนาจแล้วจะไม่รุกรานแคว้นที่อ่อนแอกว่า? โฉมงามนางใดบ้างที่ชายมิหมายปอง?"
"เมื่อมีดาบคมในมือ ความคิดสังหารก็ย่อมบังเกิด เมื่อมีอำนาจล้นฟ้า ความฉ้อฉลย่อมมิอาจหลีกเลี่ยง เมื่อมีทหารกล้าและอาวุธเลิศล้ำ หากมิใช้ทำศึกสงคราม จะมีไว้เพื่อประดับบารมีเล่นงั้นรึ?"
"..."
"แทนที่จะปล่อยให้มีการสู้รบไม่จบสิ้น มิสู้ให้ข้าเป็นฝ่ายทำลายพวกมันให้สิ้นซากเสียยังดีกว่า!"
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ ซ่งถิงเย่สะบัดชายเสื้อ สายตาคมกริบกวาดมองไปยังผู้ชมเบื้องล่างด้วยท่าทีของผู้ที่อยู่เหนือมวลมนุษย์ ก่อนจะประกาศกร้าว
"เมื่อนั้น... ยุคสมัยแห่งสันติภาพที่แท้จริงจึงจะบังเกิดขึ้น!"
ผู้ชมทุกคนต่างเปลี่ยนสีหน้าเป็นความอัศจรรย์ใจอีกครั้ง ก่อนจะพร้อมใจกันปรบมือให้เสียงดังสนั่น
"สุดยอด! เป็นการแสดงที่วิเศษมาก!"
"บทพูดของเขาช่างทรงพลังเหลือเกิน ทำเอาฉันอยากย้อนเวลาไปช่วยจิ๋นซีฮ่องเต้ครองแผ่นดินเลย!"
"อย่างนายน่ะเหรอ? อย่าเลย ย้อนกลับไปนายก็คงได้แค่ไปแบกหินสร้างกำแพงเมืองจีนนั่นแหละ"
"นายเองก็เคยรับบทจักรพรรดิมาแล้ว นายเห็นความต่างระหว่างการแสดงของนายกับเขาไหม?" จางหย่งซิงเริ่มคลายจากความตกตะลึง แต่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ซ่งถิงเย่ พลางเอ่ยถามอวี่เหอเว่ยเบาๆ
อวี่เหอเว่ยเช็ดเหงื่อที่ซึมออกมาบนฝ่ามือกับกางเกง นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า
"ผมแสดงได้เหมือนตัวจริงมาก... แต่เขาคือตัวจริงจนดูไม่ใช่การแสดงครับ"
เมื่อได้ยินดังนั้น จางหย่งซิงก็ขยับตัวนั่งตัวตรง จ้องมองซ่งถิงเย่บนเวที และพยักหน้าอย่างครุ่นคิด