- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นมังกรทอง ขอปั้นพ่อบุญธรรมให้ครองโลก
- บทที่ 43 - เจ้าจะหลั่งน้ำตาให้ข้าไหม
บทที่ 43 - เจ้าจะหลั่งน้ำตาให้ข้าไหม
บทที่ 43 - เจ้าจะหลั่งน้ำตาให้ข้าไหม
บทที่ 43 - เจ้าจะหลั่งน้ำตาให้ข้าไหม
"การฝึกฝนของข้าทั้งหมด ตั้งแต่ต้นจนจบ อยู่ในกำมือของท่านพ่อกับท่านแม่ ข้าถูกควบคุมไว้หมด ท่านแม่ถึงขนาดรู้ทุกฝีก้าวของข้า"
ในแววตาของชายหนุ่มที่กำลังดื่มไวน์น้ำผึ้ง ปรากฏร่องรอยความระทมทุกข์และหดหู่แบบที่สาวๆ เห็นแล้วคงใจละลาย
แต่โชคร้ายที่โนอาห์ไม่ใช่สาวน้อยที่จะมาหลงเสน่ห์อะไรแบบนั้น เขากลับรู้สึกว่าเจ้านี่มันช่างไม่รู้คุณคนเอาเสียเลย
"ด้วยสถานะของเจ้า เรื่องแบบนี้มันก็ปกตินี่ เจ้าไม่ได้เตรียมใจไว้ก่อนเหรอ"
"ตระกูลออกัสตัสมีธรรมเนียมส่งลูกหลานออกไปฝึกฝนมาตั้งแต่ก่อตั้งตระกูล แต่ก่อนหน้าท่านพ่อ สมาชิกทุกคนที่ออกเดินทางจะไม่ได้รับการคุ้มครองใดๆ ไม่มีใครคอยติดตาม"
"เจ้าก็เลยรู้สึกว่าถูกจำกัดอิสรภาพงั้นสิ"
"ไม่ใช่ ข้าไม่ได้ถูกห้ามอะไรเลย ข้าเพิ่งมารู้ตอนกลับมาถึงวันนี้เอง ว่ามีคนตามหลังข้ามาตลอด"
"พ่อเจ้ากลายเป็นระดับตำนาน ตระกูลออกัสตัสก็เลื่อนขั้นเป็นตระกูลขุนนางใหญ่ วิธีการทำงานย่อมต่างไปจากเดิมอยู่แล้ว ข้าไม่เข้าใจเลยว่าเรื่องแค่นี้มีอะไรน่าหดหู่"
"กองกำลังที่ตามหลังข้า พวกเขาคอยจับตาดูข้า ทำให้พ่อแม่รู้ความเคลื่อนไหวของข้าตลอดเวลา และในขณะเดียวกันก็คอยปกป้องข้า เพื่อไม่ให้ข้าต้องมาตายเวลาเจออันตราย"
"ก็ถือเป็นการปกป้องที่สมเหตุสมผลนี่นา"
"ข้ารู้ ข้ารู้ดี และข้าก็ดีใจ บางทีที่ข้ารอดตายมาได้หลายครั้งอาจจะเป็นเพราะพวกเขาก็ได้ แต่ข้าก็เจ็บปวดเพราะเรื่องนี้เหมือนกัน"
"เจ็บปวดอะไร รู้สึกว่าการผจญภัยของตัวเองไม่สมจริง มีเรื่องโกหกปนอยู่รึไง"
โนอาห์ทำหน้าไม่ยี่หระ
"มีคนคอยคุ้มกัน เจ้าควรจะดีใจสิถึงจะถูก"
"ไม่ ข้าไม่ได้เจ็บปวดเพราะเรื่องนั้น"
"แล้วเพราะอะไรล่ะ"
"โนอาห์ เจ้ารู้จักรสชาติของการสูญเสียมิตรสหายและคนที่รักไหม"
กลิ่นอายความสิ้นหวังในตัวชายหนุ่มยิ่งเข้มข้นขึ้น
"เจ้าคิดว่าไงล่ะ"
โนอาห์หรี่ตามังกรสีทองลง
"ข้าคงถามโง่ๆ สินะ สำหรับพวกมังกรอย่างนาย มันคงเหมือนโดนขโมยของมีค่าที่สุดไปจากคลังสมบัติล่ะมั้ง"
เทเดลหัวเราะเยาะตัวเอง ก่อนจะพยายามเปรียบเปรยให้เข้ากับความเข้าใจของเผ่าพันธุ์มังกร
"สรุปคือ เจ้าเสียเพื่อนรักไประหว่างเดินทาง?"
"ใช่ ข้าเสียไปเยอะมาก"
ชายหนุ่มแหงนหน้ามองหินสุริยันบนเพดานถ้ำ
"จนถึงตอนนี้ข้ายังจำภาพเหตุการณ์ตอนนั้นได้ติดตา พี่น้องที่เพิ่งจะหัวเราะเฮฮากับข้าในร้านเหล้าเมื่อวันก่อน ยอมตายเพื่อถ่วงเวลาให้ข้าหนี ตายอยู่ใต้เท้าพวกสัตว์ประหลาด ส่วนข้าทำได้แค่ยืนดูตาปริบๆ ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ได้แต่หลั่งน้ำตาไร้ค่า แล้วพาสคนที่เหลือหนีไปอย่างกับขยะเปียก"
คราวนี้โนอาห์ไม่ได้พูดขัด เขาเพียงรับฟังความเจ็บปวดของชายหนุ่มเงียบๆ
การฝึกฝนของตระกูลออกัสตัส คือการใช้ชีวิตเยี่ยงนักผจญภัยหลังจากออกจากเขตอิทธิพลของตระกูล ไม่มีข้อบังคับตายตัว ขอแค่มีชีวิตรอดและเลื่อนระดับพลังได้ก็พอ
ชายหนุ่มที่เคยพกความมั่นใจมาเต็มเปี่ยม ทันทีที่ก้าวเข้าสู่เส้นทางนักเดินทาง ก็ได้สัมผัสกับความยากลำบากของชีวิตนักผจญภัย แม้ฝีมือเขาจะไม่ด้อย และอุปกรณ์ที่ติดตัวมาจะอยู่ในเกณฑ์ดี
แต่ค่าอาหารการกินในแต่ละวัน ค่าซ่อมแซมและดูแลอาวุธ ค่ายาสมุนไพรยามบาดเจ็บ รายจ่ายสารพัดที่นักผจญภัยต้องแบกรับ ทำให้เขาหัวหมุนได้ในเวลาอันสั้น
ถึงกระนั้น ชายหนุ่มก็ไม่ใช่พวกขุนนางเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ เขาเติบโตมาในเขตชายแดน ใช้เวลาเพียงไม่นานก็ปรับตัวเข้ากับชีวิตนักผจญภัยได้ และได้ผูกมิตรกับกลุ่มเพื่อนอย่างเป็นธรรมชาติ
ชีวิตนักผจญภัยโดยทั่วไปมักจะเรียบง่ายและค่อนข้างปลอดภัย ส่วนใหญ่จะหากินในพื้นที่ที่คุ้นเคย รับงานที่ค่าตอบแทนสมน้ำสมเนื้อ
แต่เด็กหนุ่มไฟแรงที่เพิ่งออกจากบ้านมาจะทนชีวิตจืดชืดแบบนั้นได้อย่างไร เขาออกมาเพื่อฝึกฝนและแสวงหาความก้าวหน้า เขาจึงกลายเป็นพวกหัวรุนแรงในหมู่นักผจญภัย
เขาหลงใหลการสำรวจ ชอบรับภารกิจคุ้มกันที่ค่าตอบแทนสูง และภารกิจล่าสัตว์ประหลาดที่มีความเสี่ยงสูง ชีวิตแบบนี้อันตรายเกินไป เพราะความตายอาจมาเยือนได้ทุกเมื่อ
ผู้ใช้พลังระดับเงินขั้นหลอมวิญญาณที่กำลังจะก้าวขึ้นสู่ระดับทองคำรุ่งโรจน์ จะว่าอ่อนก็ไม่อ่อน แต่จะเรียกว่าเก่งก็ยังไม่ใช่ การรับงานเสี่ยงตายต่อเนื่องย่อมต้องเจอกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
"การที่ต้องเห็นคนที่อยู่ด้วยกันมาตลอด ล้มลงต่อหน้าต่อตาโดยที่ข้าช่วยอะไรไม่ได้ รสชาติแบบนั้น ข้าลิ้มรสมามากเกินไปแล้ว"
ชายหนุ่มขี้เมานั่งขัดสมาธิกับพื้นพลางหัวเราะออกมา
"จริงๆ ข้าเริ่มชินกับชีวิตแบบนี้แล้วนะ สำหรับนักผจญภัย การตายในปากสัตว์ประหลาดคือจุดจบของคนส่วนใหญ่ ข้าเองก็เตรียมใจไว้แบบนั้นเหมือนกัน"
มังกรทองจ้องมองชายหนุ่มที่ไม่รู้ว่ากำลังร้องไห้หรือหัวเราะอยู่ โดยยังคงไม่เอ่ยปาก
"โนอาห์ ข้าไม่ได้เปราะบางอย่างที่เจ้าคิดหรอกนะ ที่ข้ากลายมาเป็นสภาพนี้ ก็เพราะวันที่กลับมาถึง ข้าเพิ่งรู้ว่าคนที่ตามหลังข้ามาตลอด พวกเขามีพลังมากพอที่จะบดขยี้อุปสรรคทุกอย่างที่ข้าเจอมา"
เทเดลก้มหน้า สองมือปิดหน้า ร่างกายสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุม
"ความตายของเพื่อนพ้องที่ข้ารู้จัก สหายที่ข้าร่วมทางมา มันมีความหมายอะไรกันแน่ ถ้ารู้ว่ามีคนพวกนั้นอยู่ ถ้าข้าเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ พวกเขาก็คงยังมีชีวิตอยู่ใช่ไหม"
"ไม่หรอก เงื่อนไขที่คนพวกนั้นจะลงมือคือเจ้าต้องใกล้ตาย และวินาทีที่พวกเขาปรากฏตัวต่อหน้าเจ้า ก็หมายความว่าการฝึกฝนของเจ้าจบสิ้นลงแล้ว"
ในที่สุดโนอาห์ก็พูดขึ้น เขาปล่อยให้เจ้านี่ที่มีความรับผิดชอบสูงเกินเหตุ จมดิ่งสู่การโทษตัวเองจนสติแตกไม่ได้
"คนที่ปกป้องเจ้า เขาไม่มีหน้าที่หรือความรับผิดชอบต่อเพื่อนของเจ้าแม้แต่นิดเดียว"
"ข้ารู้ ข้าก็เลยคิดว่า ถ้าข้าไม่ออกไปฝึกฝน ไม่ได้เจอพวกเขา ไม่มีข้าคอยนำทางและชักจูง พวกเขาจะยังอยู่ดีไหม"
เทเดลเงยหน้าขึ้น น้ำตาอาบแก้มตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ทำให้ดูน่าสมเพชจับใจ
"เจ้าก็พูดเองนี่ว่าจุดจบของนักผจญภัยคืออะไร ไม่มีความจำเป็นต้องโทษตัวเอง แบกรับความผิดทุกอย่างไว้คนเดียวหรอก"
โนอาห์เข้าใจแล้วว่าความกร้านโลกและความเสื่อมโทรมในแววตาของหมอนี่มาจากไหน
มีบางคำที่เขาไม่ได้พูดออกมา และคงไม่มีวันพูด
คนที่ตามคุ้มกันคือเจตจำนงของพ่อแม่ และคนพวกนี้กลับนิ่งดูดายในยามที่คนสำคัญของเทเดลตกอยู่ในอันตราย
สิ่งที่เขาให้ค่า พ่อแม่กลับมองเป็นแค่เครื่องมือสำหรับลับคมลูกชาย ด้วยการอบรมสั่งสอนและมุมมองที่มีต่อโลก เขาไม่อาจโกรธแค้นใคร และไม่อาจตำหนิใครได้ เขาจึงโยนความผิดและบาปทั้งหมดลงที่ตัวเอง
"เช็ดน้ำตาซะเถอะ ทุเรศลูกตาชะมัด"
มังกรทองถอนหายใจ
"โนอาห์ หากวันหนึ่งข้าจากโลกนี้ไป เจ้าจะหลั่งน้ำตาให้ข้าไหม"
ชายหนุ่มขี้เมาที่นั่งเอนไปเอนมาจนตัวอ่อนยวบยาบ จู่ๆ ก็ถามคำถามไม่มีปี่มีขลุ่ยออกมา
[จบแล้ว]