- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นมังกรทอง ขอปั้นพ่อบุญธรรมให้ครองโลก
- บทที่ 41 - ราชินีภูต
บทที่ 41 - ราชินีภูต
บทที่ 41 - ราชินีภูต
บทที่ 41 - ราชินีภูต
"ข้าเพียงปรารถนาจะติดตามรับใช้องค์ชายโนอาห์ไปตลอดกาล จนกว่าชีวิตจะหาไม่"
เมื่อได้ยินคำปณิธานอันแน่วแน่ของภูตพฤกษาอย่างซีเฟรยา เซลีน่าก็ได้แต่ถอดใจอย่างเสียดาย
โนอาห์มองดูท่าทีของแม่บุญธรรมแล้วจึงเอ่ยปากแนะนำขึ้นมา
"ถ้าท่านแม่ต้องการให้พวกภูตช่วยดูแลสวนสมุนไพร ก็แค่จ้างพวกนางสิครับ ยังไงก็อยู่ใกล้กันแค่นี้ แค่ขึ้นลงเขาเอง"
"อืม ก็เป็นความคิดที่ไม่เลว"
เซลีน่าปรายตามองโนอาห์แวบหนึ่งก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย
ในความเป็นจริงแล้ว หากยึดตามหลักความคิดของจอมเวททั่วไป คงไม่มีใครยอมรับข้อเสนอนี้แน่
เพราะสวนสมุนไพรเปรียบเสมือนหัวใจสำคัญของจอมเวทชั้นสูง ผู้ที่จะได้รับอนุญาตให้ย่างกรายเข้าไป นอกจากทาสที่จอมเวทกุมชะตาชีวิตไว้ ก็มีเพียงพวกหุ่นกลเวทมนตร์เท่านั้น การจะปล่อยให้สิ่งมีชีวิตที่มีสถานะเป็นเพียงลูกจ้างเข้าไปยุ่มย่ามจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
แต่ในเมื่อนี่เป็นคำแนะนำจากมังกรทอง แถมความสามารถในการดูแลพืชพรรณของมหาภูตก็เย้ายวนใจเกินกว่าจะตัดใจทิ้งลงได้ นางจึงยอมโอนอ่อนผ่อนตาม
"เจ้าต้องการสิ่งใดเป็นค่าตอบแทน ในการช่วยข้าดูแลสวนสมุนไพร"
เซลีน่าหรี่ตามองมหาภูตตัวจิ๋วที่พยายามซุกตัวซ่อนอยู่หลังพุ่มดอกไม้
"ข้าขอพาพวกน้องๆ ไปด้วยได้ไหมคะ"
ซีเฟรยารู้ดีว่านางไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ ยิ่งไปกว่านั้น ในสวนสมุนไพรของจอมเวทชั้นสูงย่อมเต็มไปด้วยพืชวิเศษหายากมากมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าปรารถนาสำหรับพวกนางเช่นกัน
"นอกจากเรื่องนี้แล้ว มีความต้องการอื่นอีกไหม"
"แค่ได้มีโอกาสสัมผัสกับสมุนไพรวิเศษจำนวนมาก สำหรับพวกเราก็นับเป็นพระคุณอย่างสูงแล้วค่ะ"
ซีเฟรยาตอบอย่างรู้ความ
เหล่าภูตพฤกษานั้นเติบโตขึ้นได้ด้วยการซึมซับแก่นแท้จากสมุนไพร แม้การสะสมพลังเวทจากพืชเพียงอย่างเดียวจะไม่ทำให้วิวัฒนาการได้ทันที แต่มันก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้
สิ่งที่น่าสนใจคือพฤติกรรมของภูตน้อยเหล่านี้ เป็นระบบพึ่งพาอาศัยกันกับพืชสมุนไพร ไม่ใช่การดูดกลืนฝ่ายเดียว มิฉะนั้นคงไม่มีจอมเวทคนไหนอยากเลี้ยงพวกนางไว้แน่
"เป็นเด็กฉลาดจริงๆ ข้าชักจะถูกใจเจ้ามากขึ้นทุกทีแล้วสิ"
เมื่อได้ยินคำตอบที่รู้จักวางตัวเช่นนี้ ท่านหญิงเจ้าของดินแดนก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
"จะว่าไป ถ้ามหาภูตวิวัฒนาการต่อไปได้อีก จะกลายเป็นราชินีภูตใช่ไหมครับ"
โนอาห์ที่เฝ้าสังเกตซีเฟรยาซึ่งกำลังยิ้มแก้มปริ จู่ๆ ก็เอ่ยถามขึ้น
"ทำไม หรือเจ้าคิดจะปั้นราชินีภูตขึ้นมาสักตน"
เซลีน่าหันมามองด้วยความสนใจ
"ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากลองดูครับ"
"แล้วเจ้ารู้ไหมว่าราชินีภูตอยู่ในระดับไหน"
"ระดับตำนานครับ"
เรื่องนี้ถือเป็นความรู้พื้นฐานสำหรับโนอาห์ ราชินีภูตจัดเป็นสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ภูตที่แข็งแกร่งที่สุด ภูตตัวจิ๋วธรรมดาเทียบไม่ติดเลยแม้แต่น้อย
"แล้วเจ้าคิดว่านางยังห่างชั้นจากระดับตำนานอีกไกลแค่ไหน"
เซลีน่าชี้ไปที่มหาภูตที่เพิ่งจะวิวัฒนาการหมาดๆ
"..."
โนอาห์ถึงกับพูดไม่ออก เพราะมันชัดเจนจนไม่ต้องอธิบาย
หากวัดจากคลื่นพลังเวทที่แผ่ออกมาจากตัวซีเฟรยา ความแข็งแกร่งของนางน่าจะอยู่ที่ระดับเงิน แม้จะเหนือกว่าภูตตัวเล็กๆ แบบคนละชั้นและพอจะมีกำลังป้องกันตัวได้บ้าง แต่ถ้าจะบอกว่าเจ้าตัวจิ๋วนี่วิวัฒนาการอีกแค่ขั้นเดียวแล้วจะก้าวกระโดดไปเป็นระดับตำนานเลย มันก็ดูจะเป็นเรื่องตลกเพ้อเจ้อเกินไปหน่อย
"นางเพิ่งจะวิวัฒนาการมา ยังสั่งสมพลังไม่พอ นางยังเก่งขึ้นได้อีกเยอะ แต่การจะก้าวขึ้นเป็นราชินีภูตนั้นไม่ง่ายเลย
ในทางทฤษฎี มหาภูตสามารถวิวัฒนาการเป็นราชินีภูตได้ แต่นักวิชาการบางกลุ่มเชื่อว่า ระหว่างมหาภูตกับราชินีภูต น่าจะมีร่างวิวัฒนาการคั่นกลางอยู่อีกขั้นหนึ่ง ซึ่งเทียบเท่ากับขอบเขตปรมัตถ์ที่เรารู้จักกัน"
"แล้วร่างที่คั่นกลางนั้นคืออะไรครับ"
"ไม่มีใครรู้ เหมือนกับที่ข้าไม่เคยเห็นราชินีภูตตัวเป็นๆ นั่นแหละ สิ่งมีชีวิตระดับตำนานพวกนี้ไม่รู้ว่าหายไปจากทวีปซีแลนเดียนานแค่ไหนแล้ว พวกนางอาจจะซ่อนตัวอยู่ก็ได้ เจ้าลองไปถามพวกมังกรอาวุโสที่บ้านดูสิ พวกเขาน่าจะเคยเจอ"
"ไว้มีโอกาสข้าจะลองถามดู"
โนอาห์ไม่รู้หรอกว่าร่างคั่นกลางระหว่างมหาภูตกับราชินีภูตคืออะไร แต่ช่องว่างระหว่างสองระดับนี้มันห่างชั้นกันเกินไปจริงๆ ถ้าจะให้วิวัฒนาการรวดเดียว ข้าก็นึกไม่ออกเลยว่าต้องใช้ของวิเศษระดับไหนมาช่วยดันให้ข้ามขั้นได้ขนาดนั้น
"ถ้าเจ้าได้คำตอบแล้ว ก็อย่าลืมมาบอกข้าด้วยล่ะ"
เซลีน่ากำชับทิ้งท้าย
"อ้อ เกือบลืมบอกไป เทเดลกำลังจะกลับมาทำพิธีบรรลุนิติภาวะแล้วนะ"
"เทเดลจะกลับมาแล้วเหรอ"
โนอาห์ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะนึกขึ้นได้
"ลองคำนวณเวลาดู ก็ถึงเวลาที่เขาควรกลับมาแล้วจริงๆ"
เด็กหนุ่มที่จากบ้านไปนานเกือบสองปี พอถูกเอ่ยถึงขึ้นมา โนอาห์ก็นึกอยากกินไข่มุกแม่น้ำขึ้นมาตงิดๆ แม้ตัวเขาในตอนนี้จะไม่ได้ขาดแคลนอาหารดีๆ แต่ความรู้สึกมันต่างกัน
"สองปีมานี้เขาเปลี่ยนไปเยอะ เจ้าเห็นแล้วอาจจะจำแทบไม่ได้เลยล่ะ"
เซลีน่าเตือนล่วงหน้าเมื่อเห็นแววตาคะนึงหาของโนอาห์
"เจ้านั่นกลายเป็นอันธพาลชั่วช้าไปแล้วเหรอครับ"
โนอาห์เอียงคอถาม
"ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก เขาน่าจะยังไม่ลืมว่าตระกูลตัวเองเลี้ยงมังกรทองอยู่"
มังกรทองย่อมรู้อยู่แล้วว่ามนุษย์อายุสั้นในช่วงวัยรุ่นนั้นเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วแค่ไหน คำกล่าวที่ว่าสิบแปดฝนสิบแปดหนาวเปลี่ยนคนได้ ผู้ชายเองก็ไม่ต่างกัน
"ตราบใดที่ไม่ถลําลึกไปเป็นพวกคนชั่ว จะเปลี่ยนไปแค่ไหนก็ช่างเถอะ"
ถึงจะพูดแบบนั้น แต่เมื่อโนอาห์ได้เห็นชายหนุ่มที่ปรากฏตัวอยู่หน้าถ้ำมังกร เขาก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงและรำพึงในใจ
กาลเวลานี่มันช่างโหดร้ายเสียจริง
เด็กหนุ่มผู้มีแววองอาจในวันวาน บัดนี้กลายเป็นลุงหนวดเคราเฟิ้ม แววตาเต็มไปด้วยความระทมทุกข์ บรรยากาศรอบตัวหดหู่เหมือนอัศวินพเนจรตกยาก
"โนอาห์!"
ทันทีที่เสียงแหบแห้งดังขึ้น จุดแสงสว่างก็รวมตัวกันกลายเป็นโซ่ตรวนหกเส้น พุ่งเข้าพันธนาการร่างของเขา อัศวินหนุ่มไม่ได้ขัดขืน ปล่อยให้ตัวเองถูกมัดไว้อย่างง่ายดาย
วาจาสิทธิ์: พันธนาการแสงหกวิถี
"เจ้าเป็นอัศวินพเนจรมาจากไหน กล้าดียังไงบุกรุกรังมังกร!"
ลูกมังกรที่มีความยาวลำตัวเกินสิบเมตร ซึ่งถือเป็นสัตว์ยักษ์สำหรับมนุษย์ ก้มมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยดวงตาสีทองเข้มที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจ
"เจ้าจำข้าไม่ได้เหรอ"
อัศวินพเนจรที่ถูกมัดแน่นชะงักไปเล็กน้อย ความหดหู่ที่มีอยู่เดิมยิ่งทวีความผิดหวังขึ้นไปอีก
"ข้าไม่ใช่อัศวินพเนจร ข้าคือเทเดลไง ข้า..."
เทเดลที่ตั้งท่าจะพูดต่อพลันหยุดชะงัก เหมือนลมหายใจเฮือกสุดท้ายถูกรีดออกไป แววตากลายเป็นสีเทาหม่น ไม่อยากจะเอ่ยคำใดอีก
"ฮ่าๆ ล้อเล่นน่า เจ้าเป็นอะไรไปเนี่ย ทายาทระดับตำนาน ว่าที่ดยุกเพียงคนเดียว ไปสะสมความซวยมาจากไหน ถึงได้ใส่ชุดโทรมๆ มาทำท่ารันทดให้ข้าดูแบบนี้"
โนอาห์เปลี่ยนสีหน้าทันควัน ความน่าเกรงขามหายวับไป กลายเป็นความรังเกียจเดียดฉันท์เข้ามาแทนที่
"เจ้าคงไม่ได้หวังให้ข้าไปช่วยกู้หน้าให้หรอกนะ ฝันไปเถอะ เว้นแต่เจ้าจะไปงมไข่มุกมาให้ข้าสักแปดพันชั่ง" [จบแล้ว]