- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นมังกรทอง ขอปั้นพ่อบุญธรรมให้ครองโลก
- บทที่ 34 - พวกคนเถื่อน
บทที่ 34 - พวกคนเถื่อน
บทที่ 34 - พวกคนเถื่อน
บทที่ 34 - พวกคนเถื่อน
"อืม... พวกเขาน่าจะเป็นทาสกสิกรของขุนนางแถวๆ นี้แหละ ไม่ใช่คนเถื่อนบาร์บาเรียนหรอก"
เห็นโนอาห์อารมณ์ขึ้นและดูตื่นเต้นผิดปกติ เซลีน่าที่ยังตามไม่ทันจึงอธิบายแก้ความเข้าใจผิด
"ไม่ใช่คนเถื่อนบาร์บาเรียนครับ แต่เป็นคนป่า!"
โนอาห์แก้คำ สองคำนี้ความหมายต่างกันคนละโยชน์
บาร์บาเรียนคืออาชีพสายต่อสู้ระยะประชิดที่มีร่างกายแข็งแกร่งและสัญชาตญาณการต่อสู้เป็นเลิศ แต่คนป่าคือสัตว์รูปร่างมนุษย์ที่ไร้อารยธรรม กินเลือดกินเนื้อดิบๆ
"ลงไปดูข้างล่างหน่อยได้ไหมครับ"
ปฏิกิริยาผิดปกติและคำขอของมังกรทองทำให้เซลีน่าแปลกใจ แต่เธอก็ตามใจโนอาห์ทันที
เรือเหาะสั่นสะเทือนพร้อมเสียงคำรามกึกก้อง ค่อยๆ ลดระดับลงสู่พื้นราบ ชั้นบรรยากาศสั่นไหว ลมกรรโชกแรง ทำให้ผู้คนบนพื้นดินต่างพากันเงยหน้ามอง
ชาวนาที่กำลังหว่านเมล็ดพันธุ์ พอเห็นวัตถุขนาดยักษ์บนท้องฟ้ากำลังร่อนลงมา ก็พากันคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวและกังวล ตัวสั่นงันงก ส่วนพวกที่ใจกล้าหน่อยก็เลือกที่จะวิ่งหนี
"เธออยากดูอะไร"
เซลีน่าพาโนอาห์ลงจากเรือ ไม่สนใจชาวนาที่หมอบกราบ แต่กลับมองมังกรทองที่บินไปเหนือผืนนาด้วยความสงสัย
แล้วเธอก็เห็นมังกรทองอ้าปากพ่นเปลวไฟรูปกรวยออกมา เผาผลาญพุ่มไม้และวัชพืชเป็นวงกว้าง เถ้าถ่านปลิวว่อน เผยให้เห็นดินสีดำชุ่มชื้นเบื้องล่าง
"ดินร่วนซุย!"
โนอาห์ยื่นกรงเล็บลงไปเขี่ยดิน สัมผัสถึงความร่วนซุยที่ส่งผ่านมา แล้วเขาก็เงียบไป
"ดินนี่มันมีปัญหาเหรอ"
เซลีน่ามองการกระทำของโนอาห์แล้วยิ่งงงเข้าไปใหญ่ เธอมองไม่เห็นความพิเศษอะไร ดินแบบนี้เอามาปลูกสมุนไพรเวทมนตร์ระดับต่ำยังไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
"นี่เป็นดินที่เหมาะแก่การเพาะปลูกมากครับ ไม่มีปัญหาอะไรเลย ดีมากด้วย"
โนอาห์ตอบ แต่ดวงตามังกรกลับดูลึกล้ำขึ้น ราวกับมีบางอย่างกำลังก่อตัวอยู่ภายใน
ในความทรงจำที่เกือบจะเลือนหายไปของเขา เศษเสี้ยวหนึ่งผุดขึ้นมา เป็นภาพร่างเล็กๆ ของใครคนหนึ่ง นั่งยองๆ อยู่บนคันนา กวัดแกว่งจอบอันเล็กในมือ ทุบดินเหลืองที่แข็งจนเกือบจะเหมือนหินให้แตกละเอียดทีละก้อน
"งั้น..."
"ให้พวกเขาปลูกข้าวต่อได้ไหมครับ ผมอยากดูว่าพวกเขาปลูกกันยังไง"
โนอาห์มองไปที่ชาวนาที่หมอบอยู่ หลายคนกลัวจนเป็นลมไปแล้ว เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้ามันเกินขีดจำกัดความเข้าใจ และเกินกว่าที่พวกเขาจะรับไหว
"ได้สิ"
ความอยากรู้อยากเห็นในแววตาของเซลีน่าเข้มข้นขึ้น แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ
แม้พฤติกรรมนี้ในสายตาของอัศวินผู้ติดตามจะดูเหมือนการตามใจจนเสียคน แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไร ได้แต่ทำตามคำสั่ง
ก็แค่อยากดูชาวนาทำนา ถึงจะแปลกไปหน่อย แต่เทียบกับขุนนางบางคนที่ไล่ยิงชาวบ้านเล่นเป็นเกมล่าสัตว์ พฤติกรรมนี้ถือว่าปกติมากแล้ว
ภายใต้คำสั่งของผู้ติดตามอัศวิน ชาวนาที่ยังพอขยับตัวไหวก็ลุกขึ้นมายืนสั่นเทา แล้วเริ่มหว่านเมล็ดต่อ ไม่มีใครกล้าขัดขืน
เพราะในสายตาพวกเขา ท่านอัศวินผู้สูงส่งเพิ่งจะพาทหารกรูกันเข้ามา แล้วก้มหัวให้กับกลุ่มคนตรงหน้าอย่างนอบน้อมประจบประแจง แทบจะติดหางกระดิกดิ๊กๆ อยู่รอมร่อ
"คุณคือเจ้าของที่นี่เหรอ"
โนอาห์หันไปมองกลุ่มคนที่ถูกกันไว้วงนอก คนนำหน้าเป็นชายวัยกลางคนไว้หนวดจิ๋ม สวมเสื้อกางเกงรัดรูป สวมทับด้วยเสื้อคลุมผ้าไหมเก่าๆ ที่เผยให้เห็นความขัดสนอย่างปิดไม่มิด เห็นได้ชัดว่ารีบมาอย่างเร่งด่วน
"ครับ ผมคือ ไคโด ไอเซนท์ เจ้าของเขตอัศวินวีเซอร์ครับ"
เมื่อเห็นมังกรทองมองมา ไคโดก็ตอบด้วยท่าทีตื่นตระหนก เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพราวเต็มหน้าผาก
ธงที่โบกสะบัดอยู่บนยอดเสากระโดงเรือเหาะที่ลอยต่ำอยู่นั้น บอกชัดเจนแล้วว่าคนกลุ่มนี้เป็นใคร มาจากไหน
คนพวกนี้ไม่มีใครที่เขาจะล่วงเกินได้สักคน เขาแค่คิดไม่ออกว่า ทำไมผู้ยิ่งใหญ่พวกนี้ถึงลงมาที่เขตอัศวินเล็กๆ ของเขาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย
มันไม่มีเหตุผลเอาซะเลย
"งั้นที่ดินพวกนี้ก็เป็นของคุณด้วยสินะ"
"ใช่ครับ"
ไคโดรีบตอบ
"ผลผลิตต่อไร่ของที่ดินพวกนี้ได้เท่าไหร่"
"ห๊ะ!?"
ชายวัยกลางคนงงเป็นไก่ตาแตก เขาจินตนาการถึงความเป็นไปได้ร้อยแปด แต่ไม่เคยคิดว่าจะเจอคำถามนี้
"คุณไม่รู้เหรอว่าที่ดินตัวเองผลิตข้าวได้ปีละเท่าไหร่"
โนอาห์จ้องมองชายคนนั้น ดวงตาสีทองลึกล้ำราวกับมีไฟลุกโชน
"ผมไม่ได้ใส่ใจครับ"
"ไอ้ขยะ!"
โนอาห์ด่ากราดอย่างไม่เกรงใจ
หน้าของชายคนนั้นแดงก่ำทันที ถึงเขาจะเป็นแค่อัศวินเล็กๆ แต่ก็เป็นขุนนาง มีขุนนางที่ไหนมาสนใจเรื่องพรรค์นี้กัน นั่นมันเรื่องของพวกไพร่ เขาให้พ่อบ้านจัดการเรื่องภาษีด้วยซ้ำ
"ผม..."
"ทำไม? ด่าว่าขยะแล้วมีปัญหาเหรอ"
ผู้ติดตามอัศวินที่กันคนอยู่เห็นสีหน้าของไคโดเปลี่ยนไป ก็หรี่ตาลง มือจับด้ามดาบที่เอว ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากล เขาพร้อมจะชักดาบฟันทันที
"มะ... ไม่กล้าครับ"
ต่อให้เป็นแค่ผู้ติดตามอัศวิน แต่รังสีอำมหิตที่ผ่านการฆ่าฟันกับมอนสเตอร์มาโชกโชน ก็ทำเอาท่านลอร์ดอัศวินขาอ่อน
"พ่อบ้านผมรู้ครับ"
ไคโดคว้าตัวพ่อบ้านชราที่หน้าซีดเผือดด้านหลังออกมา
"รู้ผลผลิตไหม"
"ระ... รู้บ้างครับ"
ชายชราแม้จะกลัวจนหัวหด แต่ก็ตอบตะกุกตะกัก
"งั้นบอกมาซิ ที่ดินที่นี่ได้ผลผลิตเท่าไหร่"
"เรียนท่านผู้สูงศักดิ์ เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยว น้ำหนักของธัญพืชที่เก็บเกี่ยวได้จากที่ดิน จะได้ประมาณสองเท่าของเมล็ดพันธุ์ที่หว่านลงไปขอรับ"
"เท่าไหร่นะ? สองเท่าของเมล็ดพันธุ์?"
โนอาห์แทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินหน่วยวัดที่ไร้สาระขนาดนี้ ผลผลิตทางการเกษตรดันเอาไปเทียบกับเมล็ดพันธุ์
"ใช่ขอรับ นี่ถือเป็นผลผลิตที่ดีมากแล้ว เขตอินทรีร่วงที่อยู่ข้างๆ หว่านเมล็ดข้าวสาลีไปร้อยลิตร ได้คืนมาแค่หกสิบลิตรเองนะขอรับ"
พ่อบ้านชราแม้จะรู้สึกว่าบรรยากาศทะแม่งๆ แต่ก็ยังไม่เข้าใจ แถมยังแอบภูมิใจนิดๆ เพราะในสายตาเขา ผลผลิตระดับนี้ถือว่าโดดเด่นในบรรดาดินแดนรอบข้างแล้ว
มังกรทองไม่อยากจะพูดอะไรแล้ว เขามองดูชาวนาที่กำลังหว่านเมล็ด พวกนั้นแค่โยนเมล็ดลงไปบนดินที่พลิกหน้าดินแบบขอไปที ไร้หลักการสิ้นดี
ถ้าเด็กตัวเล็กในความทรงจำกล้าทำแบบนี้ รับรองโดนจับแขวนตีตูดลายแน่
"หลังจากหว่านเมล็ดแล้ว พวกเขาไม่ทำอะไรเลยเหรอ"
"ต้องทำอะไรด้วยเหรอขอรับ"
พ่อบ้านชราอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วถามกลับอย่างกล้าๆ กลัวๆ
"นี่มันเรียกว่าการเพาะปลูกไม่ได้แล้ว นี่มันการย่ำยีผืนดินชัดๆ!"
โนอาห์ถอนหายใจยาว อารมณ์ที่ยากจะบรรยายก่อตัวขึ้น ความทรงจำบางอย่างที่เกือบจะลืมเลือนไปเริ่มพรั่งพรูออกมา
เขาทนดูไม่ได้จริงๆ คนที่อาศัยอยู่บนผืนดินนี้มันคือกลุ่มคนป่าดึกดำบรรพ์ชัดๆ ถ้าใช้มาตรฐานบางอย่างตัดสิน นี่คือพวกคนเถื่อนที่ต้องได้รับการสั่งสอน!
[จบแล้ว]