- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นมังกรทอง ขอปั้นพ่อบุญธรรมให้ครองโลก
- บทที่ 33 - นี่เรียกว่าทำนาเหรอ
บทที่ 33 - นี่เรียกว่าทำนาเหรอ
บทที่ 33 - นี่เรียกว่าทำนาเหรอ
บทที่ 33 - นี่เรียกว่าทำนาเหรอ
"คุณทำอะไรลงไปน่ะครับ"
โนอาห์เงยหน้ามองฟ้า แม้ในยามราตรีที่ความมืดเริ่มโรยตัว ก็ยังมองเห็นคลื่นกระแทกวงแหวนที่แผ่ขยายไปยังขอบฟ้า และรูกลวงขนาดใหญ่ที่มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองคนแคระซึ่งยังคงขยายตัวออกไปอย่างเห็นได้ชัด
คืนนี้พวกคนแคระคงได้เห็นดาวและดวงจันทร์ชัดกว่าคืนไหนๆ เพราะบนฟ้าไม่มีเมฆเหลืออยู่แม้แต่นิดเดียว ท้องฟ้าโล่งจนน่าใจหาย
"ฉันเพิ่งปรับปรุงเวทมนตร์วงแหวนที่เก้าได้บทหนึ่ง ก็เลยแสดงให้พวกคนแคระดูหน่อย ให้ช่วยติชมน่ะ"
เซลีน่ายืนอยู่ที่หัวเรือ มองดู เอลเคน บรอนซ์เบียร์ด และเหล่าผู้อาวุโสคนแคระที่วิ่งตามออกมาดูด้วยรอยยิ้มบางๆ พูดเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย
แต่โนอาห์เห็นชัดเจนว่าสีหน้าของพวกคนแคระเหล่านั้นดูไม่จืดเลย ทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้
"คุณทำสัญญาพันธมิตรหนึ่งร้อยปีกับพวกเขาจริงๆ เหรอครับ"
"ของจริงแน่นอนสิ พวกเขาพอใจกับอานุภาพของเวทมนตร์ที่ฉันปรับปรุงมาก ก็เลยไม่ปฏิเสธเงื่อนไขที่ฉันเสนออีก
อีกอย่าง ฉันอุตส่าห์พาเธอมาด้วยแล้ว ถ้าพวกเขาไม่ยอมไว้หน้ามังกรทองผู้สูงส่ง ฉันก็คงต้องส่งพวกเขาไปเฝ้าเทพเจ้าคนแคระบนสวรรค์แล้วล่ะ"
ได้ยินแบบนี้ โนอาห์ถึงกับกลอกตาบน สรุปแล้วเขาก็คือข้ออ้างที่ตระกูลออกัสตัสหยิบยื่นให้พวกคนแคระป้อมปราการเตาหลอมรักษาหน้านั่นแหละ
คำพูดของเซลีน่าตีความได้เลยว่า ถ้าพวกคนแคระยังไม่รู้จักรักษาหน้าอีก ก็จะช่วยสงเคราะห์ให้ได้ไปสบาย
"สัญญาหนึ่งร้อยปีมันไม่สั้นไปหน่อยเหรอครับ"
เครื่องยนต์พลังเวทเริ่มคำราม วงเวทป้องกันเริ่มทำงานทีละชั้น เรือเหาะค่อยๆ ลอยตัวขึ้น
"ไม่สั้นหรอก หนึ่งร้อยปีก็เพียงพอแล้ว นั่นคือขีดจำกัดที่คนแคระจะยอมรับได้ อีกอย่าง ถ้าถึงตอนนั้นยังจำเป็นอยู่ ก็ค่อยต่อสัญญาใหม่ แต่ตอนนั้นคนจัดการอาจจะเป็นคนอื่น"
"ทำไมถึงเป็นคนอื่นล่ะครับ หนึ่งร้อยปีสำหรับคุณก็ไม่ถือว่านานนี่นา"
โนอาห์จับสังเกตความผิดปกติในน้ำเสียงของแม่บุญธรรมได้ จึงรีบถามทันที
แม้แม่บุญธรรมจะเป็นมนุษย์ แต่ในฐานะจอมเวทที่ก้าวมาถึงระดับนี้ ย่อมทำลายขีดจำกัดทางสายเลือดของเผ่าพันธุ์ไปแล้ว แม้จะเทียบกับเผ่ามังกรไม่ได้ แต่การมีชีวิตอยู่เป็นพันปีเหมือนพวกเอลฟ์ก็ไม่ใช่ปัญหา
"เพราะฉันเป็นจอมเวทไงล่ะ ฉันจะไม่หยุดอยู่ที่ใดที่หนึ่งนานๆ หรอก วันหนึ่งในอนาคต ฉันอาจจะเหมือนกับพ่อแม่ของเธอ ออกเดินทางไปตามระนาบต่างๆ ดังนั้นเมื่อถึงเวลานั้น ก็ควรให้คนอื่นมารับช่วงต่อสิ่งที่ฉันทำในวันนี้"
เซลีน่ายื่นมือมาลูบเกล็ดมังกรเบาๆ ผิวสัมผัสที่เนียนลื่นเหมือนหยกทำให้เธอเพลิดเพลิน ดวงตาเรียวยาวหรี่ลงเล็กน้อย น้ำเสียงดูเกียจคร้าน
"เดี๋ยวนะครับ พ่อกับแม่ของผม พวกเขาไปเที่ยวเหรอครับ"
ลูกมังกรจับประเด็นสำคัญได้ทันที
"ผมจำได้ว่าตอนนั้นพวกเขาบอกผมว่า พวกเขาตอบรับคำเรียกตัวของผู้อาวุโส ไปร่วมสงครามต่อต้านความชั่วร้ายที่ยิ่งใหญ่"
"ถ้ามองโลกในแง่ดีหน่อย การไปร่วมสงครามในระนาบอื่น ก็ถือเป็นการท่องเที่ยวที่กระบวนการมันดุเดือดหน่อยแค่นั้นเอง"
"คำอธิบายนี้มันฟังไม่ขึ้นเลยนะครับ"
โนอาห์ไม่พอใจอย่างแรง แต่ความไม่พอใจนี้มุ่งเป้าไปที่พ่อแม่แท้ๆ ของเขามากกว่า
ถึงพ่อแม่บุญธรรมที่หามาให้จะดีมาก แต่ก็ลบล้างความจริงที่ว่าพ่อแม่แท้ๆ ทิ้งขว้างหน้าที่เลี้ยงดูไม่ได้ ถ้าไปสู้กับความชั่วร้ายจริงๆ ก็พอให้อภัยได้ แต่ถ้าไม่ใช่ นี่มันแย่มาก
"โนอาห์น้อย ฉันให้คำอธิบายได้แค่นี้แหละ ถ้าเธออยากรู้ความจริง ก็รีบๆ โต แล้วตามรอยเท้าพ่อแม่เธอไปสิ ไปดูด้วยตาตัวเอง"
"ผมก็อยากทำแบบนั้นครับ แต่รีบไม่ได้นี่สิ"
มังกรแท้จริงต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองร้อยปีถึงจะโตเต็มวัย แต่ดูจากระยะเวลาลูกมังกรที่ยืดเยื้อของเขา โนอาห์คิดว่าตัวเองคงต้องใช้เวลานานกว่านั้น
นี่คือราคาที่ต้องจ่ายสำหรับมังกรที่มีศักยภาพสูงกว่า เมื่อขีดจำกัดของชีวิตสูงขึ้น สเกลของชีวิตยาวนานขึ้น วงจรชีวิตในแต่ละช่วงก็ย่อมยืดออกไปตามกัน
ต่างจากพวกเผ่าพันธุ์อายุขัยสั้นอย่างสิ้นเชิง พวกนั้นสามารถเปล่งประกายเจิดจรัสได้ในช่วงเวลาสั้นๆ แค่ไม่กี่สิบปี
แต่โนอาห์ไม่ได้อิจฉาหรอก สายเลือดมังกรทองที่การันตีระดับตำนานทำให้เขาพอใจมาก ข้อเสียเดียวคือโตช้า แต่นั่นนับเป็นข้อเสียจริงๆ เหรอ
แน่นอนว่าไม่!
"นี่ดูเหมือนจะไม่ใช่ทางกลับบ้านนะครับ"
แสงสลัวของท้องฟ้าไม่ส่งผลต่อสายตามังกร ภูเขาแม่น้ำเบื้องล่างดูแปลกตาสำหรับโนอาห์ ไม่มีความคุ้นเคยเลยสักนิด
"นานๆ ทีจะได้พาเธอออกมา ก็ต้องพาเที่ยวให้คุ้มสิ อยากจะรีบกลับไปทำไม"
"แต่ผมไม่ยักกะรู้สึกว่าคุณจะมีเวลาว่างพาผมเที่ยวเล่นนะครับ"
โนอาห์พูดเสียงเย็นชา
"เป็นมังกรที่ฉลาดจริงๆ เลยนะเราเนี่ย!"
เซลีน่าได้ยินแล้วก็หัวเราะร่า แล้วก็จับโนอาห์มาฟัดจนหนำใจ
ความจริงก็เป็นอย่างที่โนอาห์คาดไว้ ท่านหญิงเจ้าเมืองคนนี้ไม่มีเวลาว่างเลยสักนิด การออกมาครั้งนี้ ไม่ใช่แค่จะทำให้ป้อมปราการเตาหลอมยอมสยบต่อตระกูลออกัสตัส แต่ยังเป็นการตรวจเยี่ยมดินแดนดยุกทั้งหมด โดยเฉพาะดินแดนของขุนนางนักบุกเบิกที่เคยเป็นอิสระ ซึ่งตอนนี้กลายเป็นบริวารของตระกูลออกัสตัสไปแล้ว
เธอต้องการประกาศตัวตนของเธอให้ขุนนางเหล่านั้นเห็น ให้พวกนักบุกเบิกหัวแข็งตระหนักว่า แม้คู่ชีวิตของเธออย่างคัสเซียสที่เพิ่งเป็นตำนานจะไม่ลงมือ แต่เธอก็เป็นถึงจอมเวทระดับขอบเขตปรมัตถ์ ที่สามารถกำราบพวกคิดไม่ซื่อได้ทุกคน
การตรวจเยี่ยมครั้งนี้ การมีอยู่ของโนอาห์ก็แพร่กระจายออกไป รูปลักษณ์ของมังกรทองนั้นโดดเด่นเกินไป ไม่ว่าจะไปปรากฏตัวที่ไหน ย่อมเป็นตัวตนที่สูงส่งที่สุด
ท่านดยุกที่ได้รับการยอมรับจากมังกรทอง!
สถานะนี้อาจจะเฉยๆ สำหรับขุนนางชายแดน แต่สำหรับการดึงดูดพวกเผ่าพันธุ์กึ่งมนุษย์อย่างคนแคระ โนม ฮาล์ฟลิง หรือเอลฟ์ มันได้ผลดีเกินคาด
โนอาห์ไม่ได้ไม่พอใจเรื่องนี้ กลับรู้สึกสบายใจด้วยซ้ำ เพราะความสัมพันธ์แบบน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่าถึงจะยั่งยืน ถ้าเป็นฝ่ายรับอย่างเดียว เขาคงรู้สึกไม่มั่นคง เพราะพ่อแม่มังกรของเขาไม่ได้จ่ายค่าเลี้ยงดูให้เขาสักแดงเดียว
"เธอมองอะไรอยู่น่ะ"
โนอาห์เกาะกราบเรือ ชะโงกหัวมองลงไปด้านล่างอยู่นานสองนานไม่ขยับ จนเซลีน่าต้องเอ่ยถาม พร้อมกับชำเลืองมองลงไปบ้าง
บนที่ราบกว้างใหญ่เขียวขจี พอมองเห็นร่างของชาวนาที่สวมเสื้อผ้าเก่าขาดวิ่นกำลังเคลื่อนไหวอยู่ลางๆ
"พวกเขาทำอะไรกันอยู่ครับ"
โนอาห์ทนไม่ไหวแล้วจริงๆ
"ช่วงนี้เป็นวันวสันตฤดูที่ต้องหว่านเมล็ด พวกเขาก็เป็นชาวนา น่าจะกำลังหว่านเมล็ดพันธุ์กันอยู่"
เซลีน่าตอบไปส่งๆ มองมังกรทองด้วยความแปลกใจ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมมังกรถึงต้องมาสนใจกิจกรรมการผลิตของมนุษย์ด้วย
"พวกเขากำลังหว่านเมล็ด?"
รูม่านตาของมังกรทองขยายกว้าง มันเป็นปฏิกิริยาทางกายภาพที่เกิดจากความตกใจสุดขีด
"ใช่สิ มีปัญหาอะไรงั้นเหรอ"
ท่านหญิงเจ้าเมืองมองลงไปอีกครั้ง ก็ไม่เห็นความผิดปกติอะไร รู้สึกงงเป็นไก่ตาแตก
"หญ้าก็ไม่ถอน ดินก็ไม่พรวน แบบนี้ก็เรียกว่าทำนาเหรอครับ ไอ้พวกนั้นมันชาวนาประสาอะไร นี่มันพวกคนป่าทำไร่เลื่อนลอยชัดๆ!"
[จบแล้ว]