เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 - ปีศาจลาวากระดูกมาร

บทที่ 29 - ปีศาจลาวากระดูกมาร

บทที่ 29 - ปีศาจลาวากระดูกมาร


บทที่ 29 - ปีศาจลาวากระดูกมาร

"ถึงแม้เขาจะไปมีลูกกับนักผจญภัยสาวโดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากพวกท่านเนี่ยนะ"

อารมณ์ของโนอาห์ตอนนี้คือความประหลาดใจเป็นหลัก เพราะในยุคสมัยนี้ อย่าว่าแต่ตระกูลขุนนางเลย แม้แต่ชาวบ้านร้านตลาด เรื่องการแต่งงานก็ไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองจะตัดสินใจได้

อิสรภาพกับความรัก เป็นคำที่ห่างไกลและแปลกประหลาดสำหรับมนุษย์ส่วนใหญ่ ยิ่งเอาสองคำมารวมกัน มันเกินกว่าความเข้าใจของคนยุคนี้จะรับไหว

"แล้วมันมีปัญหาตรงไหน"

เจอคำถามย้อนกลับของท่านหญิงเจ้าเมืองเข้าไป โนอาห์ถึงกับไปไม่เป็น

"พวกท่านไม่เลือกที่ชาติตระกูลฝ่ายหญิงเลยเหรอ"

"เทเดลชอบก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ อีกอย่าง เราจะมีอะไรให้เลือกมากล่ะ ในเมื่อเขาไม่ได้หามาแค่คนเดียว"

"ไม่ได้มีคนเดียว?!"

โนอาห์ถึงกับพูดไม่ออก มิน่าล่ะคนเป็นแม่ถึงไม่เดือดร้อน ทำตัวแบบนี้ ยากจะเชื่อจริงๆ ว่าหมอนั่นจะหลงรักนักผจญภัยสาวชาวบ้านจริงๆ

เมื่อกี้เขายังสงสัยอยู่เลยว่า เทเดลที่ฉายแววเจ้าชู้ประตูดิน จะไปเล่นบทน้ำเน่ายอดฮิตอย่าง 'ทายาทมหาเศรษฐีปลอมตัวมารักกับสาวชาวบ้าน' ได้ยังไง

ที่แท้เขาเข้าใจผิดไปเอง หมอนั่นไม่ได้จะเล่นบทรักบริสุทธิ์ แต่กำลังเปิดฮาเร็มสายชาวบ้านต่างหาก ส่วนจะมีความจริงใจกี่ส่วน หรือเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบ อันนี้ก็พูดยาก

"เลิกพูดถึงเจ้านั่นเถอะ ถึงจะลำบากลำบนระหว่างเดินทาง แต่ส่วนใหญ่เขาก็สุขสบายกว่าที่เธอคิดเยอะ ฉันถึงบอกไงว่าต่อให้บรรลุแล้ว เขาก็อาจจะไม่อยากกลับมา"

"อย่างนี้นี่เอง"

หัวข้อสนทนาเกี่ยวกับเทเดลจบลงแค่นี้ หัวข้อถัดมา ย่อมต้องเป็นเรื่องของคัสเซียส พ่อบุญธรรมที่เพิ่งเลื่อนระดับเป็นตำนานเมื่อกว่าครึ่งปีก่อน

โนอาห์อยากรู้มากว่า หลังจากพ่อบุญธรรมเลื่อนระดับแล้ว ตัวเขาและตระกูลออกัสตัสมีความเปลี่ยนแปลงอะไรใหญ่โตบ้าง แม้จะพอเดาได้ แต่จะไปสู้ฟังจากปากคนในได้ยังไง

"ทางราชอาณาจักรก็ไม่ได้ให้อะไรมากหรอก แค่ตามธรรมเนียม ขยายดินแดน เลื่อนขั้นเป็นแคว้นระดับดยุก แต่ก็มีที่ต่างไปบ้าง..."

เนื่องจากคัสเซียสเป็นตำนานหน้าใหม่ เป็นตัวตนที่ทุกอาณาจักรต่างแย่งชิงตัว ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะทำเหมือนตอนหลอกใช้ขุนนางชายแดน ด้วยการโยนที่ดินรกร้างไร้ผู้คนให้

ถ้าทำกับขุนนางชายแดนยังพอเข้าใจได้ว่าดูถูก แต่ถ้าทำกับระดับตำนาน นั่นคือการหยามเกียรติและดูแคลน ถ้าจัดการไม่ดี อาจเกิดเรื่องใหญ่ได้

ดังนั้น ดินแดนที่มอบให้ตระกูลออกัสตัสในครั้งนี้ จึงเป็นดินแดนภายในราชอาณาจักร

ทว่า แม้ดินแดนเหล่านี้จะมีเมือง มีผู้คนอาศัยอยู่ แต่เนื่องจากอยู่ติดชายแดน จึงยังดูรกร้างและมีประชากรเบาบาง ดังนั้น ดินแดนที่คัสเซียสผู้เลื่อนยศเป็นดยุกได้รับปกครอง จึงกว้างใหญ่กว่าแคว้นดยุกทั่วไปถึงสองสามเท่า

ไม่เพียงเท่านั้น เนื่องจากการมอบดินแดนรวดเดียวให้ตระกูลออกัสตัสมีขนาดกว้างใหญ่มาก ย่อมต้องครอบคลุมดินแดนของขุนนางชายแดนหลายคนเข้าไปด้วย

ราชสำนักขี้เกียจย้ายขุนนางพวกนี้ เลยตวัดปากกาเซ็นคำสั่ง โยนขุนนางพวกนี้ให้ตระกูลออกัสตัสไปเลย ให้พวกเขาสวามิภักดิ์ต่อคัสเซียส กลายเป็นขุนนางในปกครองของตระกูลออกัสตัส

คำสั่งนี้ดูเหมือนราชสำนักไม่อยากเปลืองแรง หรือดูถูกขุนนางชายแดน แต่ถ้าลองตรองดู จะพบว่านี่เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ

ถ้าราชสำนักยังอยากรักษาสิทธิ์การปกครองเหนือขุนนางชายแดนเหล่านี้ในนาม ก็ต้องย้ายดินแดนให้พวกเขา หรือไม่ก็ต้องแบ่งดินแดนในราชอาณาจักรให้ตระกูลออกัสตัสเพิ่ม

อย่างแรกเป็นไปไม่ได้ เพราะเกี่ยวพันกับผลประโยชน์มากมาย หัวกษัตริย์คงระเบิดแน่ แต่ถ้าไม่ย้าย แค่ใช้ส้นเท้าคิดก็รู้

ระหว่างระดับตำนานที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม กับราชสำนักที่อยู่ห่างไกลเป็นพันลี้ ขุนนางคนไหนจะยังจงรักภักดีต่อราชสำนัก ยิ่งเดิมทีก็ไม่ได้ภักดีเท่าไหร่ สู้ปล่อยเลยตามเลย โยนให้ตำนานหน้าใหม่ไปทั้งหมด ถือเป็นการสร้างบุญคุณยังดีกว่า

"ราชสำนักนี่ใจป้ำจริงๆ!"

แม้จะมองออกว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดจากการชั่งน้ำหนักผลได้ผลเสีย แต่โนอาห์ก็อดชื่นชมความใจป้ำของราชสำนักไม่ได้

เพราะในแง่หนึ่ง นี่เท่ากับเป็นการช่วยตระกูลออกัสตัสสร้างราชรัฐขนาดใหญ่ เพียงแต่ไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการเท่านั้น

"ใจป้ำอะไรกัน ก็แค่ตาแก่กษัตริย์นั่นยังไม่เลอะเลือน เขาต้องการให้คัสเซียสเฝ้าที่นี่ เทียบกันแล้ว ดินแดนที่เพิ่มมาให้นี่มันเรื่องขี้ปะติ๋ว"

เซลีน่าไม่ยี่หระกับการปูนบำเหน็จของราชสำนัก สำหรับเธอ รางวัลแค่นี้ถือเป็นเรื่องสมควรแล้ว

"ในทุ่งร้างมีตัวตนที่อันตรายมากอยู่เหรอครับ"

โนอาห์จับน้ำเสียงที่แฝงความไม่พอใจของท่านหญิงเจ้าเมืองได้ จึงรีบถาม

"มีสิ แถมมีมากกว่าหนึ่งชนิดด้วย ไม่งั้นเธอคิดว่าทำไมถึงไม่มีขุนนางใหญ่ๆ ถูกส่งมาที่นี่บ้างล่ะ ก็เพราะสภาพแวดล้อมที่นี่มันเลวร้ายเกินไปไง!"

"อันตราย? มอนสเตอร์ระดับตำนานเหรอครับ"

สิ่งที่ทำให้แม่บุญธรรมเรียกว่าอันตรายได้ ทั้งที่พ่อบุญธรรมเป็นถึงระดับตำนาน คงมีแต่สิ่งมีชีวิตระดับตำนานเท่านั้น

มอนสเตอร์ระดับขอบเขตปรมัตถ์ พ่อบุญธรรมกับกองอัศวินของเขาจัดการไปไม่รู้เท่าไหร่แล้ว

พอคิดได้แบบนี้ สีหน้าของโนอาห์ก็เคร่งเครียดขึ้นมา ถ้าตระกูลออกัสตัสมีปัญหา มันต้องกระทบถึงตัวเขาแน่ จะไม่ให้ใส่ใจคงไม่ได้

"ที่สำรวจเจอตอนนี้ ก็มี 'ฝูงแมลงแห่งหายนะ' หนึ่งฝูง แล้วก็เจอทางเชื่อมขนาดใหญ่สู่ดินแดนใต้พิภพ แถมยังเจอเงามรณะของ 'ปีศาจลาวากระดูกมาร' ด้วย"

"ปีศาจลาวากระดูกมาร?"

หางตาของโนอาห์กระตุกยิก นี่มันมอนสเตอร์อันเดดระดับตำนานที่มีชื่อเสียงโด่งดัง คู่ปรับของมันคือปีศาจศพเยือกแข็ง หรือที่เรียกกันว่าปีศาจเหมันต์

"ก็เพราะเจ้าปีศาจนั่นแหละ หลายปีมานี้เราเลยไม่ค่อยเจอมอนสเตอร์จากใต้พิภพขึ้นมาป่วน แต่พคัสเซียสฆ่ามันตายเมื่อไหร่ สงสัยคงต้องรับมือกับการรุกรานจากใต้ดินต่อ"

"ท่านอามั่นใจว่าจะฆ่าปีศาจลาวากระดูกมารได้เหรอครับ"

โนอาห์ตกใจ

"ใกล้แล้วล่ะเขาสัญญาว่าก่อนสิ้นปี จะเอากะโหลกกับผลึกวิญญาณของมันมาให้ฉัน"

"ท่านอาเก่งชะมัด!"

มังกรทองอดทึ่งไม่ได้ ปีศาจลาวากระดูกมารไม่ใช่ระดับตำนานกระจอกๆ ที่จะเอาไว้ให้ใครเก็บเวลเล่น

มันแข็งแกร่งอย่างน่ากลัว เพราะมีคุณสมบัติของทั้งอันเดดและสิ่งมีชีวิตธาตุ แถมยังมีความสามารถคล้ายเวทมนตร์ระดับตำนาน ที่โกงที่สุดคือมันใช้วิชาเคลื่อนย้ายพริบตาได้ตามใจชอบ

พูดง่ายๆ ปีศาจลาวากระดูกมารก็คือภูเขาไฟเดินได้ที่วาร์ปไปมาได้ในระยะสั้นๆ แทบจะไร้เทียมทานเลยทีเดียว

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 29 - ปีศาจลาวากระดูกมาร

คัดลอกลิงก์แล้ว