- หน้าแรก
- ระบบวิศวะขั้นเทพ สัมผัสปุ๊บ เทพปั๊บ
- บทที่ 22 ถูกดักตี
บทที่ 22 ถูกดักตี
บทที่ 22 ถูกดักตี
เจียงฮ่าวเฉินเดินออกมานอกโรงงาน แหงนมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว แสงจันทร์นวลผ่องสาดส่องลงมา บรรยากาศเงียบสงบได้ยินเสียงจิ้งหรีดเรไรดังระงม
ประมาณ 10 นาทีต่อมา ว่านเฉิงอันก็เดินแกมวิ่งกลับมาจากตึกสำนักงาน หน้าตาระรื่น
“เสี่ยวเจียง ท่านรองฯ เฉินรู้ข่าวแล้วดีใจมาก บอกว่าจะรีบมาดูเดี๋ยวนี้เลย! ฉันตามหัวหน้าแผนกกับคนงานมาอีก 2-3 คน น่าจะมาถึงในอีกครึ่งชั่วโมง เธอขึ้นไปพักที่ออฟฟิศก่อนนะ ฉันสั่งให้ รปภ. ซื้อผัดหมี่มาให้แล้ว กินรองท้องไปก่อน”
“ได้ครับ” เจียงฮ่าวเฉินเดินกลับขึ้นไปบนตึก
ในออฟฟิศ เจียงฮ่าวเฉินนั่งจิบน้ำ จุดบุหรี่สูบ มองลงไปที่หน้าประตูโรงงาน เห็นว่านเฉิงอันยืนรอรับเสด็จอยู่คนเดียว ท่ามกลางความเงียบสงัด
“ช่างเจียงครับ ผัดหมี่ครับ”
รปภ. เอาผัดหมี่ร้อนๆ มาส่ง
พอกินเสร็จ เจียงฮ่าวเฉินนั่งพักที่โซฟา สักพักก็ได้ยินเสียงรถยนต์แล่นเข้ามา เขาชะโงกหน้าดูเห็นรถเก๋งสีดำจอดที่หน้าประตู คนกลุ่มหนึ่งลงจากรถ แม้จะมืดแต่มั่นใจว่าเป็นท่านรองฯ เฉินแน่นอน
เจียงฮ่าวเฉินวางแก้วน้ำ รีบวิ่งลงไป
ข้างล่างไฟเปิดสว่างไสว ท่านรองฯ เฉินเดินนำหน้าเข้ามา ว่านเฉิงอันเดินขนาบข้าง
“เสี่ยวเจียง ได้ยินว่าเสร็จแล้วเหรอ? เธอนี่ทำเซอร์ไพรส์ฉันชุดใหญ่เลยนะเนี่ย!”
ท่านรองฯ เฉินยิ้มแก้มปริ รีบเดินเข้ามาทัก
เสียงมอเตอร์ไซค์ดังตามมา หัวหน้าแผนกจางกับคนงานอีกสามคนรีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา
ทุกคนไปมุงดูเครื่องจักรที่ประกอบเสร็จสมบูรณ์ ตั้งตระหง่านอย่างสง่างาม ท่านรองฯ เฉินและคณะมองดูด้วยความทึ่ง แม้จะดูไม่รู้เรื่องแต่ก็จ้องตาไม่กะพริบ
ว่านเฉิงอันลูบคลำเครื่องจักรด้วยความรักใคร่ นี่คือเครื่องจักรที่เขาเซ็นอนุมัติซื้อ เงินล้านเกือบสูญเปล่า วันนี้มันกลับมามีชีวิตอีกครั้ง เหมือนยกภูเขาออกจากอก
คนงานรีบขนตะกร้าใส่วัสดุและแผงวงจรเข้ามาเตรียมทดสอบ
“เสี่ยวเจียง เริ่มทดสอบเลยไหม?”
ว่านเฉิงอันถามเสียงสั่นด้วยความตื่นเต้น
“ครับ!”
เจียงฮ่าวเฉินพยักหน้า สับสวิตช์เปิดเครื่อง เปิดปั๊มลม เปิดแผงควบคุม
ทุกอย่างพร้อม เขาใส่แผงวงจร PCB เข้าไป ตั้งค่าโปรแกรม ใส่หลอดไฟ LED ลงในช่องจ่าย แล้วกดปุ่มเริ่มทำงาน
ว่านเฉิงอันเบิกตากว้าง จ้องมองเครื่องจักรทำงานอย่างลุ้นระทึก
เจียงฮ่าวเฉินยืนนิ่งสงบ สีหน้าเรียบเฉย สำหรับเขานี่เป็นแค่ขั้นตอนปกติ
พอเครื่องทำงานเสร็จ เจียงฮ่าวเฉินหยิบแผงวงจรออกมาตรวจสอบ แล้วยื่นให้ว่านเฉิงอัน
“ทุกอย่างปกติ ทดสอบผ่านครับ!”
ว่านเฉิงอันรับแผงวงจรไปถือไว้ มือสั่นเทา น้ำตาแทบไหล ความกดดันที่แบกไว้ตลอดเดือนมลายหายไปสิ้น
“ท่านรองฯ ครับ สำเร็จแล้ว!”
ว่านเฉิงอันส่งต่อแผงวงจรให้ท่านรองฯ เฉิน
ความจริงแค่เครื่องจักรเครื่องเดียวไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร แต่ในสถานการณ์ที่กำลังจะมีการประเมินทรัพย์สินเพื่อแปรรูป เรื่องเล็กก็กลายเป็นเรื่องใหญ่
การที่เจียงฮ่าวเฉินกู้ชีพเครื่องจักรนี้ได้ เท่ากับช่วยรักษาผลประโยชน์ของรัฐไว้ได้มหาศาล
ท่านรองฯ เฉินมองเจียงฮ่าวเฉินด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ตอนแรกเขาแค่สนใจเพราะเรื่องความเสียหายของรัฐ แต่ตอนนี้... เขาเห็นศักยภาพบางอย่างในตัวเด็กหนุ่มคนนี้
กว่าจะแยกย้ายกันก็เกือบ 5 ทุ่ม ทุกคนยังตื่นเต้นไม่หาย
“เสี่ยวเจียง นี่เบอร์โต๊ะทำงานฉัน มีอะไรโทรหาฉันได้ตลอดนะ”
ท่านรองฯ เฉินยื่นนามบัตรให้ และขอเบอร์เพจเจอร์เจียงฮ่าวเฉินไว้ ก่อนจะรีบกลับไป
ว่านเฉิงอันขับรถไปส่งเจียงฮ่าวเฉินที่หอพักบริษัทรถยนต์ ตอนแรกจะพาไปอาบอบนวดฉลอง แต่เจียงฮ่าวเฉินปฏิเสธ เพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปกวางโจว
...
ในรถท่านรองฯ เฉิน
“ท่านรองฯ ครับ เด็กคนนี้มีของจริงๆ ได้ข่าวว่าเพิ่งมาทำงานปีนี้เอง ท่านรองฯ สนใจดึงตัวมาไหมครับ?”
ชายคนสนิทที่นั่งเบาะหลังถามขึ้น
“เหล่าหลี่ นายถามแบบนี้ แสดงว่านายสนใจเองมากกว่ามั้ง?”
ท่านรองฯ เฉินมองกระจกหลังแล้วยิ้มรู้ทัน
“ฮ่าๆๆ ท่านรองฯ รู้ใจผมจริงๆ!”
เหล่าหลี่หัวเราะร่า
“แต่ไม่รู้ว่าเจ้าตัวจะสนใจไหม”
“เขาอยู่ที่บริษัทรถยนต์นั่นเสียของเปล่าๆ คนเก่งแบบนี้เราควรหาที่ที่เหมาะสมให้เขา... ตอนนี้โครงการโรงงานเครื่องจักรที่เขตซุ่นเฟิงกำลังต้องการคน เจียงฮ่าวเฉินเก่งเครื่องกล น่าจะเหมาะ... เอาไว้เดี๋ยวฉันเรียกเขามาคุยที่ห้องทำงาน”
ท่านรองฯ เฉินเปรยขึ้นมา
...
ว่านเฉิงอันขับรถมาส่งเจียงฮ่าวเฉิน แต่ถนนหน้าบริษัทมีการซ่อมแซม ขุดผิวถนนจนรถเข้าไม่ได้
“ผู้จัดการว่าน ส่งแค่นี้แหละครับ ผมเดินไปเอง ใกล้นิดเดียว”
เจียงฮ่าวเฉินลงจากรถ
เขาเดินเลาะริมถนนไปตามทางมืดสลัว อีกแค่ไม่กี่สิบเมตรก็จะถึงบริษัท แต่ด้วยความเพลีย เขาจึงเดินทอดน่องช้าๆ
ดึกสงัด อากาศเริ่มเย็นลง ขณะที่เจียงฮ่าวเฉินเดินผ่านทางสามแพร่ง จู่ๆ เงาดำสองร่างก็พุ่งออกมาจากเพิงสังกะสีข้างทาง!
พลั่ก!
เสียงไม้หน้าสามกระทบเนื้อหนักหน่วง เจียงฮ่าวเฉินโดนฟาดเข้าที่ท้ายทอยอย่างจังจนมึนตึ้บ ยังไม่ทันได้ร้องขอความช่วยเหลือ หมัดและเท้าก็ระดมซัดเข้ามาไม่ยั้ง
ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นคือความมืดมิด ก่อนที่สติจะดับวูบลง...