เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 เรื่องวงใน

บทที่ 21 เรื่องวงใน

บทที่ 21 เรื่องวงใน


“ผู้จัดการว่าน... หรือว่าคุณรู้อะไรมา?”

เจียงฮ่าวเฉินนิ่งเงียบไปนาน ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหนักอึ้ง

พนักงานเสิร์ฟยกซุปประจำวันมาเสิร์ฟสองถ้วย วางไว้ตรงหน้าเจียงฮ่าวเฉินถ้วยหนึ่ง เขาหยิบช้อนคนซุปไปมาอย่างไร้จุดหมาย ไม่มีอารมณ์จะกิน

หรือว่าจะเป็นโอวหยางฮวา? หรือหลงเหลียงไห่?

ในบริษัทมีแค่สองคนนี้แหละที่ไม่ชอบขี้หน้าเขา แม้เจียงฮ่าวเฉินจะพยายามทำตัวอ่อนน้อมแค่ไหน สถานการณ์ก็ไม่ดีขึ้นเลย ครั้งเดียวที่เขามีเรื่อง ก็คือตอนที่ช่วยหลีจื่อหรงด่าหลงเหลียงไห่ไปคำหนึ่งนั่นแหละ

“เสี่ยวเจียง บริษัทรถยนต์ของเธอมันเป็น ‘ชิ้นเนื้อติดมัน’ ใครๆ ก็จ้องตาเป็นมัน ฉันได้ข่าววงในมาว่า การปรับโครงสร้างครั้งนี้จะเก็บผู้ถือหุ้นไว้แค่ 7 คน นอกนั้นจะถูกลดสถานะเป็นพนักงานธรรมดา เธอเป็นเด็กใหม่ เพิ่งมาไม่กี่เดือน ถ้าเขาไม่เขี่ยเธอออก จะไปเขี่ยใคร?”

“อีกอย่าง เธอคิดว่าเส้นสายของเธอแข็งพอเหรอ? พวกนั้นคนท้องถิ่นทั้งนั้น เส้นสายโยงใยซับซ้อนกว่าเธอเยอะ”

ว่านเฉิงอันมองหน้าเจียงฮ่าวเฉิน แล้วพูดต่อ

“เสี่ยวเจียง ที่ฉันรีบตามตัวเธอมาวันนี้ นอกจากเรื่องเครื่องจักรที่เร่งด่วนจริงๆ แล้ว เหตุผลสำคัญที่สุดคือ ‘ท่านรองฯ เฉิน’ มาด้วย เธอคิดดูสิ ถ้าเธอทำผลงานเข้าตาท่านรองฯ ได้ มันไม่ดีกว่าจมปลักอยู่ที่บริษัทรถยนต์นั่นเหรอ? ลองคิดดูให้ดีๆ!”

เรื่องนี้เจียงฮ่าวเฉินก็พอรู้อยู่แก่ใจ เขาไม่ได้มีความสุขกับการทำงานที่บริษัทรถยนต์นัก แต่ที่ไม่ลาออกเพราะไม่อยากให้ญาติผู้ใหญ่เสียหน้า อีกทั้งเพิ่งทำงานได้แค่สองสามเดือน จะชิงลาออกก็ดูไม่งาม เขาเลยไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อน

“อืม ผู้จัดการว่านรอบคอบจริงๆ ครับ ถ้าต้องถูกลดขั้นเป็นพนักงานธรรมดา ซื้อหุ้นไม่ได้ ผมก็ไม่รู้จะอยู่ต่อทำไมเหมือนกัน”

คิดไปคิดมา เจียงฮ่าวเฉินก็เริ่มรู้สึกตะหงิดๆ เหมือนตัวเองกำลังเดินตามเกมของว่านเฉิงอัน ดูเผินๆ เหมือนว่านเฉิงอันหวังดี แต่ลึกๆ แล้วเขารู้สึกเหมือนถูกหลอกใช้

ข้าวอบหม้อดินซี่โครงหมู ที่สั่งไว้มาเสิร์ฟพอดี เจียงฮ่าวเฉินเปิดฝาหม้อดิน กลิ่นหอมฉุยลอยเตะจมูก ไอร้อนพวยพุ่ง ซี่โครงหมูชุ่มฉ่ำไปด้วยซอส เขาคีบซี่โครงชิ้นหนึ่งเข้าปาก เนื้อนุ่มรสชาติเข้มข้น

“ถ้าไม่ไหวจริงๆ ปีใหม่ผมอาจจะไปตงกวน หรือไม่ก็เซินเจิ้น เพื่อนผมมีโรงงานอยู่ที่นั่น ผมเอาความรู้เทคโนโลยีไปเข้าหุ้น น่าจะได้ส่วนแบ่งไม่น้อย”

เจียงฮ่าวเฉินแกล้งพูดหยั่งเชิง เคี้ยวซี่โครงหมูตุ้ยๆ พลางหรี่ตามองปฏิกิริยาของว่านเฉิงอัน

ว่านเฉิงอันชะงักไปนิดหนึ่ง แต่ก็ปรับสีหน้าให้เป็นปกติได้อย่างรวดเร็ว

“เสี่ยวเจียง ข้าวอบหม้อดินร้านนี้รสชาติดีนะ เสียดายที่ทำเลไม่ค่อยดี คนเลยน้อยไปหน่อย”

ว่านเฉิงอันรีบเปลี่ยนเรื่อง

“ครับ อร่อยดี ไม่นึกว่าผู้จัดการว่านจะรู้จักร้านข้างทางแบบนี้ด้วย นึกว่าพวกผู้บริหารจะกินแต่ภัตตาคารหรูๆ ซะอีก ฮ่าๆๆ!”

เจียงฮ่าวเฉินหัวเราะ

พอเริ่มสนิทกัน เจียงฮ่าวเฉินก็กล้าพูดหยอกล้อมากขึ้น แต่พูดจริงๆ เขาก็ไม่คิดว่าคนระดับนี้จะมากินร้านเพิงสังกะสีจริงๆ

“เสี่ยวเจียงเธอก็พูดเกินไป เรื่องกินน่ะ ร้านข้างทางนี่แหละรสชาติดีที่สุด ปกติที่ไปภัตตาคารก็เพราะต้องรับรองแขก แต่ปีนี้... แทบไม่ได้ไปเลย”

ว่านเฉิงอันพูดเสียงอ่อย

ปีนี้เป็นปีที่ยากลำบากสำหรับเขาจริงๆ โดยเฉพาะการเติบโตของโรงงานเอกชนที่แย่งส่วนแบ่งตลาดไปจนเกือบหมด

รัฐวิสาหกิจอย่างพวกเขาติดกับดักระบบบริหารที่อุ้ยอ้าย เทคโนโลยีล้าหลัง ขาดนวัตกรรม ราคาต้นทุนสูง แข่งขันไม่ได้

“เสี่ยวเจียง เรื่องวิศวกรหวังทำให้ท่านรองฯ เฉินตื่นตัวมาก เรื่องทำลายทรัพย์สินราชการเป็นเรื่องใหญ่ โดยเฉพาะในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อแบบนี้ ตอนนี้เธออยู่ในสายตาของท่านรองฯ แล้ว ถ้าเธอกู้ชีพโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ได้ ผลงานการประเมินออกมาดี ช่วยลดความเสียหายให้รัฐ อนาคตเธอรุ่งโรจน์ไม่แพ้อยู่บริษัทรถยนต์แน่ๆ”

“อืม... รอดูกันไปครับ”

เจียงฮ่าวเฉินตอบแบ่งรับแบ่งสู้ แล้วก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อ

เขารู้เจตนาของว่านเฉิงอันดี อีกฝ่ายอยากได้ตัวเขามาทำงานด้วย เพราะเป็นบริษัทในเครือเดียวกัน การโยกย้ายตำแหน่งทำได้ง่ายมาก โดยเฉพาะกับโรงงานที่กำลังจะเจ๊งแหล่มิเจ๊งแหล่แบบนี้

แต่ใจของเจียงฮ่าวเฉินไม่ได้อยู่ที่นี่ เขาต้องการเงินทุน เพื่อเป้าหมายที่ใหญ่กว่านั้น

บ่ายสองโมงครึ่ง เจียงฮ่าวเฉินกลับเข้าโรงงาน เริ่มงานประกอบเครื่องจักรต่อ เครื่องนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไร แต่ถูกแยกชิ้นส่วนมาละเอียด สำหรับเจียงฮ่าวเฉินที่มีภาพโครงสร้างในหัว มันคืองานหมูๆ

บ่ายสี่โมง เจียงฮ่าวเฉินเดินออกมาสูดอากาศ ทั้งโรงงานเงียบกริบ ตามที่ว่านเฉิงอันบอกคือช่วงนี้ไม่มีออเดอร์ บวกกับเกิดเรื่องเมื่อเช้า เลยให้พนักงานหยุดงานหนึ่งวัน มีแค่ฝ่ายธุรการบางคนที่ยังทำงานอยู่

เจียงฮ่าวเฉินเดินไปสูบบุหรี่ที่กำแพงหลังโรงงาน ไม่รู้ทำไมช่วงหลังมานี้เขาติดบุหรี่หนักขึ้น ตั้งแต่เริ่มหัดสูบตอนเรียน ปวช. เพราะเพื่อนยุ พอมาทำงานก็สูบแก้เบื่อจนติดเป็นนิสัย

“เฮ้อ... คนดีๆ เสียคนหมด”

เจียงฮ่าวเฉินบ่นพึมพำ ขยี้บุหรี่ทิ้ง แล้วเดินกลับเข้าโรงงาน

สามทุ่ม... เจียงฮ่าวเฉินยังคงขลุกอยู่ในโรงงาน งานใกล้เสร็จแล้ว

เดิมทีเขาตั้งใจจะดึงเวลาให้ครบ 2 วันตามที่บอกไว้ แต่เมื่อกลางวันพอได้ยินเรื่องจากว่านเฉิงอัน เขาเปลี่ยนใจ พรุ่งนี้เขาอยากจะไปหากวางโจวเพื่อปรึกษาน้าสาวเรื่องอนาคต เลยเร่งมือทำให้เสร็จคืนนี้เลย

“เสี่ยวเจียง ยังไม่พักอีกเหรอ? ไม่ต้องหักโหมนะ พรุ่งนี้ค่อยทำต่อก็ได้!”

ว่านเฉิงอันเดินเข้ามาในโรงงาน เขาเพิ่งกลับมาจากทำธุระข้างนอก รีบตรงดิ่งมาดูความคืบหน้า

เจียงฮ่าวเฉินไม่ตอบ ขันน็อตตัวสุดท้ายจนแน่น แล้วลุกขึ้นยืนยืดเส้นยืดสาย

“OK! เรียบร้อย!”

เจียงฮ่าวเฉินพ่นลมหายใจยาวด้วยความโล่งอก

“นั่นสิ อย่าหักโหม... ห๊ะ? อะไรนะ? เรียบร้อย? เธอหมายความว่า... ประกอบเสร็จแล้ว?”

ว่านเฉิงอันตาโต อ้าปากค้าง มองหน้าเจียงฮ่าวเฉินอย่างไม่อยากเชื่อ

“ครับ เสร็จแล้ว พร้อมทดสอบระบบ”

เจียงฮ่าวเฉินบิดขี้เกียจ ยกนาฬิกาดู 21:15 น.

“จะแจ้งท่านรองฯ เฉินเลยไหมครับ?”

“จริง... จริงเหรอเนี่ย?”

ว่านเฉิงอันยังช็อกไม่หาย กองเศษเหล็กที่ทำให้เขานอนไม่หลับมาเป็นเดือน ตอนนี้กลับมาเป็นเครื่องจักรสมบูรณ์แบบแล้วจริงๆ เหรอ?

“ดี! ดี! ฉันจะโทรรายงานท่านรองฯ เดี๋ยวนี้!”

ว่านเฉิงอันรีบวิ่งออกไปโทรศัพท์ด้วยความตื่นเต้น

จบบทที่ บทที่ 21 เรื่องวงใน

คัดลอกลิงก์แล้ว