เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 การแพร่ระบาดปะทุ

บทที่ 27 การแพร่ระบาดปะทุ

บทที่ 27 การแพร่ระบาดปะทุ


บทที่ 27 การแพร่ระบาดปะทุ

“เปรี้ยง!”

สายฟ้าฟาดลงมาพร้อมกับเสียงฟ้าร้องกึกก้องไปทั่วท้องนภา แม้ดวงตะวันจะยังไม่ลับขอบฟ้าดี แต่มวลเมฆครึ้มกลับบดบังจนไร้ซึ่งแสงสว่างใดๆ

เสิ่นล่างมองพายุที่กำลังก่อตัวอยู่นอกหน้าต่างพลางยิ้มให้ผู้เฒ่าเจียงแล้วเอ่ยว่า “ตาเฒ่า คืนนี้คงไม่ไปเยี่ยมเยียนใครแล้วใช่ไหม?”

“เจ้าเด็กคนนี้ ข้างนอกฝนจวนจะตกอยู่แล้ว ข้าไม่อยากออกไปเปียกปอนหรอก”

เสิ่นล่างพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม ผู้เฒ่าเจียงเป็นคนมีน้ำใจ ทั้งจัดหาที่พักและเตรียมอาหารค่ำให้ เสิ่นล่างเองก็เป็นพวกบุญคุณต้องทดแทน ย่อมไม่อยากให้ผู้เฒ่าเจียงต้องเผชิญกับอันตรายในคืนนี้

การที่อีกฝ่ายไม่ออกไปข้างนอกนับว่าเป็นเรื่องดียิ่ง เพราะตราบใดที่มีเสิ่นล่างและอิริน่าอยู่ด้วย เขาย่อมรับประกันได้ว่าผู้เฒ่าจะรอดชีวิตไปจนจบเกมนี้แน่นอน

หลังอาหารค่ำ เสิ่นล่างและอิริน่ากลับเข้าห้องพัก เสิ่นล่างเริ่มวางแผนคร่าวๆ ในการพิชิตดันเจี้ยนแห่งนี้ไว้ในใจแล้ว

ดูเหมือนอิริน่าจะสัมผัสได้ถึงความคิดของเสิ่นล่าง เธอเดินเข้ามาเคียงข้างแล้วกระซิบถามเบาๆ “ให้ฉันออกไปสำรวจข้างนอกไหมคะ?”

“ไม่จำเป็นหรอก ฝนกำลังจะตกหนัก มันไม่ปลอดภัย” เสิ่นล่างมองอิริน่า “ความคิดของฉันคือ ชาวบ้านในหมู่บ้านชิงเจียงส่วนใหญ่เป็นคนชราและเด็ก พวกเขาไม่มีฟังก์ชันสแกนเหมือนนาฬิกาของพวกเรา เพราะฉะนั้นรอให้เกิดการระบาดก่อนแล้วค่อยออกไปตามหาผู้รอดชีวิต”

“อย่างไรเสีย สุดท้ายเราก็พาชาวบ้านไปได้เพียงคนเดียว ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการปกป้องทุกคนมากเกินไป”

ชะตากรรมของหมู่บ้านชิงเจียงถูกกำหนดไว้แล้ว หมู่บ้านที่เต็มไปด้วยซอมบี้ในโลกภายนอกคือหลักฐานชั้นดี หากยังดื้อดึงจะช่วยทุกคนก็มีแต่จะหาเรื่องใส่ตัว

ความคิดเริ่มแรกของเสิ่นล่างนั้นเรียบง่ายมาก เมื่อทุกคนกลายร่าง ก็แค่ฆ่าให้เรียบ!

ประการแรกคือเพื่อเก็บเกี่ยวค่าประสบการณ์จากซอมบี้ และประการต่อมาคือเพื่อรับรางวัลจากภารกิจ ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวอย่างแท้จริง

“อืม”

อิริน่ายังคงรักษาท่าทีเย็นชาและเกียจคร้านไว้เช่นเดิม เขาอยากจะเห็นเธอแสดงอารมณ์ที่ตรงกันข้ามดูบ้าง อย่างเช่นการทำตาปรือและมีน้ำลายสอ...

ซ่า...

เพียงไม่นานหลังจากจบการสนทนา ฝนห่าใหญ่ก็โหมกระหน่ำลงมา เสียงฝนตกระทบหลังคาและผนังบ้านดังสนั่น ไม่นานนักมวลหมอกหนาก็แผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้

ภายใต้แสงไฟสลัวจากหลอดไส้ เสิ่นล่างบรรจุกระสุนปืนพกแล้วส่งให้อิริน่า

อิริน่ามาจากโลกแนวสตีมพังค์ ย่อมมีความเชี่ยวชาญในการใช้ปืนพกอยู่แล้ว

เสิ่นล่างเบือนหน้ามองสายฝนที่สาดซัดอยู่นอกหน้าต่างแล้วถอนหายใจ:

“เมื่อก่อน เวลาฝนตกหนักแบบนี้ การได้นอนมุดตัวใต้ผ้าห่มแล้วไถโทรศัพท์เล่นมันช่างเป็นเรื่องที่มีความสุขจริงๆ!”

“ตอนนี้คุณก็ทำได้นะคะ”

เสียงนุ่มนวลดังขึ้นจากด้านหลัง เสิ่นล่างหันกลับไปมองพบอิริน่านั่งตะแคงอยู่บนเตียง พลางตบต้นขาตัวเองเบาๆ ด้วยมือทั้งสองข้าง บนพวงแก้มที่ไม่ได้ถูกปกปิดดูเหมือนจะมีรอยแดงจางๆ ปรากฏขึ้น

หมอนข้างมีชีวิตงั้นหรือ?

ในใจของเสิ่นล่างยังคงมีความลังเลอยู่บ้าง แต่ร่างกายกลับทรยศและทิ้งตัวลงนอนบนต้นขาที่แน่นตึงของอิริน่าไปเสียแล้ว เบื้องหน้าของเขาคือเนินเนื้อนุ่มนิ่มสองลูก และกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ลอยมาแตะจมูก

อิริน่าวางมือลงบนศีรษะของเสิ่นล่างและเริ่มนวดคลึงให้อย่างแผ่วเบา

มือนุ่มละมุนลูบไล้ไปตามขมับ ความเครียดขึงของเสิ่นล่างผ่อนคลายลงอย่างไม่รู้ตัว จนกระทั่งเงาสองเงาทาบทับลงมาเหนือใบหน้า

“ไม่ได้นะ ในดันเจี้ยนมันไม่...”

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของอิริน่านั้นไม่ใช่สิ่งที่เสิ่นล่างจะปฏิเสธได้

เขาสามารถบอกได้เพียงว่ามันทั้งชุ่มฉ่ำและนุ่มหยุ่นยิ่งนัก

และรสชาติดีเหลือเกิน

...

เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่ทราบได้

เสิ่นล่างได้ยินเสียงแจ้งเตือนระบบ:

“ระดับความชอบของอิริน่าที่มีต่อคุณเพิ่มขึ้นหนึ่งดาว ระดับความชอบปัจจุบัน: ห้าดาว”

เต็มพิกัดแล้วงั้นหรือ?

อันที่จริงเมื่อสักครู่ก็ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นมากมายนัก อย่างมากที่สุดก็แค่เสิ่นล่างยังไม่อิ่มท้องจากมื้อค่ำ และอิริน่าก็อาสาเลี้ยงของว่างยามดึกให้เขาด้วยตัวเองเท่านั้น

เป็นเรื่องที่มีเหตุผล ถูกต้อง และเหมาะสมทุกประการ

เขาไม่คาดคิดเลยว่าอิริน่าจะใจกล้าถึงเพียงนี้ ถึงขั้นเป็นฝ่ายรุกชวนเขาทานของว่างยามดึกในดันเจี้ยน

หลังจบมื้อดึก เสิ่นล่างเช็ดริมฝีปากทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ตอนนี้พวกเขายังอยู่ในดันเจี้ยน สถานที่ไม่เอื้ออำนวย และยังไม่เหมาะที่จะลงลึกไปมากกว่านี้

เวลาสามทุ่ม ชาวชนบทส่วนใหญ่ต่างพากันเข้าเข้านอนกันหมดแล้ว

เสิ่นล่างไม่มีความตั้งใจจะหลับนอน เขาพักรอจนกระทั่งผู้เฒ่าเจียงหลับสนิท จึงออกไปสำรวจดูว่าประตูหน้าบ้านล็อคแน่นหนาดีหรือไม่ พร้อมกับคว้ามีดปอกผลไม้และขวานติดมือมาด้วย

การมีปืนพกไว้ป้องกันตัวถือเป็นเรื่องดี แต่พวกอาวุธระยะประชิดก็ขาดไม่ได้เช่นกัน

เขายื่นขวานให้อิริน่า ด้วยค่ากายภาพ 10 แต้มของเธอ การกวัดแกว่งขวานจึงเป็นเรื่องง่ายดาย ส่วนเสิ่นล่างวางมีดปอกผลไม้ไว้ข้างกาย พร้อมหยิบใช้งานได้ทุกเมื่อ

หลอดไฟเริ่มกะพริบถี่ๆ ก่อนจะดับวูบลงกะทันหัน ปล่อยให้บ้านทั้งหลังตกอยู่ในความมืดมิด

เสิ่นล่างเงยหน้ามองหลอดไฟ

“ไฟดับงั้นหรือ?”

ในคืนที่ลมแรงและฝนตกหนักเช่นนี้ การที่สายไฟจะไหม้หรือช็อตจนไฟดับถือเป็นเรื่องปกติ

ทว่ามันไม่ใช่ข่าวดีสำหรับเสิ่นล่างเลย เพราะในความมืดมิดเช่นนี้ พวกเขาไม่มีทางรู้เลยว่ามีผู้ติดเชื้อซุ่มรออยู่หลังประตูบ้านกี่มากน้อย

ภายใต้สายฝนที่โหมกระหน่ำ ทั้งหมู่บ้านกลับมาตกอยู่ในความเงียบงันอันน่าขนลุกอีกครั้ง

จากประสบการณ์การเล่นเกมมาหลายปีของเสิ่นล่าง หลังจากไฟดับมักจะมีฉากทำให้สะดุ้งโหยงตามมาเสมอ

“ผู้บัญชาการคะ มีเสียงกรีดร้องดังมาจากรอบๆ ค่ะ!”

สีหน้าของอิริน่าเคร่งเครียดขึ้นขณะเอ่ยกับเสิ่นล่าง พร้อมชี้ไปทางทิศตะวันออกของตัวบ้าน

เริ่มแล้วสินะ?

เสิ่นล่างหยิบปืนพกขึ้นมาบรรจุกระสุน และพากันไปหาผู้เฒ่าเจียงพร้อมกับอิริน่า

ตาเฒ่าคนนี้ใจดีและยังไม่ติดเชื้อ เสิ่นล่างย่อมต้องช่วยชีวิตเขาไว้

ในเวลานี้ผู้เฒ่าหลับสนิทไปแล้ว เสิ่นล่างฝืนปลุกเขาขึ้นมา และหลังจากอธิบายอยู่นาน ในที่สุดผู้เฒ่าเจียงก็ยอมตกลงที่จะล็อคประตูห้องและเก็บตัวอยู่ข้างในไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

แน่นอนว่าเสิ่นล่างรู้สึกว่าปืนในมือของเขามีส่วนช่วยอย่างมากที่ทำให้ผู้เฒ่าเจียงยอมรับคำแนะนำด้วยเหตุผลมากขึ้น

ในสถานการณ์คับขัน ย่อมต้องใช้วิธีการพิเศษ เสิ่นล่างไม่มีเวลาเหลือพอจะให้ผู้เฒ่าไปพิสูจน์ความจริงด้วยตาตัวเอง

ทว่าในช่วงเวลาเพียงไม่กี่นาทีที่โน้มน้าวผู้เฒ่าเจียง สถานการณ์ภายนอกก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง เสียงฝนหนักไม่อาจกลบเสียงกรีดร้องและเสียงคำรามที่ดังมาจากภายในหมู่บ้านได้อีกต่อไป และความชื้นในอากาศดูเหมือนจะมีกลิ่นคาวเลือดปนเปื้อนมาด้วย

เสิ่นล่างเอ่ยขอโทษในใจ ด้วยสายฝน ไฟที่ดับ และผู้ติดเชื้อที่ซ่อนเร้น มันมีความเสี่ยงมากเกินไป เขาไม่อาจปล่อยให้อิริน่าไปเสี่ยงภัย และไม่อาจออกไปช่วยคนอื่นได้ในเวลานี้

เสิ่นล่างและอิริน่าอาศัยความมืดและเสียงฝนช่วยอำพรางการเคลื่อนไหว ช่วยกันยกตู้และวัตถุขนาดใหญ่ภายในบ้านมาขวางประตูทางเข้าหลักไว้จนมิดชิด

คืนนี้ ขอเพียงพวกซอมบี้พังประตูเข้ามาไม่ได้ก็นับว่าประสบความสำเร็จแล้ว รอให้ฝนหยุดตกและฟ้าสางในเช้าวันพรุ่งนี้ค่อยออกไปกวาดล้างพวกมันก็ยังไม่สาย

ในบ้านของผู้เฒ่าเจียงมีเทียนไขอยู่พอสมควร เสิ่นล่างจุดขึ้นมาหนึ่งเล่ม แสงไฟริบหรี่ช่วยให้ห้องนิรภัยแห่งนี้ดูสว่างขึ้นมาบ้าง

“อิริน่า คืนนี้ฉันจะอยู่เวรกะแรกเอง เธอไปพักผ่อนก่อนเถอะ ถึงเวลาแล้วฉันจะปลุก”

“ตกลงค่ะ”

อิริน่าไม่เอ่ยอะไรมากไปกว่านั้น เธอนอนลงบนเตียงและหลับตาลงเพื่อพักผ่อน

เสิ่นล่างนั่งบนม้านั่ง หลังพิงประตูเหล็กกล้าที่เสริมความมั่นคง สายตาจดจ้องไปที่แสงเทียนพลางจมดิ่งสู่ความคิด

เสิ่นล่างสงสัยมาตลอดว่าไวรัสซอมบี้ในเกมนี้แพร่กระจายได้อย่างไร

หากเป็นการแพร่เชื้อผ่านการกัด อานุภาพอาวุธของสังคมสมัยใหม่ย่อมไม่ควรถูกสบประมาท แม้แต่ซอมบี้ที่แข็งแกร่งที่สุดที่เสิ่นล่างเคยเจอมาอย่าง 'ขุนเขาเนื้อ' ก็ไม่น่าจะต้านทานกระสุนเจาะเกราะได้

หากมีสัญญาณการระบาดเพียงเล็กน้อย มันย่อมถูกกำจัดทิ้งในทันที!

แต่ถ้ามันแพร่กระจายผ่านช่องทางอื่น เช่น น้ำหรืออากาศ แล้วเหตุใดเวลาในการปะทุถึงได้พร้อมเพรียงกันเช่นนี้? เพียงชั่วข้ามคืน อาการคล้ายไข้หวัดก็เปลี่ยนผู้คนให้กลายเป็นซอมบี้กระหายเลือดได้โดยตรง?

มันเหมือนกับมีใครบางคนกำลังเล่นเกมวางแผนทำลายโลก โดยเริ่มจากอัปเกรดการแพร่เชื้อให้กระจายไปทั่วโลกก่อน จากนั้นจึงทุ่มแต้มทั้งหมดไปที่พลังทำลายล้างในคราวเดียว

ครืด... ครืด... เสียงขูดขีดบาดหูดังขึ้นกะทันหันจากภายนอก

สายฝนที่เคยโหมกระหน่ำเริ่มซาลงเหลือเพียงละอองฝน สีหน้าของเสิ่นล่างแปรเปลี่ยนเป็นเฉียบคมทันที เพราะเสียงนั้นดังมาจากด้านนอกประตูหลักนี่เอง!

จบบทที่ บทที่ 27 การแพร่ระบาดปะทุ

คัดลอกลิงก์แล้ว