เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 40 กระเป๋าสตางค์ใบเก่าที่ว่างเปล่า

บทที่ 40 กระเป๋าสตางค์ใบเก่าที่ว่างเปล่า

บทที่ 40: กระเป๋าสตางค์ใบเก่าที่ว่างเปล่า


คราวนี้เฉินฮั่นเซิงเดินทางกลับเจี้ยนเย่โดยไม่ได้ชวนหวังจื่อปั๋ว นั่งรถทัวร์มาคนเดียวห้าชั่วโมง กว่าจะถึงมหาลัยก็ปาเข้าไปหกโมงเย็น

ท้องฟ้ามืดครึ้ม ฝนตกปรอยๆ แม้จะไม่หนักแต่ก็ทำให้เหนียวตัวเหนอะหนะน่ารำคาญ

เฉินฮั่นเซิงสบถในใจ เจี้ยนเย่ก็เป็นแบบนี้แหละ พอฝนตกทีไร กลิ่นอายประวัติศาสตร์เมืองเก่าหกรัชสมัยก็ฟุ้งกระจายไปทั่วอากาศ จับต้องไม่ได้ มองไม่เห็น แต่สัมผัสได้

ถ้าอารมณ์ดีก็คงแต่งกลอนชมได้สักบท แต่ถ้าอารมณ์บูด... มันก็แค่เพิ่มความหงอยเหงาเปล่าเปลี่ยว

เฉินฮั่นเซิงวิ่งฝ่าฝนกลับหอ แต่พอผ่านห้องสมุด จู่ๆเขาก็เห็นเงาที่คุ้นตา เลยตะโกนลั่น "หยุดเดี๋ยวนี้!"

เสิ่นโหยวชูเพิ่งเลิกงานพาร์ทไทม์จัดหนังสือในห้องสมุด แขนล้าไปหมดทั้งวัน กำลังจะไปกินข้าวที่โรงอาหารแล้วกลับหอไปทบทวนบทเรียน จู่ๆก็ได้ยินเสียงตะคอก

เหมือนจะเป็นผู้ชาย แถมเสียงคุ้นๆ

เสิ่นโหยวชูค่อยๆหันกลับไปมอง พอเห็นเฉินฮั่นเซิงยืนอยู่ข้างหลัง ก็ตกใจจนเกือบทำร่มหลุดมือ

"ฉันไม่กินหัวเธอหรอกน่า ทำหน้าทำตาแบบนั้นทำไม?"

เห็นท่าทางหวาดระแวงของเสิ่นโหยวชู เฉินฮั่นเซิงยิ่งหงุดหงิด

"ปะ... เปล่าค่ะ"

เสิ่นโหยวชูไม่กล้าสบตา หันข้างให้เขาครึ่งหนึ่ง

เฉินฮั่นเซิงแค่นเสียง "หึ!" จ้องเธอเขม็ง แล้วจู่ๆก็พูดขึ้นว่า "เย็นนี้ฉันไม่อยากกินข้าวคนเดียว เธอไปกินเป็นเพื่อนหน่อย"

"หา?"

เสิ่นโหยวชูเงยหน้าขึ้นอย่างตื่นตระหนก ประสบการณ์ร่วมโต๊ะกับเฉินฮั่นเซิงคราวที่แล้วยังเป็นฝันร้ายสำหรับเธออยู่เลย

"ทำไม? ไม่เต็มใจเหรอ?"

ท่าทางของเฉินฮั่นเซิงทั้งเผด็จการและพาลหน่อยๆ

เสิ่นโหยวชูเงียบกริบ ดวงตาดอกท้อภายใต้ร่มเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า ริมฝีปากแดงระเรื่อเม้มแน่น

บ้าเอ๊ย... น่ากัดให้จมเขี้ยวจริงๆ รสชาติต้องหวานแน่ๆ

เฉินฮั่นเซิงละสายตาจากริมฝีปากเธออย่างยากลำบาก แล้วเปลี่ยนมาทำหน้าขรึม "เราเป็นเพื่อนร่วมห้องกันนะ มีอะไรก็ต้องช่วยเหลือกันสิ วันนี้ฉันอารมณ์ไม่ดี เธอเลี้ยงข้าวฉันสักมื้อจะเป็นไรไป"

เสิ่นโหยวชูเงยหน้ามองอย่างตัดพ้อ อยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็ไม่กล้า ลังเลอยู่นานกว่าจะถามเสียงเบา "คะ... คุณอยากกินอะไรคะ?"

เสิ่นโหยวชูอาจจะคิดว่าต้องตอบแทนบุญคุณ เพราะเฉินฮั่นเซิงช่วยจ่ายค่าห้องให้เธอ เดิมทีเธอกะว่าจะรอเงินเดือนพาร์ทไทม์ออกก่อนค่อยคืน

แต่สำหรับเฉินฮั่นเซิง เรื่องเงินไม่ใช่ประเด็น ยังไงอนาคตก็ต้องเป็นแฟนกันอยู่แล้ว เขาเลยเสนอว่า "โรงอาหารสองเพิ่งเปิดเมนูหม้อไฟเล็ก ไปกินกันเถอะ"

"ระ... ราคาเท่าไหร่หรอคะ?"

นี่คือสิ่งที่เสิ่นโหยวชูกังวลที่สุด

"เนื้อแพะรวมกุ้ง น่าจะสัก 50 กว่าหยวนมั้ง"

เฉินฮั่นเซิงบอกราคาที่ฟังดูเหมือน "ตัวเลขทางดาราศาสตร์" สำหรับเธอ

เสิ่นโหยวชูนิ่งไปพักใหญ่ ก่อนจะตอบ "ฉันขอกลับหอก่อนได้มั้ยคะ?"

เฉินฮั่นเซิงนึกว่าเธอจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะเธอยังใส่ชุดฟอร์มเก่าๆหลวมโครกของห้องสมุดอยู่

"ได้ รีบไปรีบมาล่ะ"

ไม่นานเสิ่นโหยวชูก็วิ่งเหยาะๆกลับมา แต่ในมือไม่มีร่ม ผมเผ้าเปียกปอนไปด้วยละอองฝน และเสื้อผ้าก็ยังชุดเดิม

"ร่มไปไหน?" เฉินฮั่นเซิงถาม

"รูมเมทจะไปอี้อู๋ ฉันเลยให้ยืมไปค่ะ"

เสิ่นโหยวชูอธิบายเสียงเบา

"แล้วตัวเองไม่ต้องใช้หรือไง?"

ไม่รู้ทำไม เห็นสภาพเธอแบบนี้แล้วเฉินฮั่นเซิงถึงโมโหขึ้นมา เสียงเลยดังขึ้นโดยไม่รู้ตัว

"ฉันอยู่แค่ในมหาลัย ไม่เป็นไรหรอกค่ะ"

เสิ่นโหยวชูตกใจ โบกมือไม้พัลวัน

"มานี่ มาเดินในร่มด้วยกัน"

เฉินฮั่นเซิงทำหน้าดุ ยื่นร่มไปให้

เสิ่นโหยวชูแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน รีบเดินจ้ำอ้าวตากฝน ดูท่าจะยอมเปียกดีกว่าต้องเดินร่วมร่มกับคนพาลอย่างเฉินฮั่นเซิง

"เดินเร็วขนาดนั้น ฉันแบกของพะรุงพะรัง จะตามทันได้ไง?"

เฉินฮั่นเซิงตะโกนเรียก

"อ้อ..."

เสิ่นโหยวชูชะลอฝีเท้าลงอย่างว่าง่าย จู่ๆฝนบนหัวก็หยุดตก... เฉินฮั่นเซิงเอียงร่มมาบังให้เธอแล้ว

เธอกำลังจะขยับหนี แต่โดนเฉินฮั่นเซิงถลึงตาใส่ เลยต้องจำยอมเดินห่อไหล่อยู่ใต้ร่มคันเดียวกัน

ช่วงวันหยุดคนน้อย มหาวิทยาลัยชุ่มฉ่ำไปด้วยฝน อากาศอบอวลด้วยกลิ่นดินและใบหญ้า สดชื่นและเงียบสงบ นานๆทีจะมีคู่รักเดินกางร่มผ่านไป เหมือนกับเฉินฮั่นเซิงและเสิ่นโหยวชูในตอนนี้

พอถึงโรงอาหารสอง ความหดหู่ของเฉินฮั่นเซิงก็เริ่มจางหาย ถ้าจะเปรียบเทียบแบบข้างๆคูๆหน่อย วิธีลืมรักครั้งเก่าที่ดีที่สุดคือการเริ่มรักครั้งใหม่

ทั้งคู่นั่งลงริมหน้าต่างเพื่อให้เฉินฮั่นเซิงสูบบุหรี่ได้สะดวก ตอนจะไปสั่งอาหาร เสิ่นโหยวชูล้วงกระเป๋าสตางค์ใบเก่าๆออกมา เทเงินออกมานับอย่างละเอียด แม้แต่เหรียญก็เรียงเป็นแถว

มื้อนี้ราคา 53 หยวน แทบจะเกลี้ยงกระเป๋าเธอเลยทีเดียว "กระเป๋าสตางค์ใบเก่า" ตอนนี้กลายเป็น "กระเป๋าสตางค์ใบเก่าที่ว่างเปล่า" ไปซะแล้ว

"เมื่อกี้ที่กลับหอ คือไปเอาเงินเหรอ?"

เฉินฮั่นเซิงเพิ่งเก็ท

"อื้อ"

เสิ่นโหยวชูรับคำในลำคอ แล้วถือถาดอาหารเดินกลับมาที่โต๊ะ

"ยัยบื้อเอ๊ย..."

เฉินฮั่นเซิงพึมพำกับตัวเอง

หม้อไฟเล็กของโรงอาหารสองเป็นเมนูฮิต ยิ่งอากาศแบบนี้ ได้ฟังเสียงฝนตกกระทบหน้าต่าง มองเนื้อสัตว์เดือดปุดๆในหม้อ ช่างมีความสุขจริงๆ

เฉินฮั่นเซิงหิวโซเพราะไม่ได้กินข้าวเที่ยง เขาตักข้าวเข้าปากตุ้ยๆ สักพักก็วางตะเกียบลง

"เธอไม่หิวเหรอ?" เฉินฮั่นเซิงถาม

เสิ่นโหยวชูไม่ได้แตะเนื้อสัตว์เลย ในมือถือถ้วยข้าวเปล่าราคา 3 เหมา คีบผักลวกกินบ้างเป็นครั้งคราว ตรงหน้าเฉินฮั่นเซิงมีกองเปลือกกุ้งกับกระดูก แต่ชามของเธอยังสะอาดเอี่ยม

เสิ่นโหยวชูส่ายหน้าไม่พูดอะไร

"แปลกคนแฮะ"

เฉินฮั่นเซิงส่ายหัว หยิบตะเกียบขึ้นมาอีกครั้ง แต่จู่ๆความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัว เขาจ้องหน้าเสิ่นโหยวชูเขม็ง

"เธอกำลังรอให้ฉันอิ่มก่อน แล้วค่อยกินส่วนที่เหลือใช่มั้ย?"

เสิ่นโหยวชูหน้าแดงที่โดนจับได้ ไม่กล้าตอบ แม้แต่ผักก็ไม่กล้าคีบแล้ว

ฝนยังคงตกพรำๆ เหมือนกระแสน้ำอุ่นไหลเข้ามาในใจเฉินฮั่นเซิง เมื่อวานเซียวหรงอวี้อุตส่าห์เอาเครื่องดื่มมาให้ วันนี้เสิ่นโหยวชูยอมอดเพื่อให้เขาอิ่ม

เฉินฮั่นเซิงถอนหายใจ "มื้อนี้กินเงินค่าครองชีพเธอหมดเกลี้ยง ต่อไปจะทำยังไง?"

เขามีแผนในใจอยู่แล้ว แต่อยากฟังความคิดเธอ

"ฉันยังมีเงินอีก 100 หยวนเย็บติดไว้ในกระเป๋านักเรียนค่ะ งานจัดหนังสือที่ห้องสมุดก็ได้เงิน แล้วตอนเย็นก็มารับจ๊อบที่โรงอาหาร จะได้ประหยัดค่าข้าวด้วย"

เสิ่นโหยวชูตอบเสียงเบา เธอวางแผนชีวิตไว้หมดแล้ว เพียงแต่มันต้องแลกมาด้วยความเหนื่อยยาก

"แล้วเธอโกรธฉันมั้ย ที่ผลาญเงินเก็บเธอจนหมด?"

เฉินฮั่นเซิงถามต่อ

เสิ่นโหยวชูเบิกตากว้าง ส่ายหน้าเบาๆ ดวงตาดอกท้อคู่นั้นดูไร้เดียงสาแต่ก็มีเสน่ห์เหลือร้าย ใบหน้ารูปไข่สวยหมดจดภายใต้แสงไฟสลัวของโรงอาหาร งดงามราวกับภาพวาด

เฉินฮั่นเซิงใจเต้นแรง เผลอหลุดปากออกมา "งั้น... มาเป็นแฟนฉันเอามั้ย?"

เคร้ง!

เสิ่นโหยวชูตกใจจนทำชามข้าวคว่ำ น้ำซุปกระเด็นใส่แขน เบะปากเหมือนจะร้องไห้

"ฉะ... ฉันเพิ่งกินผักไปสองชิ้นเอง... อย่าบังคับให้ฉันเป็นแฟนคุณเลย..."

*****

จบบทที่ บทที่ 40 กระเป๋าสตางค์ใบเก่าที่ว่างเปล่า

คัดลอกลิงก์แล้ว