เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 39 พ่อแม่ผู้ร้อนรน

บทที่ 39 พ่อแม่ผู้ร้อนรน

บทที่ 39: พ่อแม่ผู้ร้อนรน


ตู๊ด... ตู๊ด... ตู๊ด...

“ฮัลโหล ผมเซียวหงเว่ยครับ”

“สวัสดีครับคุณอาเซียว ผมเฉินฮั่นเซิงนะครับ ขอสายเซียวหรงอวี้หน่อยครับ”

“อ้อ ฮั่นเซิง เสี่ยวอวี้เข้านอนแล้ว พรุ่งนี้ค่อยโทรมาใหม่นะ”

...

ตู๊ด... ตู๊ด... ตู๊ด...

“ฮัลโหล นั่นใครครับ?”

“สวัสดีตอนเช้าครับคุณอาเซียว ผมเฉินฮั่นเซิง รบกวนขอสายเซียวหรงอวี้หน่อยครับ”

“เสี่ยวอวี้ออกไปข้างนอกน่ะ ขอโทษทีนะ”

...

ตู๊ด... ตู๊ด... ตู๊ด...

“คุณอาเซียวครับ ผมเฉินฮั่นเซิง ขอสายเซียวหรงอวี้หน่อยครับ”

“เสี่ยวอวี้ยังไม่กลับเลย ไว้โทรมาตอนค่ำๆนะ”

“ไม่เป็นไรครับ งั้นฝากบอกเธอด้วยนะครับว่าวันนี้ผมจะกลับมหาลัยแล้ว”

สิ้นเสียงประโยคสุดท้าย ปลายสายเงียบกริบเหมือนมีคนเอามือปิดโทรศัพท์ไว้ แต่หูของเฉินฮั่นเซิงดีพอที่จะได้ยินเสียงเซียวหงเว่ยพูดอู้อี้ไกลๆว่า “เขาบอกว่าจะกลับมหาลัยวันนี้...”

เฉินฮั่นเซิงไม่ได้ยินเสียงตอบรับ สักพักใหญ่ๆ เซียวหงเว่ยถึงกลับมาพูดสาย “ฮั่นเซิง เดินทางปลอดภัยนะ ถึงมหาลัยแล้วโทรบอกพ่อแม่ด้วยล่ะ”

วางสายแล้ว เซียวหงเว่ยหันไปมองลูกสาวด้วยความกังวลใจ “ทะเลาะอะไรกันลูก เล่าให้พ่อฟังหน่อยสิ”

เซียวหรงอวี้ในชุดนอนสายเดี่ยวสีขาวครีม นั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟา ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าซูบตอบ ดวงตาบวมแดงจากการร้องไห้ เธอนั่งนิ่งเหมือนรูปปั้น ไม่พูดไม่จา

เมื่อคืนพอกลับถึงบ้าน เธอก็ขังตัวเองอยู่ในห้องนอน ไม่นานเฉินฮั่นเซิงก็โทรมา

ไม่ต้องใช้วิชาตำรวจสืบสวน แค่สัญชาตญาณความเป็นพ่อก็รู้แล้วว่าลูกสาวเสียใจเพราะไอ้หนุ่มนั่นแน่นอน

“แม่ใกล้จะกลับมาแล้วนะ ถ้าแม่เห็นลูกสภาพนี้ โดนซักยาวแน่”

เซียวหงเว่ยงัดไม้ตายออกมาขู่

ได้ผล... เซียวหรงอวี้ไม่อยากให้แม่รู้เรื่องนี้ เธอจึงยอมลุกขึ้นไปล้างหน้าล้างตา

“เสี่ยวอวี้”

เซียวหงเว่ยเรียกไว้ “ลูกกับเฉินฮั่นเซิง... คบกันอยู่หรือเปล่า?”

เซียวหรงอวี้หันขวับ ตอบเสียงแข็ง “เปล่าค่ะ! เมื่อก่อนไม่ได้คบ ตอนนี้ไม่ได้คบ และในอนาคตก็ไม่มีทางคบกันเด็ดขาด!”

เซียวหงเว่ยถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาเป็นตำรวจสอบสวนมาทั้งชีวิต ลูกสาวโกหกแค่นี้ทำไมจะดูไม่ออก

ตอนเที่ยง หลี่อวี้ชิง แม่ของเซียวหรงอวี้กลับมาถึงบ้าน เห็นสามีกำลังล้างผักอยู่ จึงถอดเสื้อนอกเข้าไปช่วย

“เสี่ยวอวี้ล่ะ?” หลี่อวี้ชิงถาม

“เพิ่งตื่น กำลังล้างหน้าแปรงฟันอยู่”

เซียวหงเว่ยช่วยลูกสาวโกหก

หลี่อวี้ชิงแปลกใจ “ปกติลูกไม่ตื่นสายขนาดนี้นี่นา”

“ปิดเทอมทั้งที นอนดึกตื่นสายบ้างจะเป็นไรไป”

เซียวหงเว่ยแกล้งทำเป็นรำคาญ หลี่อวี้ชิงเลยไม่เซ้าซี้

สักพัก เซียวหงเว่ยก็พูดเปรยๆขึ้นมา “คุณสนิทกับภรรยาเฉินจ้าวจวินใช่มั้ย?”

“เหลียงเหม่ยจวนน่ะเหรอ?”

หลี่อวี้ชิงนึก “เมื่อก่อนก็สนิทกันดีนะ แต่ช่วงหลังๆไม่ค่อยได้ติดต่อกันเท่าไหร่”

“ว่างๆนัดกันไปกินข้าวบ้างสิ เพื่อนฝูงควรไปมาหาสู่กันบ้าง” เซียวหงเว่ยแนะนำพลางเด็ดผัก

“ทำไมล่ะ? เฉินจ้าวจวินจะได้เลื่อนตำแหน่งเหรอ?”

ด้วยความที่เป็นข้าราชการเหมือนกัน หลี่อวี้ชิงจึงอดคิดเรื่องนี้ไม่ได้

เซียวหงเว่ยหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก “อายุขนาดนี้แล้วจะเอาอะไรมาเลื่อนขั้น แค่อยากให้นัดคุยกันเฉยๆ”

เห็นสามีไม่ยอมบอกความจริง หลี่อวี้ชิงก็ไม่ถามต่อ งานของเซียวหงเว่ยย่อมความลับเยอะอยู่แล้ว

“ก็ได้ เดี๋ยวฉันไปถักผมให้ลูกก่อน ว่างเมื่อไหร่จะลองนัดดู”

พอลับหลังภรรยา เซียวหงเว่ยเช็ดมือแล้วถอนหายใจ “หน้าที่การงานเราก็ตันแล้ว ตอนนี้ต้องเริ่มวางแผนอนาคตให้ลูกๆได้แล้วล่ะ”

...

ฉากคล้ายๆกันเกิดขึ้นที่บ้านตระกูลเฉิน แต่บรรยากาศคนละเรื่อง

“โชควาสนาฉันมันอาภัพนัก แต่งเข้าบ้านสกุลเฉินไม่เคยสบาย อุตส่าห์เลี้ยงลูกจนโต ดันได้ลูกเนรคุณซะงั้น”

เหลียงเหม่ยจวนบ่นกระปอดกระแปด เพราะเฉินฮั่นเซิงจะรีบกลับมหาลัยทั้งที่ยังไม่หมดวันหยุด

“แม่ครับ ตอนนี้ผมเป็นหัวหน้าห้อง เวลาของผมไม่ใช่ของตัวเอง แต่เป็นของเพื่อนๆทั้งสาขาการจัดการสาธารณะเซค 2 ผมเองก็ลำบากใจนะครับเนี่ย”

เฉินฮั่นเซิงโกหกหน้าตายขณะยัดของใส่กระเป๋า

“ถุย! อาจารย์ที่ปรึกษาแกตาบอดรึไงถึงเลือกแกเป็นหัวหน้าห้อง”

เหลียงเหม่ยจวนรู้ทันลูกชายดี เวลาไม่อยากพูดความจริง มันก็จะแถไปเรื่อย

เฉินฮั่นเซิงจัดกระเป๋าเองมาตลอด พ่อแม่ไม่เคยต้องยุ่ง พอเห็นเขาแพ็กห่านรมควันของขึ้นชื่อเมืองกั่งเฉิงลงไปสองตัว แม่ก็ถาม “เอาไปฝากเพื่อนเหรอ?”

“เปล่าครับ ฝากอาจารย์ที่ปรึกษา” เฉินฮั่นเซิงตอบ

ของฝากนี้มีนัยสำคัญ หนึ่งคือขอบคุณที่ช่วยเคลียร์เรื่องชกต่อย สองคือเพื่อกระชับความสัมพันธ์ส่วนตัว

เฉินฮั่นเซิงจะไม่ให้เงินอาจารย์กัวแม้แต่แดงเดียว เพราะนอกจากอาจารย์จะไม่รับแล้ว ความสัมพันธ์ฉันท์ครูศิษย์ที่ค่อนข้างบริสุทธิ์ใจนี้จะแปรสภาพเป็นเรื่องผลประโยชน์ทันที ซึ่งไม่เป็นผลดีในระยะยาว

ก่อนไป เหลียงเหม่ยจวนยื่นเงินให้ 1,000 หยวน แต่เฉินฮั่นเซิงปฏิเสธ “ไม่เอาครับ ผมมีเงิน”

“เงิน 2,000 ที่ให้ไปตอนเปิดเทอมเหลือเท่าไหร่?”

แม่ยังไม่วางใจ ต้องซักให้ละเอียด

“ใช้ไปครึ่งนึงแล้ว”

เฉินฮั่นเซิงตอบตามจริง

เหลียงเหม่ยจวนตาโต “เพิ่งเปิดเทอมเดือนเดียว แกใช้อะไรตั้งพันหยวน!”

สมัยเรียนมัธยม ค่าครองชีพสามคนพ่อแม่ลูกรวมกันยังแค่พันนิดๆ แต่ลูกชายไปมหาลัยเดือนเดียวใช้เงินเท่าทั้งครอบครัว

“กินข้าว สังสรรค์ ซื้อของใช้... ลูกผู้ชายมันต้องมีภาษีสังคมบ้างสิแม่” เฉินฮั่นเซิงตอบสบายๆ

“แฟนก็ไม่มี จะมีภาษีสังคมบ้าบออะไร”

เหลียงเหม่ยจวนบ่นอุบ แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ “แล้วทำไมไม่เอาเงินนี่ไปล่ะ?”

“ผมหาลำไพ่พิเศษได้มาอีก 2,500 สรุปคือไม่ขาดมือแน่นอน”

เฉินฮั่นเซิงขี้เกียจอธิบายยาว รีบตัดบท “พ่อ แม่ ผมไปนะ รักษาสุขภาพด้วยล่ะ ว่างๆก็ทะเลาะกันแก้เซ็ง แต่อย่าถึงขั้นลงไม้ลงมือนะ”

มองแผ่นหลังลูกชายเดินจากไป เหลียงเหม่ยจวนรู้สึกใจหายวาบ

“ตาแก่... พวกเราแก่แล้วใช่มั้ยเนี่ย?”

“ทำไมพูดงั้นล่ะ?”

“ฉันรู้สึกว่าฮั่นเซิงไม่ต้องการเราแล้ว เงินก็ไม่เอา เรื่องราวก็ไม่เล่า เหมือนเขามีโลกส่วนตัวที่พวกเราเข้าไม่ถึงแล้ว”

เฉินจ้าวจวินยิ้ม โอบไหล่ภรรยาอย่างอ่อนโยน “ก็ดีแล้วนี่ ลูกโตแล้ว เราจะได้หมดห่วง”

“ดีกะผีสิ!”

เหลียงเหม่ยจวนตวาดกลับ “ฉันยังต้องเลี้ยงหลานให้ไอ้ลูกตัวแสบนี่อยู่นะ! คุณมีเพื่อนร่วมงานคนไหนมีลูกสาววัยเดียวกันบ้างมั้ย? เรียนจบปุ๊บได้จับมันแต่งงานปั๊บเลย!”

“ก็... พอมีมั้ง”

เฉินจ้าวจวินนึกถึงภาพสาวน้อยป้อนขนมลูกชายขึ้นมาทันที โดยที่ยังไม่รู้ระแคะระคายเลยว่า... ลูกชายตัวดีเพิ่งทำลายความสัมพันธ์นั้นพังยับเยินไปหมาดๆ

*****

จบบทที่ บทที่ 39 พ่อแม่ผู้ร้อนรน

คัดลอกลิงก์แล้ว