- หน้าแรก
- ผมไม่อยากเกิดใหม่เลยจริงๆ
- บทที่ 38 หญิงสาวที่หัวใจแตกสลาย
บทที่ 38 หญิงสาวที่หัวใจแตกสลาย
บทที่ 38: หญิงสาวที่หัวใจแตกสลาย
ห้าทุ่มครึ่ง... เฉินจ้าวจวินที่ปกติเข้านอนไว ยังคงนั่งเฝ้าหน้าจอทีวี แสงสีจากหน้าจอกระพริบวูบวาบสาดส่องผนังห้องนั่งเล่น
"พ่อ"
เฉินฮั่นเซิงเดินออกมานั่งลงที่โซฟาข้างๆพ่อ
"ยังไม่นอนอีกเหรอ?"
เฉินจ้าวจวินเหลือบมองลูกชาย ภาพจำวัยเด็กจอมซนยังชัดเจน แต่วันนี้ลูกกลายเป็นหนุ่มอายุ 18 เต็มตัว แถมยังมีสาวมาป้อนขนมให้ถึงปาก
"พ่อ เรื่องเมื่อบ่าย..."
เฉินฮั่นเซิงตั้งใจจะอธิบายความจริง เพราะระหว่างเขากับเซียวหรงอวี้มันบริสุทธิ์ใจจริงๆ
แต่เฉินจ้าวจวินโบกมือขัด "ไม่ต้องอธิบาย พ่อไม่ได้หัวโบราณเหมือนแม่แก ถ้าผู้หญิงนิสัยดี ก็ลองคบๆกันดูได้"
"ไม่ใช่พ่อ ผมกับเซียวหรงอวี้ไม่ได้..."
เฉินฮั่นเซิงพยายามจะอธิบายอีกครั้ง
"เอ๊ะ? ชื่อเซียวหรงอวี้นี่คุ้นๆหูแฮะ"
เฉินจ้าวจวินขมวดคิ้วใช้ความคิด
"ลูกสาวลุงเซียวหงเว่ย หัวหน้ากองปราบไงครับ"
เฉินฮั่นเซิงเฉลย
"อ๋อ! ลูกสาวตาเซียวหงเว่ยนี่เอง"
เฉินจ้าวจวินร้องอ๋อ "มิน่าล่ะถึงสวย ลุงเซียวสมัยหนุ่มๆได้ชื่อว่าเป็นตำรวจที่หล่อที่สุดในกั่งเฉิงเชียวนะ ตาถึงใช้ได้นี่ลูกพ่อ"
"พ่อครับ ผมกับเซียวหรงอวี้เป็นแค่เพื่อนกันจริงๆ ไม่ได้เป็นอย่างที่พ่อคิด"
ในที่สุดเฉินฮั่นเซิงก็ได้โอกาสพูดความจริง
เฉินจ้าวจวินหัวเราะหึๆ "เด็กสมัยนี้ขี้อายกว่ารุ่นพ่ออีก ยุคไหนแล้วยังจะมาอ้างว่าเป็นเพื่อนกัน พ่อดูละครทีวีมาเยอะนะ มุกนี้หลอกพ่อไม่ได้หรอก"
เห็นพ่อจินตนาการไปไกลกู่ไม่กลับ เฉินฮั่นเซิงเลยเลิกพยายามอธิบาย ปล่อยให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์แล้วกัน
"พ่อ เมื่อกี้ตอนยังไม่รู้ว่าเป็นลูกใคร พ่อแอบกังวลอยู่ใช่มั้ยล่ะ?"
เฉินฮั่นเซิงเปลี่ยนเรื่องแซว
"บ้าน่า พ่อดูทีวีอยู่ ไม่ได้คิดอะไรซะหน่อย"
เฉินจ้าวจวินปฏิเสธเสียงแข็ง
"อ้อ เหรอครับ"
เฉินฮั่นเซิงพยักหน้า นั่งดูทีวีเป็นเพื่อนพ่อสักพัก ก่อนจะลุกขึ้นตบหลังพ่อเบาๆ "ถือรีโมทแอร์จะเปลี่ยนช่องทีวีได้ไงครับพ่อ"
เฉินจ้าวจวินก้มดูในมือ เออแฮะ... รีโมทแอร์จริงๆ มิน่ากดตั้งนานช่องไม่เปลี่ยน
"ผมไปนอนละ พ่อก็เลิกคิดมากได้แล้ว ถ้าว่างจัดก็ไปชวนแม่ทะเลาะเล่นแก้เซ็งเถอะ"
เฉินฮั่นเซิงโบกมือลาเดินเข้าห้อง
ปากบอกไม่ห่วง แต่ใจคนเป็นพ่อก็อดคิดไม่ได้ จนกระทั่งรู้ว่าเป็นลูกสาวเพื่อนเก่าถึงได้วางใจ
เฉินจ้าวจวินส่ายหน้า มองตามหลังลูกชายแล้วพึมพำ "ไอ้ลูกบ้าเอ๊ย"
...
วันหยุดยาว 7 วันผ่านไปอย่างเชื่องช้า หลังจากไปเยี่ยมตายายเสร็จ เฉินฮั่นเซิงก็ว่างงาน
เซียวหรงอวี้โทรมาชวนไปนั่งร้านน้ำปั่นกับเพื่อนเก่า แต่เขาปฏิเสธโดยอ้างเหตุผลสารพัด ทั้งเพราะคุยกับพวกนั้นไม่ถูกคอ และไม่อยากให้ใครเข้าใจผิดเรื่องเขากับเธออีก
"จื่อปั๋ว คืนนี้ไปแทงสนุ๊กกัน"
เฉินฮั่นเซิงโทรหาหวังจื่อปั๋ว
หวังจื่อปั๋วตอบตกลงทันที ไอ้หนุ่มโอตาคุอย่างเขาถ้าเฉินฮั่นเซิงไม่ลากออกมา ก็คงนั่งดู "องค์หญิงกำมะลอ" เป็นเพื่อนแม่อยู่บ้าน
เฉินฮั่นเซิงเชี่ยวชาญแหล่งอโคจรในกั่งเฉิงเป็นอย่างดี เขาพาเพื่อนซี้ไปที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ชั้นล่างเป็นดิสโก้เธค ชั้นสองเป็นโต๊ะสนุ๊ก
หน้าดำๆของหวังจื่อปั๋วแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น จิบเบียร์ไปแทงสนุ๊กไป ท่ามกลางเสียงเพลงเบสหนักๆจากชั้นล่างที่สั่นสะเทือนพื้น
"เสี่ยวเฉิน ไม่ยักรู้ว่ากั่งเฉิงมีที่เจ๋งๆแบบนี้ด้วย!"
หวังจื่อปั๋วตะโกนแข่งกับเสียงเพลง
เฉินฮั่นเซิงเคี้ยวหมากฝรั่ง ยิ้มมุมปากไม่ตอบ เล็งลูกขาวเตรียมแทง
วันนี้หวังจื่อปั๋วแทงพลาดบ่อยมาก เพราะมัวแต่เหล่สาวๆที่เดินขึ้นมาจากชั้นล่าง สาวๆนุ่งสั้นโชว์สะดือ ใส่ถุงน่องตาข่าย แต่งหน้าจัด เดินผ่านทีกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกปนกลิ่นเหล้า
เฉินฮั่นเซิงไม่เร่ง รอให้เพื่อนดึงสติกลับมาเอง
"นี่มันเดือนตุลาแล้วนะ ไม่หนาวกันเหรอวะ?" หวังจื่อปั๋วถามซื่อๆ
"แกไม่รู้อะไรซะแล้ว นี่แหละที่เขาเรียกว่า 'ยอมหนาวเพื่อความสวย'" เฉินฮั่นเซิงตอบขำๆ
สาวๆหลายคนส่งสายตาให้เฉินฮั่นเซิง เพราะรอยยิ้มร้ายๆของเขาดูน่าค้นหา
แต่เฉินฮั่นเซิงไม่ค่อยสน บางทีรำคาญก็ตบเอวสาวๆ แล้วชี้ไปทางหวังจื่อปั๋ว "ไปแกล้งน้องชายผิวดำฝั่งโน้นหน่อยสิ มันยังซิงอยู่เลย"
หวังจื่อปั๋วที่อิจฉาเพื่อนอยู่ดีๆ พอโดนสาวรุมเข้าจริงๆ ก็หน้าแดงเป็นลูกตำลึง ทำตัวไม่ถูก
สี่ทุ่มกว่า เฉินฮั่นเซิงชวนกลับ แต่หวังจื่อปั๋วยังไม่อยากลุก
เฉินฮั่นเซิงจุดบุหรี่พลางสอนมวย "ผู้หญิงเที่ยวกลางคืนน่ะ คบเล่นๆพอได้ แต่อย่าไปจริงจังมาก..."
"แล้วไงต่อ?"
หวังจื่อปั๋วถามต่อ แต่เฉินฮั่นเซิงเงียบกริบ ตามองค้างไปที่ริมถนน
หวังจื่อปั๋วมองตาม... เห็นเซียวหรงอวี้ยืนอยู่กับเพื่อนสาวสองคน จ้องมองมาทางพวกเขา
ดูเหมือนพวกเธอเพิ่งออกมาจากร้านน้ำปั่น ในมือเซียวหรงอวี้ถือแก้วเครื่องดื่มอยู่ด้วย
หวังจื่อปั๋วรีบหันหลังทำเป็นไม่เห็น แต่เฉินฮั่นเซิงรู้ว่าหนีความจริงไม่พ้น ซวยชิบหาย โลกมันจะกลมอะไรขนาดนี้
"อ้าว... เลิกเร็วจังนะ บ้านเธอไปทางโน้นไม่ใช่เหรอ?"
เฉินฮั่นเซิงพยายามคุมเสียงให้ปกติ ปลอบใจตัวเองว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน มาเที่ยวผับก็ไม่ผิดนี่หว่า
แต่ทำไม... ความรู้สึกผิดมันจุกอยู่ที่คอก็ไม่รู้
"ไหนนายบอกว่าจะไปบ้านคุณยาย?"
เสียงของเซียวหรงอวี้เย็นเยียบยิ่งกว่าลมฤดูใบไม้ร่วง
เฉินฮั่นเซิงไปไม่เป็น โกหกซึ่งหน้าแล้วโดนจับได้คาหนังคาเขา
ใบหน้าสวยหวานของเซียวหรงอวี้ตอนนี้เต็มไปด้วยความผิดหวังและเสียใจ
"เฉินฮั่นเซิง เมื่อกี้เสี่ยวอวี้เพิ่งบอกพวกเราว่าอาจจะลองคบกับนายดู..."
เพื่อนสาวคนหนึ่งทนไม่ไหวพูดขึ้นมา แต่เซียวหรงอวี้ขัดขึ้นเสียงแข็ง
"พอได้แล้ว!"
เธอวางแก้วน้ำในมือลงกับพื้น สูดจมูกแรงๆ กลั้นน้ำตาไว้ "ไปกันเถอะ"
เธอหันหลังเดินจากไปทันที เส้นผมยาวสลวยพลิ้วไหวตามแรงลม แผ่นหลังบอบบางดูเด็ดเดี่ยวแต่ก็อ้างว้าง
เสียงเพื่อนสาวคนเดิมตะโกนไล่หลังมา
"เฉินฮั่นเซิง! นายมันไม่ใช่คน! วันนี้ที่ร้านมีเมนูใหม่ เสี่ยวอวี้อุตส่าห์ซื้อมาจะเอาไปให้ที่บ้าน แต่นายกลับโกหกแล้วมาเที่ยวที่อโคจรแบบนี้!"
"ไปตายซะไอ้ผู้ชายเฮงซวย!"
...
เฉินฮั่นเซิงถึงบางอ้อ... ที่แท้เธอเดินมาทางนี้เพื่อจะเอาเครื่องดื่มมาให้เขานี่เอง
"เสี่ยวเฉิน... เหมือนแกจะจีบเซียวหรงอวี้ติดแล้วนะ"
หวังจื่อปั๋วพูดเสียงอ่อย
"แต่... ดูเหมือนจะทำหลุดมือไปแล้วว่ะ"
*****