เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 37 ความเข้าใจผิดที่แสนหวาน

บทที่ 37 ความเข้าใจผิดที่แสนหวาน

บทที่ 37: ความเข้าใจผิดที่แสนหวาน


เซียวหงเว่ยที่นั่งอยู่เบาะหน้าสังเกตเห็นการปะทะคารมเล็กๆระหว่างเฉินฮั่นเซิงและเกาเจียเหลียงผ่านกระจกมองหลัง นึกย้อนไปถึงเรื่องที่ร้านซาลาเปาวันนั้นก็อดขำไม่ได้

เฉินจ้าวจวินเป็นคนซื่อๆแท้ๆ ไม่นึกว่าจะได้ลูกชายที่แสบสันต์ขนาดนี้

ด้วยสัญชาตญาณตำรวจสายสืบ เซียวหงเว่ยจึงคอยสังเกตพฤติกรรมของหนุ่มสาวกลุ่มนี้อย่างเงียบๆ

หวังจื่อปั๋วที่นั่งข้างคนขับดูเจี๋ยมเจี้ยมเรียบร้อยที่สุด คงเพราะเกรงใจผู้ใหญ่

เกาเจียเหลียงถึงจะนั่งหลังสุด แต่ก็พยายามชะโงกหน้ามาเอาใจลูกสาวเขาไม่ขาดปาก

ส่วนเซียวหรงอวี้ แม้จะเล่นมือถือบ้าง คุยกับเกาเจียเหลียงบ้าง แต่เข่าของเธอกลับหันไปทางเฉินฮั่นเซิงตลอดเวลา ภาษากายเล็กๆน้อยๆนี้สะท้อนความรู้สึกในใจได้ดีทีเดียว

เฉินฮั่นเซิงดูจะเป็นตัวของตัวเองที่สุด ปรับเบาะเอนนอน 160 องศา ซื้อหนังสือพิมพ์จากปั๊มมาอ่าน ตลอดทางถ้าไม่อ่านข่าวก็หลับ นานๆทีจะชวนเขาคุยเรื่องคดีแปลกๆในกรมตำรวจ แต่แทบไม่สนใจบทสนทนาของเกาเจียเหลียงกับเซียวหรงอวี้เลย

“ไอ้เด็กนี่... กล้าเมินเสี่ยวอวี้เชียวรึ”

เซียวหงเว่ยจับสังเกตได้

บทสนทนาวนมาเรื่องกิจกรรมในมหาลัยตามประสาเฟรชชี่ เกาเจียเหลียงรีบอวดสรรพคุณ “ก่อนหยุดยาวฉันเพิ่งผ่านสัมภาษณ์รอบแรกฝ่ายประชาสัมพันธ์มา เปิดเทอมไปรอบสองน่าจะฉลุย”

หวังจื่อปั๋วตาโต “โห เจ๋งว่ะ ฉันไปสมัครฝ่ายจัดตั้ง โดนปัดตกตั้งแต่รอบแรกเลย”

“พวกเธอนี่ขยันกันจัง ฉันยังลังเลอยู่เลยว่าจะเข้าสภานักศึกษาดีมั้ย”

เซียวหรงอวี้บ่นอุบ แค่เรียนอย่างเดียวก็มีหนุ่มๆตามขายขนมจีบไม่เว้นวัน ขืนเข้าสภาฯคงวุ่นวายกว่าเดิมแน่

“เสี่ยวเฉิน แล้วนายล่ะ?”

เซียวหรงอวี้หันไปถามเฉินฮั่นเซิงที่กำลังนอนอ่านหนังสือพิมพ์สบายใจเฉิบ

“อ้อ... ฉันเป็นรองประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์แล้ว”

เฉินฮั่นเซิงตอบโดยไม่ละสายตาจากข่าวหน้าหนึ่ง

พรูดดด!

เกาเจียเหลียงทำท่าพ่นน้ำออกมาอย่างโอเวอร์ “ฮั่นเซิง พอนายได้เป็นหัวหน้าห้องแล้วขี้โม้ขึ้นนะ รองประธานปีหนึ่งเนี่ยนะ? ถ้าเป็นจริง ฉันยอมกินขี้ในห้องน้ำสนามกีฬากั่งเฉิงให้หมดเลยเอ้า!”

เซียวหรงอวี้กับหวังจื่อปั๋วก็ไม่เชื่อ มีที่ไหนเด็กปีหนึ่งเป็นรองประธาน แต่เซียวหงเว่ยที่มองผ่านกระจกหลังเห็นว่าตอนเฉินฮั่นเซิงพูด สีหน้าท่าทางเขานิ่งมาก ไม่มีพิรุธของการโกหกเลย

“มันเป็นไปได้ยากขนาดนั้นเลยเหรอ?” เซียวหงเว่ยลองถาม

“แทบเป็นไปไม่ได้เลยครับคุณอา!”

เกาเจียเหลียงรีบแย้ง “ไม่มีใครเขาให้เด็กใหม่เป็นรองประธานหรอกครับ นอกจากจะเป็นซูเปอร์แมนกู้โลก จริงมั้ยฮั่นเซิง?”

“ฉันไม่คุยกับพวกต้มตุ๋นหลอกกินขี้ชาวบ้านหรอก”

เฉินฮั่นเซิงตัดบท หันหน้าหนีแล้วแกล้งกรนทันที

“เหอะ!”

เกาเจียเหลียงเบะปากหมั่นไส้

มีแต่เซียวหงเว่ยที่คิดในใจ 'แทบเป็นไปไม่ได้... ก็แปลว่ายังมีโอกาสเป็นไปได้สินะ'

...

ขับรถจากเจี้ยนเย่ถึงกั่งเฉิงใช้เวลา 4 ชั่วโมง พอใกล้จะถึง เซียวหงเว่ยได้รับโทรศัพท์ด่วนจากโรงพัก “มีคดีด่วนเข้ามา อาต้องรีบไป เดี๋ยวอาส่งพวกเราที่สี่แยกข้างหน้านะ”

“หนูมีกระเป๋าเยอะแยะเลยนะคะพ่อ”

เซียวหรงอวี้ชี้ไปที่ท้ายรถ ขาไปขนไปห้าหกใบ ขากลับก็ยังเหลือสองสามใบ ไม่รู้ผู้หญิงสรรหาอะไรใส่กระเป๋านักหนา

“ไม่เป็นไรครับคุณอา เดี๋ยวผมช่วยหรงอวี้เอง”

เกาเจียเหลียงเสนอหน้าทันที

“ผมช่วยด้วยครับ”

หวังจื่อปั๋วก็ไม่อยากน้อยหน้า นั่งรถเขามาฟรีๆ ก็ต้องช่วยทำมาหากินหน่อย

มีแต่เฉินฮั่นเซิงที่ทำหูทวนลม มีแรงงานทาสตั้งสองคนแล้ว เขาจะเหนื่อยทำไม

“งั้นให้ฮั่นเซิงช่วยหนูยกแล้วกัน”

แต่เซียวหรงอวี้กลับเลือกคนที่ไม่อยากทำที่สุด

เฉินฮั่นเซิงถอนหายใจ 'รู้งี้กลับเองเมื่อวานดีกว่า โทษไอ้จื่อปั๋วคนเดียวเลย งกค่ารถ 100 หยวนแท้ๆ'

...

สี่โมงเย็น อากาศที่กั่งเฉิงกำลังดี แดดอ่อนๆ ลมพัดเย็นสบาย ใบไม้ปลิวว่อน คุณลุงนั่งเล่นหมากรุกริมทาง

เซียวหรงอวี้เดินนำหน้า หางม้าแกว่งไกวตามจังหวะการเดิน หุ่นเพรียวสูง 170 ซม. ของเธอดูน่ามองแม้จะเป็นด้านหลัง เฉินฮั่นเซิงกำลังเดินชมวิวเพลินๆ จู่ๆเธอก็หันขวับกลับมา

“มีอะไร?”

เฉินฮั่นเซิงสะดุ้ง

“เมื่อกี้ทำไมไม่ยอมช่วยฉันยกกระเป๋า? เมื่อก่อนนายวิ่งมาคนแรกเลยนะ”

แววตาของเธอฉายแววน้อยใจ

เฉินฮั่นเซิงคิดในใจ 'ใครยกก็เหมือนกันป่ะ' แต่ปากตอบไปอีกอย่าง “ก็อยากช่วยแหละ แต่จื่อปั๋วกับเจียเหลียงมันแย่งซีนไปก่อนไง ฉันไม่อยากไปแย่งเพื่อน”

“จริงเหรอ?”

“สาบานเลย”

เฉินฮั่นเซิงตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จได้แนบเนียน

“คราวหน้าห้ามยอมแพ้นะ เข้าใจมั้ย”

เซียวหรงอวี้กำชับ

เฉินฮั่นเซิงแค่อยากรีบส่งเธอให้ถึงบ้านแล้วกลับไปนอน เลยเออออห่อหมกไป

เดินผ่านร้านขายถังหูลู่ เซียวหรงอวี้เกิดอยากกินขึ้นมา สั่งให้เฉินฮั่นเซิงไปซื้อ

“ไม่มีเศษตังค์ มีแต่แบงก์ร้อย” เฉินฮั่นเซิงปฏิเสธ

“เอ้านี่” เซียวหรงอวี้ล้วงเหรียญ 1 หยวนยัดใส่มือเขา “ไปซื้อมา”

เฉินฮั่นเซิงอึ้ง 'ตรรกะผู้หญิงนี่มันยังไงวะ มีเงินทำไมไม่ซื้อเอง ต้องให้คนอื่นไปซื้อให้เพื่อ?'

แต่เพื่อให้ภารกิจจบเร็วๆ เขาเลยเดินไปซื้อมาให้ พอได้ถังหูลู่ เซียวหรงอวี้ก็ยิ้มร่า กัดลูกซานจาเคลือบน้ำตาลเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ ริมฝีปากแดงระเรื่อเคลือบน้ำตาลวาววับดูน่ากิน

“กินมั้ย?” เธอถาม

“ไม่”

เฉินฮั่นเซิงไม่ชอบของหวาน

“กินเถอะน่า อร่อยนะ”

เธอยังคะยั้นคะยอ

“เออๆ กินก็กิน”

เฉินฮั่นเซิงจำใจอ้าปากรับถังหูลู่ที่เธอป้อนให้ 'สาบานเลย ชาตินี้ถ้ากลับบ้านพร้อมยัยนี่อีกขอให้เป็นหมา'

จังหวะที่งับลูกซานจาเข้าปาก สายตาเฉินฮั่นเซิงเหลือบไปเห็นกลุ่มคนที่เดินสวนมา... หนึ่งในนั้นคือเฉินจ้าวจวิน พ่อบังเกิดเกล้าของเขา!

พ่อลูกสบตากันนิ่ง...

เฉินจ้าวจวินตกใจที่เจอลูกชายที่นี่ แต่ที่ตกใจกว่าคือ... มีสาวสวยกำลังป้อนขนมให้ลูกชายถึงปาก!

แต่ทั้งคู่เลือกที่จะทำเหมือนไม่รู้จักกัน แล้วเดินสวนกันไปเงียบๆ

หลังจากส่งเซียวหรงอวี้ถึงบ้านและปฏิเสธคำชวนกินข้าวเย็นของแม่เธอ เฉินฮั่นเซิงก็กลับบ้านตัวเอง

เหลียงเหม่ยจวน แม่ของเขาเพิ่งเลิกงาน บ่นกระปอดกระแปดว่าลูกชายไม่โทรบอกล่วงหน้า พลางรื้อของในตู้เย็นมาทำกับข้าว

พอเฉินจ้าวจวินกลับมาถึง ก็พลอยโดนหางเลขไปด้วย

“ดูลูกชายคุณสิ เดี๋ยวนี้ปีกกล้าขาแข็ง จะกลับบ้านก็ไม่บอก ไม่แน่อีกหน่อยคงแอบพาเมียเข้าบ้านมาเซอร์ไพรส์พวกเราแหงๆ!”

คนพูดไม่คิดอะไร แต่คนฟังสะดุ้งโหยง

สองพ่อลูกสบตากันอย่างรู้ทัน...

ในวินาทีนั้น ทั้งคู่พร้อมใจกันเบือนหน้าหนีไปคนละทาง

*****

จบบทที่ บทที่ 37 ความเข้าใจผิดที่แสนหวาน

คัดลอกลิงก์แล้ว