เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 36 รองประธานปีหนึ่ง

บทที่ 36 รองประธานปีหนึ่ง

บทที่ 36: รองประธานปีหนึ่ง


เป็นไปตามที่เฉินฮั่นเซิงคาดการณ์ไว้ สองวันต่อมาโจวเสี่ยวก็ลาออกจากตำแหน่ง

เท่านั้นไม่พอ ตามสุภาษิตที่ว่า 'กำแพงคลอนแคลน คนช่วยกันผลักซ้ำ' วีรกรรมฉาวโฉ่ในอดีตของโจวเสี่ยวถูกขุดคุ้ยออกมาแฉยับ ทั้งใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบบังคับรุ่นน้องผู้หญิงไปกินข้าวบ้าง ยักยอกเงินสปอนเซอร์เข้ากระเป๋าตัวเองบ้าง หรือแม้กระทั่งการปีนเกลียวไม่เห็นหัวประธานฝ่ายอย่างฉีเว่ยเพราะถือว่าตัวเองมีแบ็คดี

โคลนสาดเข้าหาโจวเสี่ยวทุกทิศทางเหมือนมีตาเห็น บางเรื่องก็จริง บางเรื่องก็ใส่ไข่ แต่ทั้งหมดนี้ล้วนมีคนคอย 'จุดไฟ' อยู่เบื้องหลัง

สุดท้าย แม้แต่จัวเสี่ยวลี่ก็ยื้อไว้ไม่อยู่ โจวเสี่ยวจำใจต้องลาออกจากสภานักศึกษาด้วยความอัปยศ

“เสี่ยวลี่ โจวเสี่ยวออกไปแล้ว เราต้องหาคนมาเสียบแทนตำแหน่งรองประธานนะ ไม่งั้นฉีเว่ยทำงานคนเดียวไม่ไหวแน่”

ในการประชุมสภาฯ วันหนึ่ง ‘หูซิวผิง’ รองประธานสภานักศึกษาอีกคนหนึ่งเอ่ยขึ้น

จัวเสี่ยวลี่ที่กำลังหัวหมุนกับเรื่องโจวเสี่ยวรีบตั้งการ์ดทันที “ในฝ่ายยังมีเหยาชิงกั๋วอยู่ ฉีเว่ยเองก็เก่ง ผมว่าเรื่องนี้ยังไม่ต้องรีบก็ได้”

แต่ทว่า ‘มู่เหวินหลิง’ รองประธานหญิงเพียงหนึ่งเดียว กลับมีความเห็นตรงข้ามกับจัวเสี่ยวลี่

“งานเลี้ยงรับน้องเริ่มเตรียมงานแล้ว ฝ่ายประชาสัมพันธ์ต้องรีบหาสปอนเซอร์ สถานการณ์แบบนี้ต้องใช้มาตรการพิเศษ ควรเร่งโปรโมทเด็กใหม่ที่มีความสามารถขึ้นมาช่วยงานโดยเร็วที่สุด”

ช่วงนี้จัวเสี่ยวลี่แพ้คำว่า “เด็กใหม่” หรือ “เฟรชชี่” เป็นพิเศษ พอเห็นสายตาที่สื่อความนัยระหว่างหูซิวผิงกับมู่เหวินหลิง เขาก็เริ่มตะหงิดใจ

“พวกคุณเล็งใครไว้?” จัวเสี่ยวลี่ถามเสียงเข้ม

หูซิวผิงกระแอมเล็กน้อย “เพื่อความเป็นธรรมและสอดคล้องกับกระแสสังคมในตอนนี้ เรามองว่าคนที่เหมาะสมที่สุดคือ...”

“ไม่ต้องอ้อมค้อม! บอกชื่อมาเลย!”

จัวเสี่ยวลี่ตวาดแทรก

“เฉินฮั่นเซิง หัวหน้าห้องสาขาการจัดการสาธารณะเซค 2”

มู่เหวินหลิงตอบเรียบๆ

จัวเสี่ยวลี่ไม่แปลกใจกับคำตอบนี้ เขาแค่นหัวเราะ “ในเมื่อพวกคุณสองคนตกลงกันแล้ว สองต่อหนึ่งแบบนี้จะมาถามความเห็นผมทำไม”

หูซิวผิงและมู่เหวินหลิงเงียบกริบ เก้าอี้ประธานสภานักศึกษามีแค่ตัวเดียว การตัดกำลังคู่แข่งอย่างจัวเสี่ยวลี่พร้อมกับวางหมากของตัวเองเข้าไปย่อมเป็นกลยุทธ์ที่ดีที่สุด

“ตามธรรมเนียม ต้องมีการสัมภาษณ์รองประธานคนใหม่ คุณจะเข้าร่วมไหม?” หูซิวผิงถามตามมารยาท

“ต้องเข้าสิ!”

จัวเสี่ยวลี่กัดฟันตอบ

...

นี่เป็นครั้งที่สองที่เฉินฮั่นเซิงมาสัมภาษณ์เข้าสภานักศึกษา ครั้งแรกมาสมัครเป็นสมาชิกธรรมดา ครั้งนี้มาสัมภาษณ์เป็น ‘รองประธานฝ่าย’

เวลาห่างกันไม่ถึงสัปดาห์ ชีวิตคนเรานี่มันตลกสิ้นดี

สถานที่สัมภาษณ์คือห้องกิจกรรมว่างในตึกสภานักศึกษา เฉินฮั่นเซิงเปิดประตูเข้าไป พบกรรมการสามคนนั่งรออยู่ ชายสอง หญิงหนึ่ง

หนึ่งในนั้นคือจัวเสี่ยวลี่ ที่นั่งหน้าถมึงทึงจ้องเขาตาไม่กระพริบ

รองประธานอีกสองคนแนะนำตัวและอธิบายกฎระเบียบของสภาฯคร่าวๆ เฉินฮั่นเซิงนั่งฟังหูทวนลม จนกระทั่งขั้นตอนใกล้จบ จู่ๆจัวเสี่ยวลี่ก็พูดขัดขึ้น

“เฉินฮั่นเซิง นายคิดว่านายมีคุณสมบัติพอจะเป็นคณะกรรมการนักศึกษาเหรอ? ฉันขอเตือนให้คิดดูดีๆ!”

เดิมทีเฉินฮั่นเซิงกะว่าพอโจวเสี่ยวลาออก เรื่องก็น่าจะจบ แต่ดูเหมือนจัวเสี่ยวลี่จะยังไม่จบ

คนอย่างเฉินฮั่นเซิงไม่กลัวการมีศัตรู เพราะเขามั่นใจว่าเพื่อนของเขาย่อมมีมากกว่าศัตรูเสมอ

“ไม่ต้องคิดแล้วครับ ขอบคุณองค์กรที่ให้ความไว้วางใจ ผมจะไม่ทำให้ผิดหวัง”

เฉินฮั่นเซิงยักคิ้วกวนๆ ตอบรับหน้าตาเฉย

หูซิวผิงมองจัวเสี่ยวลี่ปะทะคารมกับเฉินฮั่นเซิงอย่างพอใจ นี่แหละคือการวางยาคู่แข่งที่สมบูรณ์แบบ มีเพียงมู่เหวินหลิงที่ขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างจับสังเกตได้ยาก

ด้วยแรงหนุนจากสองรองประธาน ตำแหน่งรองประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์ของเฉินฮั่นเซิงจึงนอนมา จัวเสี่ยวลี่ทนดูไม่ได้ ลุกขึ้นเดินหนีออกจากห้อง แต่ไม่วายหันมาทิ้งระเบิด

“หูซิวผิง! มู่เหวินหลิง! ฉันเห็นกับตาที่อี้อู๋วันนั้น ไอ้หมอนี่มันคือนักเลงในคราบนักศึกษา วันหน้าพวกเธอจะต้องเสียใจ!”

พอจัวเสี่ยวลี่ไปแล้ว บรรยากาศก็ดูอึดอัดชอบกล หูซิวผิงกับมู่เหวินหลิงกะจะพูดแสดงความยินดีและให้โอวาทสักหน่อย แต่เฉินฮั่นเซิงกลับลุกขึ้นปัดก้น

“ท่านผู้นำทั้งสอง มีอะไรอีกมั้ยครับ?”

“มะ... ไม่มีแล้ว”

มู่เหวินหลิงตอบตะกุกตะกัก

“งั้นไว้เจอกันครับ”

เฉินฮั่นเซิงโบกมือลา เดินลงบันไดไปอย่างสบายอารมณ์

หูซิวผิงกับมู่เหวินหลิงมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

“นึกว่าเขาจะขอบคุณเราซะอีก” หูซิวผิงเปรย

มู่เหวินหลิงคิดในใจ คนระดับที่ไปรีดไถเงิน 2,500 จากจอมงกอย่างเฟิงจี้ฮวามาได้ มีหรือจะดูไม่ออกว่าพวกเราแค่หลอกใช้เขา เผลอๆเขาอาจจะอ่านเกมขาดตั้งแต่แรกแล้วด้วยซ้ำ

“ไม่รู้ยัยเสี่ยวเว่ยคิดอะไรอยู่ ถึงได้ยุให้ฉันสนับสนุนเฉินฮั่นเซิง จะคุมอยู่รึเปล่าก็ไม่รู้”

ไม่มีใครรู้ว่าเบื้องหลังการแต่งตั้งครั้งนี้ มีฉีเว่ยเป็นคนชักใยอยู่ด้วย

แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม เปิดเทอมมาได้แค่เดือนเดียว ในขณะที่คนอื่นยังปรับตัวกับชีวิตมหาลัยไม่ได้ เฉินฮั่นเซิงควบตำแหน่งทั้งหัวหน้าห้องและรองประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์ไปเรียบร้อยแล้ว

...

เช้าวันที่ 1 ตุลาคม

เฉินฮั่นเซิง เซียวหรงอวี้ หวังจื่อปั๋ว และเกาเจียเหลียง ยืนรอรถอยู่ที่หน้ามหาวิทยาลัยตงไห่พร้อมสัมภาระ

“บอกแล้วไงว่าไม่ต้องให้พ่อมารับ ถ้าเมื่อคืนพวกฉันนั่งรถทัวร์กลับคงไปถึงบ้านนานแล้ว”

เฉินฮั่นเซิงบ่นพลางปาดเหงื่อ เดือนตุลาคมแล้วแต่อากาศในเจี้ยนเย่ยังร้อนตับแลบ

“นายไม่อยากนั่งรถฟรี จะไปนั่งรถทัวร์เบียดเสียดกับคนอื่นก็เชิญย่ะ”

เซียวหรงอวี้ย่นจมูกใส่

จริงๆวันหยุดชาติจีน เฉินฮั่นเซิงกะจะไม่กลับบ้าน แต่ทนแม่บ่นทางโทรศัพท์ไม่ไหว เลยจำใจต้องกลับ พอดีพ่อของเซียวหรงอวี้ขับรถมารับลูกสาวที่เจี้ยนเย่ ก็เลยอาศัยติดรถกลับไปด้วยกัน

“นั่นไงๆ รถ MPV เจ็ดที่นั่ง ทะเบียนกั่งเฉิง น่าจะเป็นรถคุณอาเซียว ฮั่นเซิง ทำตัวเป็นผู้ใหญ่หน่อยสิ สุภาพบุรุษน่ะรู้จักมั้ย เราเป็นปัญญาชนกันแล้วนะ”

เกาเจียเหลียงไม่พลาดโอกาสสร้างภาพและเหยียบเฉินฮั่นเซิงไปพร้อมๆกัน

“ถุย! ไอ้พวกสร้างภาพ”

เฉินฮั่นเซิงถ่มน้ำลายลงพื้น

พ่อของเซียวหรงอวี้ค่อยๆเทียบรถจอดข้างทาง

เกาเจียเหลียงเตรียมตัวออกสตาร์ท เฉินฮั่นเซิงมองปราดเดียวก็รู้ทัน

รถเจ็ดที่นั่ง ที่นั่งแถวกลางคือจุดยุทธศาสตร์ที่ดีที่สุด สบายที่สุด และที่สำคัญ... ได้นั่งใกล้เซียวหรงอวี้ที่สุด เกาเจียเหลียงเล็งที่นั่งข้างเธอไว้แน่นอน

พรถจอดสนิท เกาเจียเหลียงทำท่าจะพุ่งขึ้นรถ แต่เฉินฮั่นเซิงเอาแขนกันไว้

“ให้ฉันขึ้นก่อน ฉันจะไปนั่งแถวหลังสุด”

เกาเจียเหลียงชะงัก แม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมเฉินฮั่นเซิงถึงอยากไปนั่งหลังรถที่ทั้งแคบทั้งร้อน แต่ตามมารยาทแล้วคนนั่งหลังต้องขึ้นก่อน เขาเลยยอมถอย

แต่ทว่า... พอเฉินฮั่นเซิงก้าวขึ้นรถไป เขากลับทิ้งตัวลงนั่งบนเบาะแถวกลางอย่างสบายใจเฉิบ!

เกาเจียเหลียงยืนอ้าปากค้าง “เฉินฮั่นเซิง! ไหนนายบอกจะไปนั่งหลังไง!”

“อ้อ... เมื่อกี้เปลี่ยนใจกะทันหันน่ะ”

เฉินฮั่นเซิงตอบหน้าตาย

หวังจื่อปั๋วเห็นจังหวะดี รีบกระโดดขึ้นไปจองที่นั่งข้างคนขับทันที

เหลือที่เดียวสำหรับเกาเจียเหลียง... เบาะแถวหลังสุด

“อย่าขวางทางสิเพื่อน เซียวหรงอวี้ยืนตากแดดรอนานแล้วนะ”

เฉินฮั่นเซิงทำหน้าซื่อตาใส เร่งให้เกาเจียเหลียงขึ้นรถ

เกาเจียเหลียงกัดฟันกรอด เดินกระแทกเท้าขึ้นไปนั่งเบาะหลังอย่างเจ็บแค้น

“เฉินฮั่นเซิง! ชาตินี้ถ้าฉันเชื่อคำพูดนายอีก... ขอให้ฉันเป็นหมา!”

*****

จบบทที่ บทที่ 36 รองประธานปีหนึ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว