- หน้าแรก
- ผมไม่อยากเกิดใหม่เลยจริงๆ
- บทที่ 35 โชคดีที่ไม่มีใครเลือดตกยางออก
บทที่ 35 โชคดีที่ไม่มีใครเลือดตกยางออก
บทที่ 35: โชคดีที่ไม่มีใครเลือดตกยางออก
พอได้ยินว่า “จูเฉิงหลงดักตีหัวโจวเสี่ยว” เฉินฮั่นเซิงก็รู้ทันทีว่างานเข้าแล้ว
“ตอนนี้สองคนนั้นอยู่ที่ไหน?”
เฉินฮั่นเซิงถามพลางเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างเร่งรีบ
“หอพักโจวเสี่ยว”
หอพักปีสองกับปีสามอยู่ตึกข้างๆนี่เอง พอเฉินฮั่นเซิงวิ่งไปถึง หน้าห้องโจวเสี่ยวก็เต็มไปด้วยจีนมุงและ รปภ. มหาลัยในชุดเครื่องแบบ
ที่หนักกว่านั้นคือ... อาจารย์กัวจงอวิ๋น ที่ปรึกษาห้องเขา และอาจารย์ที่ปรึกษาของห้องโจวเสี่ยวก็ยืนหน้าเครียดอยู่ในห้องด้วย
“หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ!”
เฉินฮั่นเซิงสบถในใจ เขาเข้าใจแล้วว่าที่จูเฉิงหลงถามเมื่อเย็นมันหมายความว่ายังไง
ไอ้เวรนี่กะจะช่วยเขาแก้แค้น และทำให้โจวเสี่ยวเสียหน้าจนต้องลาออกจากตำแหน่งรองประธานฝ่ายฯ แต่มันดันเล่นใหญ่เกินไปจนเรื่องถึงหูอาจารย์และฝ่ายปกครอง
สภาพในห้องพักโจวเสี่ยวเละเทะ กะละมัง เก้าอี้ล้มระเนระนาด โจวเสี่ยวนั่งกุมหน้าอยู่บนเตียง ส่วนจูเฉิงหลงหัวโนปูด ถูก รปภ. ล็อกตัวไว้
“ยังดีที่ไม่มีใครเลือดตกยางออก”
เฉินฮั่นเซิงลอบถอนใจ อย่างน้อยก็ยังพอคุยกันได้
โจวเสี่ยวเหลือบมาเห็นเฉินฮั่นเซิง สายตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น
เฉินฮั่นเซิงทำเมิน รีบเข้าไปทักทายอาจารย์ “อาจารย์กัวครับ”
กัวจงอวิ๋นที่กำลังคุยกับอาจารย์อีกท่านหันมาเห็นเฉินฮั่นเซิงก็ตวาดทันที “ครูกำลังจะไปตามเธอพอดี เรื่องเมื่อบ่ายครูไม่อยากยุ่ง แต่เรื่องคืนนี้... เธอรู้เห็นเป็นใจด้วยหรือเปล่า?”
นานๆทีจะเห็นเหล่ากัวโกรธจริงจังขนาดนี้
เฉินฮั่นเซิงหัวไว รู้ทันทีว่าโจวเสี่ยวต้องใส่ร้ายเขาแน่ๆ ว่าเป็นคนยุยงส่งเสริมจูเฉิงหลง
สถานการณ์นี้ไม่ใช่แค่การตอบความจริง เพราะถ้าเขาตอบว่า “ไม่รู้” ตัวเขาก็รอด แต่จูเฉิงหลงต้องรับผิดไปเต็มๆคนเดียว
“ตอบมา! เธอรู้เรื่องนี้มั้ย?” อาจารย์ที่ปรึกษาของโจวเสี่ยวคาดคั้น
จูเฉิงหลงไม่ใช่คนขี้ขลาด เขาทำเองก็พร้อมรับผิดเอง กำลังจะอ้าปากปฏิเสธ แต่เฉินฮั่นเซิงถลึงตาใส่ แล้วชิงตอบตัดหน้า
“รู้ครับ”
ปัง!
กัวจงอวิ๋นตบโต๊ะเสียงดังสนั่น “เฉินฮั่นเซิง! เธอเป็นถึงหัวหน้าห้อง แต่กลับมีส่วนร่วมในการทะเลาะวิวาท เขียนใบสำนึกผิดมาส่งเดี๋ยวนี้!”
เฉินฮั่นเซิงพยักหน้า “คืนนี้ผมจะรีบเขียนครับ”
“ไม่ได้! เขียนเดี๋ยวนี้! ต้องให้คำอธิบายกับโจวเสี่ยวเดี๋ยวนี้!” กัวจงอวิ๋นสั่งเสียงเข้ม
เฉินฮั่นเซิงมองหน้าเหล่ากัวแวบหนึ่ง... เขียนเดี๋ยวนี้ เคลียร์เดี๋ยวนี้? แสดงว่าอาจารย์ต้องการปิดจบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด ณ ตรงนี้เลย
เฉินฮั่นเซิงและจูเฉิงหลงนั่งเขียนใบสำนึกผิดทันที นี่คือการตัดสินใจแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของเฉินฮั่นเซิง
ในเมื่อโจวเสี่ยวไม่เจ็บหนัก เรื่องนี้น่าจะพอเคลียร์ได้ ถ้าเขาช่วยรับผิดชอบ จูเฉิงหลงก็น่าจะโดนโทษเบาลง
พยาบาลจากห้องพยาบาลมาตรวจดูแผลของทั้งคู่ แล้วส่ายหน้า “แค่ถลอกนิดหน่อย ไม่ต้องกินยาแก้อักเสบด้วยซ้ำค่ะ”
“ไอ้เวรโจวเสี่ยว... เล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์ขนาดนี้ กะจะเรียกอธิการบดีมาดูแผลถลอกเอ็งเลยมั้ย”
เฉินฮั่นเซิงคิดในใจ รู้ทันเกมของโจวเสี่ยวว่าต้องการทำให้เรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่
“พวกเธอเขียนใบสำนึกผิดเสร็จแล้วก็ขอโทษโจวเสี่ยวซะ! เรื่องบทลงโทษ ทางคณะจะพิจารณาและประกาศอีกที”
กัวจงอวิ๋นสั่งเสียงเฉียบขาด
เฉินฮั่นเซิงหน้านิ่ง แต่จูเฉิงหลงหน้าซีดเผือด ไม่คิดว่าเรื่องจะบานปลายขนาดนี้ สมัยมัธยมตีกันเลือดสาดกว่านี้ยังไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่โต
จูเฉิงหลงโดนการแสดงอันเกรี้ยวกราดของเหล่ากัวหลอกจนหัวหด มองไม่ออกเลยว่าอาจารย์กำลังใช้แผน “ฟ้าร้องดังแต่ฝนตกน้อย” (ขู่ให้กลัวแต่ลงโทษเบา)
รปภ. เห็นอาจารย์คุมสถานการณ์อยู่ ก็ทยอยกลับไปพร้อมพยาบาล
จริงๆแล้วมันก็แค่เหตุทะเลาะวิวาททั่วไป รปภ. ยังงงว่าทำไมโจวเสี่ยวถึงต้องโทรแจ้งทั้งห้องพยาบาล ทั้งป้อมยาม ทั้งที่แจ้งอาจารย์ที่ปรึกษาไปแล้ว
“ขอโทษครับรุ่นพี่โจว วันนี้พวกผมวู่วามไปหน่อย สำนึกผิดแล้วครับ ยกโทษให้ด้วยนะครับ...”
เฉินฮั่นเซิงและจูเฉิงหลงกล่าวขอโทษต่อหน้าธารกำนัล แต่โจวเสี่ยวนั่งนิ่งไม่ตอบรับ
“ขอโทษครับ รุ่นพี่โจว...”
เฉินฮั่นเซิงพูดซ้ำเสียงดังฟังชัด โจวเสี่ยวก็ยังเงียบ กัวจงอวิ๋นและอาจารย์อีกท่านสบตากัน ก่อนจะตัดบท “ในเมื่อโจวเสี่ยวยังไม่พร้อมจะให้อภัย พวกเธอก็อย่ามาเกะกะแถวนี้ กลับหอไปรอฟังผลซะ”
พูดจบอาจารย์ทั้งสองก็เดินหาวหวอดๆออกไป ทิ้งโจวเสี่ยวไว้เบื้องหลัง โจวเสี่ยวโทรฟ้องอาจารย์ซะใหญ่โตจนเหล่ากัวตกใจแทบใส่กางเกงไม่ทัน นึกว่ามีคนตาย ที่ไหนได้... แค่รอยแมวข่วน
สองอาจารย์เดินลงมาใต้หอพัก จุดบุหรี่สูบคลายเครียด อาจารย์ของโจวเสี่ยวเอ่ยขึ้น “ร้ายนะคุณน่ะ”
“ดูออกด้วยเหรอ?”
กัวจงอวิ๋นย้อนถาม
“แหงสิ หัวหน้าห้องของคุณออกตัวรับแทนเพื่อนชัดๆ”
กัวจงอวิ๋นพ่นควันบุหรี่ “เรื่องสภานักศึกษาผมก็เพิ่งรู้เมื่อกี้ นักเรียนคุณใจแคบไปหน่อย ส่วนหัวหน้าห้องผมก็นิสัยห่ามเกิน”
อาจารย์อีกท่านพยักหน้า “โจวเสี่ยวเป็นเด็กฉลาด แต่ทางเดินเขาเบี้ยวไปหน่อย เจออุปสรรคบ้างก็ดีจะได้เรียนรู้ ไม่งั้นจบไปทำงานจริงจะลำบาก”
กัวจงอวิ๋นรับคำในลำคอ เรื่องอนาคตหลังจบการศึกษามันนอกเหนือความรับผิดชอบของพวกเขาแล้ว ก่อนแยกย้าย เหล่ากัวทวงถาม “ใบสำนึกผิดของนักเรียนผมล่ะ?”
“ทำไม? กลัวผมแอบเอาไปส่งฝ่ายปกครองรึไง?”
อาจารย์เพื่อนบ้านยิ้ม แล้วยื่นกระดาษคืนให้ “หัวหน้าภาควิชายุ่งจะตาย อย่าเอาเรื่องขี้ปะติ๋วไปกวนท่านเลย”
...
เฉินฮั่นเซิงและโจวเสี่ยวยังไม่รู้ว่าอาจารย์ของพวกเขาได้ทำ “สนธิสัญญาสงบศึก” กันเรียบร้อยแล้ว โจวเสี่ยวรู้สึกเสียดาย รู้งี้ไม่น่าสู้กลับ ปล่อยให้โดนยำเละๆดีกว่า เฉินฮั่นเซิงจะได้โดนไล่ออกไปเลย
ตอนนี้โดนแค่แผลถลอก สองคนนั้นอาจจะไม่โดนแม้แต่ทัณฑ์บนด้วยซ้ำ
“นายกลับไปก่อน”
เฉินฮั่นเซิงบอกจูเฉิงหลง
จูเฉิงหลงอ้าปากจะพูดแต่ก็เงียบไป พอลับหลังเพื่อน เฉินฮั่นเซิงก็ลงมือเก็บกวาดห้องให้โจวเสี่ยว
“ไม่ต้องมาเสแสร้งเป็นคนดี”
โจวเสี่ยวแค่นเสียง
เฉินฮั่นเซิงไม่สนใจ เก็บของจนเข้าที่เข้าทาง ก่อนจะเดินออกไป เขาหันมาทิ้งท้ายเย็นชา
“ถ้านายไม่ใช่นักศึกษา... ต่อให้นายนอนตายอยู่ตรงหน้า ฉันก็ไม่ชายตามองหรอก”
โจวเสี่ยวสะท้านไปทั้งตัว เข้าใจความหมายชัดเจนว่า ถ้าอยู่ในสังคมภายนอก เฉินฮั่นเซิงคงไม่ปรานีเขาแม้แต่น้อย
พอกลับถึงหอ เพื่อนผู้ชายทั้งชั้นปีมายืนออที่ระเบียงทางเดิน ทุกคนรู้เรื่องหมดแล้ว
จูเฉิงหลงสำนึกผิดเต็มประตู เดินคอตกเข้ามาหา “ฮั่นเซิง... ฉันไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องมันเป็นแบบนี้”
ผัวะ!
เฉินฮั่นเซิงถีบเข้าที่ท้องจูเฉิงหลงเต็มแรงจนเซถลา แล้วเดินเข้าห้องไปโดยไม่พูดสักคำ
เพื่อนๆรีบประคองจูเฉิงหลงขึ้นมา เจ้าตัวจุกจนหน้าเขียว แต่ก็เข้าใจได้ ยืนลังเลว่าจะเข้าไปขอโทษอีกรอบดีไหม
บรรยากาศตึงเครียด จินหยางหมิง นักวิเคราะห์สถานการณ์(?)ประจำหอก็ขยับแว่นแล้วฟันธง “ฉันว่าเป็นสัญญาณที่ดีนะ พี่เฉินถีบแกแปลว่าเขาหายโกรธแล้ว”
จูเฉิงหลงฟังแล้วมีเหตุผล เลยเดินกะเผลกตามเข้าไปในห้อง เห็นเฉินฮั่นเซิงนั่งสูบบุหรี่อยู่
“หัวหน้า... ขอโทษจริงๆครับ ผมเมาแล้วขาดสติ ลำบากหัวหน้าต้องมารับผิดแทน”
เฉินฮั่นเซิงหันกลับมามองจูเฉิงหลงที่หน้าจ๋อยสนิท ส่ายหน้าเบาๆ แล้วโยนบุหรี่ให้มวนหนึ่ง
“ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีประโยชน์ซะทีเดียว... คราวนี้โจวเสี่ยวคงหน้าบางเกินกว่าจะนั่งเก้าอี้รองประธานต่อได้แล้วจริงๆ”
*****