เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 ขอบใจนะ ที่ยอมทำตัวให้ดีขึ้นเพื่อฉัน

บทที่ 28 ขอบใจนะ ที่ยอมทำตัวให้ดีขึ้นเพื่อฉัน

บทที่ 28: ขอบใจนะ ที่ยอมทำตัวให้ดีขึ้นเพื่อฉัน


“หา! นายเนี่ยนะหัวหน้าห้อง?”

คนที่ตกใจที่สุดกลับเป็นหวังจื่อปั๋ว ก็เขาโตมากับเฉินฮั่นเซิง รู้ไส้รู้พุงกันหมด ไอ้หมอนี่มันมีส่วนไหนเหมือนหัวหน้าห้องบ้างวะ?

เกาเจียเหลียงกับเพื่อนคนอื่นก็ไม่เชื่อเหมือนกัน เกาเจียเหลียงถึงกับหัวเราะเยาะ “เฉินฮั่นเซิง แกเนี่ยนะ? นอกจากเรื่องไม่ลวนลามผู้หญิงแล้ว ทั้งสูบบุหรี่ ต่อยตี แกทำมาหมดแล้วไม่ใช่เหรอ ใครเขาจะเลือกแกเป็นหัวหน้าห้อง?”

เซียวหรงอวี้หน้าแดงเรื่อ แย้งในใจว่า ‘นั่นมันเฉินฮั่นเซิงคนเก่าต่างหาก เฉินฮั่นเซิงคนปัจจุบันน่ะ... เจ้าชู้ประตูดินจะตาย’

พอนึกถึงตอนที่ตัวเองโดนเฉินฮั่นเซิงหยอกเย้าหลายครั้ง เธอก็เขินจนหน้าแดง แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะได้เป็นหัวหน้าห้องจริงๆ

ตำแหน่งหัวหน้าห้องในมหาลัยปกติเขาเลือกตั้งกัน ต้องได้รับความไว้ใจจากทั้งอาจารย์และเพื่อนร่วมห้อง แถมยังต้องวิ่งวุ่นทำงานจิปาถะ เฉินฮั่นเซิงดูไม่ใช่คนที่จะมานั่งหลังขดหลังแข็งทำไฟล์ Excel สักนิด

“เอาล่ะๆ พอได้แล้ว จื่อปั๋ว เล่าเรื่องมหาลัยนายต่อสิ”

ถึงเฉินฮั่นเซิงจะ ‘ขี้โม้’ แต่เซียวหรงอวี้ก็ไม่ชอบให้เกาเจียเหลียงมาค่อนขอดเขา เธอเลยพยายามเปลี่ยนเรื่อง

เฉินฮั่นเซิงไม่แก้ตัว นั่งสูบบุหรี่ฟังหวังจื่อปั๋วพล่ามเรื่องมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเจี้ยนเย่ต่อ ไอ้หมอนี่เล่าละเอียดยิบ ตั้งแต่โรงอาหาร หอพัก ยันวิวทิวทัศน์ ที่สำคัญคือทุกคนก็ตั้งใจฟังกันอย่างจริงจัง

“ไอ้พวกซื่อบื้อเอ๊ย...”

เฉินฮั่นเซิงยิ้มขำ แต่ก็รู้สึกว่าบรรยากาศแบบนี้มันดีไม่หยอก แต่พอเซียวหรงอวี้เห็นสายตาเฉินฮั่นเซิงวอกแวกไปตามรุ่นพี่สาวสวยที่เดินผ่าน เธอก็เริ่มหน้ามุ่ย

เกาเจียเหลียงมัวแต่จ้องเซียวหรงอวี้ สังเกตเห็นว่าเธอผอมลงนิดหน่อย ผิวคล้ำแดดขึ้นนิดๆ แต่ก็ยังดูสวยหยาดเยิ้มเหมือนเดิม มหาลัยเขาก็สาวสวยเยอะนะ แต่หาคนที่สวยสู้เซียวหรงอวี้ไม่ได้เลย

พอหวังจื่อปั๋วเล่าจบ เกาเจียเหลียงก็เตรียมจะโชว์พาวต่อ เขาเตรียมสคริปต์มาอย่างดี กะจะพรีเซนต์มหาลัยตัวเองให้เลิศหรูอลังการ แล้วค่อยปิดท้ายด้วยการชวนเซียวหรงอวี้ไปเที่ยวแบบเนียนๆ

“อะแฮ่ม!”

ขณะที่เกาเจียเหลียงกำลังจะอ้าปาก จู่ๆก็มีเสียงเรียกแทรกขึ้นมา “เฉินฮั่นเซิง!”

ทุกคนหันขวับไปมอง หญิงสาวผมสั้นหน้าตาธรรมดาๆคนหนึ่งเดินตรงเข้ามา ท่าทางดูกระฉับกระเฉงแต่ติดจะมุทะลุไปหน่อย

หูหลินอวี่กะว่าจะไปหาเฉินฮั่นเซิงที่หอชาย แต่บังเอิญเจอเขานั่งสังสรรค์กับเพื่อนกลุ่มใหญ่อยู่ริมทะเลสาบพอดี

ภาพแบบนี้เธอชินตา เพราะเธอเองก็เพิ่งไปเจอเพื่อนเก่าสมัยมัธยมมาเหมือนกัน

“เฉินฮั่นเซิง เปิดเทอมแล้วห้องเราจะมีกิจกรรมเยอะมาก เราควรเรียกประชุมห้องเพื่อหารือเรื่องเก็บเงินห้องดีไหม?” หูหลินอวี่เปิดประเด็นทันที

กลุ่มเด็กกั่งเฉิงงงเป็นไก่ตาแตก โดยเฉพาะเกาเจียเหลียงที่รู้สึกทะแม่งๆ

เฉินฮั่นเซิงส่ายหน้า “เรียกประชุมรวมไม่เวิร์กหรอก เดี๋ยวก็มีคนบ่นว่าเก็บแพงไป เสียเวลาเถียงกันเปล่าๆ กระทบความสามัคคีด้วย ตัดบทเลยดีกว่า เก็บคนละ 50 หยวน จบ”

“50 หยวนไม่เยอะไปหน่อยหรอ?”

หูหลินอวี่ลังเล

“ไม่เยอะหรอก ราคานี้แหละ”

เฉินฮั่นเซิงล้วงแบงก์ร้อยออกมาหนึ่งใบยื่นให้หูหลินอวี่

“ฉันไม่มีตังค์ทอนนะ” หูหลินอวี่ขมวดคิ้ว

เฉินฮั่นเซิงยิ้มเจ้าเล่ห์ กระซิบเสียงเบา “อีก 50 หยวนฉันออกให้เสิ่นโหยวชู”

หูหลินอวี่มองเฉินฮั่นเซิงสลับกับเซียวหรงอวี้ที่ยืนสวยเด่นเป็นสง่าอยู่ในกลุ่ม แล้วพูดเตือนสติด้วยความหวังดี (ปนหมั่นไส้) “หวังว่าท่านหัวหน้าห้องเฉินจะไม่ทำตัวเป็นพวก ‘จับปลาสองมือ’ นะคะ”

พูดจบเธอก็คว้าเงินเดินหนีไป เฉินฮั่นเซิงมองตามหลังแล้วบ่นพึมพำ “ยัยทอมเอ๊ย ยุ่งไม่เข้าเรื่อง”

พอกลับมาเข้าวง สายตาของทุกคนที่มองเฉินฮั่นเซิงก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ

“เสี่ยวเฉิน... แกเป็นหัวหน้าห้องจริงๆเหรอวะ?”

หวังจื่อปั๋วถามเสียงหลง

เกาเจียเหลียงยิ่งอาการหนัก หลุดปากถามออกมาโต้งๆ “คนอย่างนายเนี่ยนะเป็นหัวหน้าห้อง?”

เฉินฮั่นเซิงยิ้มกวนประสาท “ทำไม? ไม่พอใจก็มากัดสิ”

ดูเหมือนเซียวหรงอวี้จะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ถึงขั้นเสนอตัวเป็นเจ้ามือเลี้ยงมื้อเย็น

การปรากฏตัวของหูหลินอวี่เปรียบเสมือนตัวประกอบชั้นยอดที่ช่วยกู้หน้าให้พระเอกอย่างเฉินฮั่นเซิง แถมยังทำลายจังหวะของเกาเจียเหลียงจนเสียกระบวน

เจอเฉินฮั่นเซิงที่เพิ่งเข้าปีหนึ่งได้สองอาทิตย์แต่ได้เป็นหัวหน้าห้องแล้ว เกาเจียเหลียงเลยหมดอารมณ์จะโม้เรื่องมหาลัยตัวเอง ได้แต่พูดแขวะด้วยความอิจฉา “จริงๆในมหาลัย หัวหน้าห้องก็แค่คนรับใช้เพื่อนๆนั่นแหละ สภานักศึกษาต่างหากที่เป็นของจริง กลับไปฉันว่าจะลงสมัครสภานักศึกษาเหมือนกัน”

“บังเอิญจังแฮะ ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”

เฉินฮั่นเซิงรับมุกหน้าตาย

คราวนี้ทุกคนยิ่งอึ้งหนักกว่าเดิม เฉินฮั่นเซิงที่จู่ๆก็ลุกขึ้นมาทำตัวเป็นคนเอาการเอางานแบบนี้... มันน่าขนลุกชอบกล

ตอนกินข้าวเย็น หวังจื่อปั๋วลากเฉินฮั่นเซิงออกมาคุยส่วนตัว ทำหน้าเครียด “เสี่ยวเฉิน ฉันนึกว่าแกเลิกชอบเซียวหรงอวี้ไปแล้วซะอีก ที่แท้แกแค่เปลี่ยนวิธีจีบ จากรุกหนักมาเป็นรักซึมลึกสินะ”

เฉินฮั่นเซิงมองหน้าเพื่อนรักตาโต นิ่งไปพักใหญ่ก่อนจะด่า “กับข้าวก็มีไม่กี่อย่าง เมาดิบแล้วเหรอวะ เพ้อเจ้ออะไรเนี่ย”

หวังจื่อปั๋วไม่พอใจ “เราคบกันมาตั้งกี่ปี แค่นี้คิดว่าฉันดูไม่ออกเหรอ?”

“ดูอะไร?”

เฉินฮั่นเซิงเริ่มงง

“ที่แกเป็นหัวหน้าห้อง แล้วยังจะเข้าสภานักศึกษา ก็เพื่อเรียกร้องความสนใจจากเซียวหรงอวี้ไม่ใช่เหรอ? ใครๆก็รู้ว่าเธอเรียนเก่ง ย่อมชอบผู้ชายที่มีความทะเยอทะยาน!”

ใบหน้าดำคล้ำของหวังจื่อปั๋วฉายแววรู้ทันอย่างมั่นใจ แต่พอพูดจบ เขาก็เห็นเฉินฮั่นเซิงมองซ้ายมองขวาเหมือนหาอะไรบางอย่าง

“หาไรวะ?”

“พูดต่อสิ ฉันกำลังหามีด”

“หามีดทำไม?”

“จะเอามาฟันปากแกไง ใครสั่งใครสอนให้พูดจามั่วซั่ว!”

หวังจื่อปั๋วได้ยินดังนั้นก็ทิ้งช้อนวิ่งแน่บ เฉินฮั่นเซิงคงไม่ฟันจริงหรอก แต่โดนตบกบาลสักทีสองทีน่ะมีสิทธิ์

พอวิ่งไปถึงระยะปลอดภัย เจ้าตัวดีก็ตะโกนกลับมา “เสี่ยวเฉิน! ฉันเตือนแกด้วยความหวังดีนะ อย่าฝืนตัวเองเลย การเป็นหัวหน้าห้องหรือเข้าสภานักศึกษามันไม่เหมาะกับแกหรอก กลับมาเป็นตัวเองเถอะเพื่อน!”

...

กว่าจะไล่พวกตัวป่วนกลับไปได้เล่นเอาเหนื่อย เฉินฮั่นเซิงเดินไปส่งเซียวหรงอวี้ จริงๆก็ไม่ได้ตั้งใจไปส่งหรอก แค่ทางกลับมหาลัยมันทางเดียวกัน

ตลอดทางเฉินฮั่นเซิงหน้ามุ่ยเพราะโดนใส่ร้าย แต่เซียวหรงอวี้กลับเดินยิ้มร่าอย่างมีความสุข ใบหน้ารูปไข่ฉายแววปลื้มปริ่ม มุมปากยกยิ้มจนลักยิ้มบุ๋มลงไป ทำเอาหนุ่มๆที่เดินสวนมาต้องเหลียวหลังมองจนคอแทบเคล็ด

“ผู้หญิงบ้าอะไร อารมณ์แปรปรวนชะมัด”

เฉินฮั่นเซิงส่ายหน้าบ่นพึมพำ

พอถึงหน้ามหาลัย เฉินฮั่นเซิงกะจะแยกย้ายตรงนั้น ไม่คิดจะเดินไปส่งถึงหอ

“เสี่ยวเฉิน”

จู่ๆเซียวหรงอวี้ก็เรียกไว้

“มีไร?”

เฉินฮั่นเซิงถามห้วนๆ

“ฉันดีใจนะ... ที่นายยอมทำตัวให้ดีขึ้นเพื่อฉัน ขอบใจมากนะ พยายามต่อไปล่ะ!”

พูดจบเธอก็เขินม้วน รีบวิ่งเข้ามหาลัยไปด้วยท่าทางร่าเริงดุจกวางน้อย

“เชี่ย...”

เฉินฮั่นเซิงรู้สึกเหมือนโดนหมัดฮุคเข้าที่ลิ้นปี่ หายใจไม่ทั่วท้อง ต้องยืนอัดบุหรี่เข้าปอดไปหลายมวนกว่าจะตั้งสติได้

“บิดาเป็นแบดบอยนะเว้ย! ทำไมใครๆก็ชอบยัดเยียดบทพระเอกผู้มั่นคงในรักให้วะเนี่ย!”

*****

จบบทที่ บทที่ 28 ขอบใจนะ ที่ยอมทำตัวให้ดีขึ้นเพื่อฉัน

คัดลอกลิงก์แล้ว