- หน้าแรก
- ผมไม่อยากเกิดใหม่เลยจริงๆ
- บทที่ 28 ขอบใจนะ ที่ยอมทำตัวให้ดีขึ้นเพื่อฉัน
บทที่ 28 ขอบใจนะ ที่ยอมทำตัวให้ดีขึ้นเพื่อฉัน
บทที่ 28: ขอบใจนะ ที่ยอมทำตัวให้ดีขึ้นเพื่อฉัน
“หา! นายเนี่ยนะหัวหน้าห้อง?”
คนที่ตกใจที่สุดกลับเป็นหวังจื่อปั๋ว ก็เขาโตมากับเฉินฮั่นเซิง รู้ไส้รู้พุงกันหมด ไอ้หมอนี่มันมีส่วนไหนเหมือนหัวหน้าห้องบ้างวะ?
เกาเจียเหลียงกับเพื่อนคนอื่นก็ไม่เชื่อเหมือนกัน เกาเจียเหลียงถึงกับหัวเราะเยาะ “เฉินฮั่นเซิง แกเนี่ยนะ? นอกจากเรื่องไม่ลวนลามผู้หญิงแล้ว ทั้งสูบบุหรี่ ต่อยตี แกทำมาหมดแล้วไม่ใช่เหรอ ใครเขาจะเลือกแกเป็นหัวหน้าห้อง?”
เซียวหรงอวี้หน้าแดงเรื่อ แย้งในใจว่า ‘นั่นมันเฉินฮั่นเซิงคนเก่าต่างหาก เฉินฮั่นเซิงคนปัจจุบันน่ะ... เจ้าชู้ประตูดินจะตาย’
พอนึกถึงตอนที่ตัวเองโดนเฉินฮั่นเซิงหยอกเย้าหลายครั้ง เธอก็เขินจนหน้าแดง แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะได้เป็นหัวหน้าห้องจริงๆ
ตำแหน่งหัวหน้าห้องในมหาลัยปกติเขาเลือกตั้งกัน ต้องได้รับความไว้ใจจากทั้งอาจารย์และเพื่อนร่วมห้อง แถมยังต้องวิ่งวุ่นทำงานจิปาถะ เฉินฮั่นเซิงดูไม่ใช่คนที่จะมานั่งหลังขดหลังแข็งทำไฟล์ Excel สักนิด
“เอาล่ะๆ พอได้แล้ว จื่อปั๋ว เล่าเรื่องมหาลัยนายต่อสิ”
ถึงเฉินฮั่นเซิงจะ ‘ขี้โม้’ แต่เซียวหรงอวี้ก็ไม่ชอบให้เกาเจียเหลียงมาค่อนขอดเขา เธอเลยพยายามเปลี่ยนเรื่อง
เฉินฮั่นเซิงไม่แก้ตัว นั่งสูบบุหรี่ฟังหวังจื่อปั๋วพล่ามเรื่องมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเจี้ยนเย่ต่อ ไอ้หมอนี่เล่าละเอียดยิบ ตั้งแต่โรงอาหาร หอพัก ยันวิวทิวทัศน์ ที่สำคัญคือทุกคนก็ตั้งใจฟังกันอย่างจริงจัง
“ไอ้พวกซื่อบื้อเอ๊ย...”
เฉินฮั่นเซิงยิ้มขำ แต่ก็รู้สึกว่าบรรยากาศแบบนี้มันดีไม่หยอก แต่พอเซียวหรงอวี้เห็นสายตาเฉินฮั่นเซิงวอกแวกไปตามรุ่นพี่สาวสวยที่เดินผ่าน เธอก็เริ่มหน้ามุ่ย
เกาเจียเหลียงมัวแต่จ้องเซียวหรงอวี้ สังเกตเห็นว่าเธอผอมลงนิดหน่อย ผิวคล้ำแดดขึ้นนิดๆ แต่ก็ยังดูสวยหยาดเยิ้มเหมือนเดิม มหาลัยเขาก็สาวสวยเยอะนะ แต่หาคนที่สวยสู้เซียวหรงอวี้ไม่ได้เลย
พอหวังจื่อปั๋วเล่าจบ เกาเจียเหลียงก็เตรียมจะโชว์พาวต่อ เขาเตรียมสคริปต์มาอย่างดี กะจะพรีเซนต์มหาลัยตัวเองให้เลิศหรูอลังการ แล้วค่อยปิดท้ายด้วยการชวนเซียวหรงอวี้ไปเที่ยวแบบเนียนๆ
“อะแฮ่ม!”
ขณะที่เกาเจียเหลียงกำลังจะอ้าปาก จู่ๆก็มีเสียงเรียกแทรกขึ้นมา “เฉินฮั่นเซิง!”
ทุกคนหันขวับไปมอง หญิงสาวผมสั้นหน้าตาธรรมดาๆคนหนึ่งเดินตรงเข้ามา ท่าทางดูกระฉับกระเฉงแต่ติดจะมุทะลุไปหน่อย
หูหลินอวี่กะว่าจะไปหาเฉินฮั่นเซิงที่หอชาย แต่บังเอิญเจอเขานั่งสังสรรค์กับเพื่อนกลุ่มใหญ่อยู่ริมทะเลสาบพอดี
ภาพแบบนี้เธอชินตา เพราะเธอเองก็เพิ่งไปเจอเพื่อนเก่าสมัยมัธยมมาเหมือนกัน
“เฉินฮั่นเซิง เปิดเทอมแล้วห้องเราจะมีกิจกรรมเยอะมาก เราควรเรียกประชุมห้องเพื่อหารือเรื่องเก็บเงินห้องดีไหม?” หูหลินอวี่เปิดประเด็นทันที
กลุ่มเด็กกั่งเฉิงงงเป็นไก่ตาแตก โดยเฉพาะเกาเจียเหลียงที่รู้สึกทะแม่งๆ
เฉินฮั่นเซิงส่ายหน้า “เรียกประชุมรวมไม่เวิร์กหรอก เดี๋ยวก็มีคนบ่นว่าเก็บแพงไป เสียเวลาเถียงกันเปล่าๆ กระทบความสามัคคีด้วย ตัดบทเลยดีกว่า เก็บคนละ 50 หยวน จบ”
“50 หยวนไม่เยอะไปหน่อยหรอ?”
หูหลินอวี่ลังเล
“ไม่เยอะหรอก ราคานี้แหละ”
เฉินฮั่นเซิงล้วงแบงก์ร้อยออกมาหนึ่งใบยื่นให้หูหลินอวี่
“ฉันไม่มีตังค์ทอนนะ” หูหลินอวี่ขมวดคิ้ว
เฉินฮั่นเซิงยิ้มเจ้าเล่ห์ กระซิบเสียงเบา “อีก 50 หยวนฉันออกให้เสิ่นโหยวชู”
หูหลินอวี่มองเฉินฮั่นเซิงสลับกับเซียวหรงอวี้ที่ยืนสวยเด่นเป็นสง่าอยู่ในกลุ่ม แล้วพูดเตือนสติด้วยความหวังดี (ปนหมั่นไส้) “หวังว่าท่านหัวหน้าห้องเฉินจะไม่ทำตัวเป็นพวก ‘จับปลาสองมือ’ นะคะ”
พูดจบเธอก็คว้าเงินเดินหนีไป เฉินฮั่นเซิงมองตามหลังแล้วบ่นพึมพำ “ยัยทอมเอ๊ย ยุ่งไม่เข้าเรื่อง”
พอกลับมาเข้าวง สายตาของทุกคนที่มองเฉินฮั่นเซิงก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ
“เสี่ยวเฉิน... แกเป็นหัวหน้าห้องจริงๆเหรอวะ?”
หวังจื่อปั๋วถามเสียงหลง
เกาเจียเหลียงยิ่งอาการหนัก หลุดปากถามออกมาโต้งๆ “คนอย่างนายเนี่ยนะเป็นหัวหน้าห้อง?”
เฉินฮั่นเซิงยิ้มกวนประสาท “ทำไม? ไม่พอใจก็มากัดสิ”
ดูเหมือนเซียวหรงอวี้จะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ถึงขั้นเสนอตัวเป็นเจ้ามือเลี้ยงมื้อเย็น
การปรากฏตัวของหูหลินอวี่เปรียบเสมือนตัวประกอบชั้นยอดที่ช่วยกู้หน้าให้พระเอกอย่างเฉินฮั่นเซิง แถมยังทำลายจังหวะของเกาเจียเหลียงจนเสียกระบวน
เจอเฉินฮั่นเซิงที่เพิ่งเข้าปีหนึ่งได้สองอาทิตย์แต่ได้เป็นหัวหน้าห้องแล้ว เกาเจียเหลียงเลยหมดอารมณ์จะโม้เรื่องมหาลัยตัวเอง ได้แต่พูดแขวะด้วยความอิจฉา “จริงๆในมหาลัย หัวหน้าห้องก็แค่คนรับใช้เพื่อนๆนั่นแหละ สภานักศึกษาต่างหากที่เป็นของจริง กลับไปฉันว่าจะลงสมัครสภานักศึกษาเหมือนกัน”
“บังเอิญจังแฮะ ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”
เฉินฮั่นเซิงรับมุกหน้าตาย
คราวนี้ทุกคนยิ่งอึ้งหนักกว่าเดิม เฉินฮั่นเซิงที่จู่ๆก็ลุกขึ้นมาทำตัวเป็นคนเอาการเอางานแบบนี้... มันน่าขนลุกชอบกล
ตอนกินข้าวเย็น หวังจื่อปั๋วลากเฉินฮั่นเซิงออกมาคุยส่วนตัว ทำหน้าเครียด “เสี่ยวเฉิน ฉันนึกว่าแกเลิกชอบเซียวหรงอวี้ไปแล้วซะอีก ที่แท้แกแค่เปลี่ยนวิธีจีบ จากรุกหนักมาเป็นรักซึมลึกสินะ”
เฉินฮั่นเซิงมองหน้าเพื่อนรักตาโต นิ่งไปพักใหญ่ก่อนจะด่า “กับข้าวก็มีไม่กี่อย่าง เมาดิบแล้วเหรอวะ เพ้อเจ้ออะไรเนี่ย”
หวังจื่อปั๋วไม่พอใจ “เราคบกันมาตั้งกี่ปี แค่นี้คิดว่าฉันดูไม่ออกเหรอ?”
“ดูอะไร?”
เฉินฮั่นเซิงเริ่มงง
“ที่แกเป็นหัวหน้าห้อง แล้วยังจะเข้าสภานักศึกษา ก็เพื่อเรียกร้องความสนใจจากเซียวหรงอวี้ไม่ใช่เหรอ? ใครๆก็รู้ว่าเธอเรียนเก่ง ย่อมชอบผู้ชายที่มีความทะเยอทะยาน!”
ใบหน้าดำคล้ำของหวังจื่อปั๋วฉายแววรู้ทันอย่างมั่นใจ แต่พอพูดจบ เขาก็เห็นเฉินฮั่นเซิงมองซ้ายมองขวาเหมือนหาอะไรบางอย่าง
“หาไรวะ?”
“พูดต่อสิ ฉันกำลังหามีด”
“หามีดทำไม?”
“จะเอามาฟันปากแกไง ใครสั่งใครสอนให้พูดจามั่วซั่ว!”
หวังจื่อปั๋วได้ยินดังนั้นก็ทิ้งช้อนวิ่งแน่บ เฉินฮั่นเซิงคงไม่ฟันจริงหรอก แต่โดนตบกบาลสักทีสองทีน่ะมีสิทธิ์
พอวิ่งไปถึงระยะปลอดภัย เจ้าตัวดีก็ตะโกนกลับมา “เสี่ยวเฉิน! ฉันเตือนแกด้วยความหวังดีนะ อย่าฝืนตัวเองเลย การเป็นหัวหน้าห้องหรือเข้าสภานักศึกษามันไม่เหมาะกับแกหรอก กลับมาเป็นตัวเองเถอะเพื่อน!”
...
กว่าจะไล่พวกตัวป่วนกลับไปได้เล่นเอาเหนื่อย เฉินฮั่นเซิงเดินไปส่งเซียวหรงอวี้ จริงๆก็ไม่ได้ตั้งใจไปส่งหรอก แค่ทางกลับมหาลัยมันทางเดียวกัน
ตลอดทางเฉินฮั่นเซิงหน้ามุ่ยเพราะโดนใส่ร้าย แต่เซียวหรงอวี้กลับเดินยิ้มร่าอย่างมีความสุข ใบหน้ารูปไข่ฉายแววปลื้มปริ่ม มุมปากยกยิ้มจนลักยิ้มบุ๋มลงไป ทำเอาหนุ่มๆที่เดินสวนมาต้องเหลียวหลังมองจนคอแทบเคล็ด
“ผู้หญิงบ้าอะไร อารมณ์แปรปรวนชะมัด”
เฉินฮั่นเซิงส่ายหน้าบ่นพึมพำ
พอถึงหน้ามหาลัย เฉินฮั่นเซิงกะจะแยกย้ายตรงนั้น ไม่คิดจะเดินไปส่งถึงหอ
“เสี่ยวเฉิน”
จู่ๆเซียวหรงอวี้ก็เรียกไว้
“มีไร?”
เฉินฮั่นเซิงถามห้วนๆ
“ฉันดีใจนะ... ที่นายยอมทำตัวให้ดีขึ้นเพื่อฉัน ขอบใจมากนะ พยายามต่อไปล่ะ!”
พูดจบเธอก็เขินม้วน รีบวิ่งเข้ามหาลัยไปด้วยท่าทางร่าเริงดุจกวางน้อย
“เชี่ย...”
เฉินฮั่นเซิงรู้สึกเหมือนโดนหมัดฮุคเข้าที่ลิ้นปี่ หายใจไม่ทั่วท้อง ต้องยืนอัดบุหรี่เข้าปอดไปหลายมวนกว่าจะตั้งสติได้
“บิดาเป็นแบดบอยนะเว้ย! ทำไมใครๆก็ชอบยัดเยียดบทพระเอกผู้มั่นคงในรักให้วะเนี่ย!”
*****