- หน้าแรก
- ผมไม่อยากเกิดใหม่เลยจริงๆ
- บทที่ 27 ตอนนี้บิดาเป็นหัวหน้าห้องแล้วเว้ย
บทที่ 27 ตอนนี้บิดาเป็นหัวหน้าห้องแล้วเว้ย
บทที่ 27: ตอนนี้บิดาเป็นหัวหน้าห้องแล้วเว้ย
จริงๆแล้วการดันหูหลินอวี่ให้เป็นเลขาธิการพรรคประจำห้องไม่ใช่เรื่องยากเลย เพราะยังไงห้องหนึ่งก็ต้องมีทั้งหัวหน้าห้องและเลขาพรรคฯอยู่แล้ว ถึงหูหลินอวี่จะแพ้เลือกตั้งให้เฉินฮั่นเซิง แต่คะแนนเสียงของเธอก็พิสูจน์แล้วว่าเธอมีฐานสนับสนุนที่แข็งแกร่งพอตัว
ดังนั้นถ้าเฉินฮั่นเซิงเสนอชื่อเธอให้อาจารย์กัวจงอวิ๋น รับรองว่าเหล่ากัวต้องเซย์เยสแน่นอน เผลอๆไม่ต้องจัดเลือกตั้งซ่อมด้วยซ้ำ
ระหว่างที่สอง "นักยุทธศาสตร์" กำลังตกลงผลประโยชน์กัน เสิ่นโหยวชูไม่กล้าเสี่ยงให้เฉินฮั่นเซิงป้อนอีก เธอรีบจัดการกุ้งในชามด้วยตัวเองอย่างว่านอนสอนง่าย แล้ววางตะเกียบลงอย่างประหม่า "ฉะ... ฉันอิ่มแล้วค่ะ"
"อืม" เฉินฮั่นเซิงรับคำในลำคอ
เขาตั้งใจจะค่อยๆปรับพฤติกรรมการกินของเสิ่นโหยวชูให้ทานเนื้อสัตว์มากขึ้น เพื่อเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง แต่ตอนนี้คงต้องเริ่มจากพวกปลาหรือกุ้งไปก่อน ขืนจัดหนักพวกเนื้อสัตว์มันๆทันที กระเพาะเธออาจจะรับไม่ไหว
เดิมทีหูหลินอวี่กะจะมาถล่มเฉินฮั่นเซิงให้ยับเยิน แต่สุดท้ายกลับโดนเขากล่อมจนกินไม่ลง แถมยังต้องยอมรับข้อเสนอเรื่องโควตาข้าราชการบรรจุใหม่อย่างเสียไม่ได้ แต่ก่อนไปเธอก็ไม่ลืมที่จะขู่ทิ้งท้าย "เฉินฮั่นเซิง นายอย่าหลอกฉันเชียวล่ะ"
"จะเป็นไปได้ไง ฉันจริงใจกับเธอเสมอแหละน่า"
เฉินฮั่นเซิงยิ้มหน้าตาย
เจอคนหน้าด้านระดับนี้เข้าไป หูหลินอวี่ก็ได้แต่ล่าถอย เธอรีบลากเสิ่นโหยวชูออกไปจากโรงอาหาร ทิ้งอาหารเลิศรสไว้เต็มโต๊ะ
เฉินฮั่นเซิงไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่งหัวหน้าห้อง มันก็แค่บันไดขั้นหนึ่งเท่านั้น สุดท้ายก็ต้องส่งต่อให้คนที่เหมาะสมกว่า
จริงๆแล้วหูหลินอวี่ก็ไม่ได้เสียเปรียบซะทีเดียว ถ้าเธอเรียนรู้ความ "หน้าด้าน" ของเฉินฮั่นเซิงไปได้สักครึ่งหนึ่ง อนาคตในสายราชการของเธอคงราบรื่นกว่านี้เยอะ ไม่ต้องไปชนตอให้เจ็บตัว
คืนนี้เฉินฮั่นเซิงอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เขาไปซื้อเบียร์มาสองขวด นั่งจิบแกล้มกับข้าวที่เหลืออย่างสบายใจเฉิบ กว่าจะออกจากโรงอาหารก็ปาเข้าไปสองทุ่ม
ยามค่ำคืนในฤดูร้อนของสถาบันการเงินฯคึกคักไปด้วยรุ่นพี่สาวสวยนุ่งสั้นโชว์เรียวขา ระหว่างเดินผ่านทะเลสาบจำลอง เฉินฮั่นเซิงเหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มๆของคู่รักตามพุ่มไม้ นึกสนุกขึ้นมาเลยคายไม้จิ้มฟันทิ้ง แล้วตะโกนลั่น "เฮ้ย! อาจารย์ฝ่ายปกครองมา หนีเร็ว!"
ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!
เห็นคู่รักลุกฮือหนีตายกันจ้าละหวั่น เฉินฮั่นเซิงก็หัวเราะลั่นอย่างสะใจ แล้วเดินทอดน่องผิวปากใต้วิถีจันทร์ ไม่สนใจเสียงสาปแช่งไล่หลัง
...
พอกลับถึงหอพัก เฉินฮั่นเซิงพบว่าเพื่อนๆมารวมตัวกันที่ห้อง 602 กำลังเถียงกันหน้าดำคร่ำเครียด
คู่เอกคือกัวเส้าเฉียงกับจูเฉิงหลง พอเห็นเฉินฮั่นเซิงกลับมา กัวเส้าเฉียงก็รีบดึงตัวเขาไปเป็นกรรมการ "ไอ้สี่! มาตัดสินให้หน่อย ไอ้โง่จูเฉิงหลงมันบอกว่าไป๋หย่งซานคะแนนสูงกว่าซางเหยียนเหยียน แต่ฉันวิเคราะห์ตามหลักสรีรศาสตร์และบุคลิกภาพแล้ว ซางเหยียนเหยียนเฉือนชนะไป 0.73 คะแนนเห็นๆ"
จูเฉิงหลงไม่ยอมแพ้ เถียงน้ำลายแตกฟอง "ซางเหยียนเหยียนสวยจริง แต่ไป๋หย่งซานมาสายแบ๊วน่ารัก ตรงนี้แหละคือแต้มต่อ!"
"แต้มต่อพ่อง! ระบบการให้คะแนนของข้าอิงตามหลักวิทยาศาสตร์เว้ย จะมาแก้ส่งเดชได้ไง"
"ถุย! วิทยาศาสตร์บ้าบออะไร เอ็งมโนขึ้นมาเองทั้งนั้นแหละ"
ทั้งคู่เถียงกันหน้าแดงคอขึ้นเอ็น ต่างฝ่ายต่างมีกองเชียร์หนุนหลัง ร้อนถึงเฉินฮั่นเซิงต้องมาตัดสินชี้ขาด
"ความน่ารักกับความสวย... ไม่มีค่าอะไรเลยเมื่ออยู่ต่อหน้าความเซ็กซี่"
พูดจบเฉินฮั่นเซิงก็ยิ้มร่า ผลักหัวเพื่อนทั้งสองเบาๆ แล้วคว้ากะละมังเดินเข้าห้องน้ำไป
สมองเด็กมหาลัยนี่เปลี่ยนเร็วจริงๆ พอเฉินฮั่นเซิงอาบน้ำเสร็จออกมา พวกมันเลิกเถียงเรื่องสาวๆ แล้วหันไปตั้งวงเล่นไพ่กันอย่างเคร่งเครียดแทน
เช้าวันรุ่งขึ้น ชีวิตวนลูปกลับมาที่การฝึกทหารอันน่าเบื่อหน่ายอีกครั้ง ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ในที่สุดนรกนี้ก็สิ้นสุดลงด้วยการเดินทัพทางไกล 20 กิโลเมตร เป็นอันจบหลักสูตรเฟรชชี่อย่างเป็นทางการ และถือเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตมหาวิทยาลัยที่แท้จริง
เฉินฮั่นเซิงรักษาสัญญา ดันหูหลินอวี่ขึ้นเป็นเลขาธิการพรรคประจำห้องได้สำเร็จ
หูหลินอวี่อยากจะขอบคุณ แต่พอนึกดู เธอก็ยังรู้สึกว่าตัวเองเสียเปรียบอยู่ดี เลยได้แต่ก้มหน้าก้มตารับผิดชอบงานจิปาถะในห้องไปเงียบๆ
มหาวิทยาลัยในมณฑลซูตงส่วนใหญ่มีกำหนดการฝึกทหารไล่เลี่ยกัน พอสถาบันการเงินฯจบ มหาลัยตงไห่ มหาลัยเทคโนโลยี และวิทยาลัยการบินฯก็จบไล่เลี่ยกัน
ช่วงรอยต่อนี้มีวันหยุดพักสองวัน ตามธรรมเนียมแล้ว เพื่อนเก่าสมัยมัธยมมักจะนัดเจอกันเพื่อเม้าท์มอยเรื่องฝึกทหาร นินทารูมเมทตัวแสบ และแชร์ประสบการณ์ชีวิตใหม่
แก๊งเด็กกั่งเฉิงก็เช่นกัน หวังจื่อปั๋ว เกาเจียเหลียง และเพื่อนจากเขตเซียนหนิง นัดรวมพลกันที่ศูนย์การค้าอี้อู๋ โดยมีเจ้าถิ่นย่านเจียงหนิงอย่างเฉินฮั่นเซิงและเซียวหรงอวี้รับหน้าที่เจ้าภาพ
กิจกรรมก็เดิมๆ นั่งคุย กินข้าว เดินชมมหาลัย
หวังจื่อปั๋วดีใจจนเนื้อเต้นที่ได้เจอเพื่อนซี้ วิ่งเข้ามากอดเฉินฮั่นเซิงแน่นโดยไม่แคร์สายตารังเกียจของเพื่อน สิ่งที่น่ายินดีคือทุกคนดูคล้ำขึ้นถ้วนหน้า แม้แต่เซียวหรงอวี้ ผิวขาวๆของเธอก็เริ่มแทนขึ้นนิดๆ ดูสุขภาพดี
แต่พอนั่งพักที่สนามหญ้าในสถาบันการเงินฯ จู่ๆหวังจื่อปั๋วก็ทำหน้าเศร้าสร้อย
เฉินฮั่นเซิงตกใจ "เป็นอะไรวะ ทำหน้าเหมือนญาติเสีย"
หวังจื่อปั๋วอึกอักอยู่พักใหญ่กว่าจะระบายออกมา "เสี่ยวเฉิน แกมันคนอิ่มไม่รู้รสความหิว ห้องฉันมีนักเรียน 62 คน มีผู้หญิงแค่ 2 คน! เข้ามหาลัยเหมือนเข้าวัดเส้าหลินชัดๆ ถ้ารู้งี้ฉันสอบเข้าสถาบันการเงินฯดีกว่า"
"แล้ว 2 คนนั้นงานดีมั้ย?" เฉินฮั่นเซิงถามตรงประเด็น
หวังจื่อปั๋วนึกภาพตาม แล้วมองหน้าเฉินฮั่นเซิงด้วยสายตาว่างเปล่า
เฉินฮั่นเซิงเข้าใจทันที ตบไหล่เพื่อนเบาๆเป็นการไว้อาลัย
เกาเจียเหลียงไม่พลาดโอกาสทำคะแนนต่อหน้าเซียวหรงอวี้ รีบสวมบทพ่อพระเทศนาทันที "จื่อปั๋ว นายพูดแบบนี้ไม่ถูกนะ เรามามหาลัยเพื่อเรียนหนังสือ ไม่ควรมาหมกมุ่นเรื่องพรรค์นี้"
ไอ้หมอนี่เรียนวิทยาลัยการบินฯ มีสาขาแอร์โฮสเตส สาวสวยเดินกันให้ว่อน มันถึงได้พูดดีเข้าตัวได้ไงล่ะ
หวังจื่อปั๋วเบะปากใส่ ไม่อยากเสวนาด้วย
แต่เกาเจียเหลียงยังไม่จบ กดหัวหวังจื่อปั๋วเสร็จก็หันมาเล่นงานเฉินฮั่นเซิงต่อ "เฉินฮั่นเซิง นั่งให้มันดีๆหน่อยได้มั้ย ยกขาพาดแบบนั้นไม่ให้เกียรติหรงอวี้เลยนะ"
เฉินฮั่นเซิงเป็นพวกนั่งตามสบาย เขาเอาเท้าพาดก้อนหินเล่นตามความเคยชิน ไม่คิดว่าจะเป็นประเด็น
เซียวหรงอวี้ที่กำลังชั่งใจเรื่องลองคบกับเฉินฮั่นเซิง ไม่ได้รู้สึกว่ามันเลวร้ายอะไร
แต่เฉินฮั่นเซิงกลับเหลือบตามองเกาเจียเหลียง แล้วทำสิ่งที่คาดไม่ถึง... ฟึ่บ! ฟึ่บ! เขาถอดรองเท้าออก แล้วกระดิกนิ้วโป้งเท้าใส่หน้าเกาเจียเหลียงอย่างท้าทาย
หวังจื่อปั๋วเห็นแล้วสะใจลึกๆ อยากจะกล้าบ้าบิ่นให้ได้สักครึ่งของเฉินฮั่นเซิงจริงๆ
"ถ่อยชะมัด"
เกาเจียเหลียงทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ด่าในใจ
เซียวหรงอวี้อยากจะขำแต่ต้องกลั้นไว้ เธอรีบไกล่เกลี่ย "เอาน่าๆ นานๆเจอกันที มาคุยเรื่องดีๆกันเถอะ เล่าสิว่าใครได้อะไรจากการฝึกทหารบ้าง?"
เกาเจียเหลียงตาลุกวาว คิดว่าเฉินฮั่นเซิงนิสัยแย่แบบนี้คงไม่มีใครคบ และคงไม่มีผลงานอะไรแน่ๆ เลยรีบเสนอหน้า "งั้นให้เจ้าถิ่นเริ่มก่อนเลย ฮั่นเซิง เชิญนายโชว์หน่อยสิ"
เฉินฮั่นเซิงกำลังจุดบุหรี่ เขาพ่นควันเป็นวงกลมช้าๆ แล้วตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"ตอนนี้บิดาเป็นหัวหน้าห้องแล้วเว้ย"
*****