- หน้าแรก
- ผมไม่อยากเกิดใหม่เลยจริงๆ
- บทที่ 25 ภรรยาตัวน้อยของหัวหน้าห้อง
บทที่ 25 ภรรยาตัวน้อยของหัวหน้าห้อง
บทที่ 25: ภรรยาตัวน้อยของหัวหน้าห้อง
“มีธุระอะไรก็ว่ามา”
ภายในโรงอาหารแห่งที่หนึ่งของสถาบันการเงินและเศรษฐศาสตร์ หูหลินอวี่นั่งประจันหน้ากับเฉินฮั่นเซิงบนโต๊ะสเตนเลส แต่ทว่า... มีร่างเพรียวบางของหญิงสาวอีกคนนั่งร่วมโต๊ะด้วย นั่นคือเสิ่นโหยวชู สาวน้อยผู้จืดจางจนแทบจะกลืนไปกับอากาศ
เมื่อสักครู่ เฉินฮั่นเซิงต้องใช้เวลาอธิบายอยู่นานกว่าจะกล่อมให้หูหลินอวี่เชื่อว่าเขาไม่ได้จะจีบเธอ แต่ต้องการพูดคุยเรื่อง “หัวหน้าห้อง” อย่างจริงจัง
หูหลินอวี่ดูจะไม่ค่อยไว้ใจเฉินฮั่นเซิงนัก บังเอิญเหลือบไปเห็นเสิ่นโหยวชูกำลังกินข้าวอยู่มุมห้องพอดี เลยรีบลากเพื่อนร่วมห้องคนนี้มาเป็นพยานความบริสุทธิ์ใจว่าเธอกับเฉินฮั่นเซิงไม่ได้มีซัมติงกัน
“เงียบทำไมล่ะ? ไหนว่าจะคุย?”
หูหลินอวี่เร่งเร้าเมื่อเห็นเฉินฮั่นเซิงเอาแต่นั่งเงียบ
สาเหตุที่เฉินฮั่นเซิงเงียบไป ก็เพราะเขากำลังจ้องมองอาหารเย็นของเสิ่นโหยวชู... หมั่นโถวราคา 2 เหมา กับน้ำซุปสาหร่ายไข่ฟรีถ้วยหนึ่ง เธอนั่งเคี้ยวหมั่นโถวคำเล็กๆอย่างเงียบเชียบอยู่ริมสุดของโรงอาหารที่จอแจ
(TL: 1 หยวน = 10 เหมา, 1 เหมา ประมาณ 0.5 บาท)
“บ้านโหยวชูฐานะยากจนมาก นายเป็นหัวหน้าห้องแล้วก็ช่วยดูแลเรื่องทุนกู้ยืมกับเงินอุดหนุนคนจนให้เธอด้วยล่ะ” หูหลินอวี่กระซิบด้วยน้ำเสียงเห็นใจ
ตอนเธอเห็นสภาพความเป็นอยู่ของเพื่อนครั้งแรกก็รู้สึกสะเทือนใจ ไม่คิดว่าปี 2002 แล้วยังมีครอบครัวที่ลำบากขนาดนี้หลงเหลืออยู่อีก
“หูหลินอวี่ ในเมื่อฉันเลี้ยงข้าวเธอแล้ว ก็ต้องเลี้ยงเพื่อนเธอด้วย เอาบัตรข้าวฉันไปรูดเลี้ยงเสิ่นโหยวชูด้วยเลย”
เฉินฮั่นเซิงพูดพลางขยิบตาให้หูหลินอวี่
หูหลินอวี่หัวไวพอตัว รับมุกทันที “แน่นอน! ไหนๆก็ไหนๆแล้ว วันนี้ฉันกับโหยวชูจะถล่มนายให้ยับเลย”
“มะ... ไม่เป็นไรหรอกค่ะ”
เสิ่นโหยวชูรีบปฏิเสธเสียงเบา ตั้งแต่สองคนนี้มานั่งด้วย เธอก็ทำตัวไม่ถูกอยู่แล้ว เพราะเธอเข้าสังคมไม่เก่ง
เสียดายหมั่นโถวอีกครึ่งลูกที่ยังกินไม่หมด เธอไม่อยากกินทิ้งกินขว้าง แต่จะลุกหนีไปเลยก็เสียมารยาท เพราะทั้งคู่เป็นเพื่อนร่วมชั้น
แต่ตอนนี้เธอกินไม่ลงแล้ว ได้แต่วางตะเกียบลง ก้มหน้านิ่ง
หูหลินอวี่แกล้งพูดแขวะ “แหม... ได้ข่าวว่าท่านหัวหน้าห้องเฉินเลี้ยงมื้อดึกผู้ชายทั้งห้องมาแล้ว เลี้ยงพวกเราสักมื้อจะเป็นไรไป”
“นั่งลงเดี๋ยวนี้ ห้ามไปไหนทั้งนั้น!”
หูหลินอวี่ออกคำสั่งเสียงเข้ม แล้วคว้าบัตรอาหารของเฉินฮั่นเซิงเดินดุ่มๆไปที่ร้านข้าวด้วยความหมั่นไส้ กะจะเอาคืนให้สาสม
เฉินฮั่นเซิงไม่ยี่หระ ปล่อยให้หูหลินอวี่รูดบัตรตามสบาย สายตาเขาจับจ้องอยู่ที่ "หญิงสาวสมบัติ" ตรงหน้า
พอลองสังเกตดีๆ จะเห็นว่าเสิ่นโหยวชูมีความงามที่ซ่อนอยู่ ทั้งหน้าผากเกลี้ยงเกลา ดวงตาดอกท้อที่เผลอสบตาเป็นบางครั้ง ริมฝีปากจิ้มลิ้มสีชมพูระเรื่อที่เผยอขึ้นเล็กน้อยยามตกใจ และแน่นอน... หุ่นภายใต้ชุดฝึกทหารนั่น
“บ้าเอ๊ย... สูงตั้งร้อยเจ็ดสิบ ต่อให้ผอมเป็นไม้เสียบผีก็ยังสวยอยู่ดี”
เฉินฮั่นเซิงบ่นพึมพำกับตัวเอง นึกด่าความโง่เขลาในอดีตที่มองข้ามเพชรงามเม็ดนี้ไปตลอดสี่ปี มัวแต่ไปหลงระเริงกับพวกสวยแต่รูปจูบไม่หอม
เสิ่นโหยวชูคงไม่เคยนั่งกินข้าวกับผู้ชายมาก่อน ยิ่งโดนเฉินฮั่นเซิงจ้องทะลุปรุโปร่งราวกับจะมองให้เห็นถึงข้างใน เธอยิ่งทำตัวลีบแทบจะมุดลงใต้โต๊ะ
โชคดีที่หูหลินอวี่กลับมาช่วยชีวิตพร้อมกับกับข้าวเต็มถาด มีทั้งปลา กุ้ง เนื้อ ไข่ เรียกได้ว่ากวาดเมนูแพงที่สุดในโรงอาหารมาจนเกลี้ยง
“ทั้งหมด 67 หยวน”
หูหลินอวี่ประกาศยอดเงินด้วยความสะใจ
เสิ่นโหยวชูตาโตด้วยความตกใจ เงินจำนวนนี้เท่ากับค่าอาหารของเธอทั้งเดือนเลยทีเดียว
“เชิญตามสบาย”
เฉินฮั่นเซิงยักไหล่ ไม่สะทกสะท้าน
“เอาล่ะ เข้าเรื่องได้แล้ว นายมีธุระอะไร?”
หูหลินอวี่เริ่มอารมณ์ดีขึ้นหลังจากได้ระบายแค้น จึงวกกลับมาเข้าประเด็น
“หูหลินอวี่ ทำไมเธอถึงอยากเป็นหัวหน้าห้อง?” เฉินฮั่นเซิงถามกลับ
หูหลินอวี่ทำท่าจะงัดเหตุผลสวยหรูประเภท "จิตอาสาพัฒนาห้องเรียน" มาตอบ แต่เฉินฮั่นเซิงดักคอไว้ก่อน “ถ้าเธอไม่คิดจะคุยแบบเปิดอก ก็กินข้าวให้หมดแล้วแยกย้าย ถือซะว่าเราไม่เคยคุยเรื่องนี้กัน”
หูหลินอวี่ชะงัก เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะยอมเปิดปาก “ฉันอยากเป็นข้าราชการ การเป็นหัวหน้าห้องช่วยเพิ่มเครดิตได้”
เฉินฮั่นเซิงแอบขำในใจ หูหลินอวี่ยังพูดความจริงไม่หมด เป้าหมายของเธอคือโครงการคัดเลือกข้าราชการบรรจุใหม่ต่างหาก แต่โควตามันน้อย เธอคงกลัวคู่แข่งเพิ่ม
แต่แค่นี้ก็พอแล้ว อย่างน้อยเธอก็ยอมเปิดใจคุย
เฉินฮั่นเซิงพยักหน้า “มิน่าล่ะถึงอยากเป็นนัก ที่แท้ก็อยากเดินสายราชการ”
“แล้วนายล่ะ? อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่านายมีแผนอะไรอยู่”
หูหลินอวี่ถามเสียงแข็ง ยังไงเธอก็ยังเคืองที่แพ้เลือกตั้ง แต่เฉินฮั่นเซิงต้องการต่อรองกับเธอ จึงยอมมองข้ามท่าทีไม่เป็นมิตรนี้ไป
“ฉันไม่ได้อยากเป็นข้าราชการ ฉันอยากทำธุรกิจ” เฉินฮั่นเซิงตอบตรงไปตรงมา
ในอนาคตเขาต้องทำธุรกิจ ซึ่งปิดบังทางมหาลัยไม่ได้แน่ๆ แถมยังต้องอาศัยคอนเนกชันของมหาลัยอีก สู้บอกความจริงกับหูหลินอวี่ไปเลยดีกว่า เพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ
“ทำธุรกิจ?”
หูหลินอวี่ขมวดคิ้ว “ทำธุรกิจเกี่ยวอะไรกับหัวหน้าห้อง?”
“ถ้ามีตำแหน่งหัวหน้าห้องค้ำคอ จะทำอะไรก็สะดวกขึ้น คนอื่นก็เชื่อถือมากขึ้นไง” เฉินฮั่นเซิงอธิบายสั้นๆ
“เหอะ! ที่แท้ก็ใช้ตำแหน่งเป็นเครื่องมือหากินสินะ” หูหลินอวี่เหน็บแนม
เฉินฮั่นเซิงยิ้มไม่ถือสา ย้อนถามกลับ “เธอก็คิดแบบเดียวกันไม่ใช่เหรอ?”
“อย่างน้อยฉันก็เต็มใจทำงานเพื่อห้องเรียนจริงๆ!”
หูหลินอวี่เถียงกลับ
อันนี้เฉินฮั่นเซิงไม่เถียง เพราะหูหลินอวี่มีความทุ่มเทมากกว่าเขาจริงๆ แต่ในโลกความจริง... ผู้ชนะเท่านั้นที่มีสิทธิ์กำหนดเงื่อนไข
“อย่างช้าก็ปีสอง ตำแหน่งหัวหน้าห้องคงหมดประโยชน์สำหรับฉันแล้ว ถึงตอนนั้น... เธอสนใจจะรับช่วงต่อไหมล่ะ?”
เฉินฮั่นเซิงโยนหินถามทาง นี่คือจุดประสงค์ที่แท้จริงของการนัดคุยครั้งนี้
หูหลินอวี่อึ้งไป “นายจะถอนตัวเหรอ?”
“ถ้าผ่านไปปีนึงแล้ว ฉันยังต้องพึ่งพาตำแหน่งหัวหน้าห้องมาประดับบารมี แสดงว่าฉันล้มเหลวแล้วล่ะ ก็ควรจะหลีกทางให้คนอื่น”
เฉินฮั่นเซิงพูดด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ แฝงความมั่นใจเต็มเปี่ยม
“แล้วนายต้องการอะไร?”
หูหลินอวี่ถามหยั่งเชิง เธอรู้ดีว่าเฉินฮั่นเซิงไม่ใช่คนที่จะมาบอกความลับพวกนี้ฟรีๆ
บทสนทนาเริ่มเข้าสู่โหมด "ความลับระดับท็อปซีเคร็ต" เสิ่นโหยวชูที่นั่งฟังอยู่อย่างกระสับกระส่ายรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกินในวงสนทนาของผู้ทรงอิทธิพลประจำห้อง
“ฉะ... ฉันอิ่มแล้ว ขอตัวกลับก่อนนะคะ”
เสิ่นโหยวชูตัดใจทิ้งหมั่นโถวครึ่งลูกที่เหลือ เอ่ยลาเสียงเบาหวิว
“หยุด!”
เฉินฮั่นเซิงสั่งเสียงเฉียบขาด
เสิ่นโหยวชูสะดุ้งโหยง แอบชำเลืองมองเขาแวบหนึ่งแล้วรีบก้มหน้า
“นั่งลง”
เฉินฮั่นเซิงพูดเสียงเข้ม
เสิ่นโหยวชูไม่กล้านั่ง ได้แต่ยืนบิดมือไปมาด้วยความลำบากใจ
“บอกให้นั่งลงไง!”
เฉินฮั่นเซิงขึ้นเสียงอีกระดับ
เสิ่นโหยวชูค่อยๆหย่อนก้นลงนั่ง ตัวสั่นเทาเหมือนลูกนกตกน้ำ หูหลินอวี่เห็นท่าไม่ดี เตรียมจะอ้าปากปกป้องเพื่อน
แต่แล้ว... เฉินฮั่นเซิงก็ถอนหายใจหยิบตะเกียบขึ้นมา คีบกุ้งตัวใหญ่ที่สุดในจาน บรรจงแกะเปลือกออกจนเหลือแต่เนื้อกุ้งเด้งดึ๋ง แล้ววางลงในชามของเสิ่นโหยวชู
พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนปานจะหยดว่า “ซื้อมาให้แล้ว ก็ต้องกินให้หมดสิครับ”
หูหลินอวี่อ้าปากค้าง มองภาพตรงหน้าตาไม่กะพริบ การเปลี่ยนอารมณ์แบบหน้ามือเป็นหลังมือของเฉินฮั่นเซิง ทำเอาเธอจินตนาการเตลิดเปิดเปิงไปไกลถึงพล็อตนิยายรักน้ำเน่า
‘ภรรยาตัวน้อยของหัวหน้าห้องจอมเผด็จการ’
‘ท่านหัวหน้าห้อง... โปรดมอบความรักให้ฉันด้วย’
‘ขอโทษค่ะ... ฉันเป็นผู้หญิงของหัวหน้าห้อง’
...
สารพัดพล็อตนิยายท่านประธานจอมตื๊อ ผุดขึ้นมาในสมองของหูหลินอวี่ไม่หยุดหย่อน!
*****