- หน้าแรก
- ผมไม่อยากเกิดใหม่เลยจริงๆ
- บทที่ 24 ก้าวแรกแห่งชัยชนะ
บทที่ 24 ก้าวแรกแห่งชัยชนะ
บทที่ 24: ก้าวแรกแห่งชัยชนะ
ช่วงเวลาของการฝึกทหารช่างแสนน่าเบื่อหน่าย ไม่มีการพบรักกับรุ่นพี่สาวสวย ไม่มีความสัมพันธ์อันตรายกับครูสาวสุดเอ็กซ์ แม้แต่โอกาสจะคุยกับเพื่อนสาวร่วมห้องยังแทบหาไม่ได้ แต่ในที่สุด... นรกที่เรียกว่าสัปดาห์แรกก็ผ่านพ้นไป
วันนี้การจัดการสาธารณะเซค 2 มีวาระสำคัญ... การเลือกตั้งหัวหน้าห้อง
อาจารย์กัวจงอวิ๋นรับบทเป็นทั้งพิธีกรและกรรมการตัดสิน
“นักศึกษาทุกคน หลังจากใช้เวลาร่วมกันมาหนึ่งสัปดาห์ พวกเราน่าจะพอรู้จักนิสัยใจคอกันบ้างแล้ว ครูสนับสนุนให้ทุกคนกล้าแสดงออก ใครที่มีใจรักบริการและอยากทำเพื่อเพื่อนๆ ขอเชิญออกมาแสดงวิสัยทัศน์ได้เลย”
สิ้นเสียงเหล่ากัว ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ ต่างคนต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
สุดท้าย สายตาของฝ่ายหญิงพุ่งเป้าไปที่หูหลินอวี่ ส่วนฝ่ายชายพร้อมใจกันมองไปที่เฉินฮั่นเซิง
กัวเส้าเฉียงกลัวหูหลินอวี่จะได้เป็นหัวหน้าห้องจนตัวสั่น รีบยุยงเฉินฮั่นเซิงยิกๆ “ไอ้สี่! รีบออกไปดิ! ขืนยัยนั่นได้เป็นหัวหน้าห้อง พวกเราจบเห่แน่ อดโดดเรียนกันพอดี!”
เฉินฮั่นเซิงกลับใจเย็น ยิ้มมุมปาก “เลดี้เฟิร์สเว้ย ใจเย็นๆ”
จินหยางหมิงเบะปากหมั่นไส้ ไอ้เฉินฮั่นเซิงนี่มันแอ๊คกว่ากูอีก ของกูแอ๊คแบบโจ่งแจ้ง ของมันแอ๊คแบบเงียบๆ แต่มันได้ใจคนชิบหาย
“ไอ้คนขี้เก๊ก!”
จินหยางหมิงแอบด่าในใจ ตั้งแต่เฉินฮั่นเซิงจุดกระแส "เกมฝึกสมอง" ในหอชาย ก็ไม่มีใครสนใจหนุ่มไฮโซผู้ครอบครองมือถืออย่างเขาอีกเลย
แต่เรื่องเลือกหัวหน้าห้อง จินหยางหมิงยังคงเชียร์เฉินฮั่นเซิงสุดตัว เพราะถ้าเฉินฮั่นเซิงได้ พวกผู้ชายก็สบายไปด้วย จินหยางหมิงไม่ได้โง่พอที่จะหาเรื่องใส่ตัว
ครืด... เสียงเก้าอี้เลื่อนดังขึ้น
เดิมทีหูหลินอวี่กะจะดูเชิงคู่แข่งก่อน แต่รอจนกัวจงอวิ๋นเริ่มขมวดคิ้วแล้ว เฉินฮั่นเซิงก็ยังนั่งเอนหลังสบายใจเฉิบ ไม่มีความกระตือรือร้นแม้แต่น้อย
หูหลินอวี่ทนกดดันไม่ไหว กลัวอาจารย์จะหงุดหงิดแล้วพาลยกเลิกการเลือกตั้ง เลยตัดสินใจลุกขึ้น
การชิงลงมือก่อนอาจเสียเปรียบ แต่ถ้าลังเลอาจแพ้ราบคาบ เฉินฮั่นเซิงเองกะไว้อยู่แล้วว่าต่อให้การเลือกตั้งล่ม เขาก็ไม่มีทางออกไปคนแรกเด็ดขาด
“สวัสดีนะเพื่อนๆ ฉันชื่อหูหลินอวี่ คิดว่าทุกคนคงจำฉันได้ เพราะตอนรายงานตัวฉันเป็นคนช่วยลงทะเบียนให้พวกเธอ...”
หูหลินอวี่เปิดหัวด้วยการทวงบุญคุณตอนรายงานตัว ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ดี เพราะตอนนั้นเธอโดดเด่นจริงๆ จากนั้นเธอก็ร่ายยาวถึงความเสียสละในช่วงฝึกทหาร และวาดฝันถึงอนาคตอันสวยหรูของห้องเรียน
“...ฉันเป็นคนร่าเริง กระตือรือร้น รักเพื่อนพ้อง และมีน้ำใจ ถ้าฉันได้รับเลือกเป็นหัวหน้าห้อง ฉันสัญญาว่าจะใช้พลังกายพลังใจทั้งหมด เป็นผู้ช่วยที่ดีของอาจารย์กัว และเป็นที่พึ่งของเพื่อนๆทุกคน เพื่อสร้างอนาคตที่สดใสให้กับการจัดการสาธารณะเซค 2 ของพวกเรา”
“ขอบคุณนะ!”
หูหลินอวี่จบการปราศรัยท่ามกลางเสียงปรบมือ แล้วโค้งคำนับอาจารย์กัว
กัวจงอวิ๋นกล่าวชมเชย “ขอบคุณสำหรับสุนทรพจน์ที่ยอดเยี่ยม หูหลินอวี่มีจิตอาสาที่น่าชื่นชมจริงๆ ตั้งแต่วันรายงานตัว ครูจำได้แม่น หวังว่าทุกคนจะเอาเยี่ยงอย่างนะ มีใครอยากจะออกมาพูดอีกไหม?”
พอกลับมานั่งที่ หูหลินอวี่ยังคงตื่นเต้นจนมือสั่น เสิ่นโหยวชูที่นั่งข้างๆเงยหน้าขึ้นมอง แล้วเอื้อมมือไปตบหลังเพื่อนเบาๆเพื่อให้กำลังใจ
หูหลินอวี่ยิ้มตอบอย่างฝืนๆ
ทันใดนั้น... ครืดดดด!
เสียงลากเก้าอี้ดังขึ้นอีกครั้ง หูหลินอวี่ตัวแข็งทื่อ หางตาเหลือบเห็นแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังเดินอาดๆไปที่หน้าชั้น
เสิ่นโหยวชูก้มหน้าลงต่ำกว่าเดิม แอบมองชายหนุ่มท่าทางนักเลงที่มีรอยยิ้มยียวนคนนั้นด้วยความหวาดหวั่น
พอเฉินฮั่นเซิงขึ้นเวที บรรยากาศฝั่งชายก็คึกคักขึ้นทันตา ไม่ใช่แค่รูมเมทของเขา แต่เพื่อนผู้ชายในห้องต่างพากันปรบมือเชียร์สนั่น หยางซื่อเชาถึงกับผิวปากแซวเสียงดังลั่นห้อง
“เฮ้ๆ หนุ่มๆ สงบสติอารมณ์หน่อย พ่อไม่ใช่สาวสวยนะเว้ย”
เฉินฮั่นเซิงยกมือปรามยิ้มๆ
“วู้ววว! ฮิ้ววว!...”
ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ พวกผู้ชายยิ่งส่งเสียงโห่ร้องชอบใจ
เฉินฮั่นเซิงเลิกคิ้วมองไปที่จูเฉิงหลง “ไอ้หลง ร้องซะดังเลยนะเอ็ง ขึ้นมาพูดแทนเลยมั้ย?”
จูเฉิงหลง คือไอ้ตัวแสบที่เกือบทำเฉินฮั่นเซิงซวยเรื่องตัดผม แต่เฉินฮั่นเซิงเป็นไม่กี่คนที่กล้าด่ามันตรงๆแบบนี้
“แหะๆ”
จูเฉิงหลงลูบผมแสกกลางของตัวเอง ยิ้มแหยๆ “คนอื่นเป็นหัวหน้าฉันไม่ยอม แต่ถ้าฉันเป็นเองคนอื่นก็คงไม่ยอม แล้วฉันจะขึ้นไปทำซากอะไรล่ะครับลูกพี่”
เฉินฮั่นเซิงเลิกสนใจมัน กระแอมหนึ่งทีแล้วเริ่มพูด
“ผมจะพูดสั้นๆ แค่ไม่กี่ประโยค แต่เป็นคำสัญญา”
“ถ้าผมได้เป็นหัวหน้าห้อง... ก่อนสอบผมจะไปคุยกับอาจารย์ผู้สอน รับรองว่าไม่มีใครติด F แน่นอน! เรื่องทุนการศึกษา ทุนกู้ยืม หรือโควตาสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ ผมจะวิ่งเต้นให้เต็มที่ รับรองว่าคนที่คุณสมบัติครบจะไม่มีทางพลาดโอกาส! และถ้ามีกิจกรรมอะไรที่ช่วยพัฒนาศักยภาพ ผมจะพยายามจัดหามาให้ รับรองว่าชีวิตมหาลัยของพวกคุณจะมีสีสันแน่นอน!”
จู่ๆเฉินฮั่นเซิงก็เปลี่ยนโหมดเป็นจริงจัง
“เพื่อนๆครับ สถาบันเรากับมหาลัยตงไห่ฝั่งตรงข้าม ระดับมันต่างกันราวฟ้ากับเหว ในเมื่อต้นทุนเราต่ำกว่า เราก็ต้องพยายามให้มากกว่าในด้านอื่น... ล้าหลังก็ต้องขวนขวาย สับสนก็ต้องเรียนรู้ ไม่รู้ก็ต้องเข้าสังคม อยากดีกว่าเดิมก็ต้องมีวินัย...”
ห้องเรียนเงียบกริบลงถนัดตา บางคนปรับอารมณ์ตามเฉินฮั่นเซิงไม่ทัน แต่หลายคนรู้สึกว่าคำพูดเหล่านี้มัน 'โดน' ใจกว่าคำพูดสวยหรูเพ้อฝันของหูหลินอวี่เยอะ เพราะมันจับต้องได้และเป็นเรื่องผลประโยชน์จริงๆ
นี่แหละคือเหตุผลที่เฉินฮั่นเซิงต้องรอให้หูหลินอวี่พูดจบก่อน พอเธอสร้างวิมานในอากาศเสร็จ เขาก็จัดการดึงทุกคนกลับสู่โลกความจริงด้วยข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ลง
พอเฉินฮั่นเซิงลงจากเวที กัวจงอวิ๋นก็สรุปสั้นๆ “เฉินฮั่นเซิงมีจุดเด่นหลายอย่าง ทั้งความเป็นผู้นำ การประสานงาน และการบริหารจัดการที่โดดเด่นมาก... มีใครอยากจะเสนอตัวอีกไหม?”
ถามย้ำสามรอบไม่มีใครกล้าขึ้นมาเทียบรัศมี กัวจงอวิ๋นจึงปิดการเสนอชื่อ “งั้นเรามาโหวตกัน ใครเลือกหูหลินอวี่ ยกมือขึ้น”
ผลออกมาตามคาด หูหลินอวี่ได้คะแนนเสียงจากผู้หญิงทุกคนแบบท่วมท้น
“ใครเลือกเฉินฮั่นเซิง ยกมือขึ้น”
คราวนี้ ผู้ชายทุกคนยกมือพรึ่บพร้อมกัน แถมยังมีผู้หญิงบางส่วนแปรพักตร์มายกมือให้เขาด้วย!
ผลสรุป... เฉินฮั่นเซิงชนะขาดลอย คว้าตำแหน่งหัวหน้าห้องไปครอง พลิกหน้าประวัติศาสตร์เดิมอย่างสิ้นเชิง
กัวจงอวิ๋นลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก เฉินฮั่นเซิงชนะด้วยคะแนนเสียงบริสุทธิ์ เขาไม่ต้องใช้อำนาจมืดแทรกแซงให้เสียภาพลักษณ์
ฝ่ายชายเฮลั่นห้อง แม้เฉินฮั่นเซิงจะดูเหมือนนักเลงหัวไม้ แต่เขาก็รักพวกพ้องและพึ่งพาได้ ส่วนฝ่ายหญิงแม้จะเสียดาย แต่ก็ยอมรับผลโดยดุษณี
หลังเลิกแถว หูหลินอวี่เดินคอตกกลับหอพักด้วยความผิดหวัง การพลาดตำแหน่งหัวหน้าห้องทำให้เธอรู้สึกว่าชีวิตมหาลัยหมดความหมายไปเลย
“หูหลินอวี่!”
เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้เธอหันกลับไป... เฉินฮั่นเซิงนั่นเอง เขายังคงยิ้มกวนประสาทเหมือนเดิม
“มีอะไร? จะมาเยาะเย้ยผู้แพ้เหรอ?”
หูหลินอวี่ถามเสียงแข็ง
เฉินฮั่นเซิงคิดในใจ ยัยนี่ดราม่าชะมัด นึกว่านางเอกการ์ตูนตาหวานรึไง
“เย็นนี้ไปกินข้าวกัน ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย” เฉินฮั่นเซิงชวนตรงๆ
หูหลินอวี่เงยหน้ามองเขาด้วยความตกตะลึง “นี่นาย... แย่งตำแหน่งหัวหน้าห้องไป เพื่อจะมาขอฉันคบเหรอ?”
เฉินฮั่นเซิงชะงักกึก
“แม่งเอ๊ย... ผู้หญิงที่หลงตัวเองไม่ได้มีแค่เซียวหรงอวี้คนเดียวจริงๆด้วยแฮะ”
*****