เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 ฉันต้องขอเวลาคิดดูให้ดี

บทที่ 23 ฉันต้องขอเวลาคิดดูให้ดี

บทที่ 23: ฉันต้องขอเวลาคิดดูให้ดี


เซียวหรงอวี้น่าจะเพิ่งอาบน้ำเสร็จ เธอสวมชุดนอนกระโปรงยาวคลุมเข่าสีหวานเรียบง่าย ผมที่ยังชื้นน้ำปล่อยสยายเคลียบ่า ดูน่ารักแต่ก็ยังแฝงความโก๊ะเหมือนเดิม เพราะเดินออกมาพ้นประตูมหาลัยตั้งพักใหญ่กว่าจะสังเกตเห็นเฉินฮั่นเซิง

“เรียกออกมาซะดึกป่านนี้ คนเขาจะนอนกันแล้วนะ”

เซียวหรงอวี้ย่นจมูกบ่นอุบอิบ

แต่พอสายตาเหลือบไปเห็นถุงผลไม้ในมือเฉินฮั่นเซิง แววตาของเธอก็เปลี่ยนเป็นประกาย

“ผลไม้ที่มินิมาร์ทในมอนี่เหี่ยวอย่างกับอะไรดี องุ่นกับเชอร์รี่พวกนี้นายไปซื้อมาจากไหนเนี่ย?”

“ตลาดค้าส่งอี้อู๋แถวๆนี้น่ะ”

เฉินฮั่นเซิงกำลังสูบบุหรี่อยู่ เขาดีดก้นบุหรี่ทิ้งแล้วตอบส่งๆ

“เสี่ยวเฉิน...”

เซียวหรงอวี้ซึ้งใจจนน้ำตาแทบซึม “ผลไม้พวกนี้แพงจะตาย วันหลังไม่ต้องซื้อมาอีกนะ”

เฉินฮั่นเซิงคิดในใจ ‘ก็คงไม่มีครั้งหน้าแล้วแหละ ถ้าไม่ใช่เพราะเพิ่งเปิดเทอม ยังหาโอกาสเข้าหาเสิ่นโหยวชูไม่ได้ ผลไม้พวกนี้คงไม่ตกถึงท้องเธอหรอก’

“แค่เธอชอบก็พอแล้ว”

เฉินฮั่นเซิงพูดจาหวานหูสวนทางกับความคิดในใจ

เซียวหรงอวี้มองเฉินฮั่นเซิงด้วยสายตาซับซ้อน จะว่าไปเซียวหรงอวี้สวยกว่าครูอนุบาลเสี่ยวอวี้เมื่อบ่ายแบบคนละชั้น ยิ่งเพิ่งอาบน้ำมาใหม่ๆ กลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวเธอยิ่งชวนให้เคลิบเคลิ้ม

แต่ทว่า... จู่ๆท้องเจ้ากรรมของเฉินฮั่นเซิงก็ร้อง โครกคราก ขึ้นมาขัดจังหวะโรแมนติก เพราะมื้อเย็นเขากินแค่กาแฟแก้วเดียว

“นายยังไม่ได้กินข้าวเย็นเหรอ?”

เซียวหรงอวี้ถามด้วยความเป็นห่วง

“ว่าจะกินแหละ แต่เอาเงินไปซื้อผลไม้หมดซะก่อน เธอพกเงินมาบ้างมั้ย?”

เฉินฮั่นเซิงโกหกหน้าตายได้ไหลลื่นสุดๆ

เซียวหรงอวี้ฟังแล้วรู้สึกเหมือนเฉินฮั่นเซิงคนเดิมที่คุ้นเคยกลับมาแล้ว

“ฉันมีแค่ 10 หยวนเอง กะว่าจะลงมาซื้อกิ๊บติดผม”

เธอแบมือโชว์แบงก์สิบหยวนยับๆให้ดู

“10 หยวน... คงพอซื้อ 'เจียนปิ่งกั่วจื่อ' (แพนเค้กธัญพืช) ได้สักสองชิ้น”

เฉินฮั่นเซิงคำนวณรวดเร็วแล้วส่ายหน้าถอนหายใจ

...

ถนนคั่นกลางระหว่างมหาวิทยาลัยตงไห่และสถาบันการเงินฯจะคึกคักไปด้วยแผงลอยขายของกินหลังหกโมงเย็น เพื่อประทังความหิวโหยยามดึกของเหล่านักศึกษา

เฉินฮั่นเซิงใช้เงิน 10 หยวนของเซียวหรงอวี้ซื้อแพนเค้กใส่ไข่เพิ่มไส้กรอกมาสองชิ้น แถมยังหน้าด้านไปไถน้ำผลไม้จากพ่อค้ามาได้แก้วหนึ่ง แล้วก็นั่งโซ้ยอยู่ริมฟุตบาทอย่างไม่ถือตัว

เซียวหรงอวี้ยืนปอกองุ่นอยู่ข้างๆ พลางคอยเตือน “กินช้าๆหน่อยสิ เดี๋ยวก็ติดคอหรอก”

“น้องเซียวหรงอวี้!”

จู่ๆก็มีเสียงเรียกด้วยความดีใจดังมาจากด้านข้าง ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินจ้ำอ้าวเข้ามา

“รุ่นพี่เจิง สวัสดีค่ะ”

เซียวหรงอวี้ทักทายตามมารยาท เฉินฮั่นเซิงเหลือบตามองแวบหนึ่ง ดูจากการแต่งตัวที่ใส่เสื้อเชิ้ตขาวทับในกางเกงสแล็ค น่าจะเป็นพวกรุ่นพี่ปี 3 ขึ้นไป เพราะเด็กปี 1-2 ไม่มีใครแต่งตัวแก่แดดแบบนี้หรอก

ดูเสร็จเฉินฮั่นเซิงก็ก้มหน้าก้มตาโซ้ยแพนเค้กต่ออย่างเมามัน

“พี่เพิ่งกลับจากฝึกงานที่สถาบันวิจัย ไม่นึกว่าจะเจอเราที่นี่”

ชายหนุ่มพูดพลางปรายตามองเฉินฮั่นเซิง ประเมินความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคน

“ได้ยินอาจารย์บอกว่ารุ่นพี่เจิงได้เข้าทำงานที่สถาบันธรณีวิทยาเจี้ยนเย่ของ Chinese Academy of Sciences (CAS) แล้วนี่คะ ยินดีด้วยนะคะ”

เซียวหรงอวี้คุยด้วยรอยยิ้ม แต่เว้นระยะห่างอย่างชัดเจน รุ่นพี่เจิงเองก็สัมผัสได้ ยิ่งเห็นเธอไม่แนะนำเฉินฮั่นเซิงให้รู้จัก เขาเลยต้องถามเอง “คนนี้ก็เป็นรุ่นน้องเหรอ?”

เฉินฮั่นเซิงกลืนแพนเค้กคำสุดท้ายลงคอ กำลังจะจุดบุหรี่ตบท้าย พอได้ยินคำถามก็โบกมือปฏิเสธ “ผมเรียนอยู่ฝั่งตรงข้าม เป็นเพื่อนมัธยมของเซียวหรงอวี้ รุ่นพี่เอาสักมวนมั้ย?”

“ขอบคุณนะ แต่ฉันไม่สูบ”

พอรู้ว่าเฉินฮั่นเซิงเป็นเด็กสถาบันการเงินฯ รุ่นพี่เจิงก็โล่งอกทันที คิดในใจว่าเซียวหรงอวี้คงไม่มีทางแลผู้ชายที่สูบบุหรี่ แต่งตัวซกมก แถมยังเรียนมหาลัยระดับสองแบบนี้หรอก

“งั้นพี่ขอตัวก่อนนะ พรุ่งนี้ศาสตราจารย์จะพาไปยื่นขอทุนวิจัยโครงการสำคัญ พี่ต้องไปช่วยร่างเอกสาร”

รุ่นพี่เจิงทิ้งท้ายด้วยการอวดโปรไฟล์แบบเนียนๆ แล้วเดินจากไปโดยไม่ชายตามองเฉินฮั่นเซิงแม้แต่น้อย

“รุ่นพี่ปี 4 คณะฉันเอง ยังไม่ทันเรียนจบก็ถูกสถาบันวิจัย CAS จองตัวแล้ว มีครั้งนึงเขาเข้ามาหาผู้ช่วยวิจัยในห้อง...”

เซียวหรงอวี้เล่าค้างไว้ เฉินฮั่นเซิงเงยหน้าขึ้นถาม “แล้วไงต่อ?”

“เขาเลือกฉัน” เซียวหรงอวี้ตอบ

“อ้อ”

เฉินฮั่นเซิงตอบรับสั้นๆ

“แต่ฉันปฏิเสธไปแล้ว”

เซียวหรงอวี้ยิ้มออกมาอย่างภูมิใจเล็กๆ

แต่พอเห็นเฉินฮั่นเซิงทำหน้าเฉยเมย เธอก็เริ่มหงุดหงิด “เอาแต่สูบบุหรี่อยู่นั่นแหละ เมื่อก่อนไม่เห็นนายจะติดขนาดนี้เลย”

“พูดเหมือนรู้จักฉันดีงั้นแหละ”

เฉินฮั่นเซิงแค่นหัวเราะ ลุกขึ้นปัดก้น “ไปๆ กลับหอได้แล้ว บ่นเป็นแม่ฉันเลย”

บรรยากาศการเรียนของมหาวิทยาลัยตงไห่เข้มข้นกว่าสถาบันการเงินฯมาก ห้องสมุดและห้องอ่านหนังสือเปิดไฟสว่างไสว ใต้แสงไฟถนนยังมีนักศึกษายืนท่องศัพท์ภาษาอังกฤษ ทะเลสาบจำลองสะท้อนเงาจันทร์และก้อนเมฆราวกับภาพวาดพู่กันจีน

สายลมพัดเอื่อย ผิวน้ำนิ่งสงบ ใจคนก็พลอยสงบตามไปด้วย

“มิน่าล่ะรุ่นพี่เจิงถึงได้มองฉันด้วยสายตาเหยียดหยาม ช่องว่างระหว่างมหาลัย 985 กับมหาลัยระดับสองมันไม่ได้มีแค่คุณภาพการสอน แต่รวมถึงวินัยของนักศึกษาด้วย คนอย่างเสิ่นโหยวชูถือเป็นของหายาก ป่านนี้พวกคู่รักในสถาบันการเงินฯคงกำลังมุดพุ่มไม้สำรวจสรีระร่างกายกันอย่างขะมักเขม้นอยู่แน่ๆ”

“นายบ่นพึมพำอะไรอยู่คนเดียวเนี่ย?”

เซียวหรงอวี้ที่เดินนำหน้าหันขวับกลับมาจ้องหน้าเฉินฮั่นเซิง

ภายใต้แสงจันทร์นวล ขนตายาวงอนของเซียวหรงอวี้กระพริบไหว แววตาที่สะท้อนเงาคลื่นน้ำในทะเลสาบดูมีชีวิตชีวา ใบหน้ารูปไข่สวยสะกดจนแทบลืมหายใจ

เฉินฮั่นเซิงเผลอจ้องมองเธออย่างลืมตัว เซียวหรงอวี้เองก็เริ่มรู้สึกว่าบรรยากาศมันชักจะโรแมนติกเกินไป เธอจึงรีบหันหลังกลับ ทิ้งไว้เพียงแผ่นหลังบอบบางน่าทะนุถนอม

“อะแฮ่ม!”

เฉินฮั่นเซิงกระแอมแก้เก้อ เปลี่ยนเรื่องคุย “แล้วรูมเมทเธอเป็นไงบ้าง?”

“ก็... งั้นๆแหละ”

เซียวหรงอวี้ตอบเสียงอ่อย ดูเหมือนความซับซ้อนของสังคมหอพักหญิงจะหนักหนากว่าที่เธอคิดไว้

“แล้วนายล่ะ ช่วงนี้มีแผนอะไรบ้าง?” เซียวหรงอวี้ถามกลับ

“ฉันเหรอ...”

เฉินฮั่นเซิงนิ่งคิด ไหนๆก็ไหนๆ คุยเปิดอกกับเซียวหรงอวี้ไปเลยก็ดีเหมือนกัน

“ฉันกะว่าจะจีบผู้หญิงคนนึงแบบจริงจัง”

แผ่นหลังของเซียวหรงอวี้แข็งทื่อไปชั่วขณะ เธอถามเสียงเบา “ผู้หญิงคนนั้น... สวยมากมั้ย?”

“ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ยังไม่เคยเจอใครสวยเท่าเธอเลย” เฉินฮั่นเซิงตอบ

ถ้าวัดกันที่รูปร่าง หน้าตา และบุคลิกโดยรวม ต่อให้เป็นเซียวหรงอวี้ อย่างมากก็แค่เสมอตัว

“ตลอดชีวิตที่ผ่านมางั้นเหรอ...”

เซียวหรงอวี้ทวนคำในใจ เฉินฮั่นเซิงเพิ่งจะอายุเท่าไหร่กันเชียว 18 ปีที่ผ่านมา ชีวิตเขาก็วนเวียนอยู่กับเธอไม่ใช่เหรอ?

“แล้วถ้าผู้หญิงคนนั้นอยากตั้งใจเรียน ยังไม่ยอมรับรักนายล่ะ?” เธอถามหยั่งเชิง

นั่นสิ... เป็นปัญหาใหญ่เหมือนกัน การที่เสิ่นโหยวชูสอบติดปริญญาโทที่มหาลัยเจี้ยนเย่ได้ แสดงว่าเธอต้องทุ่มเทให้การเรียนอย่างหนัก

“ก็รอสิ ยังไงฉันก็ไม่ยอมแพ้หรอก”

เฉินฮั่นเซิงตอบเสียงหนักแน่น

“แล้วถ้าพ่อแม่ไม่เห็นด้วยล่ะ?”

เสียงของเซียวหรงอวี้เริ่มสั่นเครือ

เฉินฮั่นเซิงคิดในใจ พ่อแม่เสิ่นโหยวชูเสียไปหมดแล้ว จะเอาใครมาไม่เห็นด้วยล่ะ

“ไม่ต้องรอให้พ่อแม่เห็นด้วยหรอก ขอแค่เธอตกลงก็พอ”

ความเงียบเข้าปกคลุมระหว่างคนทั้งสองอยู่นาน จนกระทั่งเดินมาถึงหน้าหอพักหญิง เซียวหรงอวี้ก็ตัดสินใจหันมาพูด

“เสี่ยวเฉิน ขอบใจนะสำหรับความรู้สึกดีๆ แต่... ฉันต้องขอเวลาคิดดูให้ดีก่อน”

พูดจบเธอก็วิ่งขึ้นตึกไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้เฉินฮั่นเซิงยืนงงเป็นไก่ตาแตกอยู่ตรงนั้น

“เดี๋ยวนะ... พ่อจะไปจีบเสิ่นโหยวชู แล้วเธอจะมาขอเวลาคิดหาพระแสงอะไรฟะ?”

*****

จบบทที่ บทที่ 23 ฉันต้องขอเวลาคิดดูให้ดี

คัดลอกลิงก์แล้ว