เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 ผู้ชายปากหวานล้วนเป็นจอมลวงโลก

บทที่ 19 ผู้ชายปากหวานล้วนเป็นจอมลวงโลก

บทที่ 19: ผู้ชายปากหวานล้วนเป็นจอมลวงโลก


พิธีปฐมนิเทศน่าเบื่อเหมือนเคย ผู้บริหารคณะผลัดกันขึ้นมาพูดบนเวทีทีละคน ปล่อยให้นักศึกษาใหม่ยืนตากแดดจนเหงื่อท่วมตัว

"ร้อนฉิบหาย"

เฉินฮั่นเซิงบ่นพึมพำ

"บ่นอะไรนักหนาวะไอ้สี่ ทีเมื่อกี้คุยกับสาวๆไม่เห็นจะบ่นร้อนสักคำ"

หยางซื่อเชาแขวะด้วยความหมั่นไส้

"นั่นดิ"

จินหยางหมิงเบะปากเสริม "มื้อเที่ยงพี่เฉินต้องเลี้ยงสไปรท์พวกเราคนละแก้วเป็นการไถ่โทษนะ"

จริงๆแล้วจินหยางหมิงนี่แหละที่เซ็งที่สุด เมื่อกี้สาวๆในห้องรุมคุยแต่กับเฉินฮั่นเซิง ไม่มีใครสนใจมือถือราคาแพงระยับของเขาเลย อุตส่าห์จะโชว์พาวสักหน่อย ดันไม่มีใครมองซะงั้น

กว่าพิธีจะจบลงได้เล่นเอาแทบแย่ จากนั้นก็แยกย้ายกันทำกิจกรรมตามห้องเรียน อาจารย์กัวจงอวิ๋นพานักศึกษาห้องตัวเองเดินไปที่ตึกเรียน

ระหว่างทางพวกผู้ชายส่งสายตาวิ๊งๆให้สาวๆกันใหญ่ เพราะห้องนี้มีคนสวยๆอยู่หลายคน

ฝ่ายหญิงรู้ตัวแหละว่าโดนมอง แม้จะแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น แต่รอยยิ้มมุมปากและท่าทีเชิดๆก็เผยให้เห็นความในใจว่าแอบปลื้มอยู่เหมือนกัน

ในมหาลัย ไม่ใช่แค่ผู้ชายหรอกที่เก็บอาการไม่อยู่

จะมีก็แต่เสิ่นโหยวชูที่เป็นข้อยกเว้น เธอเดินก้มหน้าก้มตาตามหลังเพื่อนผู้หญิง เหมือนอยากจะเข้ากลุ่มด้วยแต่ก็เลือกที่จะแยกตัวออกมาเงียบๆ

พอถึงห้องเรียนแล้วแยกนั่งตามกลุ่มหอพัก เฉินฮั่นเซิงผู้เป็นหัวหน้าห้องกวาดตามองรอบหนึ่งแล้วถามขึ้น "ไอ้หกหายไปไหนวะ?"

"ไปเข้าห้องน้ำ"

ไต้เจิ้นโหย่วตอบ พร้อมบ่นอุบ "จะไปขี้ก็ยังเอามือถือไปอีก คนกำลังเล่นมันส์ๆแท้ๆ"

แต่ทุกคนประเมินความสามารถในการ 'แอ๊คอาร์ต' ของจินหยางหมิงต่ำเกินไป ขณะที่อาจารย์กัวจงอวิ๋นกำลังจะเริ่มคาบโฮมรูม จินหยางหมิงก็ปรากฏตัวที่หน้าประตู

มือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์แนบหู ปากก็ตะโกนเสียงดัง "ฮัลโหล! ฮัลโหล! ไม่ได้ยินเลย พูดดังๆหน่อยดิ... เอ้อ ช่างเถอะๆ ไว้เลิกเรียนค่อยคุยกันนะ"

การกระทำนี้ดึงดูดสายตาคนทั้งห้องได้ชะงัด จินหยางหมิงวางสายแล้วหันมาขอโทษอาจารย์กัวด้วยสีหน้าใสซื่อ "ขอโทษครับอาจารย์ เมื่อกี้ผมออกไปรับโทรศัพท์มา"

อาจารย์กัวจงอวิ๋นผ่านร้อนผ่านหนาวกับนักศึกษามานับไม่ถ้วน มุกโชว์พาวแค่นี้ทำอะไรเขาไม่ได้หรอก เขาแค่พยักหน้าเบาๆ อนุญาตให้จินหยางหมิงเข้าห้อง

จินหยางหมิงเดินกลับมานั่งที่ แล้วแกล้งบ่นกับไต้เจิ้นโหย่วด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด "สัญญาณห่วยแตกชะมัด มือถือเครื่องละเจ็ดพันกว่าหยวนแต่โทรคุยไม่รู้เรื่องเลย"

ไต้เจิ้นโหย่วผู้ซื่อสัตย์ก็รีบเออออห่อหมก ด่าเครือข่ายมือถือตามน้ำไปทันที

เฉินฮั่นเซิงมองการแสดงอันสมจริงของจินหยางหมิงแล้วอดนับถือไม่ได้ ไอ้นี่มันแน่วแน่ในวิถีทางของมันจริงๆ

...

ด้วยการแสดงคั่นรายการของจินหยางหมิง บรรยากาศในห้องเลยผ่อนคลายขึ้น อาจารย์กัวจงอวิ๋นกระแอมหนึ่งครั้งแล้วเริ่มชี้แจงเรื่องสำคัญต่างๆที่เฟรชชี่ต้องเจอ เช่น การฝึกทหาร รับหนังสือเรียน กรอกประวัติออนไลน์ ฯลฯ

สไตล์การพูดของอาจารย์กัวคือพูดรวดเดียวจบ ไม่มีการพูดซ้ำ เรื่องหนึ่งจบปุ๊บต่อเรื่องใหม่ปั๊บ

การพูดย้ำคิดย้ำทำเป็นวิธีของอาจารย์มัธยมที่ต้องให้แน่ใจว่านักเรียนทุกคนเข้าใจ แต่อาจารย์มหาลัยถือว่าแค่บอกแล้ว หน้าที่รับผิดชอบและขวนขวายต่อเป็นของนักศึกษาเอง

พอชี้แจงเสร็จก็ถึงช่วงเวลาแนะนำตัว ซึ่งดูเหมือนทุกคนจะสนใจหัวข้อนี้เป็นพิเศษ

"สวัสดีค่ะ ฉันชื่อจางเสี่ยวเสียน มาจากเมืองเผิงเฉิง มณฑลซูตง..."

เริ่มไล่จากแถวซ้ายสุด ทุกคนผลัดกันออกไปยืนหน้าชั้นแล้วพูดตามแพทเทิร์นเดียวกันเป๊ะ "สวัสดีค่ะ/ครับ ผม/ดิฉันชื่อ... มาจาก..."

ผู้หญิงบางคนที่มั่นใจในหน้าตาตัวเองก็จะถอดหมวกทหารออกโชว์ใบหน้าสวยๆ เรียกเสียงฮือฮาและรอยยิ้มกรุ้มกริ่มจากหนุ่มๆ พร้อมกับสะกิดไหล่กันยิกๆด้วยความตื่นเต้น

เฉินฮั่นเซิงไม่ค่อยสนใจคนอื่นเท่าไหร่ เขานั่งเอนหลังพิงเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน จนกระทั่งถึงคิวเสิ่นโหยวชู เขาถึงจะนั่งตัวตรง โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย จ้องมองเธอตาไม่กะพริบ

เสิ่นโหยวชูต่างจากคนอื่น เธอสวมหมวกทหารกดต่ำจนปิดบังใบหน้าเกือบมิด ไม่กล้าสบตาผู้คน เสียงเบาหวิวเหมือนยุงบิน

"สะ... สวัสดีค่ะ ฉันชื่อเสิ่นโหยวชู มะ... มาจากฉวนหยูค่ะ"

(TL: ฉวนหยู(川渝)คือคำเรียกรวมพื้นที่มณฑลเสฉวน + นครฉงชิ่ง)

แค่ประโยคสั้นๆเธอยังพูดตะกุกตะกักไปสองรอบ พูดจบก็ก้มหน้างุดรีบเดินกลับเข้าที่

"มองไม่เห็นหน้า ให้คะแนนความน่าสงสารไป 2.15 แล้วกัน"

กัวเส้าเฉียงทำตัวเป็นกรรมการตัดสินนางงาม ให้คะแนนสาวๆทุกคนที่ขึ้นเวทีอย่างละเอียดระดับทศนิยมสองตำแหน่ง โดยมี 'ซางเหยียนเหยียน' ครองแชมป์อยู่ที่ 8.85 คะแนน

ส่วนจินหยางหมิง หนุ่มนักแอ๊คผู้คลั่งไคล้ตุ๊กตายางส่ายหน้าช้าๆอย่างใช้ความคิด "ไม่ใช่แค่ 2 คะแนนหรอก เธอตัวสูงนะ ถึงจะไม่เห็นหน้า แต่ผมสวยขนาดนั้น อย่างต่ำต้อง 4 คะแนน"

เฉินฮั่นเซิงแปลกใจนิดหน่อย ไม่นึกว่าจินหยางหมิงที่เป็นคนเจี้ยนเย่จะมีรสนิยมดีกว่ากัวเส้าเฉียงหลายขุม

จริงๆแล้วเสิ่นโหยวชูเป็นคนแปลก ตลอดสี่ปีในมหาลัยเธอแทบไม่ได้กินเนื้อสัตว์เพราะไม่มีเงิน แต่ผมกลับไม่แห้งเสียเลย ต้องยอมรับว่าสาวฉวนหยูนั้นสวยโดยกำเนิดจริงๆ

แนะนำตัวจบก็ถึงคราวเลือกหัวหน้าห้อง ตามประวัติศาสตร์เดิม หูหลินอวี่จะได้ตำแหน่งนี้ไปครองในวันนี้แหละ แต่เพราะเฉินฮั่นเซิงเล่นใหญ่ไฟกะพริบมาตลอด อาจารย์กัวจงอวิ๋นเลยเริ่มลังเล

จากการสังเกตของอาจารย์ ทั้งการวางแผน การพูดจา และการจัดการปัญหา เฉินฮั่นเซิงเหนือกว่าหูหลินอวี่เห็นๆ

แต่หูหลินอวี่ก็มีดีที่ความกระตือรือร้นและเสียสละ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับหัวหน้าห้องเหมือนกัน

อาจารย์กัวเหลือบมองทั้งคู่สลับกัน

หูหลินอวี่ส่งสายตาปิ๊งๆ เต็มไปด้วยความคาดหวัง

ส่วนเฉินฮั่นเซิงทำทองไม่รู้ร้อน นั่งคุยเล่นกับเพื่อนสบายใจเฉิบ

ชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง อาจารย์กัวก็ประกาศว่า "เดิมทีวันนี้เราจะเลือกหัวหน้าห้องกัน แต่เห็นว่าทุกคนยังไม่ค่อยคุ้นเคยกัน งั้นอาจารย์ขอเลื่อนไปเป็นอาทิตย์หน้านะ"

"อีกหนึ่งอาทิตย์เราจะมาเลือกหัวหน้าห้องสาขาการจัดการสาธารณะเซค 2 กัน"

พูดจบอาจารย์กัวก็เดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ในห้องเกิดเสียงเซ็งแซ่

หยางซื่อเชาตะโกนนำมาก่อนเพื่อน "ไอ้สี่! นายต้องลงแข่งนะเว้ย เป็นหัวหน้าห้องจะได้คุ้มกะลาหัวพวกเราได้"

แม้แต่จินหยางหมิงก็เห็นด้วย "ใช่ๆ ถ้าพี่เฉินเป็นหัวหน้าห้อง เรื่องเช็คชื่อ โดดเรียน หน่วยกิต อะไรพวกนี้จะได้เคลียร์ให้พวกเราง่ายๆไง"

จริงๆแล้วหยางซื่อเชากับจินหยางหมิงก็ไม่ได้มีเหตุผลลึกซึ้งอะไร แค่พวกมันไม่อยากเป็นเอง และถ้าให้คนอื่นเป็น สู้ให้เฉินฮั่นเซิงเป็นดีกว่า อย่างน้อยก็คุยกันง่าย

ตรรกะง่ายๆของพวกนี้คือ เฉินฮั่นเซิงเป็นหัวหน้าห้องพักอยู่แล้ว ถ้าควบตำแหน่งหัวหน้าห้องเรียนไปด้วย เวลามีเรื่องดีๆอะไรพวกมันในฐานะรูมเมทก็ต้องได้อานิสงส์ไปด้วยแน่ๆ

ตอนนี้ทุกคนยังเพิ่งเริ่มทำความรู้จักกัน ผลจากการที่เฉินฮั่นเซิงพาไปเลี้ยงเหล้าเมื่อคืนเริ่มสัมฤทธิผล เพื่อนผู้ชายคนอื่นๆก็คิดคล้ายๆกัน ในเมื่อเฉินฮั่นเซิงมีฐานเสียงสนับสนุนและตัวเองก็ไม่ได้รังเกียจเขา ก็เลือกเขานั่นแหละ

อย่างน้อยก็อยู่หอชายด้วยกัน มีอะไรก็คุยกันง่าย เหมือนจำใจเลือกคนที่ดีที่สุดในกลุ่มแย่ๆ (เลือกขุนพลจากคนแคระ) แต่กลายเป็นว่าความเห็นดันเป็นเอกฉันท์ซะงั้น

หูหลินอวี่ได้ยินบทสนทนาเหล่านี้เข้าก็ตกใจ ไม่คิดไม่ฝันว่าคู่แข่งตัวฉกาจจะเป็นเฉินฮั่นเซิง ทั้งที่ตอนแรกเธอรู้สึกดีกับเขาแท้ๆ

"รู้หน้าไม่รู้ใจจริงๆ"

หูหลินอวี่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เป้าหมายชีวิตของเธอชัดเจนมาก เริ่มจากเป็นหัวหน้าห้อง สอบเป็นข้าราชการดาวรุ่ง แล้วเข้าสู่เส้นทางสายราชการ ดังนั้นตำแหน่งหัวหน้าห้องจึงสำคัญกับเธอมาก

นั่งคิดอยู่นาน หูหลินอวี่ก็ลุกขึ้นเตรียมกลับหอ ในเมื่อมีผู้ท้าชิงก็ต้องเตรียมรับมือ

เธอหันไปเห็นเสิ่นโหยวชูยังนั่งอยู่ที่เดิม เพื่อนคนนี้ชอบปลีกวิเวกและมักจะกลับเป็นคนสุดท้ายเสมอ

"โหยวชู ฟังฉันนะ จำใส่ใจไว้เลยว่า... ผู้ชายปากหวานล้วนเป็นจอมลวงโลกทั้งนั้น"

"อื้อ..."

เสิ่นโหยวชูเงยหน้าขึ้นทำหน้างงๆ ก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ

น่าเสียดายที่ไม่มีใครทันสังเกตเห็นว่า ภายใต้ปีกหมวกทหารใบนั้น ซ่อนใบหน้าสวยหยาดเยิ้มระดับล่มเมืองที่งดงามไม่แพ้เซียวหรงอวี้เอาไว้

*****

จบบทที่ บทที่ 19 ผู้ชายปากหวานล้วนเป็นจอมลวงโลก

คัดลอกลิงก์แล้ว