- หน้าแรก
- ผมไม่อยากเกิดใหม่เลยจริงๆ
- บทที่ 18 หญิงสาวสมบัติ
บทที่ 18 หญิงสาวสมบัติ
บทที่ 18: หญิงสาวสมบัติ
แม้ว่าในใจเหล่าหนุ่มๆจะร่ำร้องอยากยลโฉมสาวงามร่วมห้องแค่ไหน แต่พอมายืนอยู่ที่สนามกีฬากว้างใหญ่ ได้ยินเสียงหัวเราะใสๆของพวกผู้หญิงดังมาแต่ไกล พวกเขากลับยืนบิดไปบิดมาเหนียมอายไม่กล้าเข้าไปทักทายซะงั้น
ฝ่ายหญิงเองก็ไม่ต่างกัน พวกเธอจับกลุ่มคุยกันเองในหมู่รูมเมท แต่สายตาก็แอบชำเลืองมองฝั่งชายเป็นระยะๆ แบ่งแยกเขตแดนชายหญิงกันอย่างชัดเจน
ผู้ชายแอบส่องว่ามีสาวแจ่มไหม ผู้หญิงก็ส่องหาหนุ่มหล่อ แต่ผลลัพธ์คือน่าผิดหวังทั้งสองฝ่าย เพราะทุกคนอยู่ในชุดฝึกทหารตัวโคร่งอัปลักษณ์ บดบังรูปร่างหน้าตาจนดูเหมือนๆกันไปหมด
“หรือว่าผู้หญิงรุ่นเราจะเป็นรุ่นที่คุณภาพแย่ที่สุดในประวัติศาสตร์สถาบันการเงินฯวะ?”
กัวเส้าเฉียงที่สร่างเมาแล้วเริ่มบ่นด้วยสีหน้าเป็นกังวล
“มีสิทธิ์ว่ะ เมื่อวานตอนรายงานตัวเห็นรุ่นพี่แต่ละคนนี่อย่างแจ่ม พอมาดูรุ่นตัวเอง... เฮ้อ!”
หยางซื่อเชาก็ถอนหายใจตามไปด้วย
เฉินฮั่นเซิงกลั้นขำแทบแย่ ไอ้คตินิยมที่ว่า “อดีตย่อมดีกว่าปัจจุบัน” มันมีอยู่ทุกยุคทุกสมัยจริงๆ
แต่ความจริงก็คือสาวๆสถาบันการเงินฯรุ่นปี 2002 นี่แหละที่ได้รับการยอมรับในภายหลังว่าเป็นรุ่นที่ “คุณภาพคับแก้ว” ที่สุด โดยเฉพาะในห้องของพวกเขา มีคนหนึ่งที่สวยระดับทัดเทียมกับเซียวหรงอวี้ได้เลยทีเดียว
“เดี๋ยวฉันจะไปตีเนียนทำความรู้จักหน่อย ใครจะไปบ้าง?” เฉินฮั่นเซิงเอ่ยชวน
พวกป๊อดทั้งหลายส่ายหน้าดิก ทำเก่งแต่ปากเหมือนหวังจื่อปั๋วไม่มีผิด
เฉินฮั่นเซิงไม่สน จัดทรงผมให้เข้าที่แล้วเดินยิ้มร่าเข้าไปทักหูหลินอวี่ “สวัสดีครับสาวสวยหูหลินอวี่ เจอกันอีกแล้วนะ”
หูหลินอวี่กำลังคุยกับเพื่อน พอเห็นเฉินฮั่นเซิงเดินเข้ามาเธอก็ยิ้มแก้มปริ หันไปบอกเพื่อนๆ “ดูสิทุกคน ผู้ชายห้องเรามีตั้ง 27 คน มีแค่พ่อหนุ่มรูปหล่อคนนี้คนเดียวที่กล้าเดินเข้ามาหาพวกเรา”
สาวๆคนอื่นที่ไม่รู้จักเฉินฮั่นเซิงต่างพากันมองด้วยความสนใจ
เฉินฮั่นเซิงแนะนำตัวอย่างฉะฉาน “ผมเฉินฮั่นเซิง มาจากกั่งเฉิง มีสาวสวยคนไหนเป็นคนบ้านเดียวกับผมบ้างไหม?”
“อ๊ะ... ฉันเอง”
หญิงสาวคนหนึ่งยกมือขึ้น
หูหลินอวี่รีบเสนอแนะ “ถานหมิ่น! ดีเลย ครั้งหน้าพวกเธอจะได้กลับบ้านพร้อมกัน”
เฉินฮั่นเซิงรู้อยู่แล้วว่า ‘ถานหมิ่น’ เป็นคนบ้านเดียวกัน แถมอยู่อำเภอเดียวกันอีกต่างหาก
ในชาติที่แล้วทั้งคู่ไม่ได้สนิทกันมากนัก หลักๆเพราะถานหมิ่นแม้จะหน้าตาใช้ได้ แต่ยังไม่ถึงมาตรฐานของเฉินฮั่นเซิง ความสัมพันธ์เลยหยุดอยู่แค่เพื่อนร่วมรุ่นและคนบ้านเดียวกัน
รูมเมทของถานหมิ่นแซวขึ้นมา “ถึงตอนนั้นจะกลับไปบ้านใครล่ะ ไปบ้านหมิ่นหมิ่นหรือไปบ้านพ่อรูปหล่อ”
ถานหมิ่นอายม้วน รีบตีแขนเพื่อนแก้เขิน เรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากสาวๆรอบวง
เพียงเท่านี้เฉินฮั่นเซิงก็ตีเนียนเข้ากลุ่มสาวๆได้อย่างแนบเนียน ทิ้งให้เพื่อนร่วมห้องยืนมองตาปริบๆด้วยความอิจฉาริษยา
“ไอ้เฉินฮั่นเซิงนี่ตอนมัธยมต้องเคยมีแฟนชัวร์ ดูลีลาการเข้าหาสิ พริ้วซะขนาดนั้น เซียนชัดๆ”
หยางซื่อเชาฟันธง
“แหงอยู่แล้ว ผู้หญิงชอบผู้ชายทรงนี้แหละ แบดๆเถื่อนๆหน่อย ผู้ชายแสนดีอย่างพวกเราคงไม่มีที่ยืนแล้วสินะ”
จินหยางหมิงพยักหน้าเห็นด้วย
หยางซื่อเชาแอบถุยน้ำลายในใจ ถ้าเอ็งเป็นผู้ชายแสนดี บิดาคงเป็นพระยูไลแล้วล่ะไอ้เวร
หูหลินอวี่ดูจะกระตือรือร้นกับบทบาทหัวหน้าห้องมาก แม้เธอจะคิดไม่รอบด้าน แต่ความกล้าลุยก็เป็นข้อดี เฉินฮั่นเซิงยังไม่ทันเอ่ยปากเธอก็อาสาพาเขาไปแนะนำให้รู้จักกับเพื่อนผู้หญิงคนอื่นๆ
สาขาการจัดการสาธารณะเซค 2 มีผู้ชาย 27 คน ผู้หญิง 27 คน อัตราส่วน 1:1 พอดีเป๊ะ
สถาบันการเงินและเศรษฐศาสตร์แห่งนี้เกิดจากการควบรวมวิทยาลัยการจัดการข้าราชการกับวิทยาลัยการบัญชี แม้จะเป็นสถาบันระดับสอง แต่ก็มีอิทธิพลในแวดวงราชการมณฑลซูตงพอสมควร ผู้บริหารสถาบันจึงสามารถควบคุมสัดส่วนนักศึกษาชายหญิงให้สมดุลได้
แนะนำตัวเสร็จ หูหลินอวี่ก็เริ่มวางมาดหัวหน้าห้องมอบหมายงานให้เฉินฮั่นเซิง “ฮั่นเซิง ปีหนึ่งกิจกรรมเยอะมาก ฝากนายช่วยดูแลฝ่ายชายด้วยนะ เราจะได้ช่วยอาจารย์กัวบริหารห้องให้เรียบร้อย”
เฉินฮั่นเซิงพยักหน้ายิ้มๆ แต่ในใจคิดว่า ‘แม่หนูหูหลินอวี่นี่กระหายตำแหน่งหัวหน้าห้องจริงๆ ถ้าฉันแย่งตำแหน่งนี้ไปเธอจะแค้นฉันไหมเนี่ย’
ทั้งคู่ต่างเล็งเก้าอี้หัวหน้าห้องเหมือนกัน แต่คนหนึ่งแสดงออกโจ่งแจ้ง อีกคนซุ่มรอจังหวะ
หูหลินอวี่ประกาศตัวชัดเจน ทั้งอาจารย์และเพื่อนๆต่างรู้กันทั่ว ส่วนแผนการของเฉินฮั่นเซิง นอกจากตัวเขาเองแล้วยังไม่มีใครรู้
“คุณหูคนสวย ผู้หญิงคนนั้นอยู่ห้องเราด้วยเหรอ?”
เฉินฮั่นเซิงชี้ไปที่หญิงสาวคนหนึ่งเพื่อเปลี่ยนเรื่อง เพราะสุดท้ายคนตัดสินใจเลือกหัวหน้าห้องคืออาจารย์กัวจงอวิ๋นคนเดียว
หูหลินอวี่ตบหน้าผาก “เกือบลืมไปเลย คนนั้นชื่อ ‘เสิ่นโหยวชู’ อยู่ห้องเรา เป็นรูมเมทฉันเอง”
เสิ่นโหยวชูสูงถึง 170 เซนติเมตร แต่น่าเสียดายที่หุ่นเพรียวสูงนั้นถูกซ่อนไว้ใต้ชุดฝึกทหารตัวโคร่ง ความมั่นใจของเธอดูจะแปรผกผันกับส่วนสูงอย่างสิ้นเชิง
ตอนหูหลินอวี่แนะนำให้รู้จัก เสิ่นโหยวชูก้มหน้ามองพื้น หน้าแดงก่ำ พยักหน้ารับเบาๆ แล้วรีบเดินเลี่ยงออกไปยืนคนเดียวเงียบๆ ราวกับพยายามขังตัวเองไว้ในโลกส่วนตัว
“ฮั่นเซิง อย่าถือสาเลยนะ”
หูหลินอวี่รีบแก้ต่างให้เพื่อน “เมื่อวานตอนลงทะเบียน ฉันเห็นประวัติของเสิ่นโหยวชู พ่อแม่เธอเสียหมดแล้ว ที่มาเรียนได้ก็เพราะกู้เงินเรียน นิสัยเลยขี้อาย เก็บเนื้อเก็บตัว...”
เฉินฮั่นเซิงคิดในใจ ‘เรื่องนั้นฉันรู้อยู่แล้ว ไม่งั้นคนระดับฉันที่มีเซียวหรงอวี้เป็นบรรทัดฐาน จะมาสนใจผู้หญิงที่ต่ำกว่ามาตรฐานได้ไง’
เสิ่นโหยวชูคนนี้... ชีวิตรันทดจริงๆ แถมยังเข้าสังคมไม่เก่ง ตลอดสี่ปีในมหาลัย ภาพจำของเธอในสายตาเฉินฮั่นเซิงคือเด็กสาวในชุดนักเรียนเก่าๆหลวมโคร่ง กินข้าวราดแกงราคาถูก นั่งทำงานพิเศษเงียบๆทั้งที่ห้องสมุดและโรงอาหาร
แต่สิ่งที่น่าทึ่งคือ เธอสอบได้ทุนการศึกษาระดับ A ของคณะติดต่อกันสี่ปีซ้อน
เรียนเก่งอาจจะไม่แปลก แต่ที่พีคคือเธอสอบติดปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยเจี้ยนเย่!
มหาวิทยาลัยเจี้ยนเย่คือเบอร์หนึ่งของมณฑลซูตง ติดท็อป 5 ของประเทศ เหนือกว่ามหาวิทยาลัยตงไห่เสียอีก การที่เด็กจากสถาบันระดับสองสอบติดที่นี่ได้ถือเป็นปรากฏการณ์ระดับตำนาน
ตอนนั้นแหละ เฉินฮั่นเซิงถึงเพิ่งเริ่มสังเกตเห็นเด็กสาวตัวเล็กๆ (ในความรู้สึก) ที่พยายามทำตัวลีบซ่อนในฝูงชนคนนี้
แต่มันก็สายไปเสียแล้ว
ในวันรับปริญญา เหมือนเธออยากจะสร้างความทรงจำทิ้งท้าย เสิ่นโหยวชูจึงยืมชุดสวยๆจากเพื่อนมาใส่
และวันนั้น... เธอทำให้โลกทั้งใบตะลึง!
เพียงแค่ชุดกระโปรงชีฟองยาวคลุมเข่าธรรมดาๆที่ดูไม่ค่อยพอดีตัวนัก แต่กลับขับผิวขาวเนียนดุจกระเบื้องเคลือบให้โดดเด่น ผมยาวดัดลอนคลายๆปล่อยสยาย รองเท้าส้นสูงสีเงินเข้มที่เธอใส่ไม่ค่อยถนัด บวกกับใบหน้าที่แดงระเรื่อด้วยความเขินอายเมื่อต้องตกเป็นเป้าสายตา... ความงามที่ผสมผสานความบริสุทธิ์และความเย้ายวนนั้น กระตุกต่อมพิทักษ์สาวงามของผู้ชายทุกคนให้ทำงานอย่างรุนแรง
ที่สำคัญ... หุ่นของเธอซ่อนรูปมาก! ปกติซ่อนไว้ใต้เสื้อผ้าเก่าๆหลวมๆมาตลอด จนกระทั่งวันสุดท้ายถึงได้เปล่งประกายเจิดจรัส
วินาทีนั้น เฉินฮั่นเซิงถึงเพิ่งรู้ว่า ที่แท้เสิ่นโหยวชูนี่แหละคือผู้หญิงที่สวยที่สุดในสถาบันการเงินฯรุ่นปี 2002 แต่หลังจากนั้นเธอก็ไปเรียนต่อที่เจี้ยนเย่ ส่วนเขาก็มัวแต่บ้าทำธุรกิจจนล้มลุกคลุกคลาน ขาดการติดต่อกันไปในที่สุด
“ชาตินี้จะปล่อยให้เพชรเม็ดงามต้องหมองหม่นในตมไม่ได้เด็ดขาด”
เฉินฮั่นเซิงหมายมั่นปั้นมือ
'หญิงสาวสมบัติ' คนนี้... จะพูดยังไงดีนะ
คุ้มค่าที่จะยอมแลกด้วยขุนเขาและท้องทะเล
หรือพูดภาษานักโทษก็คือ...
“คุกสามปีก็คุ้ม ประหารชีวิตก็ไม่เสียดาย”
*****