เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 หญิงสาวสมบัติ

บทที่ 18 หญิงสาวสมบัติ

บทที่ 18: หญิงสาวสมบัติ


แม้ว่าในใจเหล่าหนุ่มๆจะร่ำร้องอยากยลโฉมสาวงามร่วมห้องแค่ไหน แต่พอมายืนอยู่ที่สนามกีฬากว้างใหญ่ ได้ยินเสียงหัวเราะใสๆของพวกผู้หญิงดังมาแต่ไกล พวกเขากลับยืนบิดไปบิดมาเหนียมอายไม่กล้าเข้าไปทักทายซะงั้น

ฝ่ายหญิงเองก็ไม่ต่างกัน พวกเธอจับกลุ่มคุยกันเองในหมู่รูมเมท แต่สายตาก็แอบชำเลืองมองฝั่งชายเป็นระยะๆ แบ่งแยกเขตแดนชายหญิงกันอย่างชัดเจน

ผู้ชายแอบส่องว่ามีสาวแจ่มไหม ผู้หญิงก็ส่องหาหนุ่มหล่อ แต่ผลลัพธ์คือน่าผิดหวังทั้งสองฝ่าย เพราะทุกคนอยู่ในชุดฝึกทหารตัวโคร่งอัปลักษณ์ บดบังรูปร่างหน้าตาจนดูเหมือนๆกันไปหมด

“หรือว่าผู้หญิงรุ่นเราจะเป็นรุ่นที่คุณภาพแย่ที่สุดในประวัติศาสตร์สถาบันการเงินฯวะ?”

กัวเส้าเฉียงที่สร่างเมาแล้วเริ่มบ่นด้วยสีหน้าเป็นกังวล

“มีสิทธิ์ว่ะ เมื่อวานตอนรายงานตัวเห็นรุ่นพี่แต่ละคนนี่อย่างแจ่ม พอมาดูรุ่นตัวเอง... เฮ้อ!”

หยางซื่อเชาก็ถอนหายใจตามไปด้วย

เฉินฮั่นเซิงกลั้นขำแทบแย่ ไอ้คตินิยมที่ว่า “อดีตย่อมดีกว่าปัจจุบัน” มันมีอยู่ทุกยุคทุกสมัยจริงๆ

แต่ความจริงก็คือสาวๆสถาบันการเงินฯรุ่นปี 2002 นี่แหละที่ได้รับการยอมรับในภายหลังว่าเป็นรุ่นที่ “คุณภาพคับแก้ว” ที่สุด โดยเฉพาะในห้องของพวกเขา มีคนหนึ่งที่สวยระดับทัดเทียมกับเซียวหรงอวี้ได้เลยทีเดียว

“เดี๋ยวฉันจะไปตีเนียนทำความรู้จักหน่อย ใครจะไปบ้าง?” เฉินฮั่นเซิงเอ่ยชวน

พวกป๊อดทั้งหลายส่ายหน้าดิก ทำเก่งแต่ปากเหมือนหวังจื่อปั๋วไม่มีผิด

เฉินฮั่นเซิงไม่สน จัดทรงผมให้เข้าที่แล้วเดินยิ้มร่าเข้าไปทักหูหลินอวี่ “สวัสดีครับสาวสวยหูหลินอวี่ เจอกันอีกแล้วนะ”

หูหลินอวี่กำลังคุยกับเพื่อน พอเห็นเฉินฮั่นเซิงเดินเข้ามาเธอก็ยิ้มแก้มปริ หันไปบอกเพื่อนๆ “ดูสิทุกคน ผู้ชายห้องเรามีตั้ง 27 คน มีแค่พ่อหนุ่มรูปหล่อคนนี้คนเดียวที่กล้าเดินเข้ามาหาพวกเรา”

สาวๆคนอื่นที่ไม่รู้จักเฉินฮั่นเซิงต่างพากันมองด้วยความสนใจ

เฉินฮั่นเซิงแนะนำตัวอย่างฉะฉาน “ผมเฉินฮั่นเซิง มาจากกั่งเฉิง มีสาวสวยคนไหนเป็นคนบ้านเดียวกับผมบ้างไหม?”

“อ๊ะ... ฉันเอง”

หญิงสาวคนหนึ่งยกมือขึ้น

หูหลินอวี่รีบเสนอแนะ “ถานหมิ่น! ดีเลย ครั้งหน้าพวกเธอจะได้กลับบ้านพร้อมกัน”

เฉินฮั่นเซิงรู้อยู่แล้วว่า ‘ถานหมิ่น’ เป็นคนบ้านเดียวกัน แถมอยู่อำเภอเดียวกันอีกต่างหาก

ในชาติที่แล้วทั้งคู่ไม่ได้สนิทกันมากนัก หลักๆเพราะถานหมิ่นแม้จะหน้าตาใช้ได้ แต่ยังไม่ถึงมาตรฐานของเฉินฮั่นเซิง ความสัมพันธ์เลยหยุดอยู่แค่เพื่อนร่วมรุ่นและคนบ้านเดียวกัน

รูมเมทของถานหมิ่นแซวขึ้นมา “ถึงตอนนั้นจะกลับไปบ้านใครล่ะ ไปบ้านหมิ่นหมิ่นหรือไปบ้านพ่อรูปหล่อ”

ถานหมิ่นอายม้วน รีบตีแขนเพื่อนแก้เขิน เรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากสาวๆรอบวง

เพียงเท่านี้เฉินฮั่นเซิงก็ตีเนียนเข้ากลุ่มสาวๆได้อย่างแนบเนียน ทิ้งให้เพื่อนร่วมห้องยืนมองตาปริบๆด้วยความอิจฉาริษยา

“ไอ้เฉินฮั่นเซิงนี่ตอนมัธยมต้องเคยมีแฟนชัวร์ ดูลีลาการเข้าหาสิ พริ้วซะขนาดนั้น เซียนชัดๆ”

หยางซื่อเชาฟันธง

“แหงอยู่แล้ว ผู้หญิงชอบผู้ชายทรงนี้แหละ แบดๆเถื่อนๆหน่อย ผู้ชายแสนดีอย่างพวกเราคงไม่มีที่ยืนแล้วสินะ”

จินหยางหมิงพยักหน้าเห็นด้วย

หยางซื่อเชาแอบถุยน้ำลายในใจ ถ้าเอ็งเป็นผู้ชายแสนดี บิดาคงเป็นพระยูไลแล้วล่ะไอ้เวร

หูหลินอวี่ดูจะกระตือรือร้นกับบทบาทหัวหน้าห้องมาก แม้เธอจะคิดไม่รอบด้าน แต่ความกล้าลุยก็เป็นข้อดี เฉินฮั่นเซิงยังไม่ทันเอ่ยปากเธอก็อาสาพาเขาไปแนะนำให้รู้จักกับเพื่อนผู้หญิงคนอื่นๆ

สาขาการจัดการสาธารณะเซค 2 มีผู้ชาย 27 คน ผู้หญิง 27 คน อัตราส่วน 1:1 พอดีเป๊ะ

สถาบันการเงินและเศรษฐศาสตร์แห่งนี้เกิดจากการควบรวมวิทยาลัยการจัดการข้าราชการกับวิทยาลัยการบัญชี แม้จะเป็นสถาบันระดับสอง แต่ก็มีอิทธิพลในแวดวงราชการมณฑลซูตงพอสมควร ผู้บริหารสถาบันจึงสามารถควบคุมสัดส่วนนักศึกษาชายหญิงให้สมดุลได้

แนะนำตัวเสร็จ หูหลินอวี่ก็เริ่มวางมาดหัวหน้าห้องมอบหมายงานให้เฉินฮั่นเซิง “ฮั่นเซิง ปีหนึ่งกิจกรรมเยอะมาก ฝากนายช่วยดูแลฝ่ายชายด้วยนะ เราจะได้ช่วยอาจารย์กัวบริหารห้องให้เรียบร้อย”

เฉินฮั่นเซิงพยักหน้ายิ้มๆ แต่ในใจคิดว่า ‘แม่หนูหูหลินอวี่นี่กระหายตำแหน่งหัวหน้าห้องจริงๆ ถ้าฉันแย่งตำแหน่งนี้ไปเธอจะแค้นฉันไหมเนี่ย’

ทั้งคู่ต่างเล็งเก้าอี้หัวหน้าห้องเหมือนกัน แต่คนหนึ่งแสดงออกโจ่งแจ้ง อีกคนซุ่มรอจังหวะ

หูหลินอวี่ประกาศตัวชัดเจน ทั้งอาจารย์และเพื่อนๆต่างรู้กันทั่ว ส่วนแผนการของเฉินฮั่นเซิง นอกจากตัวเขาเองแล้วยังไม่มีใครรู้

“คุณหูคนสวย ผู้หญิงคนนั้นอยู่ห้องเราด้วยเหรอ?”

เฉินฮั่นเซิงชี้ไปที่หญิงสาวคนหนึ่งเพื่อเปลี่ยนเรื่อง เพราะสุดท้ายคนตัดสินใจเลือกหัวหน้าห้องคืออาจารย์กัวจงอวิ๋นคนเดียว

หูหลินอวี่ตบหน้าผาก “เกือบลืมไปเลย คนนั้นชื่อ ‘เสิ่นโหยวชู’ อยู่ห้องเรา เป็นรูมเมทฉันเอง”

เสิ่นโหยวชูสูงถึง 170 เซนติเมตร แต่น่าเสียดายที่หุ่นเพรียวสูงนั้นถูกซ่อนไว้ใต้ชุดฝึกทหารตัวโคร่ง ความมั่นใจของเธอดูจะแปรผกผันกับส่วนสูงอย่างสิ้นเชิง

ตอนหูหลินอวี่แนะนำให้รู้จัก เสิ่นโหยวชูก้มหน้ามองพื้น หน้าแดงก่ำ พยักหน้ารับเบาๆ แล้วรีบเดินเลี่ยงออกไปยืนคนเดียวเงียบๆ ราวกับพยายามขังตัวเองไว้ในโลกส่วนตัว

“ฮั่นเซิง อย่าถือสาเลยนะ”

หูหลินอวี่รีบแก้ต่างให้เพื่อน “เมื่อวานตอนลงทะเบียน ฉันเห็นประวัติของเสิ่นโหยวชู พ่อแม่เธอเสียหมดแล้ว ที่มาเรียนได้ก็เพราะกู้เงินเรียน นิสัยเลยขี้อาย เก็บเนื้อเก็บตัว...”

เฉินฮั่นเซิงคิดในใจ ‘เรื่องนั้นฉันรู้อยู่แล้ว ไม่งั้นคนระดับฉันที่มีเซียวหรงอวี้เป็นบรรทัดฐาน จะมาสนใจผู้หญิงที่ต่ำกว่ามาตรฐานได้ไง’

เสิ่นโหยวชูคนนี้... ชีวิตรันทดจริงๆ แถมยังเข้าสังคมไม่เก่ง ตลอดสี่ปีในมหาลัย ภาพจำของเธอในสายตาเฉินฮั่นเซิงคือเด็กสาวในชุดนักเรียนเก่าๆหลวมโคร่ง กินข้าวราดแกงราคาถูก นั่งทำงานพิเศษเงียบๆทั้งที่ห้องสมุดและโรงอาหาร

แต่สิ่งที่น่าทึ่งคือ เธอสอบได้ทุนการศึกษาระดับ A ของคณะติดต่อกันสี่ปีซ้อน

เรียนเก่งอาจจะไม่แปลก แต่ที่พีคคือเธอสอบติดปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยเจี้ยนเย่!

มหาวิทยาลัยเจี้ยนเย่คือเบอร์หนึ่งของมณฑลซูตง ติดท็อป 5 ของประเทศ เหนือกว่ามหาวิทยาลัยตงไห่เสียอีก การที่เด็กจากสถาบันระดับสองสอบติดที่นี่ได้ถือเป็นปรากฏการณ์ระดับตำนาน

ตอนนั้นแหละ เฉินฮั่นเซิงถึงเพิ่งเริ่มสังเกตเห็นเด็กสาวตัวเล็กๆ (ในความรู้สึก) ที่พยายามทำตัวลีบซ่อนในฝูงชนคนนี้

แต่มันก็สายไปเสียแล้ว

ในวันรับปริญญา เหมือนเธออยากจะสร้างความทรงจำทิ้งท้าย เสิ่นโหยวชูจึงยืมชุดสวยๆจากเพื่อนมาใส่

และวันนั้น... เธอทำให้โลกทั้งใบตะลึง!

เพียงแค่ชุดกระโปรงชีฟองยาวคลุมเข่าธรรมดาๆที่ดูไม่ค่อยพอดีตัวนัก แต่กลับขับผิวขาวเนียนดุจกระเบื้องเคลือบให้โดดเด่น ผมยาวดัดลอนคลายๆปล่อยสยาย รองเท้าส้นสูงสีเงินเข้มที่เธอใส่ไม่ค่อยถนัด บวกกับใบหน้าที่แดงระเรื่อด้วยความเขินอายเมื่อต้องตกเป็นเป้าสายตา... ความงามที่ผสมผสานความบริสุทธิ์และความเย้ายวนนั้น กระตุกต่อมพิทักษ์สาวงามของผู้ชายทุกคนให้ทำงานอย่างรุนแรง

ที่สำคัญ... หุ่นของเธอซ่อนรูปมาก! ปกติซ่อนไว้ใต้เสื้อผ้าเก่าๆหลวมๆมาตลอด จนกระทั่งวันสุดท้ายถึงได้เปล่งประกายเจิดจรัส

วินาทีนั้น เฉินฮั่นเซิงถึงเพิ่งรู้ว่า ที่แท้เสิ่นโหยวชูนี่แหละคือผู้หญิงที่สวยที่สุดในสถาบันการเงินฯรุ่นปี 2002 แต่หลังจากนั้นเธอก็ไปเรียนต่อที่เจี้ยนเย่ ส่วนเขาก็มัวแต่บ้าทำธุรกิจจนล้มลุกคลุกคลาน ขาดการติดต่อกันไปในที่สุด

“ชาตินี้จะปล่อยให้เพชรเม็ดงามต้องหมองหม่นในตมไม่ได้เด็ดขาด”

เฉินฮั่นเซิงหมายมั่นปั้นมือ

'หญิงสาวสมบัติ' คนนี้... จะพูดยังไงดีนะ

คุ้มค่าที่จะยอมแลกด้วยขุนเขาและท้องทะเล

หรือพูดภาษานักโทษก็คือ...

“คุกสามปีก็คุ้ม ประหารชีวิตก็ไม่เสียดาย”

*****

จบบทที่ บทที่ 18 หญิงสาวสมบัติ

คัดลอกลิงก์แล้ว