เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 ร้อยคนร้อยแบบ

บทที่ 17 ร้อยคนร้อยแบบ

บทที่ 17: ร้อยคนร้อยแบบ


ใกล้ๆเมืองมหาวิทยาลัยเจียงหนิงมีศูนย์การค้าอี้อู๋ตั้งอยู่ ที่นี่ของถูกและดีแถมยังมีครบวงจร ทั้งร้านเน็ต โต๊ะสนุ๊ก ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และโรงแรมเรียงรายเป็นตับ เรียกได้ว่าตอบโจทย์นักศึกษาแบบ One Stop Service ทั้งกิน เที่ยว นอน ครบจบในที่เดียว

พวกเฉินฮั่นเซิงเดินโม้กันมาตลอดทางจนถึงย่านร้านอาหารกลางคืน พนักงานเสิร์ฟก็ตะโกนเรียกลูกค้าเสียงดังทันที "น้องๆ เบียร์ร้านเราลดราคานะ สนใจลองหน่อยไหม"

เพื่อนร่วมห้องหันขวับมามองเฉินฮั่นเซิงที่เป็นหัวโจก ส่วนเฉินฮั่นเซิงหันไปมองกัวจงอวิ๋น นี่แหละคือขาใหญ่ตัวจริงที่ต้องเอาใจ

กัวจงอวิ๋นส่ายหน้า "ไก่ผัดเม็ดมะม่วงร้านนี้ไม่อร่อย กินแล้วท้องเสีย ไปอีกร้านดีกว่า"

เฉินฮั่นเซิงแอบขำในใจ เหล่ากัวเป็นที่ปรึกษามาตั้งกี่ปี งานเลี้ยงรุ่นไหนก็ต้องลากแกมาด้วย ร้านไหนเด็ดร้านไหนดับ แกสแกนมาหมดแล้วแหละ

พวกเดินตามกัวจงอวิ๋นไปจนถึงร้านที่หมายตา นักศึกษาชาย 27 ชีวิตนั่งเต็ม 3 โต๊ะพอดี เจ๊เจ้าของร้านเดินเข้ามาทัก "อาจารย์กัว เด็กใหม่ปีนี้เหรอคะเนี่ย"

กัวจงอวิ๋นพยักหน้า สั่งงานอย่างคล่องแคล่ว "กับข้าวเหมือนเดิมนะเจ๊ ขอสะอาดๆหน่อย"

"ไว้ใจได้เลยอาจารย์ แล้วเครื่องดื่มรับอะไรดี?"

คำถามนี้ทำเอาเหล่ากัวไปไม่เป็น เมื่อกี้เพิ่งวางมาดว่าห้ามดื่ม แต่บรรยากาศแบบนี้จะไม่ให้ดื่มก็กระไรอยู่ ระหว่างที่กำลังลังเล เฉินฮั่นเซิงก็โพล่งขึ้นมา "เบียร์โต๊ะละลังครับเจ๊ ขาดเหลือค่อยว่ากัน เอาถั่วลิสงมาแกล้มก่อนเลย!"

มีเฉินฮั่นเซิงออกรับหน้า กัวจงอวิ๋นเลยยังรักษาภาพลักษณ์อาจารย์ผู้เคร่งขรึมไว้ได้ เขาพยักหน้าอนุญาต "เอาตามที่ฮั่นเซิงว่า โต๊ะละลังพอนะ ห้ามเกินกว่านี้เด็ดขาด"

บางคนไม่อยากดื่ม แค่อยากมาเจอเพื่อนกับอาจารย์เฉยๆ แต่พอเห็นอาจารย์ไฟเขียวก็เลยไม่กล้าขัด

แรกๆบรรยากาศยังกร่อยๆ แต่พอเบียร์เข้าปาก กับข้าวร้อนๆลงท้อง ความครื้นเครงก็เริ่มก่อตัว

ผู้ชายในมหาลัยมีเรื่องให้แข่งกันไม่กี่อย่าง ฐานะทางบ้านพอๆกัน หน้าตาหุ่นก้านพอๆกัน สถิติเปลี่ยนแฟนก็ (ศูนย์) พอๆกัน งั้นที่เหลือก็คือ... คอแข็งแค่ไหน

ตอนนี้ยังดูไม่ออกว่าใครรวยใครจน หน้าตาก็ไม่มีใครหล่อเทพขนาดอู๋เยี่ยนจู (Daniel Wu) เรื่องเปลี่ยนแฟนยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพิ่งเปิดเทอมวันแรก

ดังนั้น 'คอแข็ง' จึงเป็นดัชนีชี้วัดสถานะลูกผู้ชายในหอพัก หลายคนเลยจัดเต็ม กะโชว์พาวเต็มที่

กัวจงอวิ๋นคอแข็งใช่ย่อย เขาเชื่อว่า "ดูคนให้ดูตอนเมา" เลยนั่งกินกับแกล้มรอรับการคารวะเหล้าจากลูกศิษย์ พลางสังเกตนิสัยใจคอไปด้วย

บางคนคออ่อนจริงจัง อย่างหลี่เจิ้นหนาน เด็กดีศรีสังคม ซัดไปแค่สองแก้วก็น้ำตาปริ่มคิดถึงแม่แล้ว

บางคนพอดื่มได้ แต่ชอบลักไก่ อย่างจินหยางหมิง คอแข็งระดับครึ่งชั่ง (250 มล.) แต่แกล้งทำเป็นคออ่อนแค่สามตำลึง (150 มล.) ชนแก้วทีไรจิบแค่ครึ่งเดียว แถมยังแอบเททิ้งอีกต่างหาก

แต่พวกคอทองแดงก็มีไม่น้อย หยางซื่อเชา กัวเส้าเฉียง และเฉินฮั่นเซิง อย่างต่ำต้องมีคนละชั่งครึ่ง (750 มล.) ขึ้นไป

แต่ในบรรดาคอทองแดง ลีลาการดื่มก็ต่างกัน

หยางซื่อเชากับกัวเส้าเฉียงเป็นประเภทบ้าพลัง อาศัยว่าคอแข็งไล่ชนแก้วพวกค่อนข้างอ่อน พอเห็นใครอ้วกแตกก็หัวเราะชอบใจ

วลีเด็ดคือ "ไม่ดื่มแสดงว่ารังเกียจข้า" บีบให้คนอื่นต้องดื่มตาม จินหยางหมิงกับหลี่เจิ้นหนานรูมเมทเดียวกันก็ไม่รอด รายหนึ่งอ้วก อีกรายหลับคาโต๊ะ

เฉินฮั่นเซิงก็เดินสายชนแก้วเหมือนกัน แต่กับพวกคออ่อนเขาแค่แตะแก้วพอเป็นพิธี ไม่บังคับ ใครไม่ไหวก็ให้จิบชาแทน

เป้าหมายของเขาคือพวกตัวตึงขี้เมาอย่างหยางซื่อเชาต่างหาก

"เหล่าหยาง เป็นไงวะ ไหนบอก 'ชิงเต่าไม่ล้ม พี่ไม่เลิก เสวี่ยฮวาไม่ร่วง พี่ไม่หลับ' ไง นี่เพิ่งเริ่มเองนะเว้ย!"

พอเฉินฮั่นเซิงซัดแก้วที่ 6 ติดต่อกัน หยางซื่อเชาก็เริ่มลิ้นพันกัน "ไอ้... ไอ้หมาเฉิน กู... กูดูออกนะ มึงจงใจมอมกูนี่หว่า"

พูดจบก็ ตุ้บ ฟุบหลับคาโต๊ะไปอีกราย

เก็บไปหนึ่ง เฉินฮั่นเซิงหันไปหากัวเส้าเฉียง "เส้าเฉียง มาคุยเรื่องอุดมการณ์ชีวิตกันหน่อยมั้ยเพื่อน"

กัวเส้าเฉียงเริ่มหน้าซีด เฉินฮั่นเซิงกำลังเครื่องร้อน ไล่เก็บพวกคอแข็งไปหลายรายแล้ว แต่ยังเดินตรง พูดชัดเป๊ะ แสดงว่ายังไม่ถึงลิมิต

กัวเส้าเฉียงรีบยกธงขาว "ไอ้สี่ พอเถอะว่ะ อุดมการณ์คุยเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ขืนเมากันหมดเดี๋ยวไม่มีคนแบกเพื่อนกลับนะเว้ย"

เฉินฮั่นเซิงมองนาฬิกา จะตีหนึ่งแล้ว ขืนมอมกัวเส้าเฉียงร่วงไปอีกคน คงไม่มีแรงงานแบกพวกขี้เมากลับหอแน่

"งั้นแปะไว้ก่อน คราวหน้าเจอกัน"

เฉินฮั่นเซิงทิ้งท้ายข่มขวัญไว้หน่อย

กัวจงอวิ๋นที่นั่งสังเกตการณ์อยู่เงียบๆรู้สึกประทับใจสไตล์การดื่มของเฉินฮั่นเซิงมาก คุมบรรยากาศได้ ไม่รังแกคนอ่อนกว่า แถมยังมีสติรู้ลิมิตตัวเอง

ตอนแรกกัวจงอวิ๋นกะจะไปจ่ายตังค์ แต่เฉินฮั่นเซิงชิงจ่ายตัดหน้าไปเรียบร้อย เพื่อนบางคนที่ยังพอมีสติลังเลว่าจะหารค่าเหล้าดีไหม

แต่พอเฉินฮั่นเซิงไม่พูดอะไร ทุกคนเลยตีเนียนทำไม่รู้ไม่ชี้กันไป

เฉินฮั่นเซิงเรียกแท็กซี่สองคัน ให้กัวเส้าเฉียงคุมขบวนขนพวกขี้เมากลับ ส่วนเขาเดินเป็นเพื่อนกัวจงอวิ๋นกลับมหาลัย

แสงจันทร์สาดส่อง ถนนเงียบสงบราวกับโรยด้วยผงเงินจางๆ ทั้งสองเดินคุยสัพเพเหระ กัวจงอวิ๋นเล่าเรื่องลูกสาวคนเล็ก เฉินฮั่นเซิงก็เล่าเรื่องที่บ้านคร่าวๆ ความสัมพันธ์ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นจะคุยเรื่องลึกซึ้งได้

แต่พอถึงหน้าประตูมหาลัย กัวจงอวิ๋นก็ควักเงิน 400 หยวนยัดใส่มือเฉินฮั่นเซิง "มื้อนี้ไม่มีเหตุผลให้เธอเลี้ยง ครูเป็นอาจารย์ที่ปรึกษานะ ต้องรักษาหน้าตัวเองบ้าง"

เฉินฮั่นเซิงทำท่าเกรงใจจะไม่รับ แต่สุดท้ายกัวจงอวิ๋นก็ยัดเยียดให้จนได้ แล้วเดินกลับหอพักอาจารย์ไป

เหล่ากัวนี่ก็น่ารักดี เพื่อนคนอื่นเข้าใจไปแล้วว่าเฉินฮั่นเซิงเลี้ยง บุญคุณครั้งนี้เลยตกเป็นของเฉินฮั่นเซิงแบบงงๆ

"มีโอกาสคงต้องพาเหล่ากัวไปหาลำไพ่พิเศษบ้างแล้ว"

(TL: "ลำไพ่พิเศษ" หมายถึง เงินหรือผลประโยชน์ที่หาได้เป็นพิเศษนอกเหนือจากรายได้ประจำวันหรือรายได้หลัก)

เฉินฮั่นเซิงกะจะเดินเล่นในมหาลัยต่ออีกหน่อย แต่เหลือบไปเห็นคู่รักพลอดรักกันนัวเนียในเงามืดตามพุ่มไม้

"แม่งเอ๊ย... ไปเปิดห้องกันไม่ได้รึไงวะ"

ภาพสาวๆหลายคนผุดขึ้นในหัว แต่สุดท้ายกลับมาหยุดที่ภาพเซียวหรงอวี้ในชุดวิ่งรัดรูปเมื่อเช้า... หุ่นดีชะมัด

พอกลับถึงหอ ทุกคนหลับกันหมดแล้ว เฉินฮั่นเซิงอาบน้ำอย่างใจเย็น ก่อนจะล้มตัวลงนอนจมดิ่งสู่ห้วงความทรงจำ

เช้าวันรุ่งขึ้น เฉินฮั่นเซิงถูกปลุกด้วยเสียงเรียกเข้ามือถือเพลง “ฉันยอมให้เธอเย็นชาให้ถึงที่สุด ให้ฉันตัดใจลืมเธอได้ลงคอ...”

(TL: เพลง "จือซินอ้ายเหริน" หรือ Lover's Confidant)

"โทษทีๆ เสียงดังไปหน่อย ลืมปิดเสียงน่ะ"

จินหยางหมิงรีบขอโทษ แต่สีหน้าไม่ได้รู้สึกผิดสักนิด แววตาฉายแววภูมิใจสุดขีด

"ไอ้เวรนี่... กลัวชาวบ้านไม่รู้ว่ามีมือถือรึไงวะ"

เฉินฮั่นเซิงส่ายหน้า ลุกไปต่อคิวล้างหน้าแปรงฟัน กำลังจะออกไปหาข้าวกิน หลี่เจิ้นหนานก็ทักขึ้น "พี่เฉิน วันนี้มีปฐมนิเทศที่สนามกีฬานะ ต้องใส่ชุดทหารด้วย"

"เออว่ะ ลืมสนิทเลย เมื่อคืนเหล่ากัวก็เตือนแล้วนี่หว่า"

เฉินฮั่นเซิงรีบสวมชุดลายพรางตัวโคร่งที่แสนจะอัปลักษณ์ แล้วเดินนำขบวนออกจากห้อง โดยมีหลี่เจิ้นหนานตามติดแจ

ไต้เจิ้นโหยวตาวาว อยากเล่นมือถือของจินหยางหมิงจนตัวสั่น ยอมลดศักดิ์ศรีไปขอเล่น หยางซื่อเชาที่หายโกรธแล้วพอเห็นจินหยางหมิงขี้เก๊กก็เริ่มหมั่นไส้อีกรอบ ส่วนกัวเส้าเฉียงยังเมาค้าง เดินโซซัดโซเซรั้งท้ายขบวน

สรุปคือ ร้อยคนร้อยแบบ (นานาจิตตัง) แต่ละคนมีสีสันชีวิตต่างกันไป

จริงๆแล้วจินหยางหมิงแอบผิดหวังเล็กน้อย สำหรับเขา ไต้เจิ้นโหยวก็แค่ตัวประกอบ ถ้าเป็นเฉินฮั่นเซิงมาขอเล่นมือถือ ความฟินคงพุ่งทะลุปรอท

ทำไมต้องเป็นเฉินฮั่นเซิงน่ะเหรอ? จินหยางหมิงเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน

"พี่เฉิน รีบเดินทำไมเนี่ย ผมตามไม่ทันแล้ว"

หลี่เจิ้นหนานบ่นกระปอดกระแปด

"ไปจองที่ไง จะได้ส่องสาวสวยประจำห้องเรา" เฉินฮั่นเซิงตอบหน้าทะเล้น

รูมเมทข้างหลังได้ยินดังนั้นก็เห็นดีเห็นงาม สาวสถาบันการเงินฯขึ้นชื่ออยู่แล้ว ต้องรีบไปเช็กของดีประจำห้องซะหน่อย!

*****

จบบทที่ บทที่ 17 ร้อยคนร้อยแบบ

คัดลอกลิงก์แล้ว