- หน้าแรก
- ผมไม่อยากเกิดใหม่เลยจริงๆ
- บทที่ 16 เส้นทางการเป็นหัวหน้า
บทที่ 16 เส้นทางการเป็นหัวหน้า
บทที่ 16: เส้นทางการเป็นหัวหน้า
เฉินฮั่นเซิงจัดการเคลียร์กับรูมเมทเรียบร้อย ระหว่างเปลี่ยนเสื้อผ้าก็รู้สึกเหนียวตัวจากการทำความสะอาด
“ฉันขออาบน้ำแป๊บ รอสักสองนาทีนะ” เฉินฮั่นเซิงขมวดคิ้วพูด
ประโยคนี้เรียกเสียงบ่นระงมจากหยางซื่อเชาและกัวเส้าเฉียงที่ใจร้อนอยากออกไปจะแย่ “เร็วๆหน่อยดิวะ เรื่องมากจริงเอ็ง”
“ฉันเป็นหัวหน้าห้องนะเว้ย รอแค่นี้จะเป็นไรไป!”
เฉินฮั่นเซิงสวนกลับ คว้าชุดเปลี่ยนแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำ
พอได้ยินเสียงฝักบัวดังซู่ หยางซื่อเชาถึงค่อยบ่นพึมพำ “ฉันต่างหากที่เป็นพี่ใหญ่สุดในห้อง”
อาจเพราะรู้ว่าเดี๋ยวจะได้ออกไปลั้ลลา หนุ่มๆห้อง 602 ไม่ว่าจะอยากไปหรือไม่ในตอนแรก ตอนนี้อะดรีนาลีนต่างสูบฉีดฮอร์โมนพลุ่งพล่าน เปลี่ยนเป็นความตื่นเต้นคึกคักโดยอัตโนมัติ
บรรยากาศในห้องเลยครึกครื้นสุดขีด แม้แต่คู่กรณีอย่างหยางซื่อเชากับจินหยางหมิงก็ยังกลับมาคืนดีกันแบบงงๆ
เฉินฮั่นเซิงอาบน้ำอย่างพิถีพิถัน ที่นี่คือเมืองมหาวิทยาลัยเจียงหนิง ขาดแคลนอะไรก็ขาดไป แต่ไม่เคยขาดแคลนสาวสวย เมาๆเข้าหน่อยอาจจะมีบุพเพอาละวาดได้ใครจะรู้
“ถึงโอกาสจะน้อย แต่ก็ต้องเตรียมพร้อมไว้ก่อน จะปล่อยให้ปีศาจสาวหลุดมือไปไม่ได้แม้แต่คนเดียว!”
เฉินฮั่นเซิงสะบัดตัวอย่างคึกคะนอง แต่จู่ๆก็รู้สึกว่าข้างนอกเงียบผิดปกติ เขาเอะใจเลยนุ่งกางเกงในตัวเดียวเดินออกมาดู แล้วก็ต้องชะงักกึก
อาจารย์กัวจงอวิ๋น ที่ปรึกษาประจำชั้นยืนเด่นเป็นสง่าอยู่กลางห้อง ส่วนรูมเมททั้งหลายยืนคอตกเป็นไก่หงอย ไม่กล้าปริปาก
“แต่งตัวกันซะหล่อเชียว จะไปไหนกันล่ะ?”
กัวจงอวิ๋นละสายตาจากเฉินฮั่นเซิงที่ผมยังเปียกมะลอกมะแลก หันไปถามอีกห้าคนที่เหลือ
จินหยางหมิงแอบเหลือบมองเฉินฮั่นเซิง เพราะนี่เป็นความคิดของเฉินฮั่นเซิง แต่เขาก็ยังรักเพื่อนพอที่จะไม่ฟ้องต่อหน้าอาจารย์ เลยไม่มีใครตอบคำถามของเหล่ากัว
กัวจงอวิ๋นเริ่มสงสัย แต่ยังไม่ทันถามซ้ำ เฉินฮั่นเซิงที่สวมเสื้อยืดเรียบร้อยแล้วก็เดินเข้ามา “อาจารย์กัวครับ พวกผมเพิ่งช่วยกันขัดระเบียงเสร็จ หิวโซกันทุกคน ผมเลยชวนเพื่อนๆออกไปหาอะไรกินมื้อดึกกัน”
ได้ยินเฉินฮั่นเซิงออกรับแทน รูมเมทต่างพากันถอนหายใจอย่างโล่งอก ไม่เพียงแค่นั้น เขายังใจกว้างแบ่งความดีความชอบเรื่องขัดระเบียงให้ทุกคนอีกต่างหาก
แต่ที่จินหยางหมิงและคนอื่นๆคาดไม่ถึงคือ จุดสนใจของกัวจงอวิ๋นกลับไม่ใช่เรื่องมื้อดึก แต่เป็นระเบียง
เขาเดินไปดูที่ระเบียง พยักหน้าชมเชย “ห้อง 602 ทำได้ดีมาก อาจารย์เดินดูหอชายมาทุกห้อง มีแค่พวกเธอนี่แหละที่ขัดระเบียงเอง”
“งั้นอาจารย์ไม่กวนเวลาอาหารแล้ว รีบไปรีบกลับล่ะ ระวังตัวด้วย”
พูดจบกัวจงอวิ๋นก็ทำท่าจะเดินออกไป
ยกเว้นเฉินฮั่นเซิง รูมเมทคนอื่นต่างงงเป็นไก่ตาแตก ไม่คิดว่าอาจารย์จะปล่อยผ่านเรื่องหนีเที่ยวกลางคืนง่ายขนาดนี้
ความคิดพวกเขายังติดอยู่กับสมัยมัธยม ที่อาจารย์ต้องคุมเข้มทั้งเรื่องเรียนและเรื่องส่วนตัว กำหนดเวลานอนเป๊ะๆ แต่นี่มันมหาลัย อาจารย์ที่ไหนเขาจะว่างมานั่งจับผิดชีวิตส่วนตัวนักศึกษากันล่ะ
กัวจงอวิ๋นที่เป็นอาจารย์ที่ปรึกษามาหลายปีเข้าใจสัจธรรมข้อนี้ดี เขาขี้เกียจไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของพวกผู้ใหญ่บรรลุนิติภาวะแล้ว
ขณะที่กัวจงอวิ๋นกำลังจะก้าวพ้นประตู จู่ๆเฉินฮั่นเซิงก็ตะโกนไล่หลัง “อาจารย์กัวครับ คืนนี้ว่างไหม ไปกินด้วยกันสิครับ”
“หา?!”
จินหยางหมิงเกือบหลุดปากร้อง อุตส่าห์ส่งอาจารย์ไปได้แล้ว จะไปลากกลับมาทำซากอะไรวะ อีกอย่างอาจารย์กัวคงไม่ไปหรอก
เฉินฮั่นเซิงมีแผนในใจ และเขามั่นใจว่ากัวจงอวิ๋นจะตอบรับ
เป็นไปตามคาด กัวจงอวิ๋นทำท่าลังเลพอเป็นพิธี “งั้น... ห้ามดื่มล่ะ”
“ไม่มีปัญหาครับ ตามใจอาจารย์เลย”
เฉินฮั่นเซิงรับคำอย่างรวดเร็ว ในใจคิดว่า ‘ถึงเวลาอยู่หน้าวงเหล้า เจอกลุ่มวัยรุ่นคะยั้นคะยอ ใครจะไปห้ามไหว อีกอย่างที่อาจารย์อุตส่าห์มาเดินตรวจหอก็เพื่อจะมาทำความรู้จักกับนักศึกษาชายในห้อง จะได้คุมง่ายขึ้นในอนาคตไม่ใช่เหรอ’
ได้ยินบทสนทนาระหว่างเฉินฮั่นเซิงกับอาจารย์ รูมเมทคนอื่นมองหน้ากันเลิ่กเลั่ก ถ้าคำเชิญของเฉินฮั่นเซิงทำพวกเขาอึ้ง คำตอบรับของอาจารย์ยิ่งเปิดโลกทัศน์ชีวิตมหาลัยให้พวกเขากว้างขึ้นไปอีก
ค่อนข้างผ่อนคลาย แต่ไม่ถึงกับอิสระเสรี ยังต้องขยัน แต่ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบ
พอเดินออกมากันแล้ว กัวจงอวิ๋นมองไปที่ห้อง 605 ที่อยู่ไม่ไกลด้วยสีหน้าลังเล
ห้อง 605 ก็เป็นหอพักชายของสาขาการจัดการสาธารณะเซค 2 เฉินฮั่นเซิงเดาใจออกทันที เลยถามขึ้นว่า “ชวนเพื่อนผู้ชายในเซคเราไปให้หมดเลยมั้ยครับ ถือว่าประชุมรุ่นล่วงหน้าไปเลย”
“จะดีเหรอ?”
กัวจงอวิ๋นทำท่าเกรงใจ ทั้งที่ข้อเสนอของเฉินฮั่นเซิงเข้าทางเขาเต็มๆ
“ไม่ดียังไงครับ เดี๋ยวผมไปตามเอง”
เฉินฮั่นเซิงพกบุหรี่ใส่กระเป๋า แล้วเดินดุ่มๆไปทันที
กัวจงอวิ๋นคิดว่าคงต้องให้ตัวเองออกโรงช่วย แต่ไม่ถึงสองนาที ห้อง 605 ก็เกิดความโกลาหลเล็กน้อย จากนั้นเฉินฮั่นเซิงก็นำขบวนนักศึกษาชาย 6 คนเดินออกมา บางคนยังเดินไปใส่เสื้อไป เห็นชัดว่าโดนลากลงมาจากเตียง
จากนั้นไม่รู้เฉินฮั่นเซิงใช้วิธีไหน เขาไปตามเพื่อนร่วมห้องจากหอพักอื่นอีกสามห้องออกมาได้จนครบ
“อาจารย์กัวครับ นักศึกษาชายสาขาการจัดการสาธารณะเซค 2 จำนวน 27 นายพร้อมแล้วครับ!”
เฉินฮั่นเซิงรายงานเสียงดังฟังชัด
กัวจงอวิ๋นมองเฉินฮั่นเซิงด้วยความทึ่ง เด็กคนนี้ทักษะการจัดการไม่ธรรมดา ทั้งที่เพิ่งเจอกันวันแรกแท้ๆ แต่สามารถตามเพื่อนมาได้ครบทุกคนโดยไม่ตกหล่น ต้องมีเทคนิคแพรวพราวแน่นอน
แต่กัวจงอวิ๋นไม่สนใจรายละเอียด อาจารย์มหาลัยก็ดีตรงนี้ ดูแค่ผลลัพธ์ ไม่สนวิธีการ สบายตัวไปเปราะหนึ่ง
“ออกเดินทาง!”
กัวจงอวิ๋นสั่งการอย่างฮึกเหิม
กองทัพนักศึกษาชายเดินเรียงหน้ากระดานผ่านประตูมหาลัยอย่างองอาจ พอผ่านป้อมยาม กัวจงอวิ๋นก็โชว์บัตรอาจารย์ให้ดู
มียันต์กันผีระดับอาจารย์มาด้วย รปภ. ก็เปิดประตูให้อย่างว่าง่าย
แต่ก่อนไป เฉินฮั่นเซิงแวะเอาบุหรี่ไปยื่นให้ รปภ. มวนหนึ่ง แล้วยืนคุยอะไรบางอย่างอยู่ครู่หนึ่ง
พอกลับเข้าแถว กัวจงอวิ๋นก็เอ่ยขึ้น “ไม่ต้องห่วงหรอก อาจารย์คุยกับเขาแล้ว”
เฉินฮั่นเซิงคาบบุหรี่ไว้ที่ปาก ยื่นให้อาจารย์อีกมวน แล้วยิ้มตาหยี “คืนนี้ไม่รู้จะเลิกกี่โมง ผมเลยกำชับพี่เขาว่าตอนเปลี่ยนกะฝากบอกคนต่อไปด้วยว่าอย่าเพิ่งล็อกประตู เดี๋ยวพวกเราโดนขังข้างนอกเป็นอาหารยุงกันพอดี”
“ไอ้เด็กนี่ร้ายจริง...”
กัวจงอวิ๋นลอบสังเกตเฉินฮั่นเซิง แว่นหนาเตอะสะท้อนแสงไฟสีเหลืองนวล เขานึกชื่นชมในใจ ‘มีทั้งความเป็นผู้นำ รอบคอบ แถมเมื่อบ่ายตอนรายงานตัวก็พูดจาฉะฉาน ทักษะรอบด้านกินขาดหูหลินอวี่ไปเลย’
เดิมทีกัวจงอวิ๋นเล็งหูหลินอวี่ไว้เป็นหัวหน้าห้องเพราะความกระตือรือร้น แต่ตอนนี้เขาเริ่มเอนเอียงไปทางเฉินฮั่นเซิง
ตำแหน่งหัวหน้าห้องในมหาลัยสำคัญมาก ช่วยแบ่งเบาภาระอาจารย์ที่ปรึกษาได้เยอะ และตัวนักศึกษาเองก็ได้คอนเนกชันและเครดิตกลับไป
ประเด็นคือเฉินฮั่นเซิงจะสนใจมั้ย เพราะเป็นหัวหน้าห้องงานหนักเอาเรื่อง และไม่รู้ว่าเพื่อนๆจะยอมรับหรือเปล่า
“รอดูอีกสักสองวันดีกว่า” กัวจงอวิ๋นคิดในใจ
ด้วยประการฉะนี้ นายเฉินสุดหล่อจึงกลายเป็นหนึ่งในแคนดิเดตหัวหน้าห้องในใจอาจารย์ ซึ่งมีภาษีกว่าตำแหน่งหัวหน้าห้องพักลิบลับ
เฉินฮั่นเซิงตั้งเป้าจะขยายธุรกิจในมหาลัย ตำแหน่งหัวหน้าห้องคือบันไดขั้นแรกที่ต้องคว้ามาให้ได้ ไม่งั้นเขาจะมาลงทุนลงแรงสร้างภาพพจน์ขนาดนี้ไปเพื่ออะไรกัน?
*****