- หน้าแรก
- ผมไม่อยากเกิดใหม่เลยจริงๆ
- บทที่ 15 อยู่มหาลัยต้องทำตัวให้สุดเหวี่ยง
บทที่ 15 อยู่มหาลัยต้องทำตัวให้สุดเหวี่ยง
บทที่ 15: อยู่มหาลัยต้องทำตัวให้สุดเหวี่ยง
หอพักชายถูกจัดสรรไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ตอนสมัครเรียน มีชื่อแปะไว้ที่เตียงเสร็จสรรพ เตียงของเฉินฮั่นเซิงยังคงเป็นตำแหน่งเดิมเหมือนในอดีต คือเตียงที่อยู่ติดระเบียง
ตำแหน่งนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือสามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวของทุกคนในห้องได้อย่างทั่วถึง ข้อเสียคือระเบียงหอพักชายมักจะสกปรก และหน้าร้อนกลิ่นจะค่อนข้างแรง
โดยเฉพาะตอนนี้ที่ระเบียงยังเต็มไปด้วย "สมบัติ" ของรุ่นพี่ปีที่แล้ว ทั้งขวดเบียร์ ซองบุหรี่ หนังสือเก่าๆ และกางเกงในขาดๆอีกสองสามตัว
เฉินฮั่นเซิงวางสัมภาระลงแล้วทักทายด้วยรอยยิ้ม "ฉันชื่อเฉินฮั่นเซิง มาจากกั่งเฉิง มณฑลซูตง พวกนายมาจากไหนกันบ้าง?"
พอเฉินฮั่นเซิงเปิดประเด็น ทุกคนก็เริ่มแนะนำตัวกันอย่างเป็นมิตร
พี่ใหญ่สุดชื่อ ‘หยางซื่อเชา’ มาจากเหลียวเป่ย รองลงมาคือ ‘กัวเส้าเฉียง’ จากกวางหลิง มณฑลซูตง ถัดมาคือ ‘ไต้เจิ้นโหยว’ จากจิงเป่ย
เฉินฮั่นเซิงอายุเป็นอันดับสี่ ส่วนสองคนที่อายุน้อยกว่าคือ ‘หลี่เจิ้นหนาน’ จากเย่ตง และ ‘จินหยางหมิง’ คนเจี้ยนเย่เจ้าถิ่น
หลังจากทำความรู้จักกันคร่าวๆ ทุกคนก็เริ่มคุยโม้โอ้อวดของดีประจำจังหวัดตัวเอง เพราะนี่เป็นมหาลัยเกรดรอง จะเอาคะแนนสอบเข้ามาข่มกันก็คงจะกระดากปากไปหน่อย
คุยกันได้สักพัก พี่ใหญ่หยางซื่อเชาก็ควักบุหรี่ออกมาแจก กัวเส้าเฉียงกับเฉินฮั่นเซิงรับมาอย่างคล่องมือ ไต้เจิ้นโหยวลังเลเล็กน้อยก่อนจะรับไปจุดสูบแบบเงอะงะ ส่วนหลี่เจิ้นหนานกับจินหยางหมิงปฏิเสธ
หยางซื่อเชาเห็นว่าแจกบุหรี่ครั้งแรกก็โดนปฏิเสธ รู้สึกเสียหน้านิดหน่อยเลยคะยั้นคะยอ "โตเป็นควายจนเข้ามหาลัยกันแล้ว สูบบุหรี่แค่นี้ไม่ตายหรอกน่า"
กัวเส้าเฉียงช่วยเสริม "ในห้องมีสิงห์อมควันตั้งสี่คน ถ้าพวกนายไม่อยากดมควันมือสองก็สูบควันมือหนึ่งสู้กับพวกเราไปเลยสิ"
เห็นสีหน้าลำบากใจของ "น้องเล็ก" ทั้งสอง เฉินฮั่นเซิงได้แต่ยิ้มไม่พูดอะไร
หลังเรียนจบเขาแทบไม่ได้ติดต่อกับจินหยางหมิงอีกเลย แต่กับหลี่เจิ้นหนานนั้นยังคงคบหากันเหนียวแน่น ไอ้หมอนี่จบไปกลับบ้านเกิดไปเล่นหุ้น ต่อด้วยเทรดเหรียญคริปโต รวยเละเทะ
ตอนเฉินฮั่นเซิงไปทำงานที่เย่ตงแล้วแวะไปหา ไอ้เวรนี่กลายเป็นขาประจำแพ็กเกจ 998 ของสถานบันเทิงไปแล้ว เรื่องสูบบุหรี่นี่เรื่องจิ๊บจ๊อย
แต่ตอนนี้อาหนานยังใสซื่อ ทนแรงยุไม่ไหวเลยลองสูบไปมวนหนึ่ง ผลคือสำลักควันจนหน้าแดงก่ำ หยางซื่อเชากับกัวเส้าเฉียงหัวเราะชอบใจ ไม่ได้มีเจตนาร้าย แค่เห็นเป็นเรื่องตลกขบขัน
จินหยางหมิงผสมโรงแซวบ้าง "บุหรี่ซองละไม่กี่ตังค์แบบนี้มันต้องบาดคออยู่แล้ว หัดสูบครั้งแรกมันต้องจัด 'จงฮัว' หรือ 'ซูเหยียน' นู่นถึงจะนุ่มลื่นคอ"
หลี่เจิ้นหนานพยักหน้าหงึกๆทั้งที่หน้ายังแดง ส่วนหยางซื่อเชาเริ่มหน้าตึง จินหยางหมิงพูดแบบนี้มันด่าว่าบุหรี่เขาห่วยชัดๆ
"แถวบ้านฉันเขาก็สูบแบบนี้กันทั้งนั้น ไม่เคยสูบของแพงๆหรอก" หยางซื่อเชาตอบเสียงขุ่น
จินหยางหมิงรู้ตัวว่าปากเสียเลยเงียบกริบไป
บรรยากาศในห้องเงียบสงัดลงทันตาเห็น มีแค่เสียงเฉินฮั่นเซิงดูดบุหรี่ ปุ๋ยๆ อย่างสบายอารมณ์ ในใจนึกขำ เด็กมหาลัยนี่มันน่ารักชิบหาย เรื่องแค่นี้ก็เอามาเป็นประเด็นได้
แต่เขาก็ไม่ได้เข้าไปไกล่เกลี่ย การอยู่ร่วมกันในมหาลัยมันต้องมีกระทบกระทั่งกันบ้างเป็นธรรมดา บางทีเจ้าตัวเขาไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ดันมีพวกหวังดีประสงค์ร้ายเข้าไปยุ่ง เรื่องเล็กเลยกลายเป็นเรื่องใหญ่
เฉินฮั่นเซิงลุกขึ้นบิดขี้เกียจ คว้าไม้กวาดกับไม้ถูพื้นเดินตรงไปที่ระเบียง
กลิ่นที่ระเบียงนี่มันเหลือทนจริงๆ กลิ่นบุหรี่ในห้องยังกลบกลิ่นเน่าข้างนอกไม่มิด จำได้ว่าเมื่อก่อนพวกเขาทนดมกลิ่นนี้กันอยู่เป็นเดือนกว่าจะลงมือล้าง ไม่รู้ทนกันไปได้ยังไง
เฉินฮั่นเซิงเป็นพวกชอบลงมือทำ ไม่พูดพร่ำทำเพลงก็เริ่มขัดล้างระเบียงอย่างขยันขันแข็ง เพื่อนร่วมห้องเห็นเขาเดินเอาน้ำราดพื้นรอบแล้วรอบเล่า บางคนก็เริ่มนั่งไม่ติด
หลี่เจิ้นหนานเอ่ยปากคนแรก "เราไปช่วยพี่เฉินกันดีกว่ามั้ย ยังไงก็ห้องของทุกคน จะให้เขาทำคนเดียวได้ไง"
คนอื่นยังไม่ทันตอบ จินหยางหมิงก็ขัดขึ้น "ระเบียงแค่นั้นเข้าไปกันหมดก็เกะกะเปล่าๆ พรุ่งนี้ค่อยเลี้ยงข้าวเช้าพี่เฉินตอบแทนละกัน"
หยางซื่อเชาคิดดูแล้วเห็นด้วยกับหลี่เจิ้นหนาน "เออ ควรช่วยกันทำว่ะ"
คนเหลียวเป่ยบทจะทำก็ทำเลย หยางซื่อเชาเปิดประตูระเบียงถาม "ไอ้สี่ ให้ช่วยมั้ย?"
เฉินฮั่นเซิงกำลังขัดคราบดำๆบนพื้นอย่างเมามัน ไม่รู้ว่าเป็นซากอารยธรรมของไอ้บ้าตัวไหน ขัดออกยากชะมัด
"ไม่ต้องๆ คนเดียวเอาอยู่" เฉินฮั่นเซิงปฏิเสธ
"พี่เฉิน ให้ฉันช่วยเถอะ" หลี่เจิ้นหนานถอดรองเท้าเตรียมลุย
เฉินฮั่นเซิงปาดเหงื่อบนหน้า หันมาบอกอย่างรำคาญนิดๆ "บอกว่าไม่ต้องก็ไม่ต้องไง เอางี้ นายไปหยิบบุหรี่บนโต๊ะ 'เหล่าหยาง' มาให้หน่อย"
หยางซื่อเชาเพิ่งเคยได้ยินคนเรียกตัวเองว่า "เหล่าหยาง" เป็นครั้งแรก พอลองทวนคำในใจดู... เอ้อ เข้าท่าแฮะ ฟังดูเก๋าดี จากนั้นฉายา "เหล่าหยาง" ก็ติดตัวเขาไปตลอดสี่ปี
พอได้บุหรี่ เฉินฮั่นเซิงก็ดันหลังไล่หลี่เจิ้นหนานกลับเข้าห้อง แล้วฮัมเพลงเพี้ยนๆขัดพื้นต่ออย่างสบายใจเฉิบ
จินหยางหมิงยิ้มเยาะ "เห็นมั้ย ฉันพูดผิดซะที่ไหน พี่เฉินแกเป็นคนซื่อๆตรงไปตรงมา"
กัวเส้าเฉียงพยักหน้าเห็นด้วย "เจ้าสี่นี่ดูเป็นคนจริงใจดีนะ ที่บ้านคงทำงานบ้านจนชิน"
ไอ้สองตัวนี้คุยกันไม่กี่ประโยคก็แปะป้ายว่าเฉินฮั่นเซิงเป็น "คนซื่อ" ซะแล้ว นี่แหละโรคระบาดของเด็กมหาลัย ชอบตัดสินคนจากเปลือกนอก
"งั้นให้พี่เฉินเป็นหัวหน้าห้องไปเลยดีกว่า" จินหยางหมิงเสนอ
ตำแหน่งหัวหน้าห้องพักในมหาลัยไม่ได้มีสิทธิพิเศษอะไรหรอก จินหยางหมิงแค่ขี้เกียจ อยากโบ้ยงานทำความสะอาดให้เฉินฮั่นเซิงรับเหมาไปคนเดียวต่างหาก
เฉินฮั่นเซิงขัดระเบียงอยู่ชั่วโมงครึ่งจนสะอาดเอี่ยมอ่อง พอเดินกลับเข้ามาถึงได้รู้ว่าตัวเองถูกยัดเยียดตำแหน่ง "หัวหน้าห้อง" ให้ซะแล้ว
"พี่เฉิน มติเอกฉันท์ พวกเรายกให้คุณพาห้อง 602 ของเราก้าวสู่อนาคตที่สดใส" จินหยางหมิงพูดอย่างกระหยิ่มใจ
"เอกฉันท์กะผีสิ เวียนกันเป็นก็ได้นี่หว่า"
หลี่เจิ้นหนานเป็นคนเดียวที่ค้าน คนอื่นคงไม่อยากทำงานจิปาถะพวกนี้
เฉินฮั่นเซิงยิ้มมุมปาก ดีดก้นบุหรี่ทิ้งอย่างแม่นยำ "ไม่มีปัญหา ฉันเป็นหัวหน้าห้องเอง"
ตำแหน่งหัวหน้าห้องอาจจะดูไม่มีอำนาจ แต่ของแบบนี้มันอยู่ที่คนเป็น บางคนสามารถใช้อำนาจเล็กๆน้อยๆนี้สร้างอิทธิพลมหาศาลได้
...
หลังจากทำความสะอาดเสร็จ ท้องไส้ของเฉินฮั่นเซิงก็เริ่มประท้วง โรงอาหารปิดแล้ว เดลิเวอรี่ก็ยังไม่มีในยุคนี้ เขาเกาคางครุ่นคิดแล้วโพล่งขึ้นว่า
"เพิ่งจะสี่ทุ่มเอง ไปหาไรกินร้านข้าวต้มรอบดึกกันดีกว่า"
"หา?"
รูมเมทเงยหน้าขึ้นมอง บางคนเตรียมจะนอนแล้ว
"ดึกไปมั้งฮั่นเซิง" ไต้เจิ้นโหยวท้วง
"ดึกบ้าไร เวลานี้แหละกำลังดี รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเร็วเข้า" เฉินฮั่นเซิงเร่งยิกๆ
หยางซื่อเชากับกัวเส้าเฉียงเป็นพวกชอบความตื่นเต้นอยู่แล้ว ใจจริงก็อยากสัมผัสชีวิตมหาลัยที่อิสระเสรี แต่วันแรกของการรายงานตัวมันช่างจืดชืด พอเฉินฮั่นเซิงจุดประเด็นขึ้นมา ทั้งคู่ก็ตาเป็นประกาย
จริงด้วยแฮะ! อยู่มหาลัยแล้ว ไม่มีพ่อแม่คุม จะทำตัวติ๋มเหมือนเด็กมัธยมได้ไง หยางซื่อเชาสนับสนุนเต็มที่ "ไอ้สี่พูดถูก! มาเจอกันทั้งที ต้องฉลองกันหน่อยเว้ย!"
กัวเส้าเฉียงเริ่มเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว สองคนนี้ถือเป็นสายลุย ส่วนคนอื่นเฉินฮั่นเซิงต้องใช้วิธีตะล่อม
งานเลี้ยงครั้งแรก ขาดใครไปไม่ได้ ไม่งั้นคนที่ไม่ได้ไปจะรู้สึกแปลกแยกทันที
ไต้เจิ้นโหย่วกล่อมง่าย ถ้าคนส่วนใหญ่ไปเขาก็ไป
ส่วนจินหยางหมิง ก่อนที่มันจะทันอ้าปากค้าน เฉินฮั่นเซิงก็ดักคอ "เจี้ยนเย่เป็นเมืองกลางคืน นายเป็นเจ้าถิ่นคงไม่รีบนอนหรอกมั้ง?"
จินหยางหมิงคิดตาม เออว่ะ... เป็นคนเมืองจะมาแพ้เด็กบ้านนอกได้ไง เสียศักดิ์ศรีหมด
"ใครจะนอน! ฉันกำลังคิดว่าจะโทรให้ลูกพี่ลูกน้องขับรถมารับพวกเราไปแดนซ์ที่ผับย่าน 1912 ดีมั้ยเนี่ย"
ไอ้หมอนี่โม้ไม่ดูตาม้าตาเรือเลย
"พอๆ แค่กินข้าวกันเอง ให้ญาติแกพักผ่อนเถอะ"
เฉินฮั่นเซิงตัดบท แล้วหันไปจัดการเป้าหมายสุดท้าย... หลี่เจิ้นหนาน
หลี่เจิ้นหนานเปลี่ยนชุดนอนเรียบร้อย "พี่เฉิน ฉันไม่ไปจริงๆ ฉันดื่มเหล้าไม่เป็น แถมปกตินอนเวลานี้ด้วย... เฮ้ย! พี่จะทำอะไรเนี่ย!"
พูดยังไม่ทันจบ เฉินฮั่นเซิงก็ปีนขึ้นเตียงไปอุ้มหลี่เจิ้นหนานลอยหวือ "จะไปไม่ไป! ถ้าไม่ไปพ่อจะถอดกางเกงนอนกอดแกทั้งคืนเลยนะเว้ย!"
เจอไม้นี้เข้าไป ต่อให้ต้องไปเมาหัวราน้ำตายคาโต๊ะ หลี่เจิ้นหนานก็ยอม ดีกว่าโดนเฉินฮั่นเซิงปล้ำ!
เพื่อนๆในห้องพากันหัวเราะครื้นเครง ไม่มีใครสังเกตเลยว่าเฉินฮั่นเซิงมีวิธีรับมือกับคนแต่ละประเภทไม่เหมือนกัน แถมยังทำได้อย่างเป็นธรรมชาติและคงความเป็นตัวตนของเขาไว้อย่างครบถ้วน
นี่แหละคือ... ความฉลาดทางอารมณ์
*****