- หน้าแรก
- ผมไม่อยากเกิดใหม่เลยจริงๆ
- บทที่ 6 บทสนทนาในร้านซาลาเปา
บทที่ 6 บทสนทนาในร้านซาลาเปา
บทที่ 6: บทสนทนาในร้านซาลาเปา
เวลาตีห้า ท้องฟ้าเหนือเมืองกั่งเฉิงยังคงสลัวราง เฉินฮั่นเซิงนอนลืมตาโพลงจ้องมองเพดาน เขาแอบหวังลึกๆว่าตื่นมาจะพบว่าตัวเองกลับไปอยู่ในปี 2019 แต่พอหันไปเห็นหนังสือการ์ตูน ดราก้อนบอล เล่มโปรดวางอยู่ที่หัวเตียง ความหวังนั้นก็พังทลายลงทันที
“สงสัยต้องติดแหง็กอยู่ที่นี่จริงๆสินะ”
เฉินฮั่นเซิงถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะลุกไปล้างหน้าแปรงฟัน เสียงกุกกักทำเอาเหลียงเหม่ยจวนตื่นขึ้นมา เธอมองดูลูกชายแวบหนึ่งแล้วทักขึ้น
“แหม... วันนี้คุณชายเฉินตื่นแต่เช้าเชียวนะ”
“มีอะไรให้กินบ้างไหมครับ”
เฉินฮั่นเซิงตบพุงปุๆ
“อ๋อ ที่แท้ก็หิวจนตื่น”
เหลียงเหม่ยจวนไม่เคยโอ๋ลูกชายอยู่แล้ว “หิวก็ออกไปหาซื้อกินเองสิ ไม่ต้องห่วงพ่อกับแม่ เดี๋ยวเราไปกินที่โรงอาหารที่ทำงาน ตอนนี้ขอไปงีบต่อก่อนละกัน”
พูดจบแม่ก็เดินกลับเข้าห้องนอนไปจริงๆ แถมยังกลัวลูกชายจะกวน เลยจัดการล็อคประตู กริ๊ก ใส่หน้าอีกต่างหาก
เฉินฮั่นเซิงได้แต่อึ้งกิมกี่ ปากแม่บอกว่าไม่เห็นด้วยกับวิธีเลี้ยงลูกแบบปล่อยปละละเลยของพ่อ แต่เอาเข้าจริงแม่นี่แหละตัวดี ทำตามพ่อยิ่งกว่าต้นฉบับเสียอีก
เมื่อสองปีก่อนตอนเฉินฮั่นเซิงอยู่ ม.4 แม่เคยคุยโม้กับญาติๆฝั่งยายด้วยความภาคภูมิใจว่า ‘ต่อให้ฉันกับตาแก่เฉินโดนรถชนตายกะทันหัน รับรองว่าเจ้าฮั่นเซิงวัย 15 ปี ก็ไม่มีวันอดตายในโลกใบนี้แน่นอน’
ตอนนั้นเล่นเอายายโกรธควันออกหู ด่าเปิงว่าถ้าสองผัวเมียเลี้ยงลูกไม่ไหวก็ส่งหลานกลับไปให้ยายเลี้ยงที่บ้านนอกโน่น
ในเมื่อแม่ไม่ไยดี เฉินฮั่นเซิงจึงจำต้องระเห็จลงจากบ้านมาหาอะไรกินตามยถากรรม ถนนหนทางยังร้างผู้คน มีเพียงร้านอาหารเช้าไม่กี่ร้านที่เริ่มตั้งแผง บรรยากาศยามเช้าปกคลุมด้วยหมอกจางๆ อากาศเย็นสบายสัมผัสผิวให้ความรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่ามากกว่าหนาว
“ปาท่องโก๋หอมฉุยเลยแฮะ”
“เครปไข่ก็น่ากิน”
“เสี่ยวหลงเปาร้อนๆควันฉุยเชียว”
...
เฉินฮั่นเซิงเดินดูไปท้องก็ร้องโครกคราก พ่อค้าขายเครปไข่เห็นลูกค้าท่าทางสนใจเลยตะโกนเรียกลูกค้า
“พ่อหนุ่ม เอาสักชิ้นไหม?”
“จัดไปครับเฮีย”
เฉินฮั่นเซิงก้าวฉับๆเข้าไป กะจะสั่งเพิ่มไข่อีกฟองด้วยซ้ำ แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ว่า ‘เฮ้ย... นี่มันปี 2002 เราไม่มีเงินสดติดตัว แล้วจะจ่ายยังไงวะเนี่ย?’ มือถือสแกนจ่ายก็ยังไม่มี
“วางยากันชัดๆ”
แม่ก็ดันลืมให้ค่าขนม เฉินฮั่นเซิงจำใจต้องบอกลาเครปไข่แสนอร่อยด้วยความอาลัย จริงๆเขาไม่ถือหรอกถ้าจะขอแปะโป้งไว้ก่อน แต่ประเด็นคือคนขายเขาจะถือเอาน่ะสิ
คิดแล้วก็น่าขำ เศรษฐีร้อยล้านอย่างเฉินฮั่นเซิง กลับมาเกิดใหม่ทั้งทีดันไม่มีปัญญาซื้อข้าวเช้ากิน แต่เขาก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร ถือโอกาสเดินเล่นสำรวจเมืองกั่งเฉิงเมื่อ 17 ปีก่อนไปพลางๆ เดินเลาะริมคลองเมืองไปเรื่อย
เผลอแป๊บเดียวก็เดินมาไกลหลายกิโล จนมาหยุดอยู่ที่สวนสาธารณะซวงเฉียว
ที่นี่เริ่มมีลุงป้าน้าอามาออกกำลังกายกันประปราย เฉินฮั่นเซิงกะว่าจะนั่งพักสักครู่แล้วค่อยเดินกลับ แต่สายตาก็ไปสะดุดเข้ากับร่างคุ้นตาคนหนึ่ง
เซียวหรงอวี้นั่นเอง
เธอกำลังวิ่งจ็อกกิ้งยามเช้า สวมกางเกงขาสั้นและเสื้อรัดรูปสีดำที่เผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกายอย่างชัดเจน เล่นเอาเฉินฮั่นเซิงตาโต หัวใจเต้นตูมตามขึ้นมาทันที
“เซียวหรงอวี้!”
เฉินฮั่นเซิงนั่งลงบนม้านั่งหินอ่อน โบกมือทักทาย
เซียวหรงอวี้ชะงักด้วยความประหลาดใจ นี่เพิ่งจะหกโมงครึ่ง ปกติเฉินฮั่นเซิงน่าจะยังนอนอุตุอยู่บนเตียงไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมมาโผล่ที่นี่ได้?
เว้นเสียแต่ว่า...
เซียวหรงอวี้เข้าใจ(ไปเอง)ทันที เธอปาดเหงื่อเม็ดเล็กๆที่ปลายจมูก ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจพูดกับเฉินฮั่นเซิง
“ฉันเข้าใจความรู้สึกของนายนะ แต่ฉันไม่อยากมีแฟนก่อนเรียนมหาลัยจบจริงๆ”
“ห๊ะ?”
เฉินฮั่นเซิงมองหน้าอีกฝ่ายด้วยความงุนงง ‘ยัยนี่สมองกลับหรือไง เช้าตรู่ขนาดนี้ยังจะมาดราม่าเรื่องความรักอีก’
พอเห็นสีหน้าเหวอๆของเฉินฮั่นเซิง เซียวหรงอวี้ก็ถอนหายใจอย่างอ่อนใจ
“นายไม่ได้มารอฉันที่นี่ตั้งแต่เช้ามืดหรอกเหรอ?”
เฉินฮั่นเซิงอึ้งกิมกี่
“แล้วก็...”
เซียวหรงอวี้ย่นริมฝีปากสีชมพูระเรื่ออย่างน่าเอ็นดู “ที่เมื่อวานแกล้งทำเมินใส่ก็คงเพื่อเรียกร้องความสนใจจากฉันล่ะสิ”
“จริงๆนายไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้ ตอนนี้ฉันแค่อยากตั้งใจเรียน ยังไม่คิดเรื่องแฟน”
เธอพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังและจริงใจสุดๆ
เฉินฮั่นเซิงพูดไม่ออก ได้แต่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“เงียบแบบนี้แสดงว่าฉันพูดถูกล่ะสิ”
ดวงตาคู่สวยของเซียวหรงอวี้ทอประกายวิบวับราวกับบ่อน้ำใส สะท้อนความมั่นใจเต็มเปี่ยม
เฉินฮั่นเซิงจ้องมองเธอตาค้าง สุดท้ายก็พยักหน้าหงึกๆ
“เธอฉลาดเป็นกรดจริงๆ ยอมใจเลย”
“เอางี้ ฉันเลี้ยงมื้อเช้าเธอเอง เรากินไปคุยไปดีกว่า”
คนถังแตกอย่างเฉินฮั่นเซิงกลับเสนอหน้าเป็นเจ้ามือ
เป็นไปตามคาด เซียวหรงอวี้ส่ายหน้าปฏิเสธ “ฉันต่างหากที่ต้องเลี้ยงนาย สมัยเรียนนายคอยดูแลฉันตั้งเยอะ”
“โอเค! ตกลงตามนั้น!”
เฉินฮั่นเซิงรีบรับคำทันควัน แถมยังเสนอเมนูเสร็จสรรพ “หน้าสถานีตำรวจมีร้านซาลาเปาเจ้านึงเด็ดมาก กินคู่กับน้ำเต้าหู้แล้วก็ถั่วเหลืองทอดนะ... แค่คิดก็น้ำลายสอแล้ว”
“งั้น... ไปลองกันก็ได้”
เฉินฮั่นเซิงดูตื่นเต้นออกนอกหน้าจนเซียวหรงอวี้ปรับอารมณ์ไม่ทัน เธอยังงงๆอยู่ว่าทำไมจู่ๆบทสนทนามันเปลี่ยนจากเรื่องความรักมาเป็นเรื่องของกินได้ แถมดูเหมือนเฉินฮั่นเซิงจะสนใจมื้อเช้ามากกว่าคำปฏิเสธรักของเธอเสียอีก แต่ก็ทำได้แค่พยักหน้าเออออไปตามน้ำ
ร้านซาลาเปาร้านนี้ขายดีจริงๆ สมัยก่อนเฉินฮั่นเซิงก็เป็นขาประจำ เนื่องจากตั้งอยู่หน้าสถานีตำรวจ จึงมีเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบแวะเวียนมาอุดหนุนไม่ขาดสาย หลายคนคุ้นเคยกับเซียวหรงอวี้ดี
“อ้าว หรงอวี้น้อย มากินข้าวเช้าเหรอ”
ทักทายเสร็จ พวกตำรวจก็เหลือบมองเฉินฮั่นเซิงที่กำลังก้มหน้าก้มตาโซ้ยซาลาเปาอย่างเอาเป็นเอาตาย
เซียวหรงอวี้กินน้อยมาก ส่วนใหญ่เธอเอาแต่นั่งมองเฉินฮั่นเซิง เหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่รู้จะเริ่มยังไง
เฉินฮั่นเซิงทำเป็นไม่เห็นสายตานั้น ฟาดซาลาเปาหมูสับไปคนเดียวสามเข่งรวด ก่อนจะตบพุงแล้วบ่นพึมพำกับตัวเอง
“เฮ้อ... แกนะแก ต่อไปห้ามกินมูมมามแบบนี้อีกนะเว้ย ขืนลงพุงตอนแก่ขึ้นมาจะทำไง”
เฉินฮั่นเซิงแค่บ่นเตือนตัวเองในอนาคต แต่เซียวหรงอวี้กลับมองว่าตลกดี เธอถามขึ้นว่า “อิ่มหรือยัง?”
“อิ่มแปล้เลย ขอบใจท่านเจ้ามือมาก”
เฉินฮั่นเซิงคาบไม้จิ้มฟันเดินอาดๆออกจากร้านอย่างสบายอารมณ์
เดี๋ยวก่อน... แล้วตังค์ล่ะ?
เจ้าของร้านมองตามตาละห้อยรอเก็บตังค์อยู่ เฉินฮั่นเซิงจะเอาที่ไหนมาจ่าย เขาหันกลับไปมองเซียวหรงอวี้ที่กำลังมัดผมอยู่ด้านในร้าน
ไหนๆเธอก็ไม่ได้ยินอยู่แล้ว เฉินฮั่นเซิงเลยแกล้งพูดติดตลกกับเจ้าของร้านว่า
“เดี๋ยวแฟนผมจ่ายให้ครับ รวบยอดทีเดียวเลย”
จังหวะนั้นเอง นายตำรวจวัยกลางคนยศพันตำรวจโทเดินสวนเข้ามาพอดีและได้ยินประโยคนั้นเข้าเต็มสองหู
“หน้าคุ้นๆแฮะ สงสัยเพื่อนพ่อแม่มั้ง”
เฉินฮั่นเซิงสบตาแวบหนึ่ง นึกไม่ออกว่าเป็นใคร เลยแค่พยักหน้าทักทายตามมารยาท
ทว่า... ขณะยืนรออยู่หน้าร้าน เฉินฮั่นเซิงก็เห็นนายตำรวจคนนั้นเดินเข้าไปหาเซียวหรงอวี้อย่างสนิทสนม ช่วยเช็ดเหงื่อให้ด้วยความเอ็นดู ส่วนเจ้าของร้านซาลาเปาก็ชี้ไม้ชี้มือมาทางเฉินฮั่นเซิง ปากขยับมุบมิบเหมือนกำลังฟ้องอะไรบางอย่าง
“ฉิบหาย!”
เฉินฮั่นเซิงถึงบางอ้อทันที เขาคายไม้จิ้มฟันทิ้ง ตะโกนลั่นร้าน
“เซียวหรงอวี้! พอดีที่บ้านมีธุระด่วน ฉันกลับก่อนล่ะ!”
ไม่รอให้ใครตอบรับ เฉินฮั่นเซิงใส่เกียร์หมาโกยแน่บกลับบ้านทันที
*****