- หน้าแรก
- ตำนานแห่งอาชูร่า
- บทที่ 53: โหรวโหรวผู้อ่อนไหว
บทที่ 53: โหรวโหรวผู้อ่อนไหว
บทที่ 53: โหรวโหรวผู้อ่อนไหว
วูบ!
แสงสีขาวสว่างวาบขึ้น ชายหนุ่มและหญิงสาวคู่หนึ่งปรากฏตัวขึ้นพร้อมกันที่จัตุรัสมังกรสวรรค์
“พี่คะ นี่คือนครหลวงมังกรสวรรค์เหรอคะ? โอโห อลังการจังเลย” หญิงสาวมีผ้าโปร่งบางสีขาวปิดบังใบหน้าครึ่งล่าง ดวงตาคู่งามดั่งดวงดาราเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น กวาดมองไปรอบๆอย่างสนใจใคร่รู้
ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆเผยรอยยิ้มบางๆบนใบหน้าที่ดูแข็งกระด้าง สำหรับเขาแล้ว ความสุขของน้องสาวคือสิ่งที่สำคัญที่สุด
แม้ผู้เล่นส่วนใหญ่จะออกไปเก็บเลเวลตามแผนที่ต่างๆ แต่จัตุรัสกลางเมืองก็ยังคงแออัดยัดเยียด ‘หยางอ้าวเทียน’ ใช้ร่างกายกำยำปกป้องน้องสาวอย่างทะนุถนอม เบียดเสียดฝ่าฝูงชนที่ไหลบ่าเข้ามาไม่ขาดสาย
ตรงใจกลางจัตุรัส มีหน้าจอเวทมนตร์ขนาดยักษ์ตั้งตระหง่านอยู่ 5 จอ สายตาของหยางอ้าวเทียนจ้องเขม็งไปที่ชื่อหนึ่งบนตารางจัดอันดับเลเวลราวกับงูพิษจ้องเหยื่อ กำปั้นทั้งสองข้างกำแน่นจนได้ยินเสียงกระดูกลั่น กร๊อบแกร๊บ
“ซี-เหมิน-กวง...”
เสียงคำรามต่ำลึกสามพยางค์นั้นเย็นยะเยือกราวกับส่งตรงมาจากขุมนรก ทำเอาผู้คนรอบข้างขนลุกซู่โดยไม่รู้สาเหตุ ‘หยางซีรั่ว’ มองพี่ชายด้วยความเป็นห่วง แต่ก็ไม่ได้เอ่ยห้าม เพราะเธอรู้ดีว่าพี่ชายยอมฟังเธอทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องนี้เรื่องเดียว
สายตาของหยางซีรั่วเหลือบไปเห็นชื่อ ‘โม่หลางกวง’ ที่พี่ชายกำลังจ้องอยู่ แววตาของสาวน้อยผู้บริสุทธิ์ดุจหิมะแรกกลับฉายแววเจ็บปวดและเคียดแค้นชิงชังอย่างลึกซึ้ง
อาชญากรรมแบบไหนกัน ที่ทำให้สาวน้อยแสนดีคนนี้มีความเกลียดชังฝังใจได้ขนาดนี้
“พี่คะ...” หยางซีรั่วกระตุกแขนเสื้อหยางอ้าวเทียนเบาๆ “รีบไปเปลี่ยนอาชีพกันเถอะค่ะ...”
“อืม...” หยางอ้าวเทียนได้สติ หันมามองน้องสาวด้วยแววตาอ่อนโยน “ซีรั่ว อยากเป็นอาชีพอะไร?”
“หนูจะเลือกเป็นคนสวนค่ะ! อาชีพที่หนูชอบที่สุด จะได้เห็นดอกไม้สวยๆทุกวันเลย...” ดวงตาของหยางซีรั่วเป็นประกายวิบวับเต็มไปด้วยความฝัน
หัวใจของหยางอ้าวเทียนกระตุกวูบ เขาพยักหน้าเงียบๆ
“พี่คะ... ต่อไปหนูจะได้ไม่ต้องเป็นตัวถ่วงพี่แล้วนะ” เสียงของหยางซีรั่วแผ่วลงด้วยความรู้สึกผิด ถ้าไม่ใช่เพราะต้องพาเธอเก็บเลเวลจนถึง 10 พี่ชายคงได้เปลี่ยนอาชีพไปตั้งนานแล้ว
เพราะหยางซีรั่วนั้น... ไม่มีหัวคิดเรื่องการตีมอนสเตอร์เก็บเลเวลเลยสักนิดเดียว
หยางอ้าวเทียนปั้นหน้าดุแกล้งทำเป็นโกรธ “วันหลังห้ามพูดจาเหลวไหลแบบนี้อีก เราเป็นพี่น้องกัน ไม่มีคำว่าตัวถ่วงหรอก!”
หยางซีรั่วแลบลิ้นสีชมพูเล็กๆออกมาอย่างขี้เล่น แล้วดันหลังพี่ชาย “รู้แล้วค่า! พี่รีบไปเถอะ ต้องรีบเก่งให้แซงหน้า ‘อาชูร่า’ คนนั้นให้ได้นะ!”
หยางอ้าวเทียนพยักหน้าหนักแน่น “มีอะไรต้องรีบติดต่อพี่ทันทีนะ!”
เขาโยนดาบทองแดงในมือทิ้งอย่างไม่ไยดี แล้วเดินตรงดิ่งไปยังจุดเปลี่ยนอาชีพ
ของพรรค์นี้... ต่อไปคงไม่ต้องใช้อีกแล้ว
......
“หยางอ้าวเทียน... เปลี่ยนอาชีพ... นักฆ่า!”
NPC ผู้ดูแลการเปลี่ยนอาชีพนักฆ่าปรายตามองเขาด้วยสายตาเบื่อโลก พึมพำเบาๆ “จะเวล 14 อยู่แล้วเพิ่งโผล่หัวมา หมู่บ้านมือใหม่มันมีอะไรน่าเที่ยวนักหนารึไง”
…………
…………
“ท่านผู้เฒ่าจาง... เอ้ย ท่านปรมาจารย์จาง ในเมื่อท่านวาร์ปได้ ทำไมฝ่าบาทถึงไม่ส่งท่านไปเก็บไอ้หญ้านั่นล่ะครับ?” เฟิงเซียวที่เกาะชายเสื้อปรมาจารย์จางวาร์ปกลับมาถึงหน้าบ้านอดถามไม่ได้
“ผู้กล้าเฟิงหุน อาตมาจนปัญญาจริงๆ มิใช่ไม่อยากช่วย แต่ระยะวาร์ปของอาตมาจำกัดอยู่แค่ 100 กิโลเมตรรอบเมืองหลวงเท่านั้น อีกอย่าง ถึงจะไปถึงที่นั่นได้ แต่ต้องใช้เวลาร่ายเวทตั้ง 2 วินาที แค่นั้นก็เพียงพอให้เจ้าสัตว์อสูรระดับเซียนตัวนั้นเป่าอาตมาเป็นจุลแล้ว”
เฟิงเซียวคิดในใจ: เฮอะ! แล้วพ่อไปจะไม่โดนเป่าเป็นจุลหรือไง
“ระดับปรมาจารย์จางผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ยังกลัวสัตว์อสูรระดับเซียนอีกหรือครับ?”
“โฮ่ๆๆ ผู้บำเพ็ญเพียรอย่างเราๆร่างกายบอบบางยิ่งนัก แถมอาตมาก็แทบไม่มีวิชาต่อสู้เลย”
“อ้อ... อย่างนี้นี่เอง — เอ้อ แล้ววิชายันต์นี่สอนคนนอกได้ไหมครับ?” เห็นปรมาจารย์จางหยิบยันต์เตรียมจะชิ่ง เฟิงเซียวรีบโยนหินถามทาง
ปรมาจารย์จางชะงัก “หือ? หรือว่าผู้กล้าเฟิงหุนสนใจวิถีแห่งเต๋า? เรื่องง่ายๆ หากท่านมีใจรัก อาตมาสามารถเปลี่ยนอาชีพท่านให้เป็น ‘นักพรตเทียนกัง’ ได้เดี๋ยวนี้เลย ด้วยพรสวรรค์ของท่าน ต้องเป็นอัจฉริยะแห่งสำนักเทียนกังงเราแน่ๆ”
“ง่ายขนาดนั้นเลย?” เฟิงเซียวตาโต แต่สัญชาตญาณเตือนภัยทำงานทันที “อะแฮ่ม... ผมก็สนใจอยู่นะครับ แต่ว่าเป็นนักพรตนี่มีข้อห้ามอะไรไหม?”
“ข้อห้าม? ก็ไม่มีอะไรมากหรอก ก็แค่ห้ามกินเนื้อสัตว์, ห้ามใกล้ชิดสตรี, ห้ามอยู่นอกสถานที่นานๆ, ห้ามโลภ, ห้ามโกรธ, ห้ามฆ่าสัตว์ตัดชีวิต, ห้ามแต่งงาน, ห้ามเกียจคร้าน, ห้าม...”
เฟิงเซียวหน้าซีดเผือด รีบยกมือห้าม “เอ่อ... เรื่องนั้นเรียนเอาไว้ก่อนดีกว่าครับ เอาไว้ก่อนๆ อ้อ! ผมนึกขึ้นได้ว่ามีธุระด่วน ขอตัวก่อนนะครับ บ๊ายบาย!” พูดจบก็รีบวิ่งหนีเข้า ‘คฤหาสน์สายลม’ ไปอย่างไว
ปรมาจารย์จางยืนเกาหัวแกรกๆ “เป็นนักพรตมันน่ากลัวตรงไหนกันนะ?”
“นายน้อย กลับมาแล้วหรือเจ้าคะ” โหรวโหรวยังคงยืนต้อนรับอยู่ที่เดิมด้วยท่าทางสงบเสงี่ยม
“อ่า... อืม” เฟิงเซียวปาดเหงื่อเย็นๆบนหน้าผาก พวกนักพรตนี่สงสัยโดนลาเตะกบาลจนเพี้ยนไปหมดแล้ว
“นายน้อย เชิญทานอาหารเช้าเจ้าค่ะ...” เมื่อเข้ามาในห้อง โหรวโหรวก็ยกจานขนมเข้ามาเสิร์ฟ
“อาหารเช้า? ฉันเพิ่งกินมาเมื่อกี้นี้เอง”
ในโลกความเป็นจริง เฟิงเซียวเพิ่งกินข้าวเช้ามาอิ่มแปล้ ก็เลยไม่รู้สึกหิว
แม้การกินในเกมจะไม่ช่วยให้อิ่มท้องจริง แต่รสสัมผัสและกลิ่นนั้นเหมือนจริงทุกประการ ต้องยอมรับว่าระบบจำลองประสาทสัมผัสของเกม 'หลุนหุย' นี้ล้ำหน้าจนน่าขนลุก
แต่เฟิงเซียวก็ยังหยิบแก้วนมขึ้นมาดื่ม รสชาติหวานมันกลมกล่อม ไหลลื่นลงคอ รับประกันว่าไม่มีสารเมลามีนปนเปื้อนแน่นอน
[นมคุณภาพเยี่ยม]: ฟื้นฟูพลังชีวิต +50
“โหรวโหรว มานั่งกินด้วยกันสิ” เฟิงเซียวเอ่ยชวนยิ้มๆเมื่อเห็นสาวใช้น้อยยืนมองตาละห้อย
“เอ๊ะ? นายน้อย... ข้า... ข้าทานแล้วเจ้าค่ะ”
สมัยอยู่กับองค์หญิงสุ่ยเยว่ นางนั่งกินข้าวร่วมโต๊ะกับเจ้านายได้สบายๆ แต่กับนายน้อยจอมวายร้ายคนนี้ นางยังเดาทางไม่ถูก เลยรู้สึกกล้าๆกลัวๆ
“กินแล้วทำไมต้องแอบกลืนน้ำลายด้วยล่ะ? มานั่งกินเถอะน่า คนจากต่างโลกอย่างพวกฉันไม่ถือธรรมเนียมเยอะแยะหรอก”
ผู้เล่นกินเพื่อความเพลิดเพลิน แต่ NPC ไม่กินคืออดตายนะ
โหรวโหรวหน้าแดงก่ำ ค่อยๆนั่งลงอย่างระมัดระวัง แล้วเริ่มตักเค้กในจานกินเงียบๆ
มื้อเช้าอันแสนสั้นผ่านไปท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบแปลกๆ
“โหรวโหรว เฝ้าบ้านดีๆนะ ใครมาเคาะประตูก็อย่าเปิดล่ะ” เฟิงเซียวฉวยโอกาสลวนลามสาวใช้ไปสองสามทีอย่างเนียนๆ ก่อนจะเตรียมตัวออกเดินทางอย่างพึงพอใจ
“นายน้อย...” โหรวโหรวเรียกไว้
“หือ? เป็นอะไรไป? ไม่อยากให้ฉันไปเหรอ? ฮั่นแน่... ไม่เป็นไร เดี๋ยวตอนบ่ายฉันก็กลับมาแล้ว เธอแค่ไปอาบน้ำปะแป้งรอก็พอ”
โหรวโหรวหน้าแดงก่ำ ทำเป็นหูทวนลมกับประโยคหลัง บิดตัวไปมาอยู่นานกว่าจะอ้อมแอ้มบอก “นายน้อย... ที่บ้าน... เงินใกล้หมดแล้วเจ้าค่ะ”
“เงิน? เงินอะไร?” เฝ้าบ้านต้องใช้เงินด้วยเรอะ?
“นายน้อย... ต้องซื้อวัตถุดิบทำอาหาร, เมล็ดพันธุ์ดอกไม้, อุปกรณ์ทำสวน, เสื้อผ้า, ค่าน้ำ, ค่าไฟ... แล้วก็... ห้องข้ายังไม่มีผ้าห่มเลยเจ้าค่ะ เมื่อคืนเลยต้อง... แอบไปนอนห้องนายน้อย...”
“......”
“เงินส่วนตัวของข้าฝากไว้อยู่ที่องค์หญิงหมดเลยไม่ได้ติดตัวมา เงินที่ติดตัวมานิดหน่อยก็เอาไปจ่ายค่าอาหารเย็นเมื่อวานกับเมื่อเช้าหมดเกลี้ยงแล้ว...”
เฟิงเซียวเหงื่อตก ลืมเรื่องพื้นฐานพวกนี้ไปสนิทเลยแฮะ... เด็กคนนี้เขาไม่ได้จ่ายเงินเดือนให้ แถมยังไม่ให้ค่าเลี้ยงดูอีกต่างหาก
ถึงแม้ว่า NPC สาวใช้คนนี้จะไม่ต้องการเงินเดือนก็เถอะ
“วันนึงต้องใช้ประมาณกี่เหรียญทอง?”
“วันนึง... ประมาณ 100 เหรียญทองเจ้าค่ะ”
“...ก็ยังดี พอจ่ายไหว” เฟิงเซียวควักเงิน 1,000 เหรียญทองออกมาวางใส่มือนางอย่างใจป้ำ “นี่ค่าใช้จ่ายสำหรับ 9 วัน ไม่ต้องทอนนะ เฝ้าบ้านดีๆล่ะ”
“......” โหรวโหรวมองเงินในมือพลางคิดในใจ เสด็จพ่อบอกว่าเขามีตั้งสิบล้านเหรียญทอง... นายน้อยขี้งกชะมัด
“ข้าควรจะหางานอะไรทำดีไหมนะ? เมื่อก่อนอยู่กับองค์หญิงยังมีเพื่อนเล่น แต่นายน้อยนิสัยไม่ดีคนนี้ไม่อยู่บ้านทั้งวัน ขืนอยู่เฉยๆคงเบื่อตายแน่เลย”
“แต่จะทำอะไรดีล่ะ?”
*****