- หน้าแรก
- ตำนานแห่งอาชูร่า
- บทที่ 51 ความปราดเปรื่องขององค์จักรพรรดิ (ตอนต้น)
บทที่ 51 ความปราดเปรื่องขององค์จักรพรรดิ (ตอนต้น)
บทที่ 51 ความปราดเปรื่องขององค์จักรพรรดิ (ตอนต้น)
ติ๊ง! ยินดีต้อนรับสู่โลก 'หลุนหุย' ขอให้ท่านมีความสุขกับการเล่นเกม
หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ สองพี่น้องก็เข้าสู่โลกของเกมพร้อมกัน เพื่อสานต่อเป้าหมายที่พ่อบุญธรรมได้วางแนวทางไว้
จัตุรัสมังกรสวรรค์ยังคงแออัดยัดเยียดไปด้วยผู้คน เฟิงเซียวพยายามแหวกฝูงชนมุ่งหน้าไปยัง ‘คฤหาสน์สายลม’ ของเขาอย่างทุลักทุเล
“เฮ้ย! คนนั้นใช่นักฆ่าหรือเปล่า? ทำไมวิ่งเร็วจังวะ?” ผู้เล่น A อุทานเมื่อเห็นความเร็วของเฟิงเซียว
“เฮอะ! นักฆ่าที่ไหนจะเร็วขนาดนี้? น่าจะเป็น NPC มากกว่ามั้ง...” ผู้เล่น B มองด้วยสายตาดูแคลน
“อ๋อ เออว่ะ น่าจะใช่” ผู้เล่น A พยักหน้าเห็นด้วย
“นายน้อย... ในที่สุดท่านก็กลับมาเสียที” เมื่อเห็นเฟิงเซียวกลับมา โหรวโหรวก็รีบวิ่งออกมาต้อนรับ แววตาแฝงความร้อนรน
“อื้ม มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่าโหรวโหรว?”
“นายน้อยเจ้าคะ เมื่อประมาณครึ่งชั่วโมงก่อน มีราชโองการเรียกตัวนายน้อยเข้าเฝ้า ดูเหมือนจะเป็นเรื่องด่วนนะเจ้าคะ” โหรวโหรวแอบชำเลืองมองเฟิงเซียวพลางรายงาน
“จักรพรรดิเรียกหา? ได้สิ เดี๋ยวฉันจะรีบไป” เฟิงเซียวนึกกระหยิ่มในใจ หรือว่าจะมีเควสต์ลับมาให้ทำอีกแล้ว? ช่วงนี้ดวงขึ้นจริงๆ อะไรก็ฉุดไม่อยู่
เขาปรายตามองโหรวโหรวด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ แล้วแกล้งถามเสียงแปลกๆ “เธอกลัวฉันหรือเปล่า?”
“อะ...เอ๊ะ? ทะ...ทำไมข้าต้องกลัวนายน้อยด้วยล่ะเจ้าคะ” โหรวโหรวม้วนชายเสื้อเล่นด้วยความประหม่า ตอบเสียงตะกุกตะกัก... กลัวไหม? ก็ไม่เชิง ไม่กลัวงั้นหรือ? แต่ก็โดนรังแกอยู่เรื่อยนี่นา
“ไม่กลัวก็ดีแล้ว!” เห็นแววตาไหวระริกของนาง เฟิงเซียวก็หัวเราะหึๆ แล้วเดินตรงไปยังห้องโถง โหรวโหรวรีบยกมือกอดอกโดยสัญชาตญาณ รอจนเขาเดินผ่านไปแล้วถึงค่อยลดมือลง ถอนหายใจอย่างโล่งอก
แต่ทว่า... เฟิงเซียวที่เดินนำไปแล้ว จู่ๆก็หมุนตัวกลับมา ใช้สองมือคว้าหมับเข้าที่หน้าอกอวบอิ่มของนางอย่างแม่นยำ บีบคลึงยอดอกเบาๆ แล้วปล่อยมืออย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินผิวปากเข้าห้องชั้นในไป ทิ้งให้โหรวโหรวยืนตะลึง หน้าแดงก่ำทำอะไรไม่ถูก
“NPC สาวสวยนี่สุดยอดจริงๆ ทรงสวยได้รูป เพอร์เฟกต์!” เฟิงเซียวเริ่มรู้สึกว่าตัวเองชักจะหื่นขึ้นทุกวัน ท่าทางเขินอายของโหรวโหรวนี่มันยาปลุกเซ็กซ์ชั้นดีชัดๆ เห็นทีไรอดใจไม่ไหวทุกที
เฟิงเซียวเปิดหน้าต่างสื่อสาร ติดต่อหา ‘เลี่ยนเฟิงเหยาเมิ่ง’
“เหยาเอ๋อร์ ทำเควสต์อยู่หรือเปล่า? ตาแก่จักรพรรดิเรียกพี่ไปพบอีกแล้ว สงสัยจะอยากได้พี่ไปเป็นลูกเขยแน่ๆเลย” เฟิงเซียวโม้ด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ
“อื้ม พี่ชายสู้ๆนะคะ แค่นี้ก่อนนะ หนูต้องรีบจัดการเจ้าหมีขี้เซานี่ก่อน”
ติ๊ด... สัญญาณตัดไป
หมีขี้เซา? เฟิงเซียวงงเล็กน้อย มีมอนสเตอร์ที่หลับแล้วให้ตีฟรีๆด้วยเหรอ? น้องสาวของเขานี่มักจะเจออะไรแปลกๆอยู่เรื่อยเลยแฮะ
เฟิงเซียวเปิดหน้าต่างสัมภาระ เริ่มเช็กของที่ได้มาจากการสังหารอัศวินวิญญาณทองคำเมื่อวาน
• [ต่างหูต้องสาป]: ระดับวิญญาณ (เลเวล 30) - ยังไม่ทราบคุณสมบัติ (ใช้งานไม่ได้)
• [หอกวิญญาณทองคำ]: ระดับทองคำ (เลเวล 30) - ยังไม่ทราบคุณสมบัติ (ใช้งานไม่ได้)
• [เกราะวิญญาณทองคำ]: ระดับทองคำ (เลเวล 30) - ยังไม่ทราบคุณสมบัติ (ใช้งานไม่ได้)
“โอ้โห! ดรอปทั้งของระดับเซียนและระดับวิญญาณเลยแฮะ!” เฟิงเซียวตื่นเต้นเล็กน้อย ส่วนพวกอุปกรณ์ระดับเงินที่ผู้เล่นทั่วไปแย่งกันแทบตาย เขาแค่กวาดตามองผ่านๆแล้วเมินใส่ทันที
คนที่มีอุปกรณ์ระดับเทพ เซียน วิญญาณ และทองกองเต็มตัวแบบเขา จะไปสนอะไรกับของระดับเงินล่ะ
แต่ป้ายไม้สีดำสองอันนั่นสะดุดตาเขาเข้าพอดี
ต้องประเมินอีกแล้วเหรอ?
เฟิงเซียวสบถด่าบริษัทเฟยเทียนในใจ หยกต้องประเมินก็พอเข้าใจได้ แต่ไอ้ป้ายไม้เน่าๆนี่ก็ต้องประเมินด้วยเรอะ! จะหน้าเลือดไปถึงไหน!
ติ๊ง! ปรมาจารย์จางมาขอพบ อนุญาตให้เข้าพบหรือไม่?
“ปรมาจารย์จาง?” นักพรตเฒ่าผู้มีอิทธิฤทธิ์ข้างกายจักรพรรดิคนนั้น เฟิงเซียวจำได้แม่น เพราะแกผอมแห้งจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกกับหนวดเครา ถ้าใครจามใส่แรงๆแกคงปลิวไปถึงดวงจันทร์
“อนุญาต”
ปรมาจารย์จางผลักประตูเข้ามา ทันทีที่เห็นเฟิงเซียว แกก็ร้องทักเสียงดัง “ผู้กล้าเฟิงหุน! ในที่สุดก็เจอตัวท่านเสียที เร็วเข้า! รีบตามข้าไปเข้าเฝ้าฝ่าบาท!”
“ท่านรู้ได้ไงว่าผมกลับมาแล้ว มีตาทิพย์หรือไง?” เขาเพิ่งล็อกอินเข้ามาไม่นาน ตาแก่นี่รู้เร็วชะมัด
“โฮ่ๆๆ...” ปรมาจารย์จางเดินมาคว้าแขนเฟิงเซียว “ถึงไม่มีตาทิพย์ แต่ก็ใกล้เคียงแหละน่า ไปกันเถอะ!”
ยังไม่ทันที่เฟิงเซียวจะได้ถามอะไรต่อ ปรมาจารย์จางก็หยิบยันต์แผ่นหนึ่งออกมาขยี้จนแหลก
“อาคมเทียนกัง... เคลื่อนย้ายพริบตา!”
วูบ... แสงสีขาวสว่างวาบ ภาพรอบตัวเลือนหายไป เพียงสองวินาที เฟิงเซียวก็พบว่าตัวเองและปรมาจารย์จางมายืนอยู่ในเขตพระราชฐานชั้นในของวังหลวงมังกรสวรรค์แล้ว
“พาคนอื่นวาร์ปได้ด้วยแฮะ ตาแก่แซ่จางนี่มีของดีจริงๆ ไม่รู้ว่าวิชายันต์พวกนี้เรียนยากไหมนะ” เฟิงเซียวเหล่ตามองตาแก่ข้างตัว เริ่มคิดแผนจะล้วงวิชา
“อะแฮ่ม ปรมาจารย์จางช่างมีอิทธิฤทธิ์แก่กล้านัก ข้าน้อยเลื่อมใสยิ่ง” เฟิงเซียวแกล้งยอขณะเดินตาม
“โฮ่ๆๆ วิชาเล็กน้อย ไม่ควรค่าแก่การเอ่ยถึง” สำหรับผู้บำเพ็ญเพียร จิตใจหนักแน่นดั่งขุนเขา คำเยินยอของเฟิงเซียวไม่ระคายผิวแกแม้แต่น้อย
“ไม่ทราบว่าอาการของฝ่าบาทวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง?” เฟิงเซียวเห็นว่าตาแก่นี่หลอกยากกว่าตาแก่ร้านประเมิน จึงรีบเปลี่ยนเรื่อง
ดวงตาของปรมาจารย์จางเป็นประกายขึ้นมาทันที ลูบเคราขาวแล้วยิ้ม “ต้องขอบคุณท่านผู้กล้าเฟิงหุนจริงๆ ตั้งแต่เสวยพระโอสถโลหิตกิเลนเมื่อวาน ฝ่าบาทก็ทรงกลับมาแข็งแรงกระปรี้กระเปร่าราวกับหนุ่มขึ้นหลายสิบปี ราชวงศ์มังกรสวรรค์ภายใต้การนำของพระองค์จะต้องรุ่งเรืองสืบไปแน่นอน”
ดูท่าจะจงรักภักดีกับราชวงศ์สุดๆ เฟิงเซียวคิดในใจ
“แล้วปรมาจารย์จางพอจะทราบไหมครับว่าฝ่าบาทเรียกผมมาทำไม?”
“เท่าที่อาตมาทราบ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องขององค์หญิงสุ่ยเยว่”
“องค์หญิงสุ่ยเยว่?” เฟิงเซียวทำหน้าแปลกใจ “ได้ข่าวว่าองค์หญิงป่วยหนักจนเกินเยียวยาแล้วไม่ใช่หรือครับ?”
“โฮ่ๆๆ...” ปรมาจารย์จางหัวเราะ “ด้วยพระปรีชาสามารถของฝ่าบาท ทรงใช้โอสถทิพย์ของอดีตจักรพรรดิช่วยชีวิตองค์หญิงไว้ได้ทันท่วงที... เอาล่ะ ถึงแล้ว นี่คือห้องทรงอักษร เชิญท่านเข้าไปเถิด”
เฟิงเซียวเก็บหน้ากากอสูรมายาแล้วเดินตามเข้าไป
ที่เขาถอดหน้ากากเฉพาะตอนเข้าเฝ้า ก็เพราะหนึ่งคือที่นี่ไม่มีผู้เล่นอื่น และสองคือเพื่อเป็นการให้เกียรติจักรพรรดิสักหน่อย
ห้องทรงอักษรเป็นศาลาทรงโบราณที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ไม่มีอะไรโดดเด่นสะดุดตา สิ่งเดียวที่ดึงดูดสายตาเฟิงเซียวได้เกินหนึ่งวินาทีคือป้ายทองคำที่เขียนว่า ‘ห้องทรงอักษร’
“ที่แท้ห้องทรงอักษรก็แค่นี้เอง เล็กพอๆกับห้องน้ำบ้านเราเลย” เฟิงเซียวคิดในใจอย่างไม่เกรงใจสถานที่
เฟิงเซียวไม่รู้หรอกว่าห้องทรงอักษรคือเขตหวงห้ามสูงสุด มีเพียงคนสนิทและขุนนางระดับสูงเท่านั้นที่เข้าออกได้ แต่ด้วย ‘ตราประกาศิตมังกรสวรรค์’ เขาจึงมีสิทธิ์เดินอาดๆเข้ามาได้หน้าตาเฉย
“ฝ่าบาท ผู้กล้าเฟิงหุนมาถึงแล้วพะยะค่ะ” ปรมาจารย์จางค้อมกายคำนับไปทางฉากกั้น
“เชิญผู้กล้าเฟิงหุนเข้ามาได้ ท่านปรมาจารย์จางไปพักผ่อนเถอะ” เสียงทรงอำนาจดังมาจากหลังฉาก เฟิงเซียวฟังแล้วรู้สึกได้เลยว่าเสียงของจักรพรรดิดูมีพลังขึ้นกว่าเมื่อวานมาก
ภารกิจอะไรกันนะ? องค์หญิงหายป่วยแล้ว... หรือจะเรียกมาแต่งตั้งเป็นราชบุตรเขยจริงๆ? ว่าแต่องค์หญิงหน้าตาเป็นยังไงกันนะ?
*****