เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

(R15+) บทที่ 50: ความอบอุ่น

(R15+) บทที่ 50: ความอบอุ่น

(R15+) บทที่ 50: ความอบอุ่น


“พี่ชาย...”

เสียงหวานใสที่เต็มไปด้วยความออดอ้อนดังขึ้น พร้อมกับวงแขนเรียบเนียนดั่งหยกขาวที่โอบกอดรอบคอเขาจากด้านหลัง

เฟิงเซียวอมยิ้มบางๆ แล้วหันกลับไปกอดน้องสาวไว้ “เพิ่งเลิกเล่นเกมเหรอ?”

“อื้อ!... พี่คะ พี่กำลังอ่านกระทู้เกี่ยวกับอาชูร่าอยู่เหรอ? หนูได้ยินคนพูดถึงเขาบ่อยมากเลย ดูเหมือนจะเป็นคนที่เก่งที่สุดในเกมตอนนี้เลยนะคะ” เฟิงเหยาซบหน้าลงบนแผ่นหลังกว้างของพี่ชาย แล้วกระซิบถามเบาๆ

“ใช่แล้ว เขาเก่งกาจมาก ไม่ใช่แค่เก่งนะ แต่ยังรูปร่างสูงโปร่งสง่างาม หน้าตาหล่อเหลาปานเทพบุตร กิริยาท่าทางสุขุมนุ่มลึก ฉลาดเป็นกรด ดูองอาจผ่าเผยราวกับเทพเจ้าลงมาจุติ...” เฟิงเซียวสาธยายสรรพคุณยกหางตัวเองอย่างเมามัน ยิ่งพูดยิ่งรู้สึกฟิน

“คิกคิก... พี่คะ อาชูร่าคนนั้นคงไม่ใช่พี่หรอกนะ!”

“......”

“เพราะพี่ไม่เคยชมใครขนาดนี้มาก่อนเลยนอกจากตัวเอง แล้วอีกอย่าง หนูสงสัยมาตั้งแต่แรกแล้วว่าอันดับหนึ่งต้องเป็นพี่แน่ๆ เพราะไม่ว่าเรื่องอะไร ถ้าไม่ได้ที่หนึ่ง พี่ก็จะดูหงุดหงิดนิดๆเสมอ ยิ่งไปกว่านั้น พี่ชายของหนูน่ะ เก่งที่สุดในโลกอยู่แล้ว” ดวงตาคู่สวยของเฟิงเหยาฉายแววขบขันระคนชื่นชม เธอรู้จักพี่ชายดียิ่งกว่าที่เขารู้จักตัวเองเสียอีก

“ฮ่าๆๆๆ...” เฟิงเซียวพลิกตัวอุ้มเฟิงเหยาขึ้นมานั่งตักในท่าเจ้าหญิง “เหยาเอ๋อร์ของพี่นอกจากจะสวยหยาดเยิ้มเหมือนนางฟ้าจำแลงแล้วยังฉลาดเป็นเลิศอีกต่างหาก... อะแฮ่ม แน่นอนว่าพี่ชายของเธอก็หาตัวจับยาก ทั้งในสวรรค์และบนดิน ถือว่าพอฟัดพอเหวี่ยงกับเหยาเอ๋อร์เด็กดีของพี่ได้อยู่นะ”

ในที่สุดเฟิงเซียวก็เลิกทำตัวมีความลับกับน้องสาว เขาเริ่มเล่าเรื่องราวการผจญภัยสุดพิสดารในเกมให้ฟัง ทั้งเรื่องเหลือเชื่อและโชคชะตาที่พลิกผันนับครั้งไม่ถ้วน เฟิงเหยาฟังไปก็อุทานเบาๆบ้าง ทำปากเป็นรูปตัว ‘o’ ด้วยความทึ่งบ้าง ดูน่ารักน่าเอ็นดู

“อื้ม! สมกับเป็นพี่ชายที่เก่งที่สุดของหนูจริงๆ!” ดวงตาของเฟิงเหยาเปล่งประกายด้วยความหลงใหลและเทิดทูน

เดิมทีเฟิงเหยาก็งดงามปานล่มเมืองอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อต้องแสงไฟนวลตา ใบหน้าหวานซึ้งนั้นยิ่งดูเย้ายวนจนเฟิงเซียวรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว

เมื่อได้ยินเสียงลมหายใจที่เริ่มหนักหน่วงของพี่ชาย เฟิงเหยาก็ยิ้มอย่างอ่อนโยน ขยับสะโพกเบาๆเพื่อจัดท่านั่ง แขนเรียวขาวโอบรอบคอเขาแน่นขึ้น

เฟิงเหยาสวมเพียงชุดเดรสรัดรูปสีขาวบางเบา เผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าเย้ายวนใจ หน้าอกอวบอิ่มที่ดันทรงเสื้อ เอวคอดกิ่วที่น่าทะนุถนอม ภาพตรงหน้าควรจะดูอีโรติกยั่วยวน แต่ใบหน้าที่สงบนิ่งและอ่อนหวานของเธอกลับทำให้บรรยากาศดูบริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์อย่างน่าประหลาด

เฟิงเซียวรู้สึกเหมือนเลือดลมสูบฉีดพล่าน เขาค่อยๆยกมือขึ้น เลิกชายเสื้อและชุดชั้นในของเธอขึ้นไปอย่างเบามือ กอบกุมความนุ่มหยุ่นอวบอิ่มนั้นไว้เต็มสองมือ แล้วเริ่มนวดคลึงเบาๆ

“อ๊า... พี่ชาย...” เสียงครางกระเส่าของเฟิงเหยาราวกับคนละเมอ แผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน มือเล็กๆลูบไล้แก้มของพี่ชาย ก่อนจะเงยหน้าเผยอปากเล็กน้อย ลิ้นสีชมพูอ่อนยื่นออกมาแตะริมฝีปากเขา แล้วสอดเข้าไปพัวพันหยอกล้อภายใน

“อื้ม!” เสียงครางหวานดังขึ้นอีกครั้ง น้ำหวานในปากไหลรินสู่ปากของเฟิงเซียวอย่างไม่อาจหยุดยั้ง เธอรู้สึกถึงความอัดอั้นที่ก่อตัวขึ้นที่ช่วงล่างเมื่อหน้าอกถูกมือใหญ่บีบเคล้นจนเปลี่ยนรูปทรง ขาเรียวสวยบดเบียดกันด้วยความเสียวซ่าน แต่แล้วมือซุกซนข้างหนึ่งของเขาก็เลื่อนลงไปใต้กระโปรง สอดเข้ามาที่ต้นขาด้านใน พยายามแยกเรียวขาที่หนีบแน่นนั้นออกจากกัน

“พี่ชายลามก!” เฟิงเหยาบ่นอุบอย่างขัดเขิน ทว่าก็ยอมแยกขาออกอย่างว่าง่าย เตรียมพร้อมให้ส่วนอ่อนไหวบอบบางถูกรังแกอย่างเต็มที่

เฟิงเซียวยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ปลายนิ้วค่อยๆรุกล้ำเข้าไป ท่ามกลางเสียงครวญครางแสนหวานของเฟิงเหยา เขาเริ่มบรรเลงบทรักอันหนักหน่วงดุจพายุฝน... คลื่นอกขาวผ่องที่กระเพื่อมขึ้นลงกระตุ้นสายตาของเฟิงเซียวอย่างรุนแรง ยอดถันทั้งสองสั่นระริกแวววาวดุจหยก ราวกับเป็นอัญมณีที่งดงามที่สุดในใต้หล้า

หยาดน้ำกระเซ็นซ่าน ธารรักไหลริน...

"พี่... พี่ชาย... ได้เวลา... นอนแล้ว... อ๊า..." เฟิงเหยาแตะขอบสวรรค์อีกครั้ง ความสุขสมรุนแรงทำเอาร่างกายแทบกระตุกเกร็ง ท่ามกลางเสียงร้องขอชีวิตของเหยาเอ๋อร์ ในที่สุดเฟิงเซียวก็ยอมถอนมือออกมาจากใต้กระโปรง ก่อนจะจงใจป้ายของเหลวชุ่มฉ่ำที่เปรอะเปื้อนมือลงบนเรียวขาขาวผ่องของเธอทีละน้อย ท่ามกลางสายตาแง่งอนของหญิงสาว

หลังจากพายุอารมณ์สงบลง เฟิงเหยาตะกายลงจากตักพี่ชายอย่างทุลักทุเล ขาที่อ่อนแรงทำให้เธอเซเล็กน้อย เธอหันมาค้อนวงโตแล้วพูดเสียงสั่น “พี่ชายรีบไปนอนได้แล้วค่ะ!” ก่อนจะวิ่งหนีเข้าห้องน้ำไป

เฟิงเซียวมองตามแผ่นหลังบอบบางที่น่าหลงใหล พยายามข่มอารมณ์ดิบเถื่อนที่ยังคุกรุ่นให้สงบลง แล้วยิ้มแห้งๆให้กับตัวเอง

เพราะสัญญาที่ให้ไว้ เขาจึงยังไม่สามารถครอบครองเฟิงเหยาได้อย่างสมบูรณ์

นี่มันการทรมานชัดๆ!

ในค่ำคืนที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงน้ำไหลจากห้องน้ำและกลิ่นหอมจางๆที่ลอยมาแตะจมูก เฟิงเซียวหลับตาลง ซึมซับความอบอุ่นของคำว่าครอบครัวและคนรัก

เสียงน้ำหยุดลง เฟิงเซียวขี้เกียจอาบน้ำแล้ว จึงเดินกลับเข้าห้องนอนของตัวเองที่อยู่ติดกับห้องของเฟิงเหยา

เทพธิดาหลังอาบน้ำช่างงดงามจนลืมหายใจ เฟิงเหยาที่กำลังเช็ดผมเปียกหมาดๆ เดินมาหยุดหน้าห้องเฟิงเซียว แนบหน้ากับประตูแล้วกระซิบเบาๆ “ฝันดีนะคะพี่ชาย” ก่อนจะลอยกลับห้องตัวเองไปราวกับนางฟ้า

บ้านของตัวเอง... อบอุ่นที่สุดเสมอ

ถ้าพี่ยอมนอนกอดหนูเหมือนตอนเด็กๆ ก็คงดีสินะ

ถ้าเฟิงเซียวรู้ความคิดนี้เข้าคงต้องร้องโอดโอยแน่ๆ การให้นอนกอดเหยาเอ๋อร์สุดที่รักโดยห้ามทำอะไรเนี่ย นอกจากจะต้องใช้ความอดทนขั้นเทพแล้ว มันยังทรมานยิ่งกว่าโดนฆ่าให้ตายเสียอีก

......

......

เช้าวันใหม่มาเยือนตามนัดหมาย แสงอาทิตย์ขับไล่ความมืดมิด นำมาซึ่งความสดใส

ฟ้าเพิ่งจะสาง เฟิงเหยาก็ลืมตาตื่น เธอคลำหมอนตามความเคยชิน เมื่อสัมผัสได้ถึงความเปียกชื้น เธอก็ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ

สามปีแล้ว... ทุกเช้าที่ตื่นมา ปลอกหมอนของเธอจะเปียกชุ่มไปด้วยคราบน้ำตาโดยไม่รู้สาเหตุ ราวกับว่าน้ำตาของเธอไม่มีวันเหือดแห้ง บางคืนที่สะดุ้งตื่นกลางดึก เธอก็พบว่าตัวเองกำลังร้องไห้อย่างหนัก ความรู้สึกจุกแน่นในอกทำให้อยากจะกรีดร้องออกมา

เฟิงเหยาจัดผมเผ้าให้เข้าที่ สวมหมวกปีกกว้างกันแดด แล้วเดินออกจากบ้านไปเงียบๆ

เฟิงเซียวตื่นขึ้นมา ใช้พลังแห่งความโกลาหลขับไล่ความเหนื่อยล้าจนหมดสิ้น แล้วเดินออกมาที่ห้องนั่งเล่น

“เหยาเอ๋อร์คงเตรียมมื้อเช้าเสร็จแล้วมั้ง”

ประตูบ้านเปิดออก ร่างของเฟิงเหยาปรากฏขึ้นพร้อมกับถุงอาหารเช้าในมือ

“พี่ชาย ตื่นแล้วเหรอคะ” เฟิงเหยาบินถลาเข้ามาหาพี่ชายราวกับผีเสื้อตัวน้อย

“ออกไปซื้อข้าวเช้าแต่เช้าเลยเหรอเนี่ย” เฟิงเซียวมองถุงในมือเธอ กลิ่นหอมอ่อนๆลอยมาเตะจมูก “นี่อะไรน่ะ?”

“โจ๊กข้าวสาลีค่ะ กำลังร้อนๆเลย อยากกินอะไรอีกไหมคะ?” แววตาของเธอเปี่ยมไปด้วยความห่วงใยและรักใคร่

“แค่นี้ก็พอแล้ว เธอก็รู้ว่าพี่กินไม่เยอะหรอก” เฟิงเซียวรับโจ๊กมา หัวใจพองโตด้วยความสุข ก้มหน้าก้มตากินอย่างเอร็ดอร่อย

เฟิงเหยายิ้มหวาน ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนอนของพี่ชาย เพื่อจัดเก็บกวาดทำความสะอาด

เฟิงเซียวไม่ได้เข้าไปช่วย และไม่ได้เรียกให้เธอมากินข้าวก่อน เพราะเขารู้ดีว่าขืนทำแบบนั้น ก็จะโดนเธอดันหลังออกมาอย่างนุ่มนวลอยู่ดี เขาชินกับความเอาใจใส่แบบ ‘เผด็จการที่แสนอ่อนโยน’ ของเฟิงเหยาไปเสียแล้ว

เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เฟิงเหยาถึงจะออกมานั่งกินมื้อเช้ากับพี่ชาย

หลังจากพ่อบุญธรรมเสียชีวิต ทั้งสองก็ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตามลำพัง ดำเนินชีวิตประจำวันด้วยความสัมพันธ์ที่ก้ำกึ่งระหว่างพี่น้องและคนรักเช่นนี้เรื่อยมา

สี่ปีแล้วที่เฟิงเซียวดรอปเรียนจากมหาวิทยาลัย เขาแทบไม่ออกไปไหน ไม่ได้ทำงานทำการ และพ่อบุญธรรมก็ไม่ได้ทิ้งมรดกอะไรไว้ให้ แต่พวกเขากลับไม่เคยขัดสนเรื่องเงินทอง แถมยังซื้อบ้านหรูหลังนี้ได้หลังจากพ่อบุญธรรมเสียอีกด้วย

เฟิงเหยาไม่เคยถามว่าพี่ชายเอาเงินมาจากไหน ความเชื่อใจและความผูกพันที่เธอมีต่อเขานั้น มันมากมายมหาศาลจนแทบจะเรียกได้ว่าหลงใหลอย่างไม่มีลืมหูลืมตา

*****

จบบทที่ (R15+) บทที่ 50: ความอบอุ่น

คัดลอกลิงก์แล้ว