- หน้าแรก
- ตำนานแห่งอาชูร่า
- บทที่ 45: น้ำตาของมังกรศักดิ์สิทธิ์แห่งแสง
บทที่ 45: น้ำตาของมังกรศักดิ์สิทธิ์แห่งแสง
บทที่ 45: น้ำตาของมังกรศักดิ์สิทธิ์แห่งแสง
“หมดหนทางแล้วจริงๆหรือ?” จักรพรรดิมังกรสวรรค์ใบหน้าซีดเผือดราวกับคนตาย มือที่กุมแขนหมอหลวงฮวงบีบแน่นขึ้นเรื่อยๆโดยไม่รู้ตัว
หมอหลวงฮวงเจ็บจนหน้าเบ้ แต่ไม่กล้าร้องออกมาแม้แต่แอะเดียว ได้แต่กัดฟันพูดอย่างยากลำบาก “กระหม่อมไร้ความสามารถ... โรคขององค์หญิงสุ่ยเยว่ได้แทรกซึมเข้าสู่ไขกระดูกแล้ว กระหม่อมจนปัญญาจริงๆพะยะค่ะ... องค์หญิงคง... อยู่ไม่พ้นคืนนี้”
“ข้า... เข้าใจแล้ว” ราวกับวิญญาณถูกกระชากออกจากร่าง จักรพรรดิมังกรสวรรค์ปล่อยมือจากหมอหลวงฮวงด้วยสีหน้าสิ้นหวัง ก่อนจะโบกมือไล่อย่างอ่อนแรง “ออกไปให้หมด... ให้ข้าได้อยู่กับลูกสาวของข้าตามลำพัง”
“ฝ่าบาท...”
“ไสหัวไป!!!”
“รับ... รับด้วยเกล้าพะยะค่ะ ข้าพระองค์ขอทูลลา” หมอหลวงฮวงถูกเสียงตวาดก้องจนขวัญหนีดีฝ่อ รีบลนลานถอยฉากออกไปทันที
จักรพรรดิมังกรสวรรค์ลากสังขารอันหนักอึ้งเดินมายังเตียงหยกหงส์เพลิง พระหัตถ์ลูบใบหน้าซีดขาวของบุตรสาวอย่างแผ่วเบา ความรู้สึกผิดท่วมท้นในใจ ชาตินี้พระองค์ติดค้างนางไว้มากมายเหลือเกิน หากเพียงพระองค์ใส่ใจนางมากกว่านี้ สังเกตเห็นความผิดปกติเร็วกว่านี้ เรื่องราวคงไม่บานปลายจนไม่อาจแก้ไข
“เสด็จ... พ่อ... ลูกกำลัง... จะตาย... ใช่ไหมเพคะ?”
มือของจักรพรรดิมังกรสวรรค์สั่นสะท้าน พระองค์รีบปรับสีหน้า ฝืนยิ้มอ่อนโยนให้ลูกสาว “ลูกรักของพ่อจะตายได้อย่างไร ดูสิ ตอนนี้เจ้าก็พูดได้แล้วนี่นา แสดงว่าอาการของเจ้ากำลังจะหายดีแล้วนะ”
“เสด็จพ่อโกหก... ลูกรู้... นี่คือ... อาการ... แสงสุดท้าย... ก่อนตะวันลับฟ้า” น้ำเสียงของนางแผ่วเบาราวสายลมในหุบเขา แต่มันกลับกรีดลึกเข้าไปในหัวใจของผู้เป็นพ่อ จักรพรรดิมังกรสวรรค์ไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้อีกต่อไป พระองค์ใช้มือใหญ่ปิดตานางไว้อย่างนุ่มนวล น้ำตาหยดใสไหลพรากอาบสองแก้ม
“หลับซะเถอะลูกรัก พ่อบอกว่าเจ้าจะไม่ตาย เจ้าก็ต้องไม่ตาย ไม่มีใครขัดคำสั่งพ่อได้ทั้งนั้น”
ลมหายใจขององค์หญิงสุ่ยเยว่เริ่มแผ่วลงเรื่อยๆ จนในที่สุดนางก็หลับใหลไป... ดูราวกับว่าจะไม่ตื่นขึ้นมาอีกตลอดกาล
“พ่อจะยอมให้เจ้าตายได้อย่างไร ในเมื่อเจ้าคือลูกสาวเพียงคนเดียวของพ่อ...”
ขวดหยกใบงามปรากฏขึ้นในมือของจักรพรรดิมังกรสวรรค์ พระองค์เปิดจุกขวดออกด้วยความระมัดระวัง สูดดมกลิ่นหอมนั้นด้วยความอาลัยอาวรณ์อยู่ครู่หนึ่ง... เนิ่นนานผ่านไป พระองค์ถอนหายใจยาว แล้วปล่อยให้ของเหลวสีม่วงหยดหนึ่งลอยออกจากขวด ตกลงสู่ริมฝีปากขององค์หญิงสุ่ยเยว่
เมื่อเห็นหยดเลือดกิเลนซึมหายเข้าไปในปากของลูกสาว รอยยิ้มแห่งความโล่งใจและปลดเปลื้องภาระก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของจักรพรรดิมังกรสวรรค์
“ในที่สุด... ข้าก็ได้ทำหน้าที่พ่อจริงๆสักครั้ง”
......
......
“เหยาเอ๋อร์ นั่นเธอใช่ไหม?”
ชื่อในเกมของเฟิงเหยาคือ ‘เลี่ยนเฟิงเหยาเมิ่ง’[1] ชื่อแปลกๆที่ฟังดูมีความหมายแฝง หลังจากเฟิงเซียวไล่ให้โหรวโหรวออกไปแล้ว เขาก็รีบติดต่อหาน้องสาวทันที
อุปกรณ์สื่อสารในเกมมีลักษณะเหมือนสายรัดข้อมือ เพียงแค่รู้ชื่ออีกฝ่ายก็สามารถเรียกสายได้ทันที โดยเสียงจะดังออกมาจากสายรัดข้อมือของฝ่ายตรงข้าม ทำให้คนรอบข้างได้ยินด้วย แต่ถ้าอยากคุยแบบส่วนตัว ก็แค่ใช้วิธีกระซิบผ่านความคิด
นอกจากนี้ สายรัดข้อมือยังทำหน้าที่เป็นนาฬิกาบอกเวลาทั้งในเกมและโลกจริง พูดง่ายๆมันก็คือสมาร์ทวอทช์ที่โทรหากันได้นั่นแหละ
“...หนูเองค่ะ พี่ชายออกมาจากพื้นที่พิเศษแล้วเหรอคะ?” น้ำเสียงหวานใสของเฟิงเหยาเต็มไปด้วยความดีใจ
“อื้ม เมื่อกี้ติดภารกิจอยู่ ติดต่อใครไม่ได้เลย เหยาเอ๋อร์ทำอะไรอยู่? เลเวลเท่าไหร่แล้ว?”
“ตอนนี้เลเวล 6 แล้วค่ะ เมื่อกี้หนูยืนดูมอนสเตอร์ตัวเล็กๆเต้นรำอยู่ แต่ตอนนี้กำลังทำภารกิจยุ่งยากอยู่เควสต์นึงค่ะ!”
ดูมอนสเตอร์เต้นรำ? เฟิงเซียวเหงื่อตก มีมอนสเตอร์ที่ไหนเต้นรำได้ด้วยเหรอฟะ?
“สู้ๆนะเหยาเอ๋อร์! รีบออกจากหมู่บ้านมือใหม่มาผจญภัยกับพี่ชายสุดหล่อเร็วๆล่ะ!” เฟิงเซียวหยอกล้อ
“อื้อ หนูจะไม่ยอมตามหลังพี่ชายมากเกินไปแน่นอน... จริงสิพี่คะ สกิล ‘ประเมิน’ คืออะไรเหรอคะ? มันดีไหม?” เฟิงเหยาถามคำถามที่ดูไร้เดียงสาตามประสาคนไม่เคยเล่นเกม เพราะเวลาว่างส่วนใหญ่ของเธอหมดไปกับการคิดถึงพี่ชาย
“เอ่อ... จะว่าไงดีล่ะ มันเป็นสกิลที่ดีและมีประโยชน์มาก แต่ไม่เกี่ยวกับผู้เล่นอย่างเราหรอก” เฟิงเซียวตอบ ปกติทักษะประเมินเป็นของ NPC เจ้าของร้านประเมินเท่านั้น ผู้เล่นไม่มีทางเรียนได้
“อย่างนั้นเหรอคะ งั้นหนูไม่ทำภารกิจนี้แล้วดีกว่า เกือบเสียเวลาไปเปล่าๆเพื่อเรียนสกิล ‘ประเมิน’ ที่ไม่มีประโยชน์ซะแล้ว หนูไปเก็บเลเวลต่อดีกว่า”
“...เดี๋ยวนะ เหยาเอ๋อร์ เมื่อกี้เธอว่าไงนะ? เรียนสกิลประเมิน? มีคนจะสอนสกิลประเมินให้เธอเหรอ?” เฟิงเซียวแทบไม่เชื่อหูตัวเอง
“ใช่ค่ะ หนูเพิ่งรับภารกิจลับมาจากผู้เฒ่าหัวหน้าหมู่บ้าน เขาบอกว่าถ้าทำสำเร็จจะสอน ‘สกิลประเมิน’ ให้”
เฟิงเซียว: “......”
การเรียนรู้สกิลประเมินหมายถึงอะไร? มันหมายถึงภูเขาทองคำกองโตที่จะไหลมาเทมาน่ะสิ! ถ้าเปิดร้านรับประเมินไอเทม รับรองว่ากำไรมหาศาลชนิดที่เรียกว่า ‘จับเสือมือเปล่า’ ได้เลย ดูจากฝูงชนที่อออยู่หน้าร้านประเมินในเมืองหลวงกับราคาสุดโหดนั่นก็รู้แล้ว ยิ่งในช่วงกลางถึงท้ายเกมที่อุปกรณ์ระดับสูงเริ่มเกลื่อนตลาด เงินจะไหลเข้ากระเป๋าชนิดนับไม่ทัน
เสน่ห์แรงเกินต้านจริงๆ ขนาด NPC ยังเอาภารกิจลับมาประเคนให้ถึงที่
“เหยาเอ๋อร์! ห้ามทิ้งภารกิจนี้เด็ดขาดเลยนะ! ‘สกิลประเมิน’ เป็นสิ่งที่ผู้เล่นคนอื่นฝันอยากได้แทบตายก็ไม่ได้มา...” เฟิงเซียวรีบอธิบาย เกือบไปแล้ว เกือบปล่อยให้ลาภก้อนโตหลุดมือไปซะแล้ว
“...อื้อ พี่ชาย งั้นหนูจะทำภารกิจนี้ต่อค่ะ” เฟิงเหยาไม่เคยขัดใจพี่ชาย และไม่เคยถามหาเหตุผล ความเชื่อใจและความผูกพันที่เธอมีต่อเขานั้น ทั้งหนักแน่นและไร้เงื่อนไข
“ภารกิจเป็นยังไง ยากไหม?”
“ยุ่งยากมากเลยค่ะ คือผู้เฒ่าหัวหน้าหมู่บ้านทำสร้อยคอสีม่วงหายไป เขาให้หนูไปรวบรวมเขี้ยวของมอนสเตอร์ 30 ชนิดเพื่อมาทำม้วนคัมภีร์เรียกสร้อยคอกลับคืนมา”
“สร้อยคอสีม่วง... เหยาเอ๋อร์ เธออยู่หมู่บ้านมือใหม่หมายเลขอะไร?” น้ำเสียงของเฟิงเซียวเริ่มแปลกๆ
“หมายเลข 99999 ค่ะ เลขสวยดีนะคะ”
“...สวยจริงๆด้วย” เฟิงเซียวปาดเหงื่อทิพย์—ชัดเลย ตาแก่หัวหน้าหมู่บ้านคนนั้นนั่นเอง เขาเพิ่งช่วยตามหาสร้อยคอให้เมื่อ 3 วันก่อน นี่ทำหายอีกแล้วเหรอ? ไหนบอกว่าเป็นของดูต่างหน้าเมียที่สำคัญกว่าชีวิตไง? ถุย! นี่แกเห็นเป็นของเล่นหรือไง ขว้างทิ้งได้ทุกวี่ทุกวัน
แต่ภารกิจนี้ยากของจริง ในหมู่บ้านมือใหม่ที่มอนสเตอร์มีไม่กี่ชนิด การจะหาเขี้ยวจากมอนสเตอร์ให้ครบ 30 ชนิดนี่ต้องใช้เวลาเป็นชาติแน่ๆ
หลังจากวางสายจากเฟิงเหยา เฟิงเซียวก็เรียกดาบยาวสีทองหม่นออกมาถือไว้ในมือ
ได้เวลาปลดผนึกกระบี่เซวียนหยวนขั้นที่สองแล้ว
การดูดซับและปลดปล่อยของเหลวในขวดหยกควบคุมด้วยความคิด หยดเลือดสีม่วงลอยออกมาจากขวดและหยดลงบนตัวกระบี่เซวียนหยวน มันซึมหายไปในพริบตา ทันใดนั้น แสงสีม่วงก็สว่างวาบ ห่อหุ้มตัวดาบไว้นานถึงครึ่งนาที
เป็นไปตามคาด ผนึกชั้นที่สองของกระบี่เซวียนหยวนถูกปลดออกอย่างสมบูรณ์ แสงสีทองของดาบเข้มข้นขึ้น รัศมีอำนาจที่แผ่ออกมาก็น่าเกรงขามขึ้น และค่าสถานะต่างๆก็พุ่งขึ้นเป็นสองเท่า
[กระบี่เซวียนหยวนที่ถูกผนึก]: ไม่ทราบระดับ
• ความเร็วโจมตี: ปกติ
• สถานะ: ผูกมัดเจ้าของ (ไม่สามารถซื้อขาย, ดรอป, ทิ้ง, หรือขโมย)
• รายละเอียด: ดาบโบราณสีทองอร่ามอายุพันปี ตำนานเล่าว่าเป็นดาบเทพเจ้าที่สวรรค์ประทานให้จักรพรรดิเหลืองใช้ปราบจอมมารชื่อโหยว ภายในอัดแน่นด้วยพลังอันไร้ขอบเขต ปัจจุบันอยู่ในสภาพถูกผนึก (ปลดผนึกแล้ว: 2/7)
• คุณสมบัติ:
• พลังโจมตี +200
• พลังโจมตี +10%
• พลังชีวิต +200
• มานา +200
• ค่าสถานะพื้นฐานทั้ง 4 +20
• โชค +10
• ความแม่นยำ +10%
• อัตราคริติคอล +5%
• บล็อกการโจมตี 5%
• โอกาสทำลายอาวุธ 3%
• โอกาสทำลายเกราะ 3%
• โอกาสตายฉับพลัน 2%
• ทักษะ:
• [เพลิงศักดิ์สิทธิ์เซวียนหยวน]: (ทักษะสนับสนุน/ระดับกลาง) เผาผลาญจิตวิญญาณของผู้ใช้ด้วยเปลวเพลิงแห่งเซวียนหยวน เพิ่มความสามารถอย่างมหาศาลในระยะเวลาหนึ่ง
• ผลลัพธ์: พลังโจมตี +100%, อัตราคริติคอล +100%
• ระยะเวลา: 20 วินาที (2 วินาทีแรกจะเป็นอมตะ)
• คูลดาวน์: ใช้ได้วันละ 1 ครั้ง
• [ราชันย์ครองพิภพ]: (ทักษะโจมตี/กระบวนท่าที่ 3 แห่งเซวียนหยวน - ท่าทำลายล้าง) ระเบิดพลังเซวียนหยวนอันเกรี้ยวกราด จู่โจมศัตรูด้วยท่วงท่าดุจราชาผู้ปกครองโลกหล้า
• ผลลัพธ์: โจมตีเป้าหมายเดี่ยว, ไม่สนพลังป้องกัน, ความแรง 5000%
• ผลพิเศษ: ในขณะที่ออกท่า ศัตรูในระยะ 10 เมตรจะติดสถานะ ‘หวาดกลัว’ (เคลื่อนที่และโจมตีไม่ได้) เป็นเวลา 1 วินาที
• คูลดาวน์: ใช้ได้วันละ 1 ครั้ง
• ผลข้างเคียง: เนื่องจากผู้ใช้มีพลังไม่เพียงพอ หลังใช้งานจะติดสถานะ ‘อ่อนแอ’ เป็นเวลา 3 ชั่วโมง (ค่าพลังชีวิต, มานา, โจมตี, ป้องกัน, หลบหลีก, แม่นยำ ลดลง 70%)
โหดสุดๆ! โดยเฉพาะ ‘เพลิงศักดิ์สิทธิ์เซวียนหยวน’ ที่ไม่เพียงระยะเวลาเพิ่มเป็นสองเท่า แต่ยังเพิ่มบัฟ ‘คริติคอล 100%’ เข้ามาอีก!
ส่วนทักษะ ‘ราชันย์ครองพิภพ’ ผลข้างเคียงก็เบาลง จากเดิมที่ค่าสถานะเหลือแค่ 10% ตอนนี้เหลือ 30% ซึ่งสำหรับเฟิงเซียวแล้ว พลัง 30% ของเขาก็ยังพอฟัดพอเหวี่ยงกับผู้เล่นทั่วไปเลเวลเดียวกันได้สบายๆ หรือเผลอๆจะเก่งกว่าด้วยซ้ำ
“พี่เฟิง... พี่เก่งจังเลย เก่งมากๆ แค่สี่วันก็ทำภารกิจที่เป็นไปไม่ได้สำเร็จแล้ว ตอนแรก... หว่านเอ๋อร์นึกว่าจะต้องรออีกหลายปีกว่าจะปลดผนึกได้... หว่านเอ๋อร์ชอบพี่มากขึ้นทุกวันเลยเจ้าค่ะ”
“ไม่ขนาดนั้นหรอกน่า แค่โชคดีน่ะ” เฟิงเซียวตอบอย่างเขินๆ เสียงหวานๆของเซวียนหยวนหว่านเอ๋อร์ทำให้เขาต้องแสร้งทำเป็นถ่อมตัวโดยอัตโนมัติ
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า การได้เลือดกิเลนมานั้นเป็นโชคล้วนๆ แถมยังเป็นโชคระดับมหาศาลเสียด้วย
“ไม่เจ้าค่ะ! นี่คือลิขิตสวรรค์” เซวียนหยวนหว่านเอ๋อร์ยืนยันหนักแน่น “สมแล้วที่พี่เฟิงเป็นผู้ถูกเลือก หว่านเอ๋อร์เริ่มมั่นใจขึ้นเรื่อยๆแล้วเจ้าค่ะ”
“......”
“ว่าแต่หว่านเอ๋อร์ ผนึกชั้นที่สามต้องใช้อะไรแก้เหรอ?”
กิเลนอัสนีม่วงเคยบอกไว้ว่า ผนึกของกระบี่เซวียนหยวนจะยิ่งแก้ยากขึ้นเรื่อยๆ ขนาดชั้นที่สองยังโหดหินขนาดนี้ ชั้นที่สามจะต้องใช้อะไรกันแน่ เฟิงเซียวเริ่มเครียดนิดๆ เพราะถ้าไม่ใช่เพราะโชคช่วย ต่อให้เขาเวล 500 ก็คงหากิเลนไม่เจอ
“ผนึกชั้นที่สามต้องใช้... ต้องใช้...” เสียงของเซวียนหยวนหว่านเอ๋อร์เริ่มตะกุกตะกัก “พี่เฟิง เงื่อนไขนี้ยากกว่าโลหิตกิเลนอีก พี่ต้องทำใจดีๆนะเจ้าคะ”
“......”
“การปลดผนึกชั้นที่สาม จำเป็นต้องใช้... น้ำตาของมังกรศักดิ์สิทธิ์แห่งแสงเจ้าค่ะ...”
ตึง!
เฟิงเซียวหน้าทิ่มพื้นเต็มแรง
“ระบบเฟยเทียน! พ่องเอ็งเถอะ...” เงื่อนไขนี้มันไม่ใช่แค่โรคจิต แต่มันคือการกลั่นแกล้งกันชัดๆ! อย่าว่าแต่น้ำตามังกรเลย น้ำตากระต่ายยังไม่รู้จะไปหาที่ไหน! จะให้ไปขู่ให้มันร้องไห้รึไง?
มังกรศักดิ์สิทธิ์แห่งแสง ในเกมออนไลน์ยุคศตวรรษที่ 23 แทบทุกเกม มันคือบอสลับระดับตำนาน ในเกม ‘หลุนหุย’ นี้ มันมีศักดิ์เป็นรองเพียงมังกรฟ้าเท่านั้น และจัดเป็นหนึ่งใน ‘สามมหาอสูรเหนือเทพ’ ของเผ่ามังกร ร่วมกับมังกรทองและมังกรแห่งความมืด
จะไปขอน้ำตามัน... นี่เอาสมองส่วนไหนคิดวะครับเนี่ย?
“...หว่านเอ๋อร์จ๋า อย่าเพิ่งพูดถึงว่าจะหาเจอไหมนะ... มังกรมันร้องไห้เป็นด้วยเหรอ? มีใครเคยเห็นมังกรเสียน้ำตาบ้างไหม?”
“ดูเหมือนจะ... ไม่เคยนะเจ้าคะ...”
ความเงียบเข้าปกคลุม...
“...หว่านเอ๋อร์ บอกเงื่อนไขอีก 4 ชั้นที่เหลือมาทีเดียวเลยเถอะ ฉันจะได้ทำใจรวดเดียว” เฟิงเซียวพูดอย่างหมดอาลัยตายอยาก
“พี่เฟิงคะ เงื่อนไขชั้นต่อไปจะปรากฏก็ต่อเมื่อปลดผนึกชั้นก่อนหน้าสำเร็จแล้วเท่านั้นเจ้าค่ะ”
“เออ! เอาไงก็เอาวะ! เป้าหมายต่อไป... ตามล่าหามังกรศักดิ์สิทธิ์แห่งแสง! แต่ก่อนอื่น ขอไปเก็บเลเวลก่อนดีกว่า”
“อื้ม... ไม่แน่ว่าพี่เฟิงอาจจะมีดวงจักรพรรดิค้ำจุน มังกรศักดิ์สิทธิ์แห่งแสงอาจจะโผล่มาให้เจอง่ายๆเหมือนกิเลนก็ได้ใครจะรู้...”
*****
[1] 恋风瑶梦 เลี่ยน(รัก) เฟิง(สายลม) เหยา(งดงาม) เมิ่ง(ความฝัน)