เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 44: ตราประกาศิตมังกรสวรรค์ (ตอนปลาย)

บทที่ 44: ตราประกาศิตมังกรสวรรค์ (ตอนปลาย)

บทที่ 44: ตราประกาศิตมังกรสวรรค์ (ตอนปลาย)


“ฝ่าบาท...”

“พอได้แล้ว ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น” จักรพรรดิมังกรสวรรค์โบกพระหัตถ์ แล้วตรัสด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ข้าเห็นด้วยกับสิ่งที่ท่านเสนาธิการซ่างได้กล่าวมา ดังนั้น ข้าตัดสินใจแล้วว่าจะมอบ ‘ตราประกาศิตมังกรสวรรค์’ ให้กับผู้กล้าเฟิงหุน!”

“ฝ่าบาท! เรื่องนี้จะทรงทำโดยพลการเช่นนี้มิได้นะพะยะค่ะ!” ขุนนางเฒ่าชุดน้ำเงินรีบทรุดลงคุกเข่าด้วยความตื่นตระหนก

“ท่านอัครเสนาบดีซ้าย ไม่ต้องพูดอีกแล้ว ข้ามีเหตุผลของข้า หากวัดกันที่ฝีมือการต่อสู้ เฟิงหุนคืออันดับหนึ่งในหมู่ผู้กล้าจากต่างโลก หากวัดกันที่ความสามารถ เขาสามารถทำสิ่งที่คนทั้งวังหลวงทำไม่ได้มาสามปี ให้สำเร็จได้ภายในสามวันเพียงลำพัง หากวัดกันที่ความดีความชอบ เขาช่วยชีวิตข้าเอาไว้... และหากวัดกันที่ ‘คุณธรรม’ พวกท่านลองถามใจตัวเองดูเถิดว่า ถ้าพวกท่านได้ของวิเศษเช่นนี้มา พวกท่านจะเก็บไว้ใช้เอง หรือจะเสียสละนำมาถวายข้าอย่างไม่ลังเล?”

จักรพรรดิมังกรสวรรค์ตรัสจบก็กวาดสายตาอันทรงอำนาจไปรอบท้องพระโรง จ้องมองขุนนางแต่ละคนด้วยแววตากดดัน

เหล่าขุนนางทั้งบู๊และบุ๋นต่างพากันเงียบกริบ พูดไม่ออก ไตร่ตรองคำพูดของจักรพรรดิแล้วก็เริ่มคล้อยตาม ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าเฟิงหุนผู้นี้ช่างเป็นคนหนุ่มที่เพียบพร้อมทั้งความสามารถและคุณธรรมจริงๆ แม้แต่เฟิงเซียวที่ยืนฟังอยู่ยังอดรู้สึกไม่ได้ว่าตัวเองนี่มันช่างสมบูรณ์แบบเสียนี่กระไร

อัครเสนาบดีซ้ายเมื่อเห็นจักรพรรดิมุ่งมั่นเช่นนั้น ก็ได้แต่ถอนหายใจและล่าถอยออกมา ในใจหวังเพียงว่าเฟิงหุนจะคู่ควรกับป้ายประกาศิตแผ่นนี้จริงๆ

“ปรมาจารย์จาง จงไปอัญเชิญตราประกาศิตมังกรสวรรค์จากห้องทรงอักษรมามอบให้ผู้กล้าเฟิงหุนบัดเดี๋ยวนี้”

“รับด้วยเกล้าพะยะค่ะ”

“วิชาอาคมเทียนกัง... เคลื่อนย้ายวัตถุ! ย้าย!”

ยันต์ในมือของปรมาจารย์จางแตกสลายกลายเป็นผงธุลี พริบตานั้น ป้ายทองคำเปล่งประกายเจิดจ้าก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศตรงหน้าเฟิงเซียว แล้วลอยเข้ามาติดที่หน้าอกด้านซ้ายของเขาโดยอัตโนมัติ

“ผู้กล้าเฟิงหุน ข้ามอบตราประกาศิตมังกรสวรรค์นี้ให้เจ้า นับแต่นี้ไปเจ้าคือ ‘ผู้แทนพระองค์’ แห่งมังกรสวรรค์ ได้รับความเคารพยกย่องจากประชาราษฎร์ สามารถเข้าออกเขตพระราชฐานได้ทุกที่ ขุนนางทั้งหลายต้องให้เกียรติเจ้าประหนึ่งขุนนางที่มีตำแหน่งสูงกว่าหนึ่งขั้น เจ้ามีอำนาจประหารขุนนางกังฉินและกำจัดคนชั่วร้าย ข้าเชื่อว่าเจ้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง” จักรพรรดิมังกรสวรรค์ลอบยิ้มในใจ เมื่อรับป้ายนี้ไปแล้ว เฟิงเซียวก็เหมือนถูกผูกมัดไว้กับราชสำนัก จะสลัดให้หลุดก็คงยาก

“โหดขนาดนั้นเลยหรอ?” เฟิงเซียวรีบเปิดดูคุณสมบัติของตราประกาศิตมังกรสวรรค์ด้วยความตื่นเต้น

[ตราประกาศิตมังกรสวรรค์]

• ข้อจำกัด: ไม่สามารถซื้อขาย, ไม่ดรอปเมื่อตาย, ไม่สามารถขโมยได้

• รายละเอียด: ตราสัญลักษณ์ที่ราชวงศ์มังกรสวรรค์มอบให้กับผู้สร้างวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ จะมีการมอบให้เพียงหนึ่งชิ้นในทุกๆ 30 ปี ผู้ถือตรานี้มีฐานะเป็น ‘ผู้แทนพระองค์’ จะได้รับเกียรติยศและอำนาจมหาศาล

• สิทธิพิเศษทางการค้า: สามารถซื้อสินค้าฟรีในร้านค้าทุกประเภทภายในนครหลวงมังกรสวรรค์ได้ 5 ครั้ง หลังจากนั้นจะได้รับส่วนลด 50% ตลอดชีพ

• สิทธิพิเศษด้านอำนาจ: โชคลาภ +5, สามารถต่อสู้หรือฆ่าผู้เล่นอื่นภายในเมืองได้โดยไม่ถูกทหารยามจับกุม (ไม่เพิ่มค่าความชั่วร้าย), มีอำนาจสังหารขุนนางกบฏและคนชั่ว แล้วจะได้รับรางวัลจากราชสำนัก

• สิทธิพิเศษด้านบารมี: ชื่อเสียง +1000, สามารถสั่งการกองทหาร NPC จำนวนไม่เกิน 1,000 นาย ให้ช่วยต่อสู้ได้วันละ 1 ครั้ง (เฉพาะการต่อสู้ภายในเมือง)

เฟิงเซียวแทบจะกระโดดตัวลอยด้วยความดีใจ เจ้าตราหน้าตาธรรมดาๆนี่มันคือสุดยอดไอเทมชัดๆ! เป็นทั้งบัตรลดราคา บัตรอนุญาตฆ่าคน และป้ายสั่งการกองทัพในอันเดียวกัน!

เขาไม่รอช้า รีบทำท่าประสานมือเลียนแบบพวกขุนนางเฒ่า แล้วกล่าวอย่างหนักแน่น “ขอบพระคุณฝ่าบาท! ผมสัญญาว่าจะไม่ทำให้ตราสัญลักษณ์นี้ต้องแปดเปื้อน”

“ฮ่าๆๆ ดีมาก... จริงสิ ผู้กล้าเฟิงหุน เจ้าพอจะเรียกกิเลนของเจ้าออกมาให้ข้าชมบารมีเป็นขวัญตาหน่อยได้หรือไม่?”

จักรพรรดิมังกรสวรรค์ตาลุกวาวด้วยความคาดหวัง ขุนนางทั้งหลายเองก็หันมาจ้องเฟิงเซียวเป็นตาเดียว ต่างตั้งตารอที่จะได้เห็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ในตำนาน

“เอ่อ... ฝ่าบาท พอดีกิเลนของผมเพิ่งจะเกิดเมื่อชั่วโมงที่แล้ว ตอนนี้มันกำลังหลับปุ๋ยอยู่เลย...” เฟิงเซียวคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจว่าจะไม่เรียกเจ้า ‘เสี่ยวเสี่ยว’ ออกมาตอนนี้ดีกว่า

“เพิ่งเกิดหรือ?” จักรพรรดิทำหน้าฉงน “แล้วโลหิตกิเลนที่เจ้านำมาถวายข้าล่ะ? เท่าที่ข้ารู้ โลหิตกิเลนต้องใช้เวลาบำเพ็ญตบะนับพันปีกว่าจะกลั่นออกมาได้สักหยด หรือว่าโลหิตนี้มาจากกิเลนตัวอื่น?”

“ใช่แล้วครับ เป็นเลือดของพ่อมัน พอกิเลนน้อยเกิดมา พ่อกิเลนก็สิ้นอายุขัยแล้วจากไป” พูดจบเฟิงเซียวก็สะดุ้งในใจ ทำไมจู่ๆเขาถึงหลุดปากบอกว่ากิเลนอัสนีม่วงตายไปแล้วล่ะ?

เฟิงเซียวหารู้ไม่ว่า ก่อนที่กิเลนอัสนีม่วงจะส่งเขาออกมา มันได้ใช้พลังจิตอันกล้าแข็งฝังคำสั่งลงในจิตใต้สำนึกของเขา เพื่อป้องกันไม่ให้ใครไปรบกวนมันอีก

“อย่างนี้นี่เอง... ข้าเคยได้ยินมาว่าตั้งแต่โบราณกาล จะมีกิเลนดำรงอยู่เพียงหนึ่งตัวในใต้หล้า ถ้าเช่นนั้น โลหิตกิเลนหยดนี้ที่ข้าได้รับมา ก็คงจะเป็นหยดเดียวที่จะมีอยู่ในรอบพันปีสินะ” จักรพรรดิมังกรสวรรค์ถอนหายใจยาว แล้วลอบยินดีในใจที่ตนเองช่างโชคดีเหลือเกิน

......

หลังจากทูลลาจักรพรรดิ เฟิงเซียวก็เดินตามท่านเสนาฯฟาง(ตาแก่เจ้าเล่ห์)ไปยังถนนสายตะวันตกเพื่อรับมอบคฤหาสน์หรู

“ผู้กล้าเฟิงหุน นี่คือคฤหาสน์ที่ฝ่าบาทพระราชทานให้ท่าน เพียงแค่ท่านเซ็นชื่อลงในโฉนดใบนี้ ที่นี่ก็จะเป็นของท่านโดยสมบูรณ์ ถ้าท่านไม่อนุญาต แม้แต่แมวสักตัวก็เล็ดลอดเข้าไปไม่ได้” เสนาฯฟางยื่นโฉนดให้ด้วยรอยยิ้มประจบสอพลอ

“ว้าว! เรื่องจริงเหรอเนี่ย! มันจะอลังการเกินไปแล้ว...”

คฤหาสน์ตรงหน้าใหญ่โตมโหฬาร กินพื้นที่พอๆกับสนามฟุตบอล ภายในครบครันไปด้วยสวนสวยงาม สระว่ายน้ำ และโกดังเก็บของ ตรงกลางพื้นที่ตั้งตระหง่านด้วยเรือนหลักสูงสามชั้น สถาปัตยกรรมแบบจีนโบราณที่ตกแต่งอย่างหรูหรา วิจิตรบรรจง ให้ความรู้สึกทั้งสง่างามและร่มรื่นน่าอยู่

คฤหาสน์หลังนี้... ต่อให้เป็นในโลกความเป็นจริง ก็คงมีเศรษฐีไม่กี่คนที่มีปัญญาซื้อหามาครอบครองได้

ที่สำคัญที่สุด ทำเลที่ตั้งเรียกได้ว่าทองฝังเพชร อยู่ใจกลางถนนสายตะวันตก หันหน้าเข้าหาจัตุรัสมังกรสวรรค์และย่านการค้าพอดิบพอดี!

เฟิงเซียวตวัดปลายปากกาเซ็นชื่อลงไปอย่างรวดเร็ว โฉนดแผ่นนั้นกลายเป็นลำแสงสีขาวพุ่งหายเข้าไปในตัวเขา

ติ๊ง! ท่านได้เป็นเจ้าของคฤหาสน์หมายเลข 001 แห่งถนนสายตะวันตก กรุณาตั้งชื่อคฤหาสน์ของท่าน

“...คฤหาสน์สายลม” (เฟิงโหลว)

ติ๊ง! ตั้งชื่อสำเร็จ ท่านมีสิทธิ์ในการจัดการ ‘คฤหาสน์สายลม’ ได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะต่อเติม รื้อถอน ตกแต่ง ปล่อยเช่า หรือขายต่อ

“จะบ้าเรอะ... รื้อถอนหรือขายเนี่ยนะ? ใครทำก็บ้าแล้ว”

เฟิงเซียวพูดตัดบทเสนาฯฟางที่พยายามจะตีสนิทไม่เลิก แล้วผลักประตูเดินเข้าไปในอาณาจักรส่วนตัวของเขา

“ยินดีต้อนรับกลับบ้านเจ้าค่ะ นายน้อยเฟิงหุน...”

ทันทีที่ก้าวเข้ามาในคฤหาสน์สายลม สาวงาม NPC รูปร่างบอบบางน่าทะนุถนอมก็ยืนรอต้อนรับอยู่ด้วยกิริยานอบน้อม นางดูอายุราว 16-17 ปี ผิวขาวเนียนละเอียด ริมฝีปากแดงระเรื่อ ดวงตางดงามราวกับภาพวาด

“เธอคือ?”

“นายน้อย... ข้าชื่อ ‘โหรวโหรว’ เดิมทีเป็นนางกำนัลรับใช้ขององค์หญิงสุ่ยเยว่ แต่ตอนนี้ได้ย้ายมารับใช้นายน้อยแล้วเจ้าค่ะ”

“จักรพรรดิส่งเธอมาเหรอ?”

“เจ้าค่ะ”

“แล้วทำไมเธอไม่อยู่ดูแล... เอ้อ องค์หญิงสุ่ยเยว่ต่อไปล่ะ?”

“นายน้อยเฟิงหุน... องค์หญิงสุ่ยเยว่... ฮึก... หมอหลวงบอกว่าพระองค์จะมีพระชนม์ชีพอยู่ได้อีกไม่เกินสามวัน ช่วงนี้ฝ่าบาทจึงทรงมาเฝ้าไข้ด้วยพระองค์เองตลอดเวลาเจ้าค่ะ” พอเอ่ยถึงองค์หญิง โหรวโหรวก็ทำท่าเหมือนจะร้องไห้ ดูท่าทางนางจะผูกพันกับเจ้านายเก่ามาก

“อยู่ได้อีกไม่เกินสามวัน? อาการหนักขนาดนั้นเชียวหรือ... น่าสงสารจักรพรรดิจริงๆ ตัวเองเพิ่งรอดตายมาหมาดๆก็ต้องมาเสียลูกสาวไปอีกคน” เฟิงเซียวถอนหายใจด้วยความเวทนา

“โหรวโหรว แล้วหน้าที่ของเธอคืออะไรบ้าง?”

“หน้าที่ของข้าหรือเจ้าคะ?” โหรวโหรวปาดน้ำตาที่กำลังจะไหล แล้วทำหน้ามึนงงเล็กน้อยก่อนตอบว่า “หน้าที่ของข้าคือดูแลความเรียบร้อยทุกอย่างให้นายน้อย และทำตามคำสั่งของนายน้อยทุกประการเจ้าค่ะ”

“ทุกประการ? ให้ทำอะไรก็ได้งั้นเหรอ?” เฟิงเซียวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์

สาวใช้ที่เชื่อฟังทุกคำสั่ง... ช่างเป็นตัวตนที่กระตุ้นความชั่วร้ายในใจดีแท้

ใบหน้าสวยหวานของโหรวโหรวแดงซ่านไปถึงใบหู นางคงคิดเตลิดเปิดเปิงไปไกล ถึงได้อึกๆอักๆตอบไม่เต็มเสียง “ฝ่าบาทรับสั่งว่า... จากนี้ไปข้าเป็นสมบัติของนายน้อยเฟิงหุนแต่เพียงผู้เดียว ขอเพียงนายน้อยต้องการ... จะให้ทำอะไร... ก็ได้ทั้งนั้นเจ้าค่ะ”

เฟิงเซียวหัวเราะร่าแล้วเดินตรงไปยังเรือนหลัก จังหวะที่เดินผ่านโหรวโหรว เขาฉวยโอกาสยื่นมือออกไปขยำหน้าอกอวบอิ่มของเธออย่างหมั่นเขี้ยวไปสองที

“ว้าย...” เมื่อจุดอ่อนไหวถูกจู่โจม โหรวโหรวก็ทรุดฮวบลงนั่งยองๆ ยกมือกอดอกตามสัญชาตญาณ ใบหน้าแดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก ดูน่าสงสารและน่าเอ็นดูสุดๆ

ติ๊ง! ท่านได้กระทำการลวนลาม NPC โหรวโหรว ผู้ถูกกระทำสามารถเลือกที่จะลงโทษท่านได้ ท่านต้องการลงโทษหรือไม่?

“มะ... ไม่ลงโทษ” โหรวโหรวรีบปฏิเสธเสียงสั่น ส่วนหนึ่งเพราะนางเพิ่งบอกเองว่ายอมทุกอย่าง อีกส่วนหนึ่งคือนางไม่กล้า

“จำไว้นะสาวน้อย อย่ารีบเปิดไพ่ในมือจนหมดเปลือก เจ้านายของเธอคนนี้... อาจจะไม่ใช่คนดีอย่างที่คิดหรอกนะ” เสียงของเฟิงเซียวลอยมาจากด้านหน้า โหรวโหรวรีบลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เรียบร้อย แล้วรีบวิ่งตามไป

จะกลัวอะไร ลวนลาม NPC สาวสวยไม่ผิดกฎหมายสักหน่อย... แถมยังเป็นฝ่ายเสนอตัวเองมาให้ถึงที่อีกต่างหาก

“นายน้อยเจ้าคะ...”

“หือ?”

“ช่วย... ถอดหน้ากากออกให้ข้าน้อยเห็นหน้าหน่อยได้ไหมเจ้าคะ? ไม่อย่างนั้น... ข้ารู้สึกเหมือนคุยกับคนแปลกหน้า...” เมื่อตามเข้ามาถึงห้องโถงใหญ่อันหรูหรา โหรวโหรวก็รวบรวมความกล้าถามขึ้นเสียงอ่อย

“อ๋อ อยากดูหน้าฉันเหรอ ก็ได้นะ แต่บอกไว้ก่อนว่าฉันเนี่ยหล่อวัวตายควายล้ม ฉายา ‘เจ้าชายสายลม’ ‘มังกรขาวหน้าหยก’ ‘หนุ่มน้อยกระชากวิญญาณ’ ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย สาวๆเห็นเป็นต้องหลงหัวปักหัวปำ เธอก็ระวังจะตกหลุมรักฉันเข้าล่ะ... ว่าแต่ หน้ากากนี่มันไม่เท่ตรงไหนเหรอ?”

“......” โหรวโหรวถึงกับมึนตึ้บ นี่น่ะหรือยอดผู้กล้าที่ฝ่าบาททรงยกย่องนักหนาว่าเป็นหนึ่งในใต้หล้า ผู้ปราบพยศกิเลน... ดูยังไงก็เหมือนอันธพาลขี้หลีแถมยังหลงตัวเองขั้นโคม่าชัดๆ

“ฮ่าๆๆ... หน้ากากอสูรมายา คลาย!”

ทันใดนั้น ดวงตาของโหรวโหรวก็เบิกกว้าง นางยืนนิ่งค้างราวกับต้องมนต์สะกด...

เบื้องหน้าคือใบหน้าบุรุษที่งดงามราวกับเทพจำแลง คิ้วเข้มพาดเฉียงดั่งกระบี่ ดวงตาดำขลับล้ำลึกดุจมหาสมุทรไร้ก้นบึ้ง จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากได้รูป แววตาคมกริบแฝงความขี้เล่นแต่ก็ดูหยิ่งทะนงในที บวกกับรูปร่างสูงโปร่งผึ่งผาย... ชายผู้นี้ช่างสง่างามสมคำร่ำลือ บุคลิกที่ดูสบายๆ แต่กลับแฝงกลิ่นอายลึกลับน่าค้นหา และพลังอำนาจที่พร้อมจะสยบทุกสรรพสิ่ง

“นายน้อย... มีทุนให้หลงตัวเองจริงๆด้วย...” โหรวโหรวพึมพำออกมาเบาหวิวราวกับคนละเมอ

*****

จบบทที่ บทที่ 44: ตราประกาศิตมังกรสวรรค์ (ตอนปลาย)

คัดลอกลิงก์แล้ว