- หน้าแรก
- ตำนานแห่งอาชูร่า
- บทที่ 41: หยกสวรรค์มายา
บทที่ 41: หยกสวรรค์มายา
บทที่ 41: หยกสวรรค์มายา
“เจ้าหนูเฟิงหุน ซากหมาป่านั่นจะหายไปในอีกสามนาที รีบไปลองใช้วิชาเก็บเกี่ยวของเจ้าซะ ด้วยผลจาก ‘พรแห่งกิเลน’ ที่ช่วยเพิ่มโชคลาภจากข้า เจ้าอาจจะมีโอกาสสำเร็จก็ได้” กิเลนอัสนีม่วงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง ในใจนึกอยากจะตบเจ้ามนุษย์ที่กำลังได้ใจจนลืมตัวผู้นี้ให้คว่ำนัก
“ครับ...” เมื่อค่าโชคลาภเพิ่มขึ้นถึง 50 หน่วย เฟิงเซียวก็เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ เขารีบพุ่งเข้าไปที่ซากหมาป่าเนตรมารสองหัวและเริ่มร่ายสกิล ‘รวบรวม’ ทันที
ติ๊ง! สกิล ‘รวบรวม’ ล้มเหลว ความชำนาญเพิ่มขึ้น
ติ๊ง! สกิล ‘รวบรวม’ ล้มเหลว ความชำนาญเพิ่มขึ้น
ติ๊ง! สกิล ‘รวบรวม’ ล้มเหลว ความชำนาญเพิ่มขึ้น
......
......
สองนาทีผ่านไป เหงื่อเม็ดโป้งเริ่มผุดขึ้นบนหน้าผากของเฟิงเซียว...
ติ๊ง! ยินดีด้วย ผู้เล่นเฟิงหุนได้รับ ‘เขี้ยวหมาป่าเนตรมาร’ ความชำนาญเพิ่มขึ้น
ติ๊ง! ยินดีด้วย สกิล ‘รวบรวม’ ของผู้เล่นเฟิงหุนเลื่อนเป็นระดับขั้นสูง
“ทักษะอัปเกรดทันทีเลย?” เฟิงเซียวร้องอุทานในใจด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะรีบตรวจสอบของที่ได้มา
[เขี้ยวหมาป่าเนตรมาร]: วัตถุดิบระดับเทพ เขี้ยวอันแหลมคมของหมาป่าเนตรมารสองหัว สามารถใช้ตีบวกสร้างอาวุธได้
“ถึงกับเป็นวัตถุดิบระดับเทพ! ดีไม่ดีอาจจะเอาไปสร้างอุปกรณ์ระดับเทพได้เลย!” เฟิงเซียวรีบโยนอุปกรณ์ขยะในกระเป๋าเป้ทิ้งไปเพื่อเคลียร์ช่อง แล้วเก็บเขี้ยวหมาป่าเนตรมารลงไปอย่างทะนุถนอม ก่อนจะลงมือใช้ทักษะรวบรวมต่อ
ติ๊ง! สกิล ‘รวบรวม’ ล้มเหลว ความชำนาญเพิ่มขึ้น
......
ติ๊ง! ยินดีด้วย ผู้เล่นเฟิงหุนได้รับ ‘เนื้อหมาป่าเนตรมาร’ ความชำนาญเพิ่มขึ้น
ติ๊ง! ยินดีด้วย ผู้เล่นเฟิงหุนได้รับ ‘เนื้อหมาป่าเนตรมาร’ ความชำนาญเพิ่มขึ้น
[เนื้อหมาป่าเนตรมาร]: วัตถุดิบปรุงอาหารระดับเทพ สามารถนำไปปรุงเป็นอาหารที่ช่วยเพิ่มความต้านทานธาตุความมืด(ธาตุแห่งความตาย)
ติ๊ง! สกิล ‘รวบรวม’ ล้มเหลว ความชำนาญเพิ่มขึ้น
......
สามนาทีผ่านไป ในวินาทีสุดท้ายก่อนที่ซากหมาป่าเนตรมารจะสลายไป...
ติ๊ง! ยินดีด้วย ผู้เล่นเฟิงหุนได้รับ ‘หยกสวรรค์มายา’ ความชำนาญเพิ่มขึ้น
ติ๊ง! ยินดีด้วย สกิล ‘รวบรวม’ ของผู้เล่นเฟิงหุนเลื่อนเป็นระดับวิญญาณ
ติ๊ง! ยินดีด้วย สกิล ‘รวบรวม’ ของผู้เล่นเฟิงหุนเลื่อนเป็นระดับเซียน
“บ้าไปแล้ว... ทำให้สกิลรวบรวมกระโดดขึ้นไปถึงระดับเซียนรวดเดียวเลยเนี่ยนะ! เจ้าหยกสวรรค์มายานี่มันคืออะไรกันแน่?” หัวใจของเฟิงเซียวเริ่มเต้นระรัว
[หยกสวรรค์มายา]: ????
ได้ของมาแล้วแต่มองไม่เห็นคุณสมบัติ? เฟิงเซียวชะงักไปครู่หนึ่ง
“หรือว่าจะต้องประเมินก่อน?”
ปกติมีแต่อุปกรณ์สวมใส่เท่านั้นที่ต้องประเมิน ไม่เคยได้ยินว่าพวกวัตถุดิบต้องประเมินด้วย แต่นี่ทำไมถึงมองไม่เห็นคุณสมบัติอะไรเลยล่ะ
“ท่านกิเลน หยกสวรรค์มายาก้อนนี้คืออะไรหรอครับ?” เฟิงเซียวหยิบหยกโปร่งแสงที่แผ่ไอสีขาวจางๆออกมาให้กิเลนอัสนีม่วงดู เจ้าสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่มาเป็นร้อยล้านปีตัวนี้น่าจะรู้จักบ้างล่ะน่า
กิเลนอัสนีม่วงจ้องมองอยู่ครู่ใหญ่ สุดท้ายกลับส่ายหน้า “ข้าก็ไม่รู้”
เฟิงเซียวถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่เก็บหยกสวรรค์มายาลงกระเป๋าอย่างระมัดระวัง ของที่ทำให้สกิลรวบรวมพุ่งทะยานไปถึงระดับเซียนได้ในพริบตา ต้องเป็นของที่เหนือล้ำยิ่งกว่าระดับเทพแน่นอน
“เฟิงหุน ได้เวลาส่งเจ้ากลับไปแล้ว ข้าใช้พลังมากเกินไป จำต้องเข้าสู่การจำศีลเดี๋ยวนี้...” กิเลนอัสนีม่วงตั้งใจจะให้เขาเรียกเจ้าตัวเล็กออกมาเพื่อร่ำลา แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะไม่พูด
“ครับ ท่านกิเลน รบกวนท่านแล้ว”
เฟิงเซียวรู้สึกว่าเรื่องราวในวันนี้ช่างเหมือนความฝัน ในนาทีวิกฤตถูกม้วนคัมภีร์ไร้ขอบเขตส่งตัวมายังถ้ำกิเลนอย่างงงๆ จากนั้นก็ปรากฏตัวต่อหน้ากิเลนอัสนีม่วงในจังหวะนรก แต่กลับกลายเป็นว่าเขาได้ใช้เลือดแห่งความโกลาหลช่วยชีวิตกิเลนน้อยเอาไว้ ได้รับมันเป็นสัตว์เลี้ยง แถมยังได้เลือดกิเลนที่ปรารถนา และได้รับพรแห่งกิเลนที่จะปรากฏขึ้นเพียงครั้งเดียวในรอบร้อยล้านปี... มิหนำซ้ำยังได้ของแถมเป็นการอัปเกรดสกิลรวบรวมถึงสามระดับและวัตถุดิบสุดโหดอีกต่างหาก
ทุกสิ่งทุกอย่าง ราวกับถูกโชคชะตากำหนดไว้
“เฟิงหุน ตอนนี้เจ้ายังอ่อนแอนัก จงพยายามฝึกฝนให้แข็งแกร่งขึ้น กายาบรรพโกลาหลของเจ้าเป็นสิ่งที่กำหนดชะตากรรมและภาระหน้าที่ที่เจ้ามิอาจเลี่ยง”
กิเลนอัสนีม่วงใช้กระแสจิตเรียกแหวนสีดำและสีขาวคู่นึงออกมาจากความว่างเปล่า แล้วส่งตรงเข้าไปในช่องเก็บของของเฟิงเซียวทันที
“นี่คือแหวนที่ตกทอดมาจากยุคบรรพกาล ตำนานกล่าวว่าภายในนั้นซ่อนความลับอันยิ่งใหญ่เทียมฟ้าเอาไว้ หากข้าเดาไม่ผิด บางทีเจ้าอาจจะเป็นคนเดียวที่ไขความลับนั้นได้”
“ไปซะ! จนกว่าทายาทของข้าจะเติบโตเต็มวัย ห้ามเจ้ากลับมาที่นี่อีก”
เฟิงเซียวยังไม่ทันได้เอ่ยถาม วงเวทย์เคลื่อนย้ายสีม่วงก็ปรากฏขึ้นใต้เท้า ร่างของเขาเลือนหายไปจากจุดนั้นในพริบตา
เมื่อส่งมนุษย์หนุ่มไปแล้ว กิเลนอัสนีม่วงก็ทิ้งตัวลงนอนราบกับพื้นราวกับใช้เรี่ยวแรงไปจนหมดสิ้น ร่างกายกลับคืนสู่ร่างกิเลนดั้งเดิม มันพึมพำกับตัวเองด้วยเสียงอ่อนแรง
“กายาบรรพโกลาหลและกิเลนศักดิ์สิทธิ์ห้าธาตุปรากฏตัวขึ้นไล่เลี่ยกัน ดูท่ามหาภัยพิบัติของทวีปมังกรสวรรค์ในครานี้คงจะหนักหนาสาหัสเกินจินตนาการ... มังกรฟ้า พยัคฆ์ขาว หงส์แดง เต่าดำ... ทางฝั่งพวกเจ้าก็น่าจะเกิดเหตุวิปลาสขึ้นเช่นกันสินะ”
......
......
เฟิงเซียวถูกกิเลนอัสนีม่วงส่งตัวกลับมายังใจกลางจัตุรัสนครหลวงมังกรสวรรค์ ลานกว้างอันมโหฬารบัดนี้คลาคล่ำไปด้วยผู้เล่นสารพัดอาชีพ เบียดเสียดยัดเยียดจนแทบไม่มีที่ยืน เสียงจอแจดังเซ็งแซ่ไปทั่ว
“รับจ้างพาเวล! นักรบเลเวล 15 พาดูดเวล ชั่วโมงละ 5 เหรียญทอง จ่ายก่อนค่อยไป...”
“ขายดาบสองมือระดับทองแดง ออปชั่นโคตรเทพ เลเวล 10 สาวๆทักมาลดได้ ราคาคุยกันหลังไมค์จ้า”
“ไอ้เวรที่แย่งมอนสเตอร์เมื่อกี้ อย่าให้เจอนะโว้ย พ่อจะล้างบางทั้งโคตร...”
“นักเวทสายฟ้า เลเวล 14 หาตี้ตีปู!”
“เฮ้ย! เห็นข่าวยัง มีคนได้สัตว์เลี้ยงแล้วนะ แถมเป็นกิเลนด้วย!”
“แค่สัตว์เลี้ยงระดับ 5 เอง ฉันไม่สนหรอก เดี๋ยวรอดูสัตว์เลี้ยงระดับเทพของฉันในอนาคตดีกว่า”
“ถุย! อย่ามาองุ่นเปรี้ยวหน่อยเลยไอ้น้อง ดีแต่ปากรอส้มหล่น ของแบบนี้มันอยู่ที่ฝีมือกับความพยายามเว้ย สัตว์เลี้ยงของคนคนนั้นน่ะเป็นตัวเดียวในเซิร์ฟเวอร์ตอนนี้เลยนะ ส่วนเอ็งแม้แต่ขนสักเส้นก็ยังไม่มี”
“อ้าวไอ้สลัด! ปากดีนักนะมึง อยากลองของเหรอ ระวังกูจะระเบิดหัวมึงนะ”
“...พวกเรา! ไอ้ธนูเสื้อฟ้านั่นมันเปรี้ยวตีน รุมมันเลย!”
......
ทันทีที่เฟิงเซียวปรากฏตัว รูปลักษณ์ของเขาก็เรียกความสนใจจากผู้คนรอบข้างทันที
“เฮ้ย พี่ชาย หน้ากากนั่นซื้อที่ไหน เท่ชะมัด ผมอยากได้บ้าง”
“เฮอะ! ดูลายก็รู้ว่าเป็นของดรอปจากมอนสเตอร์ น้องชาย... หน้ากากนั่นขายไหม? บอกราคามาเลย... 30 เหรียญเงินเป็นไง? อะไรนะ! ไม่ขาย? งั้น 31... ลูกพี่ ผมมีแค่นี้จริงๆนะ”
“ว้าววว สุดหล่อ หน้ากากเท่ระเบิดเลย ยกให้หนูได้มั้ยคะ?”
“นายท่าน หน้ากากนั่นดรอปจากตัวอะไร บอกข้าที ข้าจะไปล่ามาใส่บ้าง”
“กรี๊ดดด หล่อจังเลย... อร๊าย ไม่ไหวแล้ว ใจมันสั่น ตั้งแต่วันนี้ไป คุณคือสามีของฉันนะคะ... เอ๊ะ เดี๋ยวสิคะ อย่าเพิ่งไป!”
......
เฟิงเซียวแหวกฝูงชนเดินหนีอย่างไม่คิดจะหยุดพัก ตรงกลางจัตุรัสมังกรสวรรค์มีหน้าจอเวทมนตร์ขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่หลายจอ แต่ละจอแสดงตารางอันดับต่างๆในเวลานี้ ยกเว้นอันดับความร่ำรวยแล้ว ชื่อของเฟิงเซียวยังคงครองอันดับหนึ่งในทุกชาร์ต
หากพูดถึงทรัพย์สินส่วนตัว เฟิงเซียวคือมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ลำพังเงินของคนคนเดียว ย่อมไม่อาจเทียบได้กับเงินทุนของกิลด์ที่มีสมาชิกหลักร้อยหลักพัน หรือกระทั่งหลักหมื่นคน เมื่อมีผู้เล่นเปลี่ยนอาชีพมากขึ้นเรื่อยๆ อันดับความรวยของเฟิงเซียวจึงร่วงลงมาอยู่ที่ 7 แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดอะไร เพราะยังไงซะ นี่ก็เป็นแค่ตารางจัดอันดับที่ไม่สามารถวัดความแข็งแกร่งที่แท้จริงได้อยู่แล้ว
*****