- หน้าแรก
- ตำนานแห่งอาชูร่า
- บทที่ 40 : กิเลนอำนวยพร
บทที่ 40 : กิเลนอำนวยพร
บทที่ 40 : กิเลนอำนวยพร
“เอาล่ะ เฟิงหุน นี่คือโลหิตกิเลนสองหยดที่เจ้าต้องการ” ขวดหยกวิญญาณลอยเข้ามาอยู่ในมือของเฟิงเซียวที่กำลังยืนเซ็งอยู่
“สองหยด?” เฟิงเซียวไม่คิดว่ากิเลนจะใจป้ำขนาดนี้
“หึหึ ข้าบอกแล้วว่าขอแค่เจ้าช่วยชีวิตลูกข้าได้ ข้าจะยอมทำตามเงื่อนไขทุกอย่าง ยิ่งไปกว่านั้น... เมื่อพลังกิเลนของลูกข้าฟื้นฟู ข้าก็จะต้องจากทวีปมังกรสวรรค์ไปอยู่ดี จะเก็บโลหิตไว้ทำไมกัน” ไข่มุกอัสนีบนหน้าผากของกิเลนอัสนีหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าฉายแววเหนื่อยล้า และดูแก่ชราลงไปถนัดตา
“ขอบคุณครับท่านกิเลน... เอ๊ะ? ท่านบอกว่าพลังกิเลนของเจ้าตัวเล็กจะฟื้นฟูได้เหรอครับ?”
“เดิมทีก็คงไม่ได้หรอก แต่เมื่อมันได้อาศัยอยู่ในกายเจ้า ค่อยๆดูดซับพลังแห่งความโกลาหลของเจ้าไปเรื่อยๆ ข้าเชื่อว่าพลังกิเลนของมันจะค่อยๆฟื้นคืนกลับมาแน่นอน!”
“ฟื้นฟูได้ก็ดีแล้วครับ” เฟิงเซียวโล่งอก เก็บขวดหยกใส่กระเป๋าอย่างทะนุถนอม
กิเลนอัสนียิ้มอย่างอ่อนโยน แล้วหันไปชี้ที่ซากศพยักษ์ “เฟิงหุน ซากของหมาป่าเนตรมารสองหัวจะหายไปในอีกครึ่งชั่วโมง เจ้าไปฝึกสกิลรวบรวมหน่อยสิ น่าเสียดายที่ของดรอปหายไปหมดแล้ว ไม่งั้นข้าคงยกให้เจ้าเป็นของขวัญ”
ใน ‘หลุนหุย’ ศพมอนสเตอร์ทั่วไปจะอยู่ได้ 1 นาที, บอส 10 นาที, สัตว์เซียน 20 นาที, สัตว์เทพ 30 นาที, สัตว์เหนือเทพ 1 ชั่วโมง, และสัตว์ศักดิ์สิทธิ์จะอยู่ตลอดกาล... แต่นั่นหมายถึงต้องมีคนฆ่ามันได้ก่อนนะ จนถึงตอนนี้ หมาป่าเนตรมารสองหัวที่โดนกิเลนอัสนีตบตาย น่าจะเป็นสัตว์เหนือเทพตัวแรกและตัวเดียวที่ตายแบบผิดธรรมชาติในทวีปมังกรสวรรค์
แต่... ของดรอปจากสัตว์เหนือเทพ อย่างน้อยๆก็ต้องเป็นศาสตราเทพ! กิเลนอัสนีดันปล่อยให้มันหายไปเฉยๆ เฟิงเซียวเสียดายจนปวดตับ
แต่การได้ใช้สกิลรวบรวมกับศพสัตว์เหนือเทพ... เป็นโอกาสที่คนธรรมดาแค่ฝันยังไม่กล้าฝัน!
เฟิงเซียวพุ่งตัวไปที่ซากหมาป่าทันที แล้วรัวสกิล ‘รวบรวม’ ขั้นกลางใส่ไม่ยั้ง
[สกิลรวบรวม ขั้นกลาง]:
โอกาสสำเร็จ:
• ไอเทมระดับกลาง: 50%
• ไอเทมระดับสูง: 1%
• ไอเทมระดับวิญญาณ: 0.01%
• ไอเทมระดับเซียน: 0.0001%
• ไอเทมระดับเทพ: 0.000001%
“ติ๊ง! สกิลรวบรวมล้มเหลว ค่าความชำนาญเพิ่มขึ้น”
“ติ๊ง! สกิลรวบรวมล้มเหลว...”
“ติ๊ง! สกิลรวบรวมล้มเหลว...”
.........
เฟิงเซียวปาดเหงื่อ รัวสกิลใส่ศพมา 20 นาทีเต็มๆ แต่ผลคือล้มเหลวล้วน! ของในตัวสัตว์เหนือเทพอย่างต่ำก็ต้องระดับเซียน ด้วยสกิลขั้นกลางของเขา โอกาสสำเร็จแทบจะเป็นศูนย์ ถ้าไม่ใช่เพราะสกิล ‘อสูรคืนชีวา’ ที่รีเจนมานาให้ตลอด ป่านนี้ยาเพิ่มมานาคงหมดกระเป๋าไปแล้ว
กิเลนอัสนีที่ยืนมองอยู่นานเริ่มทึ่งในความพยายาม(ดื้อด้าน)ของเฟิงเซียว เขาครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น “ดูท่าข้าคงต้องช่วยเจ้าหน่อยแล้วล่ะ”
“ช่วยผม?” เฟิงเซียวหยุดมือ หันมามองกิเลนอัสนีงงๆ “ท่านจะช่วยผมรวบรวมเหรอ?”
กิเลนอัสนีกลอกตาบน “เจ้าเคยเห็นสัตว์อสูรที่ไหนใช้สกิลรวบรวมเป็นบ้าง? ยืนดีๆ... เตรียมรับ ‘การอำนวยพร’ ของข้า!”
“การอำนวยพร? หรือจะเป็นบัฟเพิ่มโอกาสสำเร็จ?” เฟิงเซียวสงสัย
ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องของหว่านเอ๋อร์ก็ดังลั่นในหัว
“การอำนวยพรแห่งกิเลน! มันคือการอำนวยพรแห่งกิเลน!! พี่เฟิง พี่นี่มันลูกรักสวรรค์ชัดๆเลยเจ้าค่ะ! ขนาดหว่านเอ๋อร์ยังอิจฉาพี่เลย!”
เฟิงเซียวตกใจ ปกติหว่านเอ๋อร์ไม่ค่อยตื่นเต้นขนาดนี้ แม้แต่ตอนได้เลือดกิเลนเธอยังไม่ดีใจเท่านี้เลย
“พี่เฟิง การอำนวยพรแห่งกิเลน กิเลนหนึ่งตัวใช้ได้แค่ครั้งเดียวในชีวิต! หมายความว่าหลายร้อยล้านปีถึงจะมีโอกาสเกิดขึ้นสักครั้ง! แม้จะไม่รู้ว่าผลลัพธ์คืออะไร แต่รับรองว่าต้องสุดยอดไม่แพ้ม้วนคัมภีร์ต้องห้ามแน่นอนเจ้าค่ะ!”
แสงสีม่วงสว่างวาบคลุมร่างเฟิงเซียว ขณะที่เขากำลังเคลิบเคลิ้มกับความสบาย...
เปรี้ยง!
สายฟ้าสีม่วงลำมหึมาผ่าลงกลางกบาลเฟิงเซียวจนสลบเหมือด! ยังไม่ทันไร สายฟ้าลูกที่สองที่ใหญ่กว่าเดิมก็ผ่าลงมาปลุกเขาให้ตื่น!
แม้ความเจ็บปวดในเกมจะปรับไว้แค่ 5% แต่เฟิงเซียวก็ยังรู้สึกเหมือนโดนย่างสด ความเจ็บปวดพอทนได้ แต่ความชาดิกที่แล่นพล่านไปทั่วร่างเหมือนตกนรกทั้งเป็น จะร้องก็ร้องไม่ออก
“นี่อวยพรหรือจะฆ่ากันแน่วะ...” เฟิงเซียวสลบไปอีกรอบ
กระบวนการ สลบ-ตื่น-สลบ-ตื่น ดำเนินต่อไป เฟิงเซียวกัดฟันทนอย่างสุดชีวิต แต่แล้วเขาก็เริ่มรู้สึกว่าสายฟ้าที่ผ่าลงมาเริ่มเบาลง ความเจ็บปวดและความชาเริ่มลดน้อยถอยลง
3 นาทีผ่านไป... สายฟ้าไม่ทำให้เขาสลบแล้ว
4 นาทีผ่านไป... เหลือแค่ความรู้สึกคันๆชาๆ
5 นาทีผ่านไป...
เฟิงเซียวยืนบิดขี้เกียจสบายใจเฉิบกลางดงสายฟ้า ทุกครั้งที่สายฟ้าผ่าลงมา เขาก็ร้อง “อ๊า~ สบายจัง~” ยั่วโมโหกิเลนอัสนีเล่น
กิเลนอัสนีที่กำลังรีดเค้นพลังกิเลนมาใช้อย่างหนักหน่วง เห็นท่าทางกวนโอ๊ยนั้นแล้วแทบอยากจะเปลี่ยนจากการอำนวยพรเป็นสกิล ‘อัสนีล้างโลก’ เป่ามันให้หายไปซะ
วูบ!
แสงสีม่วงจางหายไป สายฟ้าหยุดลง พิธีกรรมอำนวยพรเสร็จสิ้นสมบูรณ์ เฟิงเซียวยืนยิ้มแป้นหน้าตาสดใส ผิดกับกิเลนอัสนีที่ยืนหอบแฮกๆ ดูแก่ลงไปอีกสิบปี
“ติ๊ง! ยินดีด้วย ผู้เล่นเฟิงหุน ได้รับ ‘พรแห่งกิเลน’”
• โชค: +50
• ต้านทานธาตุสายฟ้า: +100%
• ต้านทานสถานะอัมพาต: +100%
“ติ๊ง! พลังสายฟ้าในร่างท่านตื่นขึ้น ท่านเรียนรู้สกิล ‘กำแพงอัสนี’ และ ‘อัสนีพันธนาการ’”
“ติ๊ง! ด้วยอิทธิพลพลังธาตุสายฟ้าในร่างท่าน พลังธาตุสายฟ้าของสัตว์เลี้ยง ‘เสี่ยวเสี่ยว’ ตื่นขึ้น... ต้านทานธาตุสายฟ้า +5%, เรียนรู้สกิล ‘ประกายอัสนี’”
[อัสนีพันธนาการ]:
วิชานักรบเวทธาตุสายฟ้าขั้นต้น เฉพาะผู้มีกายาเทพอสูรและค่าความรู้แจ้งสูงส่งเท่านั้นที่เรียนรู้ได้
• ระยะเวลา: สูงสุด 10 วินาที (ยกเลิกได้ตลอดเวลา)
• เงื่อนไข: ใช้ มานา 30, คูลดาวน์ 10 วินาที
[กำแพงอัสนี]:
สกิลเสริมพลังธาตุสายฟ้า สร้างเกราะสายฟ้ารอบกาย
• เงื่อนไข: ใช้ มานา 10, ระยะเวลา 10 นาที, ไม่มีคูลดาวน์
เฟิงเซียวอ้าปากค้าง... ตะลึงจนพูดไม่ออก
ค่าสถานะที่เพิ่มขึ้นมหาศาลนั้นอยู่ในความคาดหมาย แต่ค่าโชค +50 และต้านทานสายฟ้า +100% นี่มัน... บ้าไปแล้ว!
ใน ‘หลุนหุย’ การป้องกันเวทมนตร์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพลังป้องกัน แต่ขึ้นอยู่กับ ‘ค่าต้านทานธาตุ’
• ต้านทาน 50% = โดนครึ่งเดียว
• ต้านทาน 100% = ไม่โดนเลย!
แต่เพื่อความสมดุล เกมจึงจำกัดค่าต้านทานธาตุสูงสุดของผู้เล่นไว้ที่ 80% ส่วนที่เกินถือเป็นโมฆะ มีเพียงบอสระดับสูงมากๆเท่านั้นถึงจะมีต้านทานสัมบูรณ์
แต่การอำนวยพรแห่งกิเลนกลับแหกกฎนี้อย่างหน้าด้านๆ! ยัดเยียดต้านทานสายฟ้า 100% ให้เขาดื้อๆ! ไม่สิ... ต้องบอกว่ามันทะลุขีดจำกัดไปแล้ว เพราะเมื่อรวมกับสกิลเสริมพลังต่างๆ ตอนนี้เขามีต้านทานสายฟ้าถึง 140%!
ค่าต้านทานที่เกิน 100% หมายถึง... การดูดซับความเสียหาย
โดนเวทสายฟ้ายิงใส่ นอกจากเลือดจะไม่ลดแล้ว... เลือดจะเด้งเพิ่มด้วย!
“ฮ่าๆๆๆๆ... ตัวหายนะของนักเวทสายฟ้าชัดๆ!” เฟิงเซียวหัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่ง
*****